เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 - ฉันอยากรู้!

บทที่ 19 - ฉันอยากรู้!

บทที่ 19 - ฉันอยากรู้!


หลุมบางหลุม ถ้านายไม่ลองเหยียบลงไป ก็คงไม่รู้หรอกว่ามันคือหลุม

"จริงๆ แล้ว ฉันว่าไปตั้งกระทู้ในเว็บบอร์ดก็ดีเหมือนกันนะ..."

"ได้ผลช้าไป"

"งั้นพวกเรา..."

"นักศึกษาซ่งเจียมู่!"

อวิ๋นซูเฉี่ยนพูดแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง "นี่คือโอกาสในการแสดงจุดเด่นของชมรมเรานะ ถ้าแค่ไปตั้งกระทู้ในเว็บบอร์ด คนอื่นก็มองไม่เห็นภาพ แล้วจะดึงดูดคนมาได้ยังไงล่ะ ฉันยอมรับนะว่านายก็หน้าตาดีอยู่ 'นิดนึง' แค่นายไปนั่งหล่อๆ ตรงนั้น งานรับสมัครสมาชิกของเราก็สำเร็จไปกว่าครึ่งแล้ว"

"ถ้าเธอพูดซะขนาดนี้ ฉันก็คงหาเหตุผลมาปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะ"

ซ่งเจียมู่อารมณ์ดีขึ้นมาทันที ร้อยวันพันปีเพิ่งจะเคยได้ยินคำชมจากปากเธอเป็นครั้งแรก รู้สึกว่ายัยนี่ก็ไม่ได้น่ารำคาญขนาดนั้นแล้วแฮะ

ทั้งสองคนตกลงกันปุ๊บก็ลงมือปั๊บ

ความสามารถในการลงมือทำของอวิ๋นซูเฉี่ยนนั้นสูงมาก ก่อนหน้านี้แค่ลำบากตรงที่ไม่มีคนช่วย แต่ตอนนี้หา 'แรงงานฟรี' มาได้แล้ว มีหรือที่เธอจะไม่สูบเลือดสูบเนื้อเขาให้คุ้ม

...

ตอนบ่ายหลังจากเลิกเรียน อวิ๋นซูเฉี่ยนก็ไปดักจับซ่งเจียมู่ที่กำลังเตรียมตัวจะชิ่งไปเตะบอล แล้วลากเขาไปร้านถ่ายเอกสารด้วยกัน เพื่อพิมพ์ใบปลิวรับสมัครสมาชิกประมาณสามร้อยใบ

【นิยายหมดสต๊อกเหรอ? สมองตันเขียนไม่ออกใช่ไหม? หาคนคอเดียวกันเพื่อป้ายยานิยายดีๆ ไม่ได้งั้นสิ? ไม่มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ปั่นต้นฉบับด้วยกันหรือเปล่า? ...มาสิ! มาร่วมกับเรา! มาแหวกว่ายในโลกวรรณกรรมอันแสนบรรเจิดไปด้วยกัน!】

ซ่งเจียมู่อ่านเนื้อหาในใบปลิวอย่างละเอียด กิจกรรมชมรมอย่างการแชร์ลิสต์หนังสือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากการอ่าน แลกเปลี่ยนเทคนิคการแต่งนิยาย ออกไปทัศนศึกษาหาแรงบันดาลใจ ผลัดกันอวยนิยายของอีกฝ่าย และแข่งกันปั่นต้นฉบับ สำหรับคนที่ชอบอ่านและชอบเขียนนิยายอย่างเขาแล้ว มันช่างดึงดูดใจสุดๆ

เมื่อเทียบกับชมรมวรรณกรรมทั่วๆ ไปแล้ว ชมรมวิจัยนิยายออนไลน์ดูจะมีบรรยากาศที่ผ่อนคลายกว่ามาก

แต่ยังไงซะในหมู่นักศึกษา มันก็ยังถือเป็นงานอดิเรกเฉพาะกลุ่มอยู่ดี ได้ยินมาว่าชมรมอีสปอร์ตข้างๆ มีคนมาต่อคิวรอสัมภาษณ์แน่นเอี้ยดทุกวัน ขนาดสาขาเกม League of Legends ยังต้องมีแรงก์แพลตทินัมขึ้นไปถึงจะมีสิทธิ์เข้าสัมภาษณ์เลย

"ใบปลิวพวกนี้เธอออกแบบเองเหรอ?"

