เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 211: พวกเราเป็นคนดีนะ

บทที่ 211: พวกเราเป็นคนดีนะ

บทที่ 211: พวกเราเป็นคนดีนะ


บทที่ 211: พวกเราเป็นคนดีนะ

เหรินอีเฟย: ...

เขาขอจองล้างจองผลาญกับผู้หญิงคนนี้ไปจนวันตาย ไม่ตายกันไปข้างก็ไม่เลิก !

"ถลึงตาทำไมยะ ? คราวก่อนปล่อยนายไปฉันก็หงุดหงิดจะแย่อยู่แล้ว คราวนี้ตกมาอยู่ในกำมือคุณย่า (สรรพนามแทนตัวเองแบบนักเลง) อีก... หึ ๆ ๆ ! เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ ? หยามเกียรติร่างกายนายได้ใช่ไหม ? ได้สิ รอฉันแป๊บนึงนะ เดี๋ยวฉันจะค่อย ๆ จับนายแก้ผ้า แล้วค่อยมาศึกษากันว่าจะหยามเกียรตินายยังไงดี ! "

ฮว๋าเจิงพูดด้วยท่าทางห้าว ๆ

หน้าตาเหมือนตุ๊กตา แต่ใจเป็นสาวห้าว แถมยังมีหน้าอกหน้าใจตู้ม ๆ ที่เอาไว้รัดคนให้ขาดใจตายได้อีก... นี่มันอาหารตาชั้นยอดชัด ๆ

"เธอ..."

รู้สึกว่าตัวเองโดนหยามเกียรติอีกแล้ว เหรินอีเฟยกำลังจะโมโหขึ้นมา แต่ก็โดนสายลับแองเจิลที่อยู่ด้านหลังเอาด้ามปืนทุบจนสลบเหมือดไปซะก่อน

ฮว๋าเจิงโบกมือ: "เอาตัวไปขังไว้ ! ระวัง ๆ หน่อยล่ะ หมอนี่ตัวทำเงินเลยนะ"

ด้วยเหตุนี้

คุณอาเหริน แก๊งค้ามนุษย์ ผู้มีค่าตัวแพงลิ่ว ก็ถูกคนของแองเจิลลากตัวออกไปท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคัก

ตู้โต้ว: ...

เหงื่อตก (เส้นดำพาดหัว)

ตกลงว่า แด๊ดดี้ ลูกน้องของแด๊ดดี้แต่ละคนนี่มันตัวประหลาดชัด ๆ ไปหาไอ้ปัญญาอ่อนแบบนี้มาจากไหนเนี่ย ?

"จึ๊ ๆ ๆ ! เด็กน้อย คิดดีหรือยังจ๊ะ ? จะไปกับพี่สาวไหม ? "

จัดการเหรินอีเฟยเสร็จ ฮว๋าเจิงก็รีบปั้นยิ้มหวาน หันมาหลอกล่อชูฉิงให้เข้าองค์กรต่อทันที

ตู้โต้วกุมขมับ แทบจะล้มทั้งยืน

พี่ฮว๋า พอได้แล้วฮะ !

เขาส่งสายตาบอกให้เธอจัดการพวกสายลับเพลิงทมิฬที่นอนกองอยู่บนพื้นก่อน... ไม่ว่าจะเป็นศพหรือคนเป็น ก็จับโยนออกไปให้หมดก่อนแล้วค่อยว่ากัน

สุดท้ายก็จัดการทุบจี้เซินจนสลบแล้วโยนออกไป เหลือแค่ซ่งเจียวไว้คนเดียว

น่าสงสารซ่งเจียว คราวก่อนตอนที่ท่าเรือระเบิด เธอถูกเหรินอีเฟยยิงจนแขนขาพรุน กลายเป็นคนพิการไปแล้วแท้ ๆ

มาตอนนี้ ก็ยังมาถูกซูเสี่ยวเนี่ยนหักข้อมืออีกข้างไปอย่างเฉียบขาดอีก คราวนี้ล่ะ แขนทั้งสองข้างใช้งานไม่ได้แล้ว

"พี่ชายฮะ คุณน้าคนสวยคนนี้แปลกจังเลย ! ทำไมถึงชอบชวนให้ชูฉิงไปอยู่ด้วยตลอดเลยล่ะฮะ ? "

