- หน้าแรก
- ผมว่า…ผมดันตกหลุมรักยัยเพื่อนสมัยเด็กเข้าแล้ว
- บทที่ 16 - อวิ๋นซูเฉี่ยนคนเก่ง
บทที่ 16 - อวิ๋นซูเฉี่ยนคนเก่ง
บทที่ 16 - อวิ๋นซูเฉี่ยนคนเก่ง
ช่วงเช้าเรียนเต็มเอี้ยด กว่าจะได้ยินเสียงออดหมดเวลาก็ปาเข้าไปเกือบจะถึงเวลาพักเที่ยงแล้ว
โชคดีที่อาจารย์มหาวิทยาลัยไม่ค่อยชอบสอนลากยาวเกินเวลาเหมือนพวกครูมัธยม
"เจียมู่! ขึ้นไปเยี่ยมชมหอพักพวกเราหน่อยมั้ย!"
"พวกนายชวนกันแบบนี้ ฉันก็ทนไม่ไหวล่ะสิ"
ซ่งเจียมู่ตื่นเต้นขึ้นมาทันที ถ้านายบอกว่าซ่อนสาวไว้ในหอ ฉันอาจจะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่ถ้านายชวนไปดูสถานที่เกิดเหตุส้วมระเบิดล่ะก็ ให้ตายเถอะ นี่มันโคตรจะเท่เลย!!
พวกเด็กผู้หญิงได้ยินก็แอบเอามือปิดปากหัวเราะ เก็บของเสร็จก็จับกลุ่มเดินออกไปด้วกัน
พวกเธอละไม่เข้าใจตรรกะในหัวพวกผู้ชายจริงๆ ไม่รีบไปกินข้าว แต่ยังมีกะจิตกะใจวิ่งไปดูภาพชวนอ้วกแบบนั้นอีก...
"เฉี่ยนเฉี่ยน เที่ยงนี้ไปกินข้าวที่โรงอาหารสองด้วยกันนะ"
"อื้อๆ!"
อวิ๋นซูเฉี่ยนเองก็เก็บของเสร็จ สะพายกระเป๋าเดินออกจากห้องเรียนไปพร้อมกับเพื่อนผู้หญิงกลุ่มนั้น
ส่วนเรื่องที่จะไปกินข้าวกับซ่งเจียมู่น่ะ คู่กรณีทั้งสองคนไม่เคยแม้แต่จะคิดเรื่องนี้ด้วยซ้ำ
ซ่งเจียมู่เดินตามหลังพวกเธอไป แก๊งผู้หญิงเดินคุยเล่นหัวเราะคิกคักกันไปตลอดทาง แต่ไม่เหมือนกับพวกผู้ชายที่ชอบพูดเสียงดังโหวกเหวก พวกเธอมักจะคุยกันเหมือนกระซิบกระซาบ ฟังแล้วชวนให้รู้สึกคันยุบยิบในใจจนอยากจะแอบฟังว่าพวกเธอคุยเรื่องอะไรกันแน่
มหาวิทยาลัยซูต้ามีโรงอาหารหลายแห่ง อวิ๋นซูเฉี่ยนกับพวกเพื่อนผู้หญิงไปที่โรงอาหารสอง ส่วนซ่งเจียมู่ก็ไปกับกลุ่มผู้ชาย มุ่งหน้าไปหอพักเพื่อรับชมภาพเหตุการณ์ที่หาดูได้ยากยิ่ง
เนื่องจากเมื่อเช้าต้องรีบไปเรียน สภาพหอพักที่เละเทะก็เลยยังไม่ได้ทำความสะอาด ตอนนี้มีช่างกำลังง่วนอยู่ตรงห้องน้ำ พื้นกระเบื้องสีขาวของห้องพักถูกย้อมจนกลายเป็นสีเหลืองทองไปหมด ตรงบริเวณที่มีน้ำขัง ยังมีวัตถุทรงกลมๆ ก้อนๆ สีแปลกๆ ลอยฟ่องอยู่เลย...
ตอนนี้ห้อง 506 กลายเป็นห้องดังไปแล้ว ทางเดินหน้าหอพักเต็มไปด้วยผู้คน เด็กหนุ่มกลุ่มใหญ่พากันหัวเราะร่วน เอามือปิดจมูกแล้วชะโงกหน้ามองเข้าไปข้างในห้อง
ให้ตายเถอะ นี่มันโคตรเท่ โคตรจะพีคเลยไม่ใช่หรือไง!!
...
หลังจากเยี่ยมชมหอพักเสร็จ ซ่งเจียมู่ก็แทบจะไม่เหลือความอยากอาหารแล้ว แต่การได้มาเห็นภาพเหตุการณ์แบบนี้ด้วยตาตัวเองก็ถือว่าคุ้มค่า
เขาเดินไปกินข้าวที่โรงอาหารหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ ตอนสั่งอาหาร เมนูไหนที่เป็นสีเหลือง สีน้ำตาล หรือมีซอสเหนียวๆ หนืดๆ เขาขอผ่านหมด
สุดท้ายก็ได้ก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่น้ำใสมาหนึ่งชาม
เนื่องจากเขาทำเรื่องขอพักหอนอกตั้งแต่แรก ทางมหาวิทยาลัยก็เลยไม่ได้จัดเตียงในหอพักไว้ให้เขา
ตอนเที่ยงถ้าที่บ้านไม่มีใครทำกับข้าว เขาก็มักจะไม่กลับบ้าน กินข้าวที่โรงอาหารเสร็จ ก็จะไปหาที่เงียบๆ ตรงมุมใดมุมหนึ่งในห้องสมุด ใส่หูฟังดูอนิเมะ ไม่ก็ฟุบหลับพักสายตา หรือไม่ก็มานั่งปั่นต้นฉบับนิยายต่อ
อวิ๋นซูเฉี่ยนเองก็คล้ายๆ กัน แต่เธอมีกลุ่มเพื่อนผู้หญิงที่สนิทอยู่ในห้อง บางทีเธอก็จะกลับไปหอพักกับพวกนั้น แล้วเด็กผู้หญิงสองคนก็นอนกอดก่ายคลอเคลียกันหลับพักกลางวัน
เรื่องแบบนี้ผู้ชายกับผู้หญิงมันต่างกันนะ ลองคิดดูสิว่าถ้ามีเพื่อนผู้ชายมาชวนซ่งเจียมู่ไปนอนกอดกันพักกลางวัน เขาคงตกใจจนวิ่งเตลิดหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้แน่ๆ
บางครั้งเขาก็เจอเธอในห้องสมุดบ้างเหมือนกัน มหาวิทยาลัยกว้างจะตาย ถ้าไม่ได้ตั้งใจนัดแนะหรือสะกดรอยตาม เขาก็แทบจะไม่ค่อยเจอเธอในสถานที่อื่นนอกจากในห้องเรียนเลย
ซ่งเจียมู่กินก๋วยเตี๋ยวไปพลาง เล่นมือถือไปพลาง นั่งไถเว็บบอร์ดของมหา'ลัยต่อ
มีกระทู้พูดถึงเรื่องส้วมระเบิดที่หอพักชายผุดขึ้นมาเพียบเลย
เขากดเข้าไปดูกระทู้รับสมัครสมาชิกชมรมวิจัยนิยายออนไลน์ที่ดูค้างไว้เมื่อกี้
เนื้อหาประกาศเขียนไว้ใช้ได้เลย ซ่งเจียมู่อ่านอย่างละเอียดแล้วจับใจความสำคัญได้ว่า:
ใครก็ตามที่รักในนิยายออนไลน์ ชอบอ่านหรือชอบแต่งนิยาย ก็สามารถมาร่วมกับเราได้
กิจกรรมประจำวันของชมรมประกอบด้วย การแชร์ลิสต์หนังสือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากการอ่าน แลกเปลี่ยนเทคนิคการแต่งนิยาย ออกไปทัศนศึกษาหาแรงบันดาลใจด้วยกัน ผลัดกันอวยนิยายของอีกฝ่าย แล้วก็มาแข่งกันปั่นต้นฉบับอะไรแบบนี้
หูย ดูท่าคนตั้งชมรมนี้จะใจตรงกับฉันเป๊ะเลยนะเนี่ย
ตอนนี้เราเพิ่งก่อตั้ง เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของคนรุ่นใหม่
น่าจะแปลว่า ตอนนี้ยังไม่มีสมาชิกสักคนล่ะสิ
เพื่อนๆ ที่สนใจเข้าร่วม สามารถมาสัมภาษณ์ได้ด้วยตัวเองที่ห้อง 302 วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 12.30 - 13.30 น.
หา? แค่เดินไปสัมภาษณ์เฉยๆ เลยเหรอ ไม่เห็นจะดูขลังเลย สงสัยจะเป็นชมรมเล็กจิ๋วหลิวที่สุดเท่าที่จะเล็กได้แล้วมั้งเนี่ย
นานๆ ทีจะเจอชมรมที่น่าสนใจ ซ่งเจียมู่เลยตั้งใจว่าจะลองไปดูสักหน่อย
ไม่ต้องรอวันอื่น เอาเป็นวันนี้แหละ มองดูเวลา ตอนนี้ก็เที่ยงครึ่งพอดี เขารีบซู้ดเส้นก๋วยเตี๋ยวจนหมดเกลี้ยง คว้ากระเป๋าเป้แล้วเดินออกจากโรงอาหาร
สองข้างทางเดินในมหาวิทยาลัยมีเต็นท์รับสมัครชมรมตั้งเรียงรายอยู่เพียบ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นเต็นท์ของชมรมวิจัยนิยายออนไลน์เลย
สงสัยจะยาจกจริงๆ แฮะ...
เขาเดินไปที่ห้อง 302 ตามที่อยู่ในประกาศ
ประตูห้องแง้มอยู่ เขายกมือเคาะประตูเบาๆ แล้วก็ได้ยินเสียงตอบรับจากข้างใน
เขาผลักประตูเข้าไป——
...
วันนี้อวิ๋นซูเฉี่ยนกินข้าวไวมาก เพราะตอนเที่ยงมีนัดสัมภาษณ์
เทอมที่แล้วเธอไม่ได้เข้าชมรมไหนเลย ไม่ใช่ว่าไม่อยากเข้า แต่หาชมรมที่ถูกใจไม่ได้ต่างหาก ในฐานะหญิงสาวที่มีความมุ่งมั่นลงมือทำจริง เธอไม่เหมือนกับซ่งเจียมู่หรอกนะ ในเมื่อหาชมรมที่ชอบไม่ได้ งั้นก็ตั้งมันขึ้นมาเองซะเลยสิ!
จะตั้งชมรมอะไรดีล่ะ?
จากที่ศึกษาชมรมอื่นๆ มา อวิ๋นซูเฉี่ยนรู้สึกว่าถ้าเป็นเธอ เธอจะต้องสร้างชมรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของวัยรุ่นยุคนี้ให้มากกว่านี้ อย่างเช่นชมรมที่เกี่ยวกับโลกออนไลน์ กิจกรรมชมรมก็คือมานั่งไถมือถือด้วยกัน แล้วก็ต้องเป็นประโยชน์ต่ออนาคตด้วย ได้เรียนรู้ทักษะอะไรที่เอาไปใช้ได้จริง หรือไม่ก็สามารถต่อยอดเป็นอาชีพได้เลย
ชมรมวิจัยนิยายออนไลน์!
ใช่แล้ว!
ในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา วรรณกรรมออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตและจิตวิญญาณของกลุ่มวัยรุ่น ตัวเธอเองก็เป็นหนอนหนังสือตัวยง แถมยังแต่งนิยายเองอีกต่างหาก แล้วทำไมเธอถึงจะไม่ตั้งชมรมที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ดูล่ะ?