ซ่งเจียมู่แกว่งกระดาษในมือไปมา มันเป็นแค่การพิมพ์สีธรรมดาๆ เพราะงบประมาณชมรมน่ารันทดมาก ตอนนี้อวิ๋นซูเฉี่ยนเลยต้องควักเนื้อจ่ายเองไปก่อน

"ฉันออกแบบเองแหละ"

อวิ๋นซูเฉี่ยนดูผลงานที่พิมพ์ออกมา ก็ถือว่าพอถูไถไปได้ อย่างน้อยก็ไม่ได้ดูเหมือนพวกใบปลิว 'เศรษฐีนีหาคนอุ้มบุญ' ที่แปะตามเสาไฟฟ้าล่ะนะ

"ก็พอถูไถอะนะ..."

ซ่งเจียมู่ไม่ยอมเอ่ยปากชมเธอตรงๆ หรอก ในสถานการณ์ที่ไม่มีฝ่ายกราฟิกดีไซน์ การที่เธอทำออกมาได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว เขาถามต่อว่า "นี่ เราลดเป้าหมายลงหน่อยดีไหม? เอาสักสิบคน ฉันว่าความกดดันในการรับคนน่าจะน้อยลงเยอะเลยนะ"

อวิ๋นซูเฉี่ยนถลึงตาใส่เขา "ตั้งเป้าไว้สูง ถึงพลาดก็ได้ระดับกลาง ตั้งเป้าไว้ระดับกลาง ถ้าพลาดก็ได้ระดับล่าง เป้าหมายของฉันคือรับสมาชิกห้าสิบคนย่ะ!"

"ชมรมมีระยะเวลาประเมินผลหนึ่งปี พวกเราต้องสร้างผลงานให้เป็นชิ้นเป็นอันให้ได้ นักศึกษาซ่งเจียมู่ ตอนนี้นายเป็น 'ว่าที่รองประธานชมรม' แล้วนะ นายหัดมีความกระตือรือร้นหน่อยสิ"

"...ครับๆ ท่านประธานสอนได้ถูกต้องแล้วครับ"

นี่ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้ทั้งสองคนมักจะมีความคิดเห็นไม่ตรงกันเวลาคุยกัน อย่าเห็นว่าอวิ๋นซูเฉี่ยนเป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ นะ เธอเป็นคนมีความมุ่งมั่นและทะเยอทะยานสูงมาก ตั้งแต่ประถมจนถึงตอนนี้ เธอก็แทบจะผูกขาดตำแหน่งหัวหน้าห้องมาตลอด

เมื่อเทียบกันแล้ว ซ่งเจียมู่ก็ใช้ชีวิตแบบปลาเค็มเรื่อยเปื่อยกว่าเยอะ ก็อย่างที่แม่เขาชอบบ่นนั่นแหละว่า 'ขี้เกียจยิ่งกว่าลาในฝ่ายผลิตซะอีก ถ้าไม่เอาแส้ฟาดสักทีก็ขี้เกียจจะขยับตัว'

ระหว่างทางเดินกลับจากร้านถ่ายเอกสาร นานๆ ทีจะมีนักศึกษาคนอื่นหันมามองพวกเขาสองคน ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลากับหญิงสาวที่สวยสดใสวัยรุ่น เดินคู่กันแล้วดูเหมาะสมกันไม่เบา

ซ่งเจียมู่ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า เหมือนเขาจะไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรแบบนี้ร่วมกับเธอมานานมากๆ แล้ว

การเดินเคียงคู่กันในรั้วโรงเรียนแบบนี้ ครั้งล่าสุดก็คงจะเป็นตอนประถมโน่นเลย

อวิ๋นซูเฉี่ยนกำลังมัวแต่คิดเรื่องชมรม เลยไม่ได้สังเกตว่าตัวเองเดินเคียงข้างเขามาตั้งนานแล้ว ดูจากท่าทางของเธอ ก็ดูเป็นธรรมชาติกะเขาเหมือนกันนะเนี่ย?