ชูฉิงถูกความกระตือรือร้นของฮว๋าเจิงทำให้ตกใจกลัว

เธอรีบไปหลบอยู่หลังตู้โต้ว พูดด้วยน้ำเสียงหวาด ๆ แต่ก็แอบสงสัยอยู่ไม่น้อย

ค่อย ๆ ชะโงกหัวเล็ก ๆ ออกมาจากด้านหลังของตู้โต้วครึ่งหนึ่ง ตาแป๋วจ้องมองฮว๋าเจิง

ทำเอาฮว๋าเจิงเกือบจะหลุดขำ

"โอเค ๆ ไม่แกล้งแล้วจ้ะ ! เด็กน้อยตั้งใจเรียนไปเถอะนะ ! "

ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก็หันไปยิ้มหวานใส่ตู้โต้ว "แต่ว่า เธอไม่ไปแล้ว แล้วเบบี๋ล่ะจ๊ะ ? อยากจะไปกับคุณครูฮว๋าไหม ? "

ตู้โต้วมองบน: "คุณครูฮว๋าฮะ..."

พอได้แล้วฮะ !

เล่นละครเกินเบอร์ไปแล้วฮะ

ฮว๋าเจิงหัวเราะร่วน สั่งให้ลูกน้องกวาดล้างพวกตัวซวยจากเพลิงทมิฬทั้งหมด นับเรียงตัว ไล่ตะเพิดออกไปจากโรงงานร้างให้หมด

จี้เซินยังคงนอนเอามือกุมหัวหมอบอยู่บนพื้น ในใจมีแต่เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เฮ้อ !

เพลิงทมิฬตกต่ำลงแล้วจริง ๆ สินะ... กลายเป็นองค์กรที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาสามองค์กรใหญ่ไปซะแล้ว

"ลุกขึ้น ออกไป ! "

มีคนเอาปืนจ่อหัวเขา จี้เซินก็ยอมลุกขึ้นแต่โดยดี และถูกไล่ออกไปเช่นเดียวกัน

ซ่งเจียวก็อยากจะเดินตามออกไปด้วย แต่จู่ ๆ ฮว๋าเจิงก็พูดขึ้นมา: "เดี๋ยวก่อน ! "

ซ่งเจียวชะงัก หันไปมองด้วยแววตาเย็นชา ทำท่าทางเหมือนคนใจเด็ด พูดเสียงแข็งว่า: "แกมีลูกไม้ก้นหีบอะไร ก็งัดออกมาให้หมดเลยสิ ! "

"อืม ฉันไม่มีหรอก! แต่คนของฉันน่ะมีแน่"

ฮว๋าเจิงเลิกคิ้ว รอยยิ้มในดวงตาเลือนหายไป แทนที่ด้วยความเย็นชาและดุดัน "เด็ก ๆ พาชูฉิงออกไป อย่าทำให้เธอตกใจล่ะ ! "

สายลับเดินเข้ามา แล้วก็รีบพาชูฉิงที่น้ำตาคลอเบ้าออกไปอย่างรวดเร็ว

ตู้โต้วโบกมือให้เธออย่างจนใจ ทำสัญญาณบอกว่าเดี๋ยวจะตามออกไป ชูฉิงถึงได้ยอมไปแต่โดยดี

ในพริบตา ทั้งโรงงานร้างก็เหลือเพียงซ่งเจียว ฮว๋าเจิง และตู้โต้วแค่สามคน

ตู้โต้วไม่รังเกียจความสกปรก ความไร้เดียงสาที่เสแสร้งมาตลอด เมื่อไม่มีคนนอกอยู่ด้วย เขาก็สลัดมันทิ้งไปอย่างไม่ใยดี

"พี่ฮว๋าฮะ รบกวนเอาเก้าอี้ตัวนั้นให้ผมหน่อยฮะ"

ถูกแขวนมาตั้งนาน เลือดลมในตัวไหลเวียนไม่ค่อยสะดวก เขาอยากจะนั่งพักสักหน่อย

"อืม เหนื่อยแล้วเหรอ ? เหนื่อยก็เก้าอี้นั่งซะ"

