เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 - ผมเพิ่งจะอายุครบสิบแปดปี

บทที่ 13 - ผมเพิ่งจะอายุครบสิบแปดปี

บทที่ 13 - ผมเพิ่งจะอายุครบสิบแปดปี


หลังจากฝึกทหารเสร็จ เจียงฝานก็ลากสังขารอันเหนื่อยล้าไปที่โรงอาหาร

จะลำบากเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน ก็จะปล่อยให้กระเพาะอาหารต้องทนหิวไม่ได้

ฤดูร้อนท้องฟ้ามืดช้า กินข้าวเสร็จก็หกโมงเย็นกว่าแล้ว ข้างนอกยังสว่างโร่

ภายใต้แสงตะวันรอน เจียงฝานเดินกลับหอพักพลางชื่นชมทิวทัศน์และสถาปัตยกรรมภายในมหาวิทยาลัยซีหลิงไปด้วย กลับถึงหอพักเขาก็อาบน้ำก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนบนเตียง

ตามมาด้วยถงหมิงกับจ้าวไห่หนานที่เข้ามารุมล้อม

เจียงฝานยกสองมือขึ้นมาบังหน้าอก "ทำอะไรน่ะ ผมไม่ใช่เกย์นะ พวกนายถอยไปห่างๆ เลย"

ถงหมิงกลอกตาบน "เจียงฝาน หอพักหกศูนย์หกของพวกเราไม่มีพวกเบี่ยงเบนหรอกนะ มีแต่ลูกผู้ชายอกสามศอกแมนทั้งแท่งนั่นแหละ"

จ้าวไห่หนานขัดคอ "ฉันกับเจียงฝานน่ะแมนแน่ๆ แต่สำหรับนายก็พูดยากนะ ท้ายที่สุดแล้วก็เกิดที่ชวนอวี๋นี่นา"

ถงหมิงหน้ามืดทะมึน "พวกนายสองคน ... คุยกันดีๆ ไม่เป็นหรือไง"

บ่นจบเขาก็ขยิบตาหลิ่วตา "เจียงฝาน นายบอกว่านายไม่มีแฟนไม่ใช่เหรอ แล้วเรื่องรุ่นพี่เซี่ยฉานจะอธิบายว่ายังไง"

จ้าวไห่หนานลากเก้าอี้มานั่ง "สารภาพมาโทษหนักจะได้เป็นเบา ถ้าขัดขืนโทษเบาจะกลายเป็นหนัก!"

เจียงฝานยักไหล่ "รุ่นพี่เซี่ยฉานไม่ใช่แฟนผม ถ้าโกหกขอให้เป็นหมาเลย"

"คำสาบานแค่นี้มันไม่มีน้ำหนักหรอก ถ้าโกหกขอให้จู๋หดสั้น!"

" ... "

เจียงฝานถลึงตาใส่ถงหมิง "ผมกับรุ่นพี่เซี่ยฉานไม่สนิทกันเลยสักนิด จะเชื่อก็เชื่อ ไม่เชื่อก็ตามใจ"

ถงหมิงไม่เชื่อ "ไม่สนิทงั้นเหรอ รุ่นพี่เซี่ยฉานยอมตากแดดเปรี้ยงๆ แถมยังเอาน้ำมาส่งให้นายต่อหน้าคนตั้งเยอะแยะ พวกนายจะไม่สนิทกันได้ยังไง"

จ้าวไห่หนานพยักหน้าเห็นด้วย "นั่นสิ อยู่หอพักเดียวกันแท้ๆ นายพูดความจริงหน่อยไม่ได้หรือไง"

เจียงฝานถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย "ความจริงมันก็เป็นแบบนั้นแหละ"

ถงหมิงสะกิดขาเจียงฝาน แล้วเปลี่ยนเรื่อง "รุ่นพี่เซี่ยฉานชวนนาย นายตกลงแล้วใช่ไหม"

เจียงฝานพยักหน้ายอมรับ

เมื่อเห็นดังนั้น ถงหมิงกับจ้าวไห่หนานก็ทำหน้าเหมือนเห็นเด็กดีที่สอนได้

"มันต้องแบบนี้สิ!"

