- หน้าแรก
- เจ้าหนูจอมป่วน แม่ของฉันคือราชินี
- บทที่ 206: เด็กน้อยสองคนเล่นขายของ
บทที่ 206: เด็กน้อยสองคนเล่นขายของ
บทที่ 206: เด็กน้อยสองคนเล่นขายของ
บทที่ 206: เด็กน้อยสองคนเล่นขายของ
"ตู้โต้ว ? " เสียงของเหยียนเหวยหานที่แฝงไปด้วยความหยั่งเชิงดังมาจากโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว เป็นน้ำเสียงที่หนักแน่น แต่ก็แฝงไปด้วยความร้อนใจ และยังสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่ทะลุถึงกระดูกแผ่ซ่านออกมาอย่างกะทันหัน
ตู้โต้วรู้สึกพอใจกับปฏิกิริยาของเหยียนเหวยหานมาก ยังดี ที่การสอบผ่านด่านของแด๊ดดี้ครั้งนี้ ถือว่าสอบผ่านแบบฉิวเฉียด เขารู้ดีว่า ด้วยความสามารถของเหยียนเหวยหาน การจะแกะรอยข้อมูลจากโทรศัพท์เครื่องนี้ เป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก
ตู้โต้วยิ้มอย่างใจเย็น น้ำเสียงใสแจ๋ว ฟังดูไม่เหมือนเด็กที่กำลังหวาดกลัวเลยสักนิด เหยียนเหวยหานเลิกคิ้วขึ้น ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ตู้โต้วพูดต่อว่า: "คุณเหยียนอย่าเพิ่งพูดอะไรนะฮะ มีคนมา..."
เหยียนเหวยหาน: ... หน้าดำคร่ำเครียด ! หัวใจที่เพิ่งจะคลายความกังวลลง กลับต้องกระตุกวูบขึ้นมาอีกครั้ง ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย พูดให้มันจบในประโยคเดียวไม่ได้หรือไง ? !
เขาเหลือบมองถนนข้างหน้า ตอนนี้มาถึงช่วงที่รถติดบนสะพานแล้ว เหยียนเหวยหานรีบจอดรถเข้าข้างทาง คว้าไอแพดที่พกติดตัวออกมา แล้วเริ่มถอดรหัสเพื่อแกะรอยตำแหน่งโทรศัพท์ของตู้โต้วอย่างรวดเร็ว "ติ๊ง ! " ไม่นานนัก การแกะรอยก็เป็นผลสำเร็จ
แมงป่องพิษคงคิดไม่ถึงว่าโทรศัพท์เครื่องนี้จะตกไปอยู่ในมือของตู้โต้ว และยิ่งคิดไม่ถึงว่า ตู้โต้วจะจัดการปลิดชีพเธอทิ้งไว้ที่นี่...
เพราะงั้น ในโทรศัพท์ก็เลยไม่ได้ติดตั้งระบบป้องกันหรือไฟร์วอลล์อะไรไว้เลย
เหยียนเหวยหานจึงแฮกเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
"เหนียนเนี่ยน เจอตัวตู้โต้วแล้วนะ พิกัดคือ..." เขารีบยกโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วบอกพิกัดของตู้โต้วทันที
ซูเสี่ยวเนี่ยนถึงกับชะงักไปชั่วครู่ พิกัดนี่มันหมายความว่าไงวะ ? ตัวเลขพวกนั้น เธออ่านออก เขียนได้... แต่พอเอามารวมกันแล้วมันคือบ้าอะไรเนี่ย ?
