เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 อยากจะใช้ชีวิตให้ลำบากยังยากเลย!

บทที่ 30 อยากจะใช้ชีวิตให้ลำบากยังยากเลย!

บทที่ 30 อยากจะใช้ชีวิตให้ลำบากยังยากเลย!


ในมือของเขามีธนบัตรลายต้าถวนเจี๋ยใบละสิบหยวนวางอยู่สองใบ!

ในยุคสมัยนี้ มูลค่าของเงินยังไม่มีแบงก์ร้อย หรือแม้แต่แบงก์ห้าสิบ แบงก์สิบหยวนก็ถือว่ามีมูลค่ามากที่สุดแล้ว

โจวฝูไม่เคยเห็นเงินสิบหยวนมาก่อน เงินจำนวนมากที่สุดที่เขาเคยเห็นก็คือแบงก์สองหยวนในมือของพ่อเมื่อก่อน

ถึงจะไม่เคยเห็น แต่เขาก็รู้ว่าเงินก้อนนี้มันมีค่ามากแค่ไหน

เงินสิบหยวนคืออะไรน่ะเหรอ? สำหรับเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ในหมู่บ้านกันดารอย่างเขา มันคือจำนวนเงินที่มหาศาลมาก

ต้องรู้ก่อนนะว่าค่าครองชีพในยุคนี้ต่ำมาก ข้าวสารชั่งละประมาณ 1 เหมา 4 เฟินเท่านั้น

ถ้าเป็นแป้งข้าวโพดก็ยิ่งถูกเข้าไปใหญ่ แค่ชั่งละ 7 เฟิน

เงินยี่สิบหยวนในมือนี้ ซื้อเสบียงอาหารได้ตั้งร้อยกว่าชั่งเลยทีเดียว

โจวฝูรีบส่ายหน้ารัวๆ ราวกับป๋องแป๋ง แล้วรีบวางเงินลงบนโต๊ะทันที

"ไม่ได้ๆ ครับ เงินนี่ผมรับไว้ไม่ได้หรอก พี่ใหญ่แค่ให้ผมเอานมมาส่ง ไม่ได้ให้ผมมารับเงินนะครับ"

หวังเยว่เยว่เห็นดังนั้น ก็จับเงินยัดใส่มือของโจวฝูอีกครั้ง

"เงินยี่สิบหยวนนี่เป็นน้ำใจจากฉันกับพี่หลัวอี้ของเธอ เธอต้องรับไว้นะ"

โจวฝูก็ยังคงส่ายหน้ารัวๆ ไม่ยอมรับลูกเดียว

"ไม่ได้จริงๆ ครับ ถ้าพี่ใหญ่รู้ว่าผมรับเงินคนอื่นมา พี่ใหญ่ต้องโกรธแน่ๆ เลย!"

หลัวอี้มีสีหน้าอ่อนโยนมาก ค่อยๆ อธิบายให้ฟัง

"คราวก่อนพวกพี่ให้คูปองอาหาร คูปองผ้า แล้วก็คูปองฝ้ายไป แต่มีแค่คูปองมันใช้ไม่ได้หรอกนะ ถ้าไม่มีเงินแล้วจะเอาอะไรไปซื้อล่ะ? เสื้อผ้าบนตัวพวกเธอขาดหมดแล้ว สมควรจะได้ตัดชุดใหม่ใส่เสียที"

หวังเยว่เยว่คว้าเงินมา แล้วยัดใส่กระเป๋ากางเกงของโจวฝูโดยตรง

"ใช่แล้วล่ะ เธอไม่ต้องเกรงใจหรอก วันหลังพวกพี่ยังต้องพึ่งพาพี่ใหญ่ของเธอให้หาเนื้อมาให้กินอยู่นะ! เธอรับเงินนี่ไว้เถอะ พี่ใหญ่ของเธอต้องตกลงและไม่โทษเธอแน่นอน!"

โจวฝูลังเลอยู่นาน ในที่สุดก็ยอมตกลง

เขาโค้งตัวลง 90 องศา คำนับด้วยความเคารพ

"ขอบคุณพี่เยว่เยว่กับพี่หลัวอี้มากนะครับ ความช่วยเหลือของพวกพี่ ผมจะไม่มีวันลืมเลยครับ"

หลัวอี้ลูบหัวโจวฝู แล้วพูดต่อ

"ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอกจ้ะ เขากวางโรคู่นั้นน่ะ พี่ส่งไปรษณีย์ไปแล้วนะ เดี๋ยวพอได้เงินมาพี่จะเอาไปให้พวกเธออีกทีนะ"

"ครับ ขอบคุณพี่หลัวอี้นะครับ!"

