เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - วันรายงานตัว บรรณาธิการโทรหา

บทที่ 4 - วันรายงานตัว บรรณาธิการโทรหา

บทที่ 4 - วันรายงานตัว บรรณาธิการโทรหา


"สวัสดีครับเพื่อนนักศึกษา ตรงนี้คือจุดรายงานตัวนักศึกษาใหม่ใช่ไหมครับ"

ภายในมหาวิทยาลัยซีหลิง เจียงฝานที่หลงทางมานานกว่าหนึ่งชั่วโมงจำใจต้องเอ่ยปากถามทางอย่างจนปัญญา

ด้วยนิสัยส่วนตัว เขาไม่ใช่คนที่ชอบพูดคุยกับใครนัก ความจริงแล้วนักเขียนนิยายออนไลน์ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น นี่ถือเป็นผลกระทบระยะยาวจากการเอาแต่เขียนนิยายนั่นเอง

หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเจียงฝานสวมชุดกระโปรงสีฟ้าคราม ผมยาวสลวย สัดส่วนบนใบหน้าดูลงตัวอย่างยิ่ง บุคลิกที่ดูบริสุทธิ์อ่อนโยนทำให้ผู้พบเห็นต้องตาโตด้วยความชื่นชม

"จุดรายงานตัวนักศึกษาใหม่เหรอคะ"

เซี่ยฉานพิจารณาเจียงฝานที่อยู่ตรงหน้า เมื่อเห็นว่าเขาสองมือว่างเปล่า ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงกระเป๋าเป้ใบเดียว แววตาของเธอก็ทอประกายเจ้าเล่ห์วูบหนึ่ง "เดินไปทางทิศตะวันตกค่ะ เดินตรงไปจนสุดทางเลย"

เจียงฝานรีบกล่าวขอบคุณ จากนั้นก็มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก

เซี่ยฉานยืนอึ้งอยู่กับที่ "เอ๊ะ"

ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ใช้ข้ออ้างเรื่องถามทางมาเพื่อจีบเธอหรอกเหรอ

ก็แหม จะมีนักศึกษาใหม่ที่ไหนที่ไม่มีแม้แต่กระเป๋าเดินทางบ้างล่ะ

กว่าเธอจะได้สติ เงาของเจียงฝานก็หายไปจากตรงหน้าเสียแล้ว พวงแก้มขาวเนียนปรากฏริ้วแดงระเรื่ออย่างน่าเอ็นดู พลางบ่นพึมพำกับตัวเอง "จะโทษฉันก็ไม่ได้นะ โดนคนเข้ามาจีบทุกวัน จะเข้าใจผิดสักครั้งมันก็เป็นเรื่องธรรมดาแหละ ..."

ยี่สิบนาทีต่อมา

เจียงฝานมองห้องน้ำหญิงตรงหน้าแล้วเกาหัวแกรกๆ

เดินผิดทางอีกแล้วเหรอ

ประจวบเหมาะกับที่ตอนนั้นมีนักศึกษาหญิงสองคนเดินออกมาจากห้องน้ำ พอพวกเธอเห็นเจียงฝานยืนเซ่ออยู่ข้างๆ แววตาก็ฉายแววรังเกียจออกมา

"พวกโรคจิตหรือเปล่า"

"ฉันนึกว่าพวกโรคจิตจะมีแค่บนรถเมล์เสียอีก ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอหน้าห้องน้ำหญิงด้วย วันหลังจะเข้าห้องน้ำก็พยายามอย่ามาคนเดียวนะ ไม่ปลอดภัยเลย"

หลังจากนักศึกษาหญิงสองคนนั้นเดินจากไปไกลแล้ว เจียงฝานถึงเพิ่งจะรู้สึกตัว

โรคจิตเหรอ

คงไม่ได้หมายถึงเขาสินะ

ต้องไม่ใช่แน่ๆ ... เวรเอ๊ย!

