- หน้าแรก
- ปฐมกาล จ้าวอสรพิษ
- บทที่ 491 การต่อรอง (2/2)
บทที่ 491 การต่อรอง (2/2)
บทที่ 491 การต่อรอง (2/2)
"ไม่ผิดขอรับ" สวี่เฮยลังเลเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถาม "ผู้อาวุโสมีคำชี้แนะอันใดหรือ?"
"เจ้าดวงดีไม่เบา ที่เจอข้าตั้งแต่ครั้งแรก วิญญาณมังกรในสุสานมังกรแห่งนี้ ใช่ว่าทุกตนจะเป็นพวกใจดีหรอกนะ" เล่ยเสวียนกล่าวอย่างมีความหมายแฝง
สวี่เฮยตกใจอดไม่ได้ รีบถาม "หมายความว่าอย่างไรขอรับ?"
"วิญญาณมังกรในสุสานมังกร ล้วนมีแก่นแท้แห่งมรรคา (เต้าซิน) ที่แตกต่างกัน วิญญาณมังกรส่วนน้อยที่สุดโต่ง คือร่างจำแลงของจิตมุ่งร้าย และเป็นแหล่งรวมของความบ้าคลั่ง หากอัญเชิญพวกมันออกมา แม้จะไม่ถึงขั้นทำร้ายเจ้า แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะทิ้งบาดแผลทางจิตใจไว้ให้เจ้าสักเล็กน้อย"
"แต่มีสิ่งหนึ่งที่วางใจได้ คือพวกมันล้วนแข็งแกร่งมาก! ยิ่งบ้าคลั่ง ก็ยิ่งแข็งแกร่ง! ไม่แน่ว่าอาจจะจับราชินีแมลงตัวนี้เป็นทาสได้ในทันทีเลยล่ะ" เล่ยเสวียนหัวเราะ
สวี่เฮยนิ่งเงียบไร้เสียง ในใจขบคิดถึงความหมายแฝงในคำพูดของเล่ยเสวียน
ทว่าในตอนนั้นเอง ด้านหลังก็พลันมีเสียงแตกหักดังแกรกๆ
มองเห็นสถานที่ที่พวกเขาเพิ่งจะผ่านมา ปรากฏรอยแยกมิติแพร่กระจายออกไปนับไม่ถ้วน รอยแยกเหล่านี้ไม่เพียงแต่ไม่สมานตัว แต่กลับยิ่งขยายตัวเร็วขึ้น และลุกลามโถมเข้ามาทางนี้อย่างบ้าคลั่ง
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น?" สวี่เฮยหน้าถอดสีด้วยความหวาดหวั่น
"ข้าเพิ่งบอกไป ว่าจะมีผลข้างเคียงเล็กน้อย นี่แหละคือผลข้างเคียงที่ว่า" เล่ยเสวียนกล่าว
เมื่อครู่นี้ เล่ยเสวียนได้ใช้พลังแห่งกฎเกณฑ์ไปเสี้ยวหนึ่ง แต่ในโลกเบื้องบนที่แตกสลายแห่งนี้ กฎเกณฑ์แห่งมรรคาสวรรค์นั้นไม่สมบูรณ์ ทันทีที่ใช้พลังแห่งกฎเกณฑ์ ก็จะทำให้มิติในบริเวณนั้นเกิดการพังทลาย
แม้จะไม่พังทลายไปตลอดกาล แต่ภายในรอบวัฏจักรสิบปีนี้ สถานที่แห่งนี้ย่อมไม่มีทางฟื้นฟูกลับคืนมาได้ และจะกลายเป็นดินแดนแห่งความว่างเปล่า
"รีบหนีเร็ว!" สวี่เฮยคว้าตัวราชินีแมลง พุ่งทะยานขึ้นไปเบื้องบนทันที ฝูงแมลงเองก็รีบตามมาติดๆ เพื่อหลบหนีมิติที่กำลังแตกสลาย
"นี่แม่งเรียกว่าผลข้างเคียงเล็กน้อยงั้นรึ?"
สวี่เฮยหน้าดำคร่ำเครียด เขาอุตส่าห์หลงคิดว่าหมายถึงร่างกายของเขา นึกไม่ถึงว่าจะหมายถึงโลกใบนี้
"เอาล่ะ หมดเวลาแล้ว จำคำพูดของข้าไว้ให้ดีล่ะ!"
สิ้นเสียงของเล่ยเสวียน สวี่เฮยก็รู้สึกได้ว่าวิญญาณมังกรที่เลือนรางสายหนึ่ง ได้พุ่งบินออกจากทะเลจิตสำนึกของเขา หวนคืนสู่ปรโลก และกลับไปสู่สุสานมังกร
สวี่เฮยผ่อนคลายจิตใจลง ได้รับสิทธิ์ในการควบคุมร่างกายกลับคืนมา
ในวินาทีนั้น เขาแทบจะสลบเหมือดไปในทันที ก่อนหน้านี้ตอนที่เล่ยเสวียนควบคุมร่าง เขาไม่ได้รู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอสักเท่าไหร่ จนกระทั่งตอนนี้ เขาถึงได้รู้ซึ้งว่า ตัวเองบาดเจ็บหนักหนาสาหัสแค่ไหน
เพื่อจะควบคุมราชินีแมลงตัวนี้ เขาต้องจ่ายค่าตอบแทนไปไม่น้อยเลย เลือดมังกรหายไปหนึ่งหยด แถมยังได้แผลมาเต็มตัวอีก
ราชินีแมลงเองก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของสวี่เฮย จึงตวาดลั่น "ไอ้หนู รีบปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้ ได้ยินไหม?"
เมื่อเทียบกับสวี่เฮยแล้ว ราชินีแมลงยิ่งอ่อนแอหนักกว่า นางถูกสายฟ้าทำให้ชาไปทั้งตัว ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีตราประทับดับวิญญาณ ทำให้ตกเป็นเบี้ยล่าง ทว่าน้ำเสียงกลับยังคงดุดัน ราวกับกำลังออกคำสั่ง
สวี่เฮยไม่สนใจนาง เพียงแค่ถามว่า "เจ้าเข้าไปอยู่ในถุงเก็บของได้ไหม?"
"อะไรนะ? เจ้าคิดจะให้ข้าเข้าไปอยู่ในถุงเก็บของงั้นรึ?" ราชินีแมลงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ กัดฟันกรอด "ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็ไม่ยอมเข้าไปอยู่ในถุงเก็บของเด็ดขาด!"
สำหรับราชินีแมลง การให้นางเข้าไปอยู่ในถุงเก็บของ ก็เท่ากับยอมไปเป็นสัตว์เลี้ยงของคนอื่น นี่มันหยามเกียรติกันชัดๆ!
"ตายรึ? เจ้าคิดง่ายเกินไปแล้ว ข้าจะถลกเปลือกเจ้าออกให้หมด แล้วโยนเจ้าเข้าไปในฝูงคน มนุษย์ข้างนอกนั่นมีสารพัดวิธีที่จะทรมานเจ้า"
"จะยอมจำนนต่อพวกมัน หรือจะเข้าไปอยู่ในถุงเก็บของของข้า? ข้าขอรับรองว่า ขอเพียงเจ้าติดตามข้าไปห้าร้อยปี หลังจากห้าร้อยปี ข้าจะคืนอิสระให้เจ้าอย่างแน่นอน" สวี่เฮยกล่าว
ราชินีแมลงในมือถึงกับเงียบกริบไปในทันที
สวี่เฮยมองลงไปยังโลกแห่งความว่างเปล่าที่กำลังลุกลามอยู่เบื้องล่าง ในนั้นยังมีแมลงที่กำลังสับสนงุนงงถูกกลืนกินเข้าไปด้วย
แม้จะลุกลามไม่เร็วนัก แต่แมลงเหล่านี้สูญเสียการสั่งการไปแล้ว ก็เหมือนกับแมลงวันที่ไร้หัว หากพุ่งพรวดพราดเข้าไป ก็มีแต่ตายสถานเดียว
"และข้าก็จะช่วยเจ้า ช่วยเหลือแมลงพวกนี้กลับมาด้วย"