- หน้าแรก
- ปฐมกาล จ้าวอสรพิษ
- บทที่ 492 พุ่งทะยานทะลวงใต้ดิน ปะทะเจี๋ยซิว (1/2)
บทที่ 492 พุ่งทะยานทะลวงใต้ดิน ปะทะเจี๋ยซิว (1/2)
บทที่ 492 พุ่งทะยานทะลวงใต้ดิน ปะทะเจี๋ยซิว (1/2)
มิติที่แตกสลายกำลังลุกลามขึ้นไปเบื้องบน เวลาไม่คอยท่า สวี่เฮยตวาดเสียงเย็น "ข้าให้เวลาเจ้าคิดแค่สามลมหายใจเท่านั้น"
"จะยอมติดตามข้าห้าร้อยปี แล้วข้าจะช่วยฝูงแมลงของเจ้าออกมา หรือจะให้ข้าโยนเจ้าเข้าไปในฝูงคน ปล่อยให้ถูกย่ำยีตามใจชอบ คิดดูให้ดี!"
ราชินีแมลงจ้องสวี่เฮยเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ผ่านไปครู่หนึ่ง นางก็กัดฟันพูด "เจ้าจะให้ข้าเชื่อใจเจ้าได้อย่างไร?"
"เหลืออีกสองลมหายใจ!" สวี่เฮยตอบกลับอย่างเย็นชา
ราชินีแมลงก็ร้อนใจขึ้นมา ตวาดลั่น "ห้าร้อยปีมันนานเกินไป ข้าจะอยู่กับเจ้าแค่สิบปี พอเส้นทางรอบหน้าเปิดขึ้น เราสองคนถือว่าหายกัน!"
เริ่มต่อรองราคาแล้วสิ หั่นจากห้าร้อยปีเหลือแค่สิบปีดื้อๆ ทำเอาสวี่เฮยมุมปากกระตุก กล้าต่อรองมาได้นะ
"เหลืออีกหนึ่งลมหายใจ!" สวี่เฮยกล่าว
ราชินีแมลงหน้าเขียวปัด "ยี่สิบปี นี่คือขีดสุดของข้าแล้ว!"
สวี่เฮยยังคงไม่สะทกสะท้าน วินาทีนี้ ครบสามลมหายใจแล้ว สวี่เฮยออกแรงบีบฝ่ามือเล็กน้อย ชูราชินีแมลงขึ้นสูง เตรียมจะโยนเข้าไปในห้วงมิติที่กำลังแตกสลาย
ส่วนเรื่องถลกเปลือกโยนเข้าฝูงคน เขาแค่พูดขู่ไปอย่างนั้นแหละ เขาไม่ทำแบบนั้นจริงๆ หรอก มีแต่จะหาเรื่องใส่ตัว ในเมื่อไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง สู้ฆ่าทิ้งซะเลยดีกว่า จบๆ กันไป
"ครบสามลมหายใจแล้ว เจ้าไปตายซะเถอะ" สวี่เฮยกล่าว
ราชินีแมลงก็คิดไม่ถึงว่า ที่สวี่เฮยบอกจะโยนทิ้งเป็นแค่คำล้อเล่น แต่จริงๆ แล้วกะจะเชือดนางทิ้งดื้อๆ เลยต่างหาก
"ไว้ชีวิตด้วย!" ทันใดนั้น ในถุงเก็บของของสวี่เฮยก็มีเสียงร้องของจี๋อิ่ง (เงาสุดขั้ว) ดังขึ้น
จี๋อิ่งรีบพูดกับราชินีแมลง "ท่านราชินี หนึ่งร้อยปีได้หรือไม่ขอรับ? ท่านยังมีเวลาชีวิตอีกยาวไกล จะมาทิ้งขว้างแบบนี้ไม่ได้นะขอรับ!"
ขณะเดียวกัน ก็ส่งกระแสจิตหาสวี่เฮย "สวี่เฮย เจ้าบำเพ็ญเพียรเร็วขนาดนี้ หนึ่งร้อยปีกับห้าร้อยปีก็ไม่ต่างกันหรอก ถือว่าทำบุญทำทานเถอะนะ"
จี๋อิ่งพยายามเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย หวังให้ทั้งสองฝ่ายยอมถอยคนละก้าว
"เจ้ายังพูดได้อยู่อีกรึ?" สวี่เฮยแปลกใจเล็กน้อย
ตอนที่เล่ยเสวียนจับตัวจี๋อิ่ง โจมตีแค่ครั้งเดียวก็ทำเอามันปางตายแล้ว นึกไม่ถึงว่าจะมีแรงเหลือมาพูดอีก ดูท่าจะลงมือเบาไปหน่อย
จี๋อิ่งรีบส่งกระแสจิตบอก "สวี่เฮย ข้าจงรักภักดีต่อเจ้าอย่างที่สุดนะ ตัวข้าอยู่กับราชินีแมลง แต่ใจข้าอยู่กับเจ้า! ถ้าข้าไม่ช่วยล่อกองกำลังหลักของราชินีแมลงไป เจ้าจะจับนางได้ง่ายดายแบบนี้เหรอ? ข้าเข้าข้างเจ้าเต็มที่เลยนะ!"
จี๋อิ่งพูดจากะล่อนปลิ้นปล้อน แต่กลับฟังดูมีเหตุมีผล ทำเอาสวี่เฮยฟังแล้วถึงกับอึ้งไปเลย
แต่ทว่า เขาไม่ได้หลอกง่ายเหมือนราชินีแมลง จึงไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงเรื่องนี้ต่อ
พอราชินีแมลงได้ยินเสียงของจี๋อิ่ง อารมณ์ก็เย็นลงไม่น้อย
แม้เมื่อเทียบกับการถูกหยามเกียรติ นางยอมตายเสียดีกว่า แต่นางก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีจี๋อิ่งอยู่อีกตัว จี๋อิ่งต้องคิดหาวิธีดีๆ ออกแน่
"ตกลง หนึ่งร้อยปีก็หนึ่งร้อยปี ข้ายอมติดตามเจ้าหนึ่งร้อยปี" น้ำเสียงของราชินีแมลงแฝงไว้ด้วยความเคียดแค้น แต่ก็ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม
มาถึงขั้นนี้ สวี่เฮยก็ยอมลงให้ พยักหน้าตอบ "ได้ เจ้าทำตัวตามสบายก่อน"
ราชินีแมลงผ่อนคลายทั่วร่าง รั้งจิตสัมผัสกลับมา หลับตาลง ละทิ้งการต่อต้านทั้งหมด มีเพียงการทำตัวให้เหมือนศพเช่นนี้เท่านั้น ถึงจะสามารถถูกเก็บเข้าไปในถุงเก็บของได้
สวี่เฮยสะบัดมือ จิตสัมผัสสายหนึ่งก็ห่อหุ้มร่างของราชินีแมลงไว้ ชั่วพริบตาราชินีแมลงก็กลายเป็นลำแสง ถูกเก็บเข้าไปในถุงเก็บของ
พื้นที่ในถุงเก็บของคับแคบและมืดสลัว ราชินีแมลงรู้สึกอัปยศอดสูเป็นที่สุด แต่ก็ทำได้เพียงอดทนไว้
"ตามที่ตกลงกันไว้ ข้าจะช่วยฝูงแมลงของเจ้าออกไป แต่ข้าช่วยได้เพียงส่วนน้อยเท่านั้น ส่วนที่เหลือพวกมันต้องหาทางหนีเอาตัวรอดเอง" สวี่เฮยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ราชินีแมลงนิ่งเงียบไร้เสียง
สวี่เฮยตบถุงเก็บของ หยิบหินวิญญาณระดับสูงออกมากำใหญ่ ไว้ในมือ
พอสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณ มดกลืนวิญญาณและแมงมุมหินหน้าผีทั้งหมด ก็พากันพุ่งเข้าหาหินวิญญาณ
เมื่อเทียบกับคำสั่งของราชินีแมลงแล้ว หินวิญญาณก็เป็นคำสั่งชั้นยอดเช่นกัน!
สวี่เฮยหยิบยันต์ทะลวงดินออกมา ห่อหุ้มหินวิญญาณไว้ จากนั้นก็ขว้างหินวิญญาณไปยังทิศทางที่ห่างไกลจากมิติที่กำลังแตกสลาย ยันต์ทะลวงดินทำงาน พุ่งทะยานออกไปไกล ฝูงแมลงก็กระจายตัวออกทันที วิ่งไล่ตามยันต์ทะลวงดินไป
นี่คือวิธีช่วยเหลือฝูงแมลงที่ดีที่สุดแล้ว