เวลาสิบโมงครึ่ง เมื่อดวงอาทิตย์ลอยสูงขึ้น อากาศก็ยิ่งร้อนอบอ้าวมากขึ้นเรื่อยๆ

ณ จุดรายงานตัวนักศึกษาใหม่ หลังจากเจียงฝานรับกุญแจหอพักเสร็จ เขาก็ยังไม่ได้เดินจากไปในทันที แต่กลับยิ้มอย่างสุภาพให้กับรุ่นพี่ปีสี่ทั้งสามคนที่รับผิดชอบการรายงานตัว "รุ่นพี่ครับ สะดวกพาผมไปดูหอพักหน่อยไหมครับ ผมเป็นคนหลงทิศง่ายมาก กลัวว่าจะหลงทางเอาน่ะครับ"

ใต้เต็นท์บังแดด นักศึกษาชายปีสี่สามคนที่กำลังคุยกันอยู่ก็พากันพูดขึ้น

"รุ่นน้อง พวกพี่ไม่ค่อยสะดวกน่ะ"

"ใช่แล้ว พวกพี่มีหน้าที่แค่ลงทะเบียน ไม่ได้รับหน้าที่นำทาง"

"นายเดินไปทางทิศตะวันตกก่อน จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายแล้วค่อยเลี้ยวขวา ต่อด้วยเลี้ยวขวาแล้วเลี้ยวซ้าย ... เส้นทางง่ายๆ แค่นี้ ไม่เห็นจำเป็นต้องให้ใครนำทางเลย"

เจียงฝานไม่อยากพูดอะไรให้มากความ ขณะที่เขากำลังจะเดินจากไป เด็กสาวผมแกละสองข้างที่เพิ่งรับกุญแจหอพักเสร็จก็เอ่ยปากขอร้องแบบเดียวกับเขา พูดจบเธอก็ก้มหน้าด้วยความเขินอาย นิ้วชี้ทั้งสองข้างจิ้มเข้าหากัน "ถ้ารุ่นพี่ไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะคะ"

"สะดวก สะดวกมากเลยน้อง!"

"การนำทางมันก็อยู่ในขอบเขตงานของพวกพี่อยู่แล้ว รุ่นน้องจ๊ะ พี่เป็นคนไม่มีงานอดิเรกอะไร งานอดิเรกเดียวของพี่ก็คือการช่วยเหลือผู้อื่นนี่แหละ"

"ใช่ๆ รุ่นน้อง ทางไปหอพักจากตรงนี้มันซับซ้อนมาก ถ้าไม่มีคนนำทางไปมันไม่ได้จริงๆ ปะ เดี๋ยวพี่พาไปเอง"

ภาพการแย่งชิงกันของทั้งสามคนทำเอาเจียงฝานถึงกับมองบน "รุ่นพี่ทั้งสามคนครับ ผมยังยืนอยู่ตรงนี้นะ"

ทั้งสามคนหันมามองหน้ากันโดยไม่มีอาการเขินอายใดๆ หนึ่งในนักศึกษาชายร่างสูงดันแว่นตาบนสันจมูก "รุ่นน้อง ทำไมนายยังไม่ไปอีก"

เจียงฝาน "..."

ช่างเถอะ

เป็นตัวตลกก็ตัวตลกสิวะ

ก็แหม เขาไม่ได้มีแค่ผมแกละสองข้างนะ แต่ยังมีเรียวขายาวๆ กับปากหวานๆ ที่คอยเรียกรุ่นพี่ขาอยู่นี่นา

บริเวณหน้าห้องทะเบียน หลังจากเจียงฝานจ่ายค่าเทอมเสร็จ เงินในบัตรธนาคารก็เหลืออยู่แค่พันแปดร้อยกว่าหยวน ถ้าขืนไม่รีบปั่นนิยายเรื่องใหม่ มีหวังได้กินแกลบแน่