หลังจากโจวฝูถืออ่างเปล่าเดินออกมา พอถึงลานบ้านก็ถูกพวกปัญญาชนหญิงรุมล้อมอีกครั้ง

ปัญญาชนหญิงคนหนึ่งยิ้มแฉ่ง ถูมือไปมาแล้วพูดว่า

"นี่ถามจริงๆ นะ พวกเธอยังขาดพี่สาวบุญธรรมอีกไหมจ๊ะ?"

ปัญญาชนหญิงอีกคนรีบพูดต่อทันที

"ถ้าไม่ขาดก็ไม่เป็นไรจ้ะ ถ้างั้นพวกเรามาเป็นเพื่อนกันได้ไหม?"

โจวฝูสัมผัสได้ว่าพวกเธอไม่ได้มาร้าย แถมยังมีท่าทีเป็นมิตร ก็เลยพยักหน้ารับ

"อื้มๆ ได้ครับ เป็นเพื่อนกันได้ครับ"

ปัญญาชนหญิงคนหนึ่งยิ้มอย่างซุกซน กระซิบข้างหูเขาว่า

"ในเมื่อเป็นเพื่อนกันแล้ว งั้นพวกเรามาแบ่งของกินกันได้ไหมจ๊ะ?"

โจวฝูยังไม่ค่อยเข้าใจนัก จึงถามกลับไป

"เอ่อ แบ่งของกินอะไรเหรอครับ?"

ปัญญาชนหญิงชี้ไปที่อ่างเปล่าของเขา แล้วยิ้มเขินๆ

"ก็อย่างเช่นนมแพะของเธอนี่ไง ฉันไม่ขอเยอะหรอก ขอแบ่งมาให้ฉันสักชามเล็กๆ ก็พอ! เธอวางใจได้เลย พี่สาวมีของอร่อยๆ อยู่เยอะแยะ เธออยากได้อะไรพี่หามาให้ได้หมดเลยนะ!"

พอได้ยินประโยคนี้ โจวฝูก็เข้าใจทันที เดาว่าคงอยากจะแอบเอาของมาแลกเปลี่ยนกันลับหลังแน่ๆ

แต่เรื่องนี้เขาตัดสินใจเองไม่ได้ จึงทำได้แค่ส่ายหน้า

"เรื่องนี้ผมตัดสินใจเองไม่ได้ครับ ผมต้องกลับไปถามพี่ใหญ่ก่อน"

ปัญญาชนหญิงพยักหน้ารับ บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร

"ตกลงจ้ะ! งั้นเธอช่วยไปถามให้พวกพี่หน่อยนะ! อ้อ พี่มีของกินอยู่นิดหน่อย เธอเอากลับไปแบ่งให้คนในบ้านกินสิ!"

พูดจบปัญญาชนหญิงก็ล้วงเอาเมล็ดแตงโมออกมากำใหญ่ แถมยังเป็นรสพะโล้ห้าเครื่องเทศด้วย เมล็ดแตงโมถูกใส่ลงไปในอ่างทันที

ปัญญาชนหญิงอีกคนที่อยู่ข้างๆ ก็ล้วงเอาลูกอมออกมากำใหญ่ ในหมู่ลูกอมยังมีลูกอมรสนมตรากระต่ายขาวปนอยู่ด้วยตั้งสี่ห้าเม็ด

"พี่ยังมีขนมถั่วเขียวกวนด้วยนะ ของนี่อร่อยมากเลย เอากลับไปชิมดูสิ!"

จากนั้นขนมถั่วเขียวกวนหลายชิ้นก็ถูกหย่อนลงในอ่าง

ปัญญาชนหญิงพวกนี้ต่างก็หยิบของกินออกมานิดๆ หน่อยๆ แล้วใส่ลงไปในอ่างจนหมด

ตอนนี้โจวฝูถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก เพียงแค่พริบตาเดียว อ่างของเขาก็เต็มไปด้วยของกินมากมายขนาดนี้

"ไม่ได้ๆ ครับ ของพวกนี้ผมรับไว้ไม่ได้จริงๆ พวกพี่รีบเอาคืนไปเถอะครับ!"

ปัญญาชนหญิงไม่ได้เอาของคืน แต่กลับดันหลังให้เขาเดินออกไป

"นี่ก็แค่ขนมขบเคี้ยวเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรหรอก เธอรับไปเถอะ!"

"ใช่แล้ว พวกเราตั้งใจให้พวกเธอกินฟรีๆ ไม่ได้คิดเงินเสียหน่อย"

"ฟ้าเริ่มมืดแล้วนะ เดี๋ยวก็มองไม่เห็นทางหรอก รีบกลับบ้านได้แล้ว!"