ฮว๋าเจิงรีบไปลากเก้าอี้มาให้ ตู้โต้วนั่นลง ฮว๋าเจิงขมวดคิ้ว มองดูด้วยความปวดใจสุด ๆ แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร "พวกมันตีเธอเหรอ ? "

รอยโดนตีบนหน้าเห็นชัดเจนมาก

บวมเป่งซะขนาดนั้น แทบจะใหญ่กว่าแก้มอีกข้างเท่านึงแล้ว

ตู้โต้วส่ายหน้า หลุบตาลง: "ไม่เป็นไรฮะ ผมก็แค่อยากลองดูว่า เมื่อกี้ตอนที่หม่ามี้ขยับตัวลงนั่งตรงนี้ แล้วแหงนมองผมบนท้องฟ้า หม่ามี้จะรู้สึกยังไง"

เงยหน้ามองฟ้า ท้องฟ้าช่างสูงลิ่วและสีฟ้าคราม

เมื่อครู่นี้ ถ้าเขาถูกคนโยนลงมาจากที่สูงจริง ๆ ก็คงจะแตกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ เหมือนขวดแก้วเปราะบางแน่ ๆ

หม่ามี้ คงจะปวดใจมาก และคงจะบ้าไปเลยใช่ไหม ?

ตู้โต้วรู้ดีมาตลอดว่า ชาตินี้ เขาคือแก้วตาดวงใจของหม่ามี้ตลอดไป

แต่สิ่งที่เขารู้ดีกว่านั้นก็คือ ชาตินี้ หม่ามี้ก็คือราชินีในใจของเขาตลอดไปเช่นกัน !

ใครหน้าไหนกล้าทำร้ายหม่ามี้ เขาไม่มีวันปล่อยมันไว้แน่ !

"เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน..."

ซ่งเจียวที่สูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวไปนานแล้ว จู่ ๆ ก็หน้าซีดเผือด จ้องมองทั้งสองคน ถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "พวก พวกแก ตกลงเป็นอะไรกันแน่ ? "

ก่อนหน้านี้ไอ้เด็กเหลือขอนี่ เรียกฮว๋าเจิงจากแองเจิลว่าคุณครู

ตอนนี้ มันไม่เรียกครูแล้ว เปลี่ยนมาเรียกพี่สาวแทน แล้วฮว๋าเจิงก็ทำท่าทางนอบน้อมเชื่อฟัง... นี่มันความสัมพันธ์แบบไหนกันแน่ ?

เส้นประสาทในสมองที่เคยขาดผึงไปก่อนหน้านี้ ค่อย ๆ ปะติดปะต่อกันขึ้นมาอีกครั้ง

ในที่สุด ริมฝีปากที่ซีดเซียวและสั่นเทาของเธอก็เปล่งชื่อรหัสที่พวกเธออยากจะจับตัวมาให้ได้ทั้งวันทั้งคืนออกมา: "แก แกคือ... Eric ? "

พอพูดประโยคนี้จบ ร่างกายของซ่งเจียวก็ส่ายโงนเงนอย่างแรง ราวกับถูกกระชากกระดูกและเส้นเอ็นออกไป ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง

จบสิ้นแล้ว

ปีศาจตนนั้น !

ถ้าเด็กหกขวบคนนี้ คือ Eric ผู้แสนจะเจ้าคิดเจ้าแค้น ขี้เหนียว และโหดเหี้ยมตามข่าวลือจริง ๆ ล่ะก็ จุดจบของเธอ... คงต้องอนาถสุด ๆ แน่

"อืม งั้น เธอมีอะไรอยากจะสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้ายไหม ? "

ตู้โต้วขยับแขนไปมา แขนขาเล็ก ๆ ดูเหมือนกำลังกลุ้มใจมากเลยนะเนี่ย !

แต่ในแววตาที่ดูกลุ้มใจนั้น กลับมีความเย้ยหยันปรากฏอยู่อย่างชัดเจน...

นั่นคือสีสันแห่งความตาย เป็นสีสันที่ซ่งเจียวไม่มีวันยอมรับเด็ดขาด

เธอแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว !

"ซูหลิงเฉิน ! แกนี่ซ่อนตัวได้มิดชิดจริง ๆ นะ... ซาลี่ก่อนหน้านี้ ก็เป็นฝีมือฮว๋าเจิงที่จับตัวไป เธอเองก็รู้ความลับเรื่องร่างกายของแกดีใช่ไหม ? "

ตู้โต้วพยักหน้าอย่างซื่อสัตย์ ยิ้มรับคำ: "ใช่ฮะ ! "

"งั้น เมื่อกี้ตอนที่แกบอกว่าจะบอกฐานะของ Eric ให้ฉันรู้ แกตั้งใจจะเผยตัวตนออกมาเองใช่ไหม ? "

"อืม ก็ถูกฮะ"

ตู้โต้วยิ้มอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกเสียดายกึ่งล้อเล่น: "แต่น่าเสียดายมากนะ ที่เธอไม่ฟังคำเตือนของฉัน ไม่ยอมปล่อยหม่ามี้ฉันไปก่อน"

ต้องรู้ไว้นะว่า หลังจากที่หม่ามี้ความจำเสื่อม ส่วนของสมองที่ควบคุมทิศทางก็ได้รับความเสียหายตามไปด้วย ส่งผลกระทบต่อทักษะการใช้ชีวิตด้านอื่น ๆ ของหม่ามี้ด้วย

อย่างเช่น ตอนนี้หม่ามี้เป็นโรคกลัวความสูงไงล่ะ !

ตู้โต้วแหงนหน้ามอง พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มเบา ๆ : "คุณซ่ง เมื่อกี้ผมพูดว่ายังไงนะฮะ ? ห้ามแตะต้องหม่ามี้ผม ห้ามแตะต้องหม่ามี้ผม... แต่ผลลัพธ์ล่ะ เธอทำยังไง หืม ? "

"หม่ามี้รักสวยรักงามขนาดนั้น เธอไม่เพียงแต่ตบหม่ามี้ ยังกรีดหน้าหม่ามี้อีก"

"ถึงแม้หม่ามี้จะอดทนต่อความเจ็บปวดได้เก่งมาก แต่เธอรู้ไหม... ในฐานะที่ผมเป็นลูกชายสุดที่รักของหม่ามี้ ตอนที่ผมเห็นเธอใช้แส้ฟาดหม่ามี้ทีละที ๆ แล้วผมกลับช่วยอะไรไม่ได้เลย เธอรู้ไหมว่าตอนนั้นผมกำลังคิดอะไรอยู่ ? "

"คิด... คิดอะไร ? "

ซ่งเจียวหวาดกลัวตามสัญชาตญาณ

เธอได้ยินเสียงสั่นเทาของตัวเองถามออกไปอย่างยากลำบาก

แล้วก็ต้องสะดุ้งตัวสั่นอีกครั้ง... ความสิ้นหวังถาโถมเข้าเกาะกุมหัวใจ

ก่อนหน้านี้ที่เขาพูดจาโหดเหี้ยมสารพัด เธอก็แค่ฟังเป็นเรื่องตลก

แต่ตอนนี้... คำพูดของเขาเบาหวิว แต่เธอกลับไม่กล้าคิดว่าเป็นเรื่องตลกอีกต่อไปแล้ว

ไอ้ปีศาจนี่ !

"ผมกำลังคิดว่า... ผมจะต้องจับตัวเธอให้ได้ แล้วก็จะให้เธอลองชิม 'จุมพิตนางฟ้า' ที่ผมเป็นคนคิดค้นขึ้นมาเองไงล่ะ"

น้ำเสียงของตู้โต้วแผ่วเบามาก แต่รอยยิ้มกลับหวานหยดย้อย น่ารักน่าเอ็นดู

รอยยิ้มแบบนี้มันเหมือนรอยยิ้มมรณะ อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างกะทันหัน

ไม่ใช่แค่ซ่งเจียวที่รู้สึกกลัว แม้แต่ฮว๋าเจิงที่ยืนอยู่ข้างตู้โต้วก็ยังหลุดอุทาน "เวรเอ๊ย" ออกมา แล้วก็รีบยืนตัวตรงแหน่ว ไม่กล้าส่งเสียงอะไรอีกเลย

อ๊ากกก !

ท่าน Eric โกรธจัด ผลลัพธ์ต้องร้ายแรงแน่ ๆ !