เจียงฝานเดินตามนักศึกษาใหม่คนอื่นๆ ไปจนเจออาคารหอพักได้อย่างราบรื่น

คนรอลิฟต์เยอะมาก จำเป็นต้องรอ

หลังจากรออยู่ครู่หนึ่ง คนหน้าลิฟต์ก็ยังคงแน่นขนัด เจียงฝานจึงตัดสินใจเดินขึ้นบันไดแทน เมื่อมาถึงชั้นหกเขาก็หอบแฮกๆ แล้ว

ภายในห้องพักหกศูนย์หกไม่มีใครอยู่เลย มีเตียงสองเตียงถูกปูเรียบร้อยแล้ว สภาพห้องโดยรวมค่อนข้างสะอาด เห็นได้ชัดว่ามีคนทำความสะอาดไปแล้ว

เมื่อเทียบกับหอพักของมหาวิทยาลัยที่ดูสะอาดสะอ้านและสว่างไสว ห้องเช่านอกมหาวิทยาลัยของเขามันก็คือรังสุนัขที่มืดมนและรกชัฏดีๆ นี่เอง แต่ถ้าไม่เช่าก็ไม่ได้ เสียงพิมพ์นิยายมันดังเกินไป แถมยังต้องใช้เวลานาน บางครั้งก็ต้องยุ่งจนดึกดื่น

แค่วันสองวันยังพอทน แต่ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปนานๆ อย่าว่าแต่คนอื่นจะมีปัญหาเลย เจียงฝานเองก็คงรู้สึกผิดเหมือนกัน

ตำแหน่งเตียงอยู่ติดหน้าต่าง เป็นเตียงชั้นล่าง

เจียงฝานรู้สึกพอใจมาก ปกติเวลาเรียนเสร็จก็พักผ่อนอยู่ที่หอพัก พอตกดึกค่อยกลับไปปั่นงานที่ห้องเช่า

เขาไปซื้อผ้าห่มกับผ้าปูที่นอนมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นล่าง หลังจากปูเตียงเสร็จ เขาก็ทิ้งตัวลงนอนอย่างสบายใจ

หัวเพิ่งจะถึงหมอน เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

บรรณาธิการอวี๋หมิงชวนโทรมา

เจียงฝานลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็กดรับสาย "พี่อวี๋ มีธุระอะไรกับผมเหรอครับ"

"จิ่นเซ่อ นิยายเรื่องใหม่ของนายมันยังไงกัน ทำไมพล็อตวีรบุรุษช่วยสาวงามถึงถูกแก้ไปแล้วล่ะ"

'จิ่นเซ่อ' คือนามปากกาของเจียงฝาน ในแวดวงนักเขียนมักจะเรียกกันด้วยนามปากกา นักเขียนหลายคนรู้จักกันมานานหลายปีแต่กลับไม่รู้ชื่อจริงของอีกฝ่ายเลย นี่ถือเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป

"หา"

เจียงฝานถึงกับงง

เขากำลังเตรียมตัวจะแก้เนื้อหาอยู่พอดี ก็แค่เตรียมตัว ยังไม่ได้แก้เลยสักนิด

"พล็อตเรื่องใหม่ดู ... ไม่เลวเลยนะ"

เจียงฝานยิ่งงงเข้าไปใหญ่ แต่ก็ทำได้แค่เออออไปตามน้ำกับบรรณาธิการ "ผมคิดอยากจะ ... ลองสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ดูนิดหน่อยน่ะครับ อืม ก็ประมาณนี้แหละ"

ในฐานะบรรณาธิการ อวี๋หมิงชวนย่อมอยากให้นักเขียนได้ใช้จินตนาการอย่างอิสระมากกว่า "ได้สิ ผลงานหลายเรื่องก่อนหน้านี้ของนายกระแสค่อนข้างธรรมดา แต่เรื่องนี้ยอดคนรออ่านตอนแรกล้นหลามมาก นายต้องตั้งใจทำให้ดีๆ ล่ะ พยายามปั้นให้เป็นนิยายระดับท็อปให้ได้ มีเวลาว่างก็มาคุยเรื่องพล็อตเรื่องส่วนที่เหลือของนายกับฉันหน่อยนะ"

"เรื่องนั้น ..."

เจียงฝานถึงกับพูดไม่ออก

พล็อตเรื่องส่วนที่เหลืองั้นเหรอ

เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักอย่าง!

"มีปัญหาอะไรลำบากใจงั้นเหรอ"

"ไม่มีครับ"

เจียงฝานหัวเราะกลบเกลื่อน "ได้ครับ เดี๋ยวตอนเย็นหลังอัปเดตตอนใหม่เสร็จ พวกเราค่อยคุยกันทางวีแชทนะครับ"

"โอเค รอสายจากนายนะ"

หลังจากวางสาย เจียงฝานก็ถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา เขาหยิบแล็ปท็อปออกมาแล้วล็อกอินเข้าสู่ระบบหลังบ้านของเว็บไซต์ ก็พบว่าพล็อตวีรบุรุษช่วยสาวงามในแดนลับหลีเทียนถูกแก้ไขไปแล้วจริงๆ เขาพยายามข่มความตกใจเอาไว้ แล้วกัดฟันอ่านเนื้อเรื่องส่วนที่ถูกเปลี่ยนจนจบ

เนื้อเรื่องใหม่ ...

โคตรจะลื่นไหลเลย!

ลื่นไหลกว่าแต่ก่อนเยอะมาก อ่านแล้วได้อารมณ์สุดๆ คุณภาพโดยรวมสูงกว่าเดิมไม่รู้ตั้งกี่ระดับ เสียงตอบรับในคอมเมนต์ของตอนนี้ก็ไม่เลวเลยด้วย

"โอ๊ะ นี่แก้พล็อตใหม่เหรอ อ่านดูดีกว่าแต่ก่อนเยอะเลย แค่หลินเซ่าเทียนกระจอกๆ ยังกล้ามาแตะต้องลั่วเซียนของฉัน คางคกอยากกินเนื้อหงส์แท้ๆ หน้าตาก็อัปลักษณ์ยังจะมาหวังสูงอีก!"

"ไม่เลวเลย หวังว่าท่านนักเขียนจิ่นเซ่อจะรักษามาตรฐานระดับนี้ไว้ได้ตลอดไปนะ!"

"จิ๊ๆ แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าเด็ดขาด ลั่วเซียนโคตรเท่เลย!"

"จิ๊ๆ นี่มันนิยายชายเป็นใหญ่ที่เน้นตัวเอกหญิงงั้นเหรอ ไม่เบาเลยนะเนี่ย สร้างมิติของตัวละครออกมาได้สมบูรณ์แบบมาก น่าสนใจดีแฮะ"

...

หลังจากเจียงฝานอ่านคอมเมนต์ใหม่ๆ หลายสิบข้อความจบ เขาก็รู้สึกชาไปทั้งตัว

พล็อตเรื่องลื่นไหลขึ้นมันก็ถือเป็นเรื่องดีแหละ ประเด็นสำคัญคือเขาไม่ได้เป็นคนเขียนไง ถ้าบรรณาธิการไม่เตือน เขาก็คงไม่รู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำ

ผีหลอกกลางวันแสกๆ ชัดๆ!

เจียงฝานไม่ชอบคิดมาก เรื่องไหนคิดไม่ออก เขาก็ขี้เกียจจะไปคิดหาคำตอบให้ปวดหัว ยังไงก็มีเรื่องหนึ่งที่มั่นใจได้ นั่นก็คือเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับการที่ลั่วเซียนมาปรากฏตัวในโลกแห่งความเป็นจริงเมื่อคืนอย่างแน่นอน

ช่างเถอะ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว อัปเดตตอนต่อไปก่อนดีกว่า

ไม่กี่นาทีต่อมา คำสบถคุ้นหูก็หลุดออกมาจากปากเขา ... เชี่ยเอ๊ย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 4 - วันรายงานตัว บรรณาธิการโทรหา

คัดลอกลิงก์แล้ว