- หน้าแรก
- ฉันมีที่ดินหมื่นล้าน แต่กลับเอามาใช้ปลูกผัก
- บทที่ 4 รวยแบบไม่ต้องอธิบาย
บทที่ 4 รวยแบบไม่ต้องอธิบาย
บทที่ 4 รวยแบบไม่ต้องอธิบาย
บทที่ 4 รวยแบบไม่ต้องอธิบาย
ก็ไม่แปลกที่พี่คนขับจะอิจฉา คนที่จะทำงานในตึกกั๋วซิงได้ต้องเป็นระดับหัวกะทิทั้งนั้น สวัสดิการจะแย่ได้ยังไงล่ะ?
นั่งในออฟฟิศตากแอร์เย็นๆ สบายจะตาย
ดีกว่ามาขับรถแท็กซี่แบบเขาเยอะ
"ไม่ใช่ครับ"
ซูหมิงส่ายหน้า "ผมจะไปทำนาครับ"
"อะไรนะ?!"
คนขับหัวเราะร่วน "น้องชาย อย่ามาล้อเล่นเลย ตรงนั้นน่ะเหรอจะมีที่ให้ทำนา?"
คนขับส่ายหน้าพลางยิ้ม คิดว่าซูหมิงคงจะล้อเล่น แต่พอรถไปถึงที่หมายและเขามองออกไปข้างนอก!
เฮ้ย?!
ตรงนี้มีฟาร์มโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?!
พื้นที่ประมาณสองหมู่ เต็มไปด้วยต้นหญ้าที่ขึ้นรก
ไอ้หยาด ไอ้หนุ่มนี่พูดจริงเหรอเนี่ย!
คนขับเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าข้างๆ ตึกกั๋วซิงมีที่ดินแปลงหนึ่งที่ดูเหมือนฟาร์มทิ้งร้างไว้อยู่จริงๆ ตอนแรกพวกเขาก็สงสัยว่าทำไมไม่มีใครมาพัฒนาพื้นที่นี้ แต่ผ่านไปเป็นสิบปีพวกเขาก็เริ่มชินกับมันไปเอง
เมื่อครู่เขาก็เผลอมองข้ามมันไป
ที่แท้ที่ดินแปลงนี้เป็นของพ่อหนุ่มคนนี้เองเหรอ?
จริงหรือหลอกเนี่ย?!
สุดยอดไปเลย!
ท่านมหาเศรษฐีตัวจริงชัดๆ!
ที่ดินแปลงนี้ถ้าขายไป ชาตินี้ชาติไหนก็ใช้เงินไม่หมด!
แต่ถึงอย่างนั้นคนขับก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี หรือว่าไอ้หนุ่มนี่จะแค่แกล้งเล่นสนุกๆ?
แต่ซูหมิงกลับจ่ายเงินแล้วเดินลงจากรถตรงเข้าสู่ฟาร์มทันที
คนขับถึงกับอึ้งกิมกี่
ไอ้ฉิบหาย!
เรื่องจริงนี่หว่า!
ซูหมิงกวาดสายตามองไปรอบๆ สภาพมันดูทรุดโทรมไปหน่อย มีแต่เศษหญ้าและฝุ่นเต็มไปหมด
ฮ่าๆ!
มันคือเรื่องจริงจริงๆ ด้วย!
ตอนนี้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีระดับท็อปไปแล้วเรียบร้อย
พ่อแม่ของเขาตรากตรำทำงานหนักในชนบทมาทั้งชีวิต ถึงเวลาที่ท่านจะได้เข้ามาเสวยสุขในเมืองเสียที
ใจกลางเมือง ข้างๆ คือตึกกั๋วซิง ริมถนนคือเส้นทางหลักสิบสองเลนที่รถวิ่งสวนกันขวักไขว่ ด้านหลังคือธนาคารและสำนักงานใหญ่ของบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง!
สถานที่ที่ทุกตารางนิ้วมีค่าราวกว่าทองคำ
เอาเถอะ!
ก็พอกล้อมแกล้มได้อยู่!
เอาที่นี่แหละ!
