- หน้าแรก
- ล่าสัตว์ จับปลา หาของป่า เลี้ยงดูเหล่าพี่น้อง
- บทที่ 31 นี่มันเรื่องที่คนเขาทำกันเหรอ?
บทที่ 31 นี่มันเรื่องที่คนเขาทำกันเหรอ?
บทที่ 31 นี่มันเรื่องที่คนเขาทำกันเหรอ?
ปู่โจวยิ้มแย้ม ใบหน้าเต็มไปด้วยความเบิกบานใจ "เสี่ยวอัน ผักกาดขาวในหมู่บ้านเราเก็บเกี่ยวแล้วนะ เช้านี้จะมีการแบ่งผักตามแต้มค่าแรง เธอสะพายตะกร้าไปกับปู่สิ!"
พอได้ยินแบบนี้ โจวอันก็ถึงบางอ้อ ที่แท้ก็จะมีการแจกผักนี่เอง มิน่าล่ะปู่โจวถึงมาเรียกเขา "ได้ครับ ปู่โจวรอเดี๋ยวนะครับ ผมไปเอาตะกร้าสะพายหลังก่อน!"
ในหมู่บ้านตระกูลโจวแห่งนี้ นอกจากจะปลูกธัญพืชเป็นอาหารหลักแล้ว ก็ยังมีการปลูกผักไว้กินด้วย แต่ชนิดของผักก็มีไม่กี่อย่างซ้ำๆ ซากๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกถั่วฝักยาวกับผักกาดขาวอะไรเทือกนั้น ผักกาดขาวที่ปลูกไว้ตั้งแต่ช่วงฤดูร้อน ตอนนี้เข้าสู่เดือนสิงหาคม ก็ได้เวลาเก็บเกี่ยวพอดี
หลังจากโจวอันสะพายตะกร้าขึ้นหลัง น้องสามโจวกังก็ตื่นนอนพอดี งอแงจะตามโจวอันไปด้วยให้ได้ ดังนั้นโจวอันจึงพาน้องสาม เดินตามหลังปู่โจวที่มีใบหน้าเปื้อนยิ้มมุ่งหน้าไปด้วยกัน ระหว่างทางก็บังเอิญเจอชาวบ้านหลายคน ทุกคนล้วนมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสปิดไม่มิด ก็ไม่แปลกหรอกที่ชาวบ้านจะดีใจกันขนาดนี้ ผักกาดขาวพวกนี้ถือเป็นของดีเลยนะ
อีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าหน้าหนาวแล้ว ในฤดูหนาวที่เขาฉางไป๋ หิมะขาวโพลนจะปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ ในป่าแทบจะมองไม่เห็นสีเขียวเลยแม้แต่น้อย แม้แต่ต้นไม้ก็ยังผลัดใบจนโกร๋นไปหมด ในช่วงฤดูหนาวที่ยาวนานถึงสี่ห้าเดือน การจะได้กินผักสดๆ สักมื้อเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก คนเราจะไม่กินผักเลยก็คงไม่ได้ ดังนั้นความหวังทั้งหมดจึงฝากไว้ที่ผักกาดขาวพวกนี้นี่แหละ ชาวบ้านจะเอาผักกาดขาวพวกนี้ไปหมักเป็นผักกาดดอง เก็บไว้กินได้ตลอดทั้งฤดูหนาว
โจวอันเดินตามปู่โจวไปจนถึงลานกว้างประจำหมู่บ้าน ลานกว้างแห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวางมาก ปกติถ้าในหมู่บ้านมีกิจกรรมอะไร อย่างเช่นการประชุมหรือการแจกจ่ายเสบียงอาหาร ก็จะมาจัดกันที่นี่แหละ ตอนนี้ที่ลานกว้างมีคนมารวมตัวกันเยอะแล้ว เสียงพูดคุยจอแจดังระงมไปทั่ว คึกคักสุดๆ
"เสี่ยวอัน! เสี่ยวอัน!" โจวอันได้ยินเสียงคนเรียกชื่อตัวเอง พอหันไปมองตามเสียงก็พบว่าเป็นกลุ่มปัญญาชนหญิงนั่นเอง คนที่เรียกเขาคือหวังเยว่เยว่ หวังเยว่เยว่ยิ้มแฉ่งโบกมือเรียกเขาหยอยๆ โจวอันรีบสับเท้าวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหา บนใบหน้าก็มีรอยยิ้มประดับอยู่เช่นกัน
"พี่เยว่เยว่ พี่หลัวอี้ พวกพี่ก็มารับผักกาดขาวเหมือนกันเหรอครับ"
ปัญญาชนหญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ หวังเยว่เยว่ ในชาติที่แล้วโจวอันเคยเจอพวกเธอแค่ตอนไปทำงานแลกแต้มเท่านั้น แทบจะไม่เคยคุยกันเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้พวกเธอกลับมีท่าทีสนิทสนมขึ้นมาถนัดตา เอ่ยปากทักทายเขาอย่างเป็นกันเอง
"เสี่ยวอัน ไม่เจอกันพักนึง ดูเหมือนจะตัวสูงขึ้นหน่อยนะเนี่ย"
"ใช่ๆ ฉันก็รู้สึกว่าดูมีน้ำมีนวลขึ้นนะ เมื่อก่อนดูผอมแห้งแรงน้อยกว่านี้"
"อุ๊ย นี่น้องชายเธอเหรอ? เด็กคนนี้น่ารักน่าชังจังเลยนะ!"