"แล้วเธอคาดหวังอะไรจากชมรมวิจัยนิยายออนไลน์นี้ล่ะ?"

ซ่งเจียมู่ถามขึ้นมาอีก เพราะน้อยคนนักที่จะรู้ว่าตัวเองกำลังตามหาอะไรอยู่

"เป้าหมายของฉันคือ ต้องมีนักเขียนระดับ 'จิงพิน' อย่างน้อยสองคนในชมรม!"

'จิงพิน' เป็นคำศัพท์ในวงการ หมายถึงนิยายที่มียอดคนกดสมัครอ่านเฉลี่ยเกินสามพันคนขึ้นไป

"...ดูท่าเธอจะรู้เรื่องวงการนิยายออนไลน์เยอะเหมือนกันนะเนี่ย" ซ่งเจียมู่พูดอย่างมีนัยยะ

อวิ๋นซูเฉี่ยนรู้ตัวทันที เลยสวนกลับไปว่า "นายเองก็ดูจะรู้ดีเหมือนกันนี่?"

คุยกันดีๆ ได้ไม่ทันไร ก็เริ่มงัดเล่ห์เหลี่ยมมาสู้กันอีกแล้ว

"ฉันเป็นพวกชอบอ่านหนังสือเยอะน่ะ ก็เลยพอจะรู้เรื่องบ้าง" ซ่งเจียมู่รีบแก้ตัว กลัวความลับเรื่องที่ตัวเองเขียนนิยายจะแตก

"ฉันเองก็อ่านเยอะเหมือนกัน!"

"งั้นตามเจตนารมณ์ที่เธอตั้งชมรมนี้ขึ้นมา ในฐานะประธานชมรม เธอเองก็น่าจะลองแต่งนิยายดูบ้างสิ?"

"...รอฉันยุ่งๆ เสร็จเมื่อไหร่ก็จะเริ่มเขียนแล้วล่ะ"

"งั้นฉันคงต้องรอติดตามผลงานชิ้นเอกของเธอซะแล้วสิ"

ซ่งเจียมู่เริ่มตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขารู้สึกว่าการเข้าชมรมนี้เริ่มมีความหมายขึ้นมาแล้ว ไม่มีอะไรจะฟินไปกว่าการได้ไปจับผิดนิยายของเธอแล้วทำตัวเป็นแอนตี้แฟนอีกแล้ว

"ชิ ถึงเขียนเสร็จก็ไม่ให้นายอ่านหรอก..."

"เป็นประธานชมรมก็ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างสิ?"

"ก่อนหน้านั้น นายนั่นแหละเอานิยายของตัวเองมาให้ฉันช่วยสแกนก่อนดีกว่ามั้ง"

การเล่นสงครามประสาทโต้ตอบกันไปมาในมิตินี้มันไม่มีประโยชน์อะไร ซ่งเจียมู่เลยซ้อนแผน แบมือสองข้างออก ทำท่าทางเหมือนยอดฝีมือผู้ปลงตก:

"ก็ได้ๆ ฉันยอมรับ ฉันกำลังเขียนนิยายอยู่จริงๆ แต่ชาตินี้เธอคงไม่มีโอกาสได้อ่านผลงานของฉันหรอกนะ เพราะมันเป็นหนังสือที่สนุกมากจนวางไม่ลงเลยล่ะ"