เป็นเด็กที่น่ากลัวจริง ๆ ! โชคดีนะที่เป็นมิตรไม่ใช่ศัตรู

"พี่ฮว๋าฮะ"

ตู้โต้วเอียงคอ พูดด้วยน้ำเสียงหวานเจี๊ยบ "พี่ฮว๋าฮะ ช่วงนี้สายตาผมไม่ค่อยดีเลย พี่ช่วยดูให้หน่อยสิฮะว่า บนหน้าของคุณซ่งคนนี้ มีของที่ไม่ควรมีงอกขึ้นมาหรือเปล่า พวกเรามาช่วยเธอกันดีไหมฮะ ? "

เขาพูดได้อ่อนโยนและไร้เดียงสามาก

แต่ซ่งเจียวกลับรู้สึกเหมือนมองเห็นขุมนรก

"ไม่ ไม่... พวกแกทำแบบนี้ไม่ได้นะ ! "

เธอร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว

ฮว๋าเจิงก้าวไปข้างหน้า ถอนหายใจด้วยสีหน้าเห็นใจ: "พูดจริง ๆ นะ ในฐานะผู้หญิงด้วยกัน ฉันเห็นใจเธอมากเลยนะ... แต่ถ้ามองในมุมของท่าน Eric ของพวกเรา ฉันก็ช่วยไม่ได้เหมือนกันแหละ ! ท่าน Eric ของพวกเราออกจะน่ารักไร้เดียงสาขนาดนี้ แต่กลับต้องมาแปดเปื้อนเรื่องที่ไม่ควรแปดเปื้อนก็เพราะเธอ เธอว่า เรื่องนี้พวกเราจะไปเรียกร้องความยุติธรรมจากใครได้ล่ะ ? "

ยกมือขึ้นบีบคางซ่งเจียว ซ่งเจียวพยายามจะดิ้นรน ฮว๋าเจิงทำหน้าตึง แค่นเสียงหัวเราะเย็นชา: "รนหาที่ตายนักนะ ! "

ลงมืออย่างรวดเร็ว เสียง "กร๊อบ กร๊อบ" ดังขึ้นสองครั้ง ถอดข้อต่อแขนทั้งสองข้างของเธอออก

ซ่งเจียวร้องโหยหวน ฟังดูน่าสมเพชจริง ๆ

"อืม พี่ฮว๋าฮะ ผมอยากนอนแล้วล่ะ ง่วงจังเลย ! " ตู้โต้วพูดด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ

ฮว๋าเจิงดีดนิ้วเป๊าะ "รับทราบ ! "

คว้าก้อนหินมากำมือหนึ่ง ยัดใส่ปากซ่งเจียว

ก้อนหินแหลมคมบาดปากเธอจนเลือดกบปาก

ซ่งเจียวแทบจะคายออกมา

ฮว๋าเจิงเตือนด้วยความหวังดี: "ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันจะอยู่นิ่ง ๆ นะ"

มีดสั้นที่ส่องประกายวาววับ ถูกถือไว้ในมือ

ทำท่าจะกรีดลงบนใบหน้าของเธอในมุมต่าง ๆ

ตู้โต้วมองดูพร้อมกับถอนหายใจ ดวงตาสีดำขลับเต็มไปด้วยความไร้เดียงสาและบริสุทธิ์: "เอ๊ะ ? มีดเล่มนี้ดูคุ้น ๆ นะ... อ้อ ใช่แล้ว เมื่อกี้คุณซ่งเพิ่งจะใช้มีดเล่มนี้กรีดหน้าหม่ามี้ผมนี่นา"

ฮว๋าเจิง: ...

หึ ๆ !

เรื่องปกป้องพวกพ้องน่ะ ถ้าท่าน Eric ของเธอเป็นที่สอง ก็ไม่มีใครกล้าเป็นที่หนึ่งหรอก

"มามะ เริ่มกรีดจากตรงนี้ก่อนเลย"

แสงมีดวูบวาบ ใบหูที่โชกเลือดร่วงลงพื้น ซ่งเจียวดิ้นรนร้องอู้อี้ ฮว๋าเจิงรำคาญที่เธอเอาแต่ดิ้น ป่านนี้แล้วยังกล้าดิ้นอีก กรีดมีดไปสองครั้ง ตัดเส้นเอ็นร้อยหวายที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของเธอจนขาดกระจุย

ซ่งเจียวเลือดกบปาก ร้องโหยหวนด้วยความสิ้นหวัง

เธอรู้ดีว่าตัวเองคงไม่รอดแล้ว... แต่เธอไม่ยอมแพ้หรอก !