โจวอันหันไปยิ้มให้กับกลุ่มปัญญาชนหญิง แล้วตอบกลับอย่างกระตือรือร้น "สวัสดีครับพี่ๆ ทุกคน!" หลังจากทักทายกันเสร็จ โจวอันก็ขยับเข้าไปใกล้พวกเธอ แล้วกระซิบเสียงเบา
"พี่ๆ ครับ นมแพะในแต่ละวันมันมีไม่เยอะ น้องๆ ที่บ้านก็ต้องดื่มกันทุกคน ผมก็เลยแบ่งมาให้พวกพี่ไม่ได้แล้วล่ะครับ แต่ว่าเรื่องล่าสัตว์ผมจัดการได้ ถ้าได้ของป่ามาเมื่อไหร่ พี่ๆ ก็แวะไปเอาได้เลยนะครับ!"
พอรู้ว่าจะไม่ได้แบ่งนมแพะ ทุกคนก็แอบรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่พอได้ยินประโยคหลังว่ามีของป่าให้กินไม่อั้น ปัญญาชนหญิงพวกนี้ก็ยิ้มกว้างจนหุบปากไม่ลง ปัญญาชนหญิงพวกนี้ล้วนมาจากครอบครัวที่มีฐานะ ข้าวของเครื่องใช้ไม่เคยขาดแคลน ขาดก็แต่เนื้อสัตว์นี่แหละ ส่งผลให้สเกลการปศุสัตว์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหดตัวลงเรื่อยๆ ทำให้เนื้อสัตว์ขาดแคลนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า พอมีคำยืนยันจากโจวอันแบบนี้ พวกเธอก็เบาใจไปเปลาะหนึ่ง
"ได้เลยจ้ะ เสี่ยวอัน เธอนี่ใจดีจริงๆ วางใจเถอะ พี่ๆ จะไม่ยอมให้เธอเสียเปรียบแน่นอน!"
ไม่นานชาวบ้านก็มากันจนเกือบครบ ผู้ใหญ่บ้านจึงตะเบ็งเสียงตะโกนบอก "ทุกคนเงียบๆ หน่อย จัดแถวให้เป็นระเบียบ เตรียมตัวรับผักกาดขาวได้แล้ว!"
ผลผลิตผักกาดขาวในปีนี้ถือว่าไม่เลวเลย ด้านหลังของผู้ใหญ่บ้านมีผักกาดขาวกองเป็นภูเขาเลากาหลายกอง น้องสามโจวกังมองดูผักกาดขาวที่กองสูงเป็นภูเขาลูกย่อมๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองพี่ชาย "พี่ใหญ่ ปีนี้เก็บผักกาดขาวได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย คราวนี้ที่บ้านก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีผักกินแล้วสิ!"