ปลูกดอกไม้ใบหญ้าเสียหน่อย แล้วก็สร้างบ้านหลังเล็กๆ อยู่เอง สบายอุรา!
ลองจินตนาการดูสิ ในอนาคตคนรอบข้างล้วนเป็นพนักงานออฟฟิศระดับสูง ใส่สูทผูกไท สวมรองเท้าส้นสูง เดินเร่งรีบกันทุกวัน ส่วนเขาสวมชุดผ้าฝ้ายรองเท้าผ้าใบและเสื้อกล้ามตราห่าน นั่งไกวเก้าอี้โยกตากแดดสบายๆ
ภาพนี้น่ะ มันช่างงดงามเกินบรรยายจริงๆ!
ฮ่าๆ!
จะรอช้าอยู่ทำไมล่ะ?
ชีวิตที่แสนดีกำลังกวักมือเรียกผมอยู่!
คิดแล้วก็ลงมือเลย!
ซูหมิงเดินสำรวจรอบๆ ฟาร์มก่อน
พื้นที่ขนาดสองหมู่
ประมาณหนึ่งพันสามร้อยกว่าตารางเมตร
ความกว้างความยาวด้านละประมาณหนึ่งร้อยกว่าเมตร
หญ้าขึ้นรกพง แสดงว่าไม่มีใครดูแลมาหลายปีแล้ว ข้างๆ มีกระท่อมมุงจากหลังหนึ่ง พอมองเข้าไปข้างในก็มีแค่เตียงหนึ่งหลังกับโต๊ะหนึ่งตัว ทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างสะอาดสะอ้าน
ดูท่าระบบจะเป็นคนจัดเตรียมไว้ให้ซูหมิงได้พักผ่อนโดยเฉพาะ
ข้างนอกกระท่อมมุงจากยังมีก๊อกน้ำ ซูหมิงลองเปิดดูแล้วก็พบว่ามีน้ำไหลออกมา
เยี่ยมไปเลย มีทั้งน้ำทั้งไฟ แบบนี้ก็สะดวกขึ้นเยอะ!
ซูหมิงเองก็เติบโตมาในชนบท งานฟาร์มงานสวนเขาก็เคยทำมาไม่น้อย
เรื่องทำนาน่ะเหรอ มันก็แค่เรื่องขี้ผง!
แต่สุภาษิตว่าไว้ แม่ครัวที่เก่งกาจก็ทำอาหารไม่ได้ถ้าไม่มีวัตถุดิบ
ถึงแม้เขาจะใช้มือถอนหญ้าได้ แต่มันก็ช้าเกินไป แถมเขายังไม่มีเมล็ดพันธุ์อีกด้วย
ไม่มีเมล็ดพันธุ์แล้วจะทำนายังไงล่ะ?
เขาเปิดมือถือเพื่อดูแผนที่
ดูอยู่พักใหญ่ซูหมิงก็เริ่มรู้สึกเซ็ง
ที่นี่ดีทุกอย่างจริงๆ เพราะมันอยู่ใจกลางเมือง
แต่ถ้าจะซื้อเครื่องมือเกษตรและเมล็ดพันธุ์เนี่ย คงต้องใช้แรงเยอะหน่อย
เพราะใครมันจะมาทำนาอยู่ใจกลางเมืองกันล่ะ?
ขนาดฮ่องเต้ในสมัยโบราณก็ยังไม่ป๋าขนาดนี้เลยมั้ง?
เขาเรียกแท็กซี่อีกครั้ง นั่งรถไปนานเกือบชั่วโมงครึ่งถึงจะไปถึงย่านชานเมืองที่เชื่อมต่อกับเขตชนบท
"พ่อหนุ่ม มาซื้ออะไรล่ะ"
เจ้าของร้านนั่งอาบแดดอยู่หน้าร้าน ช่วงฤดูกาลนี้คนไม่ค่อยเยอะ งานก็ไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่
"ผมมาซื้อเครื่องมือเกษตร เมล็ดพันธุ์ แล้วก็ปุ๋ยครับ"
"ได้เลย!"
เจ้าของร้านลุกขึ้นแล้วนำซูหมิงเข้าไปข้างในร้าน
(จบตอน)