"สู้ๆ นะ พยายามคว้าหัวใจรุ่นพี่เซี่ยฉานมาให้ได้ สาวงามอันดับสองบนบอร์ดดาวมหาวิทยาลัยเชียวนะ ... จิ๊ๆ ถ้านายจีบเธอติด พวกเราก็พลอยได้หน้าไปด้วยนะเว้ย!"

ท่าทางตื่นเต้นของทั้งสองคนทำให้เจียงฝานรู้สึกพูดไม่ออก "ผมกับรุ่นพี่เซี่ยฉานอย่างมากก็แค่เป็นเพื่อนธรรมดาที่เคยเจอกันไม่กี่ครั้งเท่านั้นแหละ"

"พูดอะไรแบบนั้น นายควรจะรวบรัดตัดความจีบให้ติดไปเลยสิ!"

"เรื่องนี้ฉันเข้าใจ เริ่มจากเป็นเพื่อนแล้วขยับมาเป็นน้องสาว สุดท้ายก็กลายเป็นที่รัก"

เจียงฝาน " ... "

เอาเถอะ เขาพอจะเข้าใจแล้วว่าไม่ว่าจะพูดอะไร สองคนนี้ก็ไม่มีทางเชื่อหรอก พวกเขาแค่เชื่อในสิ่งที่อยากจะเชื่อเท่านั้น การอธิบายให้คนพวกนี้ฟังมันก็แค่เสียเวลาเปล่า

ไอ้สองคนนี้ ... ในหัวไม่มีเรื่องอื่นเจือปนเลย มีแต่ความหื่นกามล้วนๆ!

การฝึกทหารในช่วงหลายวันต่อมา บางทีอาจจะเป็นเพราะผ่านช่วงปรับตัวมาแล้ว ความทรมานของเจียงฝานจึงค่อยๆ ลดลง

เมื่อทุ่มเทกายใจให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เวลาจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว

พริบตาเดียวก็ถึงวันสุดท้ายของการฝึกทหาร วันนี้มหาวิทยาลัยจัดการซ้อมรบขึ้น

เจียงฝานได้จับปืนและได้ยิงเป้าด้วย ถึงแม้จะใช้กระสุนซ้อมรบ แต่ก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก

ในประเทศเซี่ยที่แบนอาวุธปืนโดยเด็ดขาด คนส่วนใหญ่อย่าว่าแต่ได้จับปืนเลย ชาตินี้ทั้งชาติอาจจะไม่ได้เห็นปืนจริงด้วยซ้ำ

ช่วงบ่ายสี่โมงกว่าของวันนั้น

บนสนามของมหาวิทยาลัยซีหลิง ทันทีที่ครูฝึกประกาศจบการฝึกทหาร นักศึกษาใหม่ก็ส่งเสียงไชโยโห่ร้องดังกึกก้องราวกับพายุเฮอริเคน

เจียงฝานมองดูท่อนแขนที่คล้ำแดดของตัวเอง แววตาปรากฏรอยยิ้มจางๆ ขณะที่ใจชื้นขึ้น ความคิดก็ล่องลอยไปถึงนิยายเรื่องเซียนกระบี่โดยไม่รู้ตัว

ผ่านมาครึ่งเดือนแล้ว ไม่รู้ว่าสถิติเป็นยังไงบ้าง

เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงฝานก็ไม่รอช้า

จุดหมายปลายทาง ฝ่ายวิชาการ

ไม่คาดคิดว่าเพิ่งจะเดินออกจากสนามก็ถูกคนขวางทางไว้เสียก่อน

เซี่ยฉานในชุดกระโปรงยาวติดกิ๊บโบสีดำ กิ๊บติดผมลายการ์ตูนหลายตัวที่ติดอยู่ด้านข้างยิ่งเป็นจุดเด่น ช่วยเพิ่มความหวานน่ารักให้กับเธออย่างเต็มเปี่ยม

เธอมายืนรออยู่ที่นี่พักใหญ่แล้ว เธอเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม "รุ่นน้อง ไม่เจอกันนานเลยนะ"

มุมปากของเจียงฝานกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้

เซี่ยฉานเม้มปากยิ้ม "รุ่นน้อง ทำไมทุกครั้งที่เจอกันนายต้องทำหน้าตึงใส่ฉันตลอดเลย ฉันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ"

เจียงฝานพยักหน้า "น่ากลัวครับ"

เซี่ยฉานยกมือขึ้นกุมขมับ

หมอนี่ ... พูดจาไม่เข้าหูเลยสักนิด!

เธอไม่มัวพูดอ้อมค้อมอีกต่อไป บอกจุดประสงค์ของตัวเองออกมาตรงๆ "รุ่นน้อง เรื่องที่นายรับปากฉันไว้ก่อนหน้านี้คงยังไม่ลืมใช่ไหม เย็นนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหม"

เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงฝานก็ใจเต้นตึกตัก เดิมทีอยากจะปฏิเสธ แต่คำพูดที่มาจ่ออยู่ตรงริมฝีปากก็ถูกกลืนกลับลงคอไป

ช่างเถอะ หลบเลี่ยงยังไงก็คงไม่พ้น อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด!

"รุ่นพี่หาร้านได้แล้วก็ส่งวีแชทมาบอกผมแล้วกัน แต่ขอตกลงกันก่อนนะ ผมไม่ค่อยมีค่าใช้จ่าย มื้อนี้ถ้ารุ่นพี่เลี้ยงได้ก็เลี้ยง ถ้าเลี้ยงไม่ได้ รบกวนรุ่นพี่เลือกร้านที่ราคาถูกหน่อย ทางที่ดีก็อย่าให้เกินห้าสิบหยวนต่อคนนะครับ"

พูดจบเขาก็เดินจากไป

เซี่ยฉานมองตามแผ่นหลังของเจียงฝานที่เดินลับไป เธอก็อดไม่ได้ที่จะเหม่อลอย "เพิ่งเปิดเทอมได้แค่ครึ่งเดือน ก็ขัดสนขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย หรือว่า ... ในใจของหมอนี่ ฉันไม่มีแม้แต่คุณสมบัติที่จะให้เขาเลี้ยงข้าวสักมื้อเลยเหรอ"

ข้อสันนิษฐานนี้ทำให้เธอเริ่มสงสัยในเสน่ห์ของตัวเอง ตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยเจอผู้ชายแบบเจียงฝานมาก่อน และไม่เคยมีผู้ชายคนไหนปฏิบัติกับเธอด้วยท่าทีแบบนี้เลย

เย็นชา แถมยังดูเหมือนจะรังเกียจอยู่นิดๆ อีกต่างหาก

ฝ่ายวิชาการ

เจียงฝานรับโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์คืนมาได้อย่างราบรื่น

อาจารย์ที่รับผิดชอบเรื่องนี้เอ่ยแซว "นักศึกษา ฝึกทหารเสร็จตอนสี่โมงสิบนาที คุณมาขอรับโทรศัพท์กับคอมพิวเตอร์คืนตอนสี่โมงสิบเจ็ดนาที กระตือรือร้นจังเลยนะ ถ้าเอาความกระตือรือร้นแบบนี้ไปใช้กับการเรียน ทุนการศึกษาไม่หนีไปไหนแน่"

เจียงฝานที่กำลังเตรียมตัวจะเดินจากไปชะงักฝีเท้า เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "อาจารย์ครับ ฐานะทางบ้านผมไม่ค่อยดีก็จริง แต่ผมเชื่อว่าต้องมีคนที่ฐานะย่ำแย่กว่าผมแน่นอน ของแบบทุนการศึกษาน่ะ ควรเก็บไว้ให้คนที่จำเป็นต้องใช้มากกว่าดีกว่าครับ ส่วนผม ... เฮ้อ ผมขอสละสิทธิ์ก็แล้วกันครับ!"

อาจารย์ " ... "

นักศึกษาคนนี้พูดจา ... น่าสนใจดีแฮะ ทำเหมือนกับว่าตัวเองอยากได้ก็จะได้อย่างนั้นแหละ

ภายในหอพัก ทันทีที่เจียงฝานเปิดโทรศัพท์มือถือ เขาก็เห็นสายที่ไม่ได้รับหลายสิบสาย มีสายหนึ่งเป็นของหลิวเหมยลี่ ส่วนที่เหลือเป็นของอวี๋หมิงชวนทั้งหมด

สถานการณ์นี้ทำให้เขาใจคอไม่ค่อยดี

ทำไมบรรณาธิการถึงโทรหาเขาเยอะขนาดนี้ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย หรือว่า ... นิยายเรื่องใหม่จะมีปัญหา

วินาทีต่อมา เจียงฝานก็โทรกลับไปหาอวี๋หมิงชวน

รับสายทันที

"สวรรค์ ในที่สุดก็รับสายเสียที ท่านนักเขียน ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย จิ่นเซ่อ ทำไมโทรศัพท์นายถึงโทรไม่ติดเลย ถ้ายังติดต่อนายไม่ได้ ฉันว่าจะแจ้งตำรวจแล้วนะ"

เจียงฝานยิ้มแหย "พี่อวี๋ครับ ฝึกทหารต้องโดนยึดโทรศัพท์มือถือน่ะครับ ... "

"ฝึกทหารงั้นเหรอ" ยังไม่ทันที่เจียงฝานจะพูดจบ อวี๋หมิงชวนก็ร้องเสียงหลงมาจากปลายสาย "อย่าบอกนะว่านายยังเรียนอยู่น่ะ"

"ไม่ได้เหรอครับ" เจียงฝานสงสัย "ผมเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยครับ"

"ซี้ด ... สะดวกบอกไหมว่าปีนี้นายอายุเท่าไหร่แล้ว"

เมื่อได้ยินคำถามของอวี๋หมิงชวน เจียงฝานก็ไม่ได้แปลกใจ เว็บไซต์มีข้อมูลส่วนตัวของนักเขียนอยู่แล้ว แต่ใครใช้ให้เขาเขียนนิยายไม่ดังล่ะ บรรณาธิการคงไม่ว่างมานั่งดูข้อมูลของนักเขียนไส้แห้งอย่างเขาหรอก เว้นแต่จะว่างจัดจริงๆ

"ผมเพิ่งจะอายุครบสิบแปดปีครับ"

"เชี่ย!" อวี๋หมิงชวนพูดไม่ออกเลยทีเดียว "เข้าใจมาตลอดว่านายเป็นคุณลุงหัวล้านอายุสามสี่สิบมาตลอด ที่ไหนได้กลับเป็นแค่เด็กหนุ่มที่เพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยเนี่ยนะ ยังหนุ่มยังแน่นแท้ๆ ทำไมตั้งนามปากกาซะแก่เชียว"

"แก่เหรอครับ ก็ไม่เท่าไหร่นะ ถ้าไม่ใช่เพราะนามปากกาที่ผมคิดไว้ตอนแรกมันไม่ผ่านการอนุมัติ ผมก็ไม่อยากใช้นามปากกา 'จิ่นเซ่อ' หรอกครับ"

"ไม่ผ่านการอนุมัติงั้นเหรอ นามปากกาอะไร"

"ย่าผมชอบตบจ้าวจื่อหลง ซือหม่าไม่ทุบโอ่งกัวเต๋อกัง กล้าขี้ขลาดก็อย่าเอาข้าวไปขายสวรรค์ ... "

" ... "

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 13 - ผมเพิ่งจะอายุครบสิบแปดปี

คัดลอกลิงก์แล้ว