การได้รวบรวมกลุ่มคนที่มีความสนใจและมีเรื่องคุยเหมือนๆ กับตัวเองมารวมตัวกัน อวิ๋นซูเฉี่ยนรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก!!
ฮึ ซ่งเจียมู่ ช่องว่างระหว่างนายกับฉันมันยิ่งห่างชั้นกันขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ!
ทั้งการศึกษา รูปร่าง ทัศนคติ ความคิด ความกล้าหาญ คอนเนกชัน และความสามารถ ทั้งหมดนี้ฉันจะเป็นคนครอบครองมันไว้เอง! ส่วนนาย ก็เอาแต่ฝันอยากจะไปดูขี้ในหอพักต่อไปเถอะ!
เหม็นตายไปเลย!
เพื่อเตรียมการก่อตั้งชมรมนี้ อวิ๋นซูเฉี่ยนเริ่มลงมือมาตั้งแต่เทอมที่แล้ว
อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดคือการก้าวเท้าก้าวแรก คนส่วนใหญ่มักจะหยุดอยู่แค่ในความคิด แต่เธอไปขอรับแบบฟอร์มการขอจัดตั้งชมรมจากสมาพันธ์นักศึกษามาเรียบร้อยแล้ว อวิ๋นซูเฉี่ยนคนนี้ช่างเก่งกาจจริงๆ
อวิ๋นซูเฉี่ยนหาเพื่อนผู้หญิงมาลงชื่อเป็นสมาชิกก่อตั้งได้สามคน แต่ก็แค่ลงชื่อไว้เฉยๆ เพราะทางมหา'ลัยมีกำหนดจำนวนสมาชิกขั้นต่ำในการก่อตั้งชมรม ภาระงานทุกอย่างเธอเป็นคนจัดการเองคนเดียวล้วนๆ ทั้งเรื่องเตรียมเอกสาร ไปพรีเซนต์ รวมถึงการหาอาจารย์ที่ปรึกษาด้วย
ตอนนี้ชมรมก็ก่อตั้งเป็นรูปเป็นร่างแล้ว สมาชิกจริงๆ ก็มีแค่เธอคนเดียวนี่แหละ ปัญหาหนักอกเรื่องการหาสมาชิกใหม่เลยตกมาอยู่ตรงหน้าเธออีก
เดิมทีเธอคิดว่าการรวบรวมคนที่มีความชอบเหมือนกันมันน่าจะง่าย พอมาถึงจุดนี้ถึงได้รู้ว่ามันไม่ง่ายเลย มิน่าล่ะ พวกชมรมใหญ่ๆ ถึงได้งัดสารพัดลูกเล่นมาใช้ตอนเปิดรับสมัคร
เริ่มรับสมัครมาตั้งแต่วันพฤหัสฯ ที่แล้ว จนถึงวันนี้ เพิ่งจะมีคนโผล่มาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นแค่ห้าคนถ้วน
ทั้งๆ ที่เธอสัมภาษณ์ผ่านไปแล้วตั้งสามคนแท้ๆ แต่ทำไมพวกเขาถึงได้เผ่นแน่บไปล่ะ?
ก็เพราะชมรมนี้มันมีแค่ฉันคนเดียวน่ะสิ!
อวิ๋นซูเฉี่ยนรู้สึกอึดอัดใจ ทั้งต้องไปเรียน แถมยังต้องมาแย่งคนแข่งกับชมรมใหญ่อีก นี่มันทำเอาเธอปวดหัวจะบ้าตายอยู่แล้ว...
ในห้องเรียนที่ว่างเปล่า ไม่มีคนมาสัมภาษณ์เลยสักคน
เธอทำปากยื่นปากจู๋ ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ อ่านหนังสือทำการบ้านไปพลาง รอคอยให้มีใครสักคนตาถึงเดินเข้ามาสัมภาษณ์
เสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอรีบดีดตัวขึ้นมาทันที เก็บหนังสือให้เรียบร้อย แล้วหยิบสมุดจดออกมา
"เชิญค่ะ"
(จบแล้ว)