พอโจวอันได้ยินคำพูดนี้ ก็ได้แต่ฝืนยิ้มออกมา เขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะได้ส่วนแบ่งผักกาดขาวมาเท่าไหร่ แต่ในใจโจวอันก็ลึกๆ ก็คิดว่าคงไม่ได้เยอะอะไรมากมาย เพราะตั้งแต่เขาเกิดใหม่ เขาก็ไม่เคยไปทำงานแลกแต้มอีกเลย แถมตอนที่เขาไปทำงาน เขาก็ได้แต้มแค่ครึ่งเดียวของผู้ใหญ่ กะดูแล้วคงได้ส่วนแบ่งมาไม่เท่าไหร่หรอก
วันนี้ที่มาแบ่งผักกาดขาว ครอบครัวของลุงกับป้าสะใภ้ รวมถึงครอบครัวของโจวเถี่ยนิ่วก็มาด้วยเหมือนกัน แต่เพราะเรื่องบาดหมางคราวก่อน แค่เจอหน้ากันแล้วไม่พุ่งเข้าใส่กันก็ถือว่าดีแค่ไหนแล้ว จึงไม่มีการทักทายปราศรัยกันแต่อย่างใด พอได้ยินผู้ใหญ่บ้านสั่งให้เข้าแถว โจวเถี่ยนิ่วก็สับเท้าวิ่งหน้าตั้ง รีบแทรกเข้าไปในแถวทันที ราวกับกลัวว่าจะไม่ทันการ
ต้องยอมรับเลยว่า ครอบครัวของโจวเถี่ยนิ่วได้ส่วนแบ่งผักกาดขาวไปเยอะมากจริงๆ ก็เพราะครอบครัวของโจวเถี่ยนิ่วมีคนเยอะ ทั้งพ่อแม่ ปู่ย่า แล้วก็พี่ชายอีกสามคน ต่างก็ลงทุ่งไปทำงานแลกแต้มกันทุกวัน สุดท้ายครอบครัวของเขาก็ได้ผักกาดขาวไปถึงสามตะกร้าพูนๆ ตะกร้าสะพายหลังหนักอึ้งสามใบ ทำเอาคนรอบข้างอิจฉาตาร้อนกันเป็นแถว โจวเถี่ยนิ่วมองดูผักที่ครอบครัวตัวเองได้มา ด้วยท่าทางยืดอกอย่างภาคภูมิใจ
ถึงแม้ครอบครัวของเขาจะได้รับส่วนแบ่งผักไปเรียบร้อยแล้ว แต่โจวเถี่ยนิ่วก็ยังไม่ยอมกลับไป เขากลับยืนกอดอกดูคนอื่นๆ เข้าแถวรอรับผักอยู่ด้านข้างแทน ไม่นานก็ถึงคิวของโจวอัน
คนจดแต้มจ้าวอื้อเฟยเงยหน้าขึ้นมามองโจวอันแวบหนึ่ง แล้วก็กลอกตาบนใส่ทันที ก่อนหน้านี้ตอนที่โจวอันจับงูสิงได้สองตัวแถวๆ ทุ่งข้าวสาลี จ้าวอื้อเฟยก็พยายามจะขอแบ่งส่วนบุญด้วย ผลปรากฏว่าโจวอันไม่ยอมแบ่งให้แม้แต่เศษเนื้อ จ้าวอื้อเฟยคนนี้ก็ไม่ใช่คนใจกว้างอะไร จึงผูกใจเจ็บจำฝังใจมาตลอด จ้าวอื้อเฟยก้มดูสมุดพกเล่มเล็กในมือ แล้วหันไปสั่งป้าจางที่ทำหน้าที่แจกผักอยู่ข้างๆ
"ป้าจาง แบ่งผักกาดขาวให้โจวอันห้าชั่ง"
พอป้าจางได้ยินคำว่าห้าชั่งก็ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะก่อนหน้านี้คนที่ได้น้อยที่สุดก็ยังได้ตั้งยี่สิบสามสิบชั่ง ถึงจะรู้สึกว่าตัวเลขห้าชั่งมันน้อยเกินไปจนน่าเกลียด แต่เธอก็ทำได้แค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น ผักกาดขาวหัวหนึ่งหนักประมาณสองชั่ง พอเอาขึ้นตาชั่งสองหัว น้ำหนักก็อยู่ที่สี่ชั่งหนึ่งตำลึง ป้าจางหยิบผักกาดขาวออกมาอีกหัว เตรียมจะเอามีดหั่นแบ่ง เพื่อให้ได้น้ำหนักครบตามจำนวน
พอจ้าวอื้อเฟยเห็นเข้า ก็พุ่งเข้าไปแย่งผักกาดขาวมาจากมือป้าจางทันที "เอาไปหั่นแบ่งแบบนี้มันก็เสียของหมดสิ แค่เด็ดเอาใบแก่ๆ ข้างนอกออกก็พอแล้ว!"
พูดจบจ้าวอื้อเฟยก็ลงมือเด็ดใบแก่ๆ สีเขียวเข้มชั้นนอกสุดของผักกาดขาวออกจนหมด แล้วโกยใส่ลงไปในตะกร้าสะพายหลังของโจวอันรวดเดียว โจวอันมองดูการกระทำนั้น ในใจก็แทบจะแค่นหัวเราะออกมาด้วยความโมโห เรื่องที่แบ่งให้เขาแค่ห้าชั่ง มันถูกต้องตามหลักเกณฑ์หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แต่นี่ถึงขั้นจงใจเด็ดเอาแต่ใบแก่ๆ มาให้เขา นี่มันเรื่องที่คนเขาทำกันเหรอ?