เขาใช้หางตาแอบมองปฏิกิริยาของอวิ๋นซูเฉี่ยน เดิมทีจินตนาการไว้ว่า บนหน้าเธอจะต้องมีคำว่า 'ฉันอยากรู้!' 'ขอร้องล่ะ บอกฉันหน่อยเถอะ!' 'อยากอ่านนิยายของนายจัง!' แปะอยู่แน่ๆ แต่มันกลับไม่เกิดขึ้น

เธอแค่ชะงักไปนิดนึง เหมือนคาดไม่ถึงว่าเขาจะกล้าระเบิดตัวเองแบบนี้

เฮ้ยๆ ทำไมเธอไม่เล่นตามบทล่ะ รีบมาแย่งมือถือฉันสิ มาดูสิว่าฉันเขียนนิยายเรื่องอะไร เธอทำหน้าตายแบบนี้ ฉันไปไม่เป็นเลยนะเว้ย

"ในเมื่อนายซื่อสัตย์ขนาดนี้ งั้นฉันจะยอมบอกนายก็ได้"

อวิ๋นซูเฉี่ยนแขนข้างหนึ่งกอดกองใบปลิวไว้ มืออีกข้างทัดปอยผมที่ข้างหู ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งๆ โอ้อวดว่า:

"จริงๆ แล้วฉันก็แต่งนิยายอยู่เหมือนกัน แถมยังลงในเว็บ 'ฉีเตี่ยน' ด้วย บางที... อาจจะ... เป็นไปได้ว่า... นายอาจจะเคยอ่านนิยายของฉันแล้วก็ได้นะ แต่แน่นอน ชาตินี้นายไม่มีทางรู้หรอกว่านามปากกาไหนคือแอคหลุมของฉัน"

"..."

ซ่งเจียมู่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความอยากรู้อยากเห็นในใจพุ่งปรี๊ดขึ้นมาบนใบหน้า ไม่จริงน่า? อวิ๋นซูเฉี่ยนเขียนนิยายจริงๆ เหรอเนี่ย? แล้วเธอเขียนนิยายแนวไหนกันล่ะ? แถมยังลงเว็บฉีเตี่ยนอีก? เขาได้ยินมาว่านักเขียนหญิงน่ะเวลาเขียนฉากหวิวๆ แอบร้ายกาจมากเลยนะ บางทีเธออาจจะเผลอใส่รสนิยมแปลกๆ ที่ไม่กล้าบอกใครลงไปในหนังสือก็ได้...

"ท่านประธานครับ! ได้โปรดบอกชื่อนิยายที่คุณเขียนมาเถอะครับ! ผมอยากรู้จริงๆ! ผมจะตั้งใจอ่านผลงานอันทรงคุณค่าของคุณด้วยความเคารพอย่างสูงเลยครับ!"

"ช่างเถอะๆ ฉันเขียนไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่กล้าให้นายอ่านหรอก"

"แนวพี่ชายน้องสาวเหรอ? หรือพวกคลั่งเท้า? คลั่งสัตว์ขนปุย? หรือว่าเป็นมาโซคิสต์?..."

"นายเดาเอาเองสิ"

"ขอคำใบ้หน่อยไม่ได้เหรอ?"

"ไม่ได้ย่ะ"

ซ่งเจียมู่จับแขนเธอ เดินวนตื๊อไปตื๊อมาอยู่รอบตัวเธอ ซึ่งเธอกลับดูเหมือนจะชอบใจซะงั้น แววตาแห่งความได้ใจยิ่งเปล่งประกายชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

"งั้นฉันขอถามคำถามเธอข้อนึงได้ไหม?"

"ได้สิ แต่นายถามไปแล้วข้อนึงนะ นักศึกษาซ่งเจียมู่"

เชี่ยเอ๊ย นี่มันมุกที่เขาเพิ่งเอาไปกวนโอ๊ยเธอเมื่อเช้านี่นา

"งั้นฉันขอ... ถามเธอสี่ข้อได้ไหม?"

"ไม่ได้"

ซ่งเจียมู่โมโหจนควันออกหู

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 19 - ฉันอยากรู้!

คัดลอกลิงก์แล้ว