โจวฝูจึงถืออ่างที่เต็มไปด้วยของกิน เดินกลับบ้านมาด้วยความงุนงง

เมื่อกลับมาถึงบ้าน โจวฝูก็ล้วงเงินยี่สิบหยวนในกระเป๋าออกมาส่งให้พี่ใหญ่ด้วยมือตัวเองเป็นอันดับแรก

หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด โจวอันก็เก็บเงินยี่สิบหยวนนั้นไว้

เงินก้อนนี้เขารับไว้ด้วยความสบายใจ เขาจะไม่รับไว้ฟรีๆ หรอก วันหลังถ้ามีของดีๆ เขาจะเอาไปตอบแทนพวกเธออย่างแน่นอน

จากนั้นโจวฝูก็ยกอ่างใส่ขนมมาให้พี่ใหญ่ แล้วเล่าเรื่องราวอย่างละเอียดให้ฟังอีกครั้ง

หลังจากโจวอันฟังจบ ในใจก็รู้สึกดีใจไม่น้อย

ปัญญาชนหญิงพวกนี้ล้วนมาจากในเมือง ฐานะทางบ้านถือว่าดีมากกันทุกคน

ถ้าสามารถสร้างเครือข่ายผูกมิตรกับปัญญาชนหญิงพวกนี้ได้ ต่อไปของป่าที่เขาล่ามาได้ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่ระบายแล้ว!

ไม่นึกเลยว่าปัญญาชนหญิงพวกนี้จะเป็นฝ่ายอยากติดต่อกับเขา เพื่อทำการแลกเปลี่ยนสิ่งของเสียเอง

แบบนี้ก็ดีเลยน่ะสิ ช่วยประหยัดเวลาให้เขาไม่ต้องไปวิ่งเต้นสร้างเส้นสายเอง

ยิ่งคิดมุมปากของโจวอันก็ยิ่งยกสูงขึ้น เมื่อมีปัญญาชนหญิงพวกนี้อยู่ อยากจะใช้ชีวิตให้ลำบากยังยากเลย!

แต่สำหรับนมแพะ โจวอันยังตัดใจเอาไปแลกเปลี่ยนไม่ได้หรอก อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในตอนนี้

ตอนนี้ที่บ้านมีแพะนมแค่ตัวเดียว ปริมาณน้ำนมที่รีดได้ต่อวันอยู่ที่ประมาณหกชั่ง

ส่วนคนในบ้านโจวอันมีทั้งหมดเก้าคน เฉลี่ยแล้วแต่ละคนจะได้ดื่มนมแพะแค่วันละหกเจ็ดตำลึงเท่านั้น

แค่กินกันเองในบ้านก็พอดีแล้ว ถ้าต้องแบ่งให้คนอื่นอีก มันก็จะไม่พอ

ดังนั้นก็คงต้องใช้เนื้อสัตว์ไปแลกแทน หรือไม่ก็ต้องรอสะสมคะแนนให้เยอะๆ แล้วค่อยแลกแพะนมมาอีกสักตัว

"ขนมพวกนี้นายเอาไปแบ่งกับน้องๆ กินเถอะ กินเสร็จแล้วก็รีบเข้านอนล่ะ"

หลังจากโจวอันพูดกับน้องๆ เสร็จ เขาก็เดินไปจูงแม่แพะที่ลานบ้านกลับมาขังไว้ในครัวอีกครั้ง

คืนนั้นโจวอันหลับฝันดีจนถึงเช้า วันรุ่งขึ้นโจวอันกับน้องๆ ก็ถูกปลุกให้ตื่นตั้งแต่ยังไม่สว่างดี

ตอนนี้ท้องฟ้าเพิ่งจะเริ่มสาง ปกติถ้าไม่มีธุระอะไร โจวอันจะรอให้ฟ้าสางกว่านี้หน่อย ถึงจะปลุกน้องๆ ให้ตื่น

พอได้ยินเสียงเคาะประตู โจวอันก็รีบสวมเสื้อผ้าแล้วออกไปเปิดประตู

คนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือปู่โจวเพื่อนบ้าน ตอนนี้เขาสะพายตะกร้าใบใหญ่ยืนอยู่หน้าประตูรั้ว

"ปู่โจว มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?"

โจวอันรู้สึกแปลกใจ ดูจากท่าทางปู่โจวน่าจะกำลังเตรียมตัวไปทำงานแลกแต้มค่าแรง

แต่โจวอันไม่ได้ไปทำงานแลกแต้มตั้งนานแล้ว แล้วปู่โจวมาเรียกเขาแต่เช้าตรู่แบบนี้ทำไมกันล่ะ?

จบบทที่ บทที่ 30 อยากจะใช้ชีวิตให้ลำบากยังยากเลย!

คัดลอกลิงก์แล้ว