ต่อให้ต้องตาย เธอก็จะลากไอ้ Eric ตัวร้ายนี่ลงนรกไปด้วยให้ได้ !

"พี่ฮว๋าฮะ... ความจริงแล้วผมเป็นคนดีนะ ! ผมเป็นคนรักษาคำพูดมาตลอดเลยด้วย... พวกเราทำตัวรุนแรงแบบนี้มันไม่ดีเลยนะฮะ"

ตู้โต้วลุกขึ้น ก้าวเท้าที่สวมรองเท้าผ้าใบ เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าซ่งเจียวด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ฮว๋าเจิงกดหัวซ่งเจียวให้หมอบลงกับพื้น เพื่อให้เบบี๋ของเธอสามารถพูดคุยได้... ดูมีอำนาจมากขึ้น

"แกฆ่าฉันสิ! ฆ่าฉันเลย! แน่จริงก็ฆ่าฉันสิวะ..."

ซ่งเจียวตะโกนจนเสียงแหบพร่า พยายามเงยหน้าขึ้น แต่ก็ทำได้แค่แตะโดนปลายเท้าของตู้โต้วเท่านั้น

ความอัปยศอดสู

ความอัปยศที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ทำให้ซ่งเจียวแทบจะสติแตก !

ช่างเป็นเรื่องที่น่าขันอะไรเช่นนี้

เดิมที พวกเธอวางแผนจะล่อจับ Eric แท้ ๆ ใครจะไปรู้ล่ะว่า Eric จะเจ้าเล่ห์เพทุบายขนาดนี้ ถึงขั้นตลบหลังจับพวกเธอรวบยอดได้ทั้งหมด !

ซ่งเจียวไม่ยอมจำนน

จนกระทั่งรองเท้าผ้าใบเล็กๆ ข้างหนึ่ง เหยียบลงบนใบหน้าของเธออย่างระมัดระวัง ซ่งเจียวก็สะดุ้งได้สติกลับมา

และก็ได้ยินประโยคที่ทำให้ตัวเองรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ

ตู้โต้วพูดว่า: "...หน้าตาน่าเกลียดขนาดนี้ ยังกล้าออกมาเดินเพ่นพ่านอีกเหรอ ? ถ้าเกิดทำให้คนอื่นตกใจกลัวขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ"

"เด็ก ๆ อย่างพวกเรากลัวคนเลวที่สุดเลยนะ เฮ้อ"

"เธอเห็นไหม ชูฉิงของพวกเราถูกพวกเธอทำให้ตกใจจนร้องไห้แล้ว..."

"เธอว่าเรื่องนี้ จะจัดการยังไงดีล่ะ ? "

เด็กน้อยที่ตกใจกลัวทำหน้าเศร้าหมอง ดูเหมือนกำลังกลุ้มใจมากจริง ๆ แต่ทุกคำพูดที่เขาเอ่ยออกมา ซ่งเจียวอยากจะตะโกนด่ากลับไปว่า: พ่องมึงสิ !

ฮว๋าเจิงกระแอมไอเบา ๆ : "จัดการเลยไหม ? "

ตู้โต้วเงยหน้ามองฟ้าด้วยมุม 45 องศาอย่างเศร้าสร้อย: "อย่าเลยฮะ ? "

น้ำเสียงดูลังเลนิด ๆ : "พูดว่าจัดการมันดูน่ากลัวไปหน่อย พวกเราเป็นคนมีอารยธรรม ก็ต้องทำตัวให้มีอารยธรรมสิฮะ... พี่ฮว๋าฮะ พวกเราอย่าทำตัวรุนแรงตลอดเวลาเลยนะฮะ พวกเราต้องอ่อนโยนให้มาก ๆ และก็ต้องทำให้คุณซ่งรู้สึกฟินสุด ๆ ไปเลยด้วยนะฮะ... อืม เอาตามนี้แหละฮะ"

Eric ที่กำลังยิ้มหวาน คือร่างอวตารของปีศาจร้ายชัด ๆ

จบบทที่ บทที่ 211: พวกเราเป็นคนดีนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว