- หน้าแรก
- ปฐมกาล จ้าวอสรพิษ
- บทที่ 493 เมืองเลี่ยเฟิง (วายุเพลิง) (2/2)
บทที่ 493 เมืองเลี่ยเฟิง (วายุเพลิง) (2/2)
บทที่ 493 เมืองเลี่ยเฟิง (วายุเพลิง) (2/2)
สิ่งที่สวี่เฮยไม่รู้ก็คือ แม้เขาจะจากไปแล้ว แต่วีรกรรมของเขากลับถูกเล่าขานต่อกันมา
ชายฉกรรจ์หน้าดำทะมึน พุ่งพรวดขึ้นมาจากใต้ดิน ควบคุมกองทัพแมลง สังหารผู้คนไปถึงยี่สิบคนโดยไม่ไว้หน้าใคร ผู้คนในยุทธภพต่างขนานนามเขาว่า——มารแมลง (ฉงหมัว)
ในสมรภูมิต่างแดน มักจะมียอดฝีมือบางคนที่ได้รับฉายา นี่คือการยอมรับในความแข็งแกร่งอย่างหนึ่ง
เมืองเลี่ยเฟิง (วายุเพลิง) ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของตงฮวาง (แดนรกร้างตะวันออก) เป็นหนึ่งในสามเมืองใหญ่แห่งตงฮวาง
ภายในเมืองมียอดฝีมือมากมายดั่งเมฆหมอก กองกำลังป้องกันเรียกได้ว่าแข็งแกร่งที่สุดในตงฮวาง นี่ก็เป็นเหตุผลที่หลัวกังกล้านำทัพคนกลุ่มใหญ่ เดินทางรอนแรมจากเมืองเลี่ยเฟิงมาไกลถึงเพียงนี้
เขาไม่กลัวเลยว่าเมืองจะว่างเปล่าและถูกคนฉวยโอกาสโจมตี เพราะเมืองเลี่ยเฟิงมีศักยภาพความแข็งแกร่งนี้รองรับอยู่
ทว่าในช่วงหลายวันมานี้ เมืองเลี่ยเฟิงกลับต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก
"ผ่านไปหนึ่งปีแล้ว กลับยังตามหาปรมาจารย์เฉินไม่พบ ค่ายกลก็ไม่มีใครซ่อมแซม จะทำอย่างไรดีล่ะทีนี้?"
ภายในจวนเจ้าเมือง หลัวกังมีสีหน้าอมทุกข์คิ้วขมวดเข้าหากัน
ปรมาจารย์เฉิน นามว่า เฉินจื่อมั่ว คือปรมาจารย์ด้านค่ายกลอันดับหนึ่งของเมืองเลี่ยเฟิง ทว่าเมื่อหนึ่งปีก่อน เขาเดินทางออกไปข้างนอกแล้วหายตัวไป จนบัดนี้ก็ยังไม่กลับมา ข่าวคราวเงียบหาย แม้แต่ป้ายหยกสื่อสารก็ใช้การไม่ได้
พวกเขาส่งคนออกไปมากมาย ค้นหาแบบปูพรม ค้นหาตามสถานที่อันตรายและซากโบราณสถานทุกแห่งจนทั่ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววใดๆ
เมื่อไม่มีเฉินจื่อมั่วมาคอยซ่อมแซมค่ายกล พลังป้องกันของเมืองเลี่ยเฟิงก็จะลดฮวบลงอย่างมาก นานวันเข้า ย่อมหลีกเลี่ยงความวุ่นวายไม่ได้แน่
"ทาง 'เทียนหวัง' (ตาข่ายฟ้า) มีข่าวอะไรบ้างไหม?" หลัวกังเอ่ยถาม
"ชั่วคราวยังไม่มีขอรับ" ลูกน้องคนหนึ่งตอบกลับ
"ไม่มีรึ? ผ่านไปตั้งหนึ่งปีแล้วยังไม่มีข่าวคราว เทียนหวังมันเอาแต่อมตะบักรึไง! เอาเงินไปโยนให้หมากินหมดแล้วหรือไง?" หลัวกังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
เทียนหวัง คือองค์กรนักฆ่าอันดับหนึ่งแห่งสมรภูมิต่างแดน และยังเป็นเครือข่ายข่าวกรองอันดับหนึ่งด้วย แต่กลับหาคนๆ เดียวไม่พบ
เขาเสียเงินไปตั้งมากมาย ผ่านไปหนึ่งปีเต็ม กลับไม่มีข่าวคราวใดๆ เรื่องนี้ทำให้เขาโกรธจนแทบกระอัก
"พี่หลัว ไม่ลองใช้บริการองค์กรนักฆ่าที่เพิ่งก่อตั้งใหม่นั่นดูล่ะ?" กงซุนป๋อกล่าวอย่างลังเล
"เจ้าหมายถึง 'จิ่วโถวเสอ' (อสรพิษเก้าหัว) งั้นรึ?" หลัวกังมีสีหน้าลำบากใจ ลังเลพลางกล่าวว่า "จิ่วโถวเสอเป็นศัตรูคู่อาฆาตของเทียนหวังนะ หากข้าร่วมมือกับพวกมัน ทางเทียนหวังจะไม่ขัดเคืองเอาหรือ?"
"ขัดเคืองแล้วไงล่ะ? เทียนหวังไร้น้ำยาเอง จะไม่ให้พวกเราไปหาคนอื่นเลยรึไง?" กงซุนป๋อแค่นเสียงหยัน
เมื่อปีที่แล้ว จิ่วโถวเสอเคยส่งข่าวมาบอกว่าพวกเขาสามารถตามหาตัวเฉินจื่อมั่วพบได้ โดยต้องการค่าตอบแทนเป็นหินวิญญาณห้าล้านก้อน
แต่หลัวกังก็ไม่สนใจพวกมันเลยสักนิด องค์กรนักฆ่าที่เพิ่งเปิดมาไม่ถึงปี จะไปมีน้ำยาอะไรได้?
บัดนี้เวลาผ่านไปหนึ่งปี จิ่วโถวเสอก็ได้ตั้งหลักอย่างมั่นคง และรับงานใหญ่ไปหลายงาน เป็นการพิสูจน์ความแข็งแกร่งของพวกเขาว่ามีคุณสมบัติพอที่จะต่อรองเงื่อนไขได้จริงๆ
"พวกเจ้าเห็นว่าอย่างไร?" หลัวกังหันไปมองคนอื่นๆ
ชายใบหน้ามืดมนที่ปิดบังใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ลองดูก็ได้ แต่ถ้าทำไม่สำเร็จ ข้าจะไปถล่มจิ่วโถวเสอนี่ซะ!"
ชายร่างอ้วนตุ๊ต๊ะที่นอนเอนกายอยู่บนเก้าอี้ พูดด้วยท่าทีเกียจคร้าน "ตามใจเจ้าเถอะ ยังไงซะข้าก็ไม่ได้เป็นคนจ่ายเงินอยู่แล้ว"
หลังจากการหารือ หลัวกังก็ตัดสินใจที่จะไปเยือนด้วยตัวเอง เพื่อเจรจาธุรกิจกับองค์กรจิ่วโถวเสอ
…………
สวี่เฮยเดินทางรอนแรมมาห้าวันเต็ม ในที่สุดก็มาถึงนอกเมืองเลี่ยเฟิง
เมื่อทอดสายตามองออกไป ทรายสีเหลืองปลิวว่อนเต็มท้องฟ้า ลมพายุพัดกระหน่ำ เมฆดำทะมึน สมกับเป็นเมืองเลี่ยเฟิง สมชื่อจริงๆ ด้านนอกถึงกับมีลมพัดแรงขนาดนี้
ทว่าพอมองเข้าไปในเมืองเลี่ยเฟิง กลับเป็นภาพความสงบร่มเย็น เห็นได้ชัดว่ามีค่ายกลคอยปกป้องอยู่
ความหนาแน่นของพลังวิญญาณ ณ ที่แห่งนี้ เทียบเคียงได้กับซากโบราณสถานยุคบรรพกาลเลยทีเดียว คิดว่าคงเป็นดินแดนมงคลที่หลงเหลือมาจากยุคบรรพกาล คล้ายคลึงกับวิหารเทพราชัน จึงมีการสร้างเมืองขึ้นด้านบน ทำให้มีผู้บำเพ็ญเพียรหลั่งไหลมารวมตัวกันที่นี่