"เหนียนเนี่ยน เหนียนเนี่ยน ? " เหยียนเหวยหานเรียกเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ไม่เร่งรีบ ไม่ตื่นตระหนก ราวกับสายน้ำที่เงียบสงบ ไม่นานก็ดึงสติเธอกลับมาได้
"เหนียนเนี่ยน ไม่ต้องรีบร้อนนะ... เธอไม่รู้ตำแหน่งพิกัดใช่ไหม เดี๋ยวฉันบอกทางให้" เหยียนเหวยหานพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แม้จะคุยผ่านโทรศัพท์ เขาก็ยังรับรู้ได้ถึงความสับสนและทำตัวไม่ถูกของผู้หญิงของเขา หัวใจก็ปวดหนึบขึ้นมาทันที
ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย ไม่ตั้งใจเรียนศิลปะป้องกันตัวก็แล้วไปเถอะ นี่พอเกิดเรื่อง ยังต้องให้เหนียนเนี่ยนมาคอยเป็นห่วงอีก คอยดูเถอะ กลับมาเมื่อไหร่จะจัดการให้เข็ด
"เหนียนเนี่ยน เธอหารถสักคันนะ แล้วขับไปตามถนนเรื่อย ๆ อย่าเพิ่งวางสายนะ..." เขาเหลือบมองดูสภาพรถที่ยังคงติดหนึบอยู่บนสะพาน สายตาของเหยียนเหวยหานเย็นชา แยกประสาททำงานสองอย่างพร้อมกัน ฝั่งหนึ่งคอยบอกทางให้ซูเสี่ยวเนี่ยน อีกฝั่งก็สั่งการเหรินอีเฟยทันที: "เตรียมเฮลิคอปเตอร์ พิกัดเป้าหมายคือ..."
บอกชุดตัวเลขสองชุดไปอย่างรวดเร็ว เหรินอีเฟยดีดนิ้วดังเป๊าะ: "OK ! ลูกพี่วางใจได้เลย ! ภารกิจช่วยเหลือนายน้อย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง ! " เฮลิคอปเตอร์บินวนขึ้นสู่ท้องฟ้า ใบพัดหมุนตีอากาศจนเกิดกระแสลมแรง
ชิงจวินที่เพิ่งจะวิ่งขึ้นมาถึงดาดฟ้า กระโดดคว้าฐานล้อเฮลิคอปเตอร์ไว้ แล้วตีลังกาปีนเข้าไปด้านใน
เหรินอีเฟยหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโมโห กัดฟันด่าว่า: "ไอ้แซ่ชิง แกบ้าไปแล้วหรือไง ? ถ้าตกลงไปตายขึ้นมา จะทำยังไง หาเรื่องตายชัด ๆ ! "
ชิงจวินปรายตามองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ แล้วสวนกลับประโยคเดียวทำเอาสะอึก: "ตายหรือยังล่ะ ? "
เหรินอีเฟยพูดไม่ออก: ... เวรเอ๊ย ! ก็ยังไม่ตายจริง ๆ นั่นแหละ ! คุณชายเอ๊ย ! ไม่อยากจะถือสาหาความกับไอ้ปีศาจชิงจวินนี่เลยจริง ๆ
เหรินอีเฟยเปลี่ยนเรื่องคุย: "เหนียนเนี่ยนไปช่วยตู้โต้วแล้ว... ลูกพี่สั่งให้พวกเราขับเฮลิคอปเตอร์ไปสมทบ"
พอพูดถึงซูเสี่ยวเนี่ยน แววตาของชิงจวินก็อ่อนโยนลงมาก เร่งเร้าว่า: "ถ้างั้นแกจะมัวพล่ามอะไรอยู่อีกล่ะ ? รีบไปช่วยคนสิวะ จะชักช้าอยู่ทำไม ? "
เหรินอีเฟย: ... หึ ๆ ! คุณชายชิงจวิน แกปัญญาอ่อนหรือไงวะ ? คนที่แกกำลังรีบจะไปช่วยน่ะ ผู้หญิงของลูกพี่พวกเรานะโว้ย !
เหรินอีเฟยกลอกตาบนด้วยความหมั่นไส้ แล้วรีบบังคับเฮลิคอปเตอร์มุ่งหน้าไปยังพิกัดที่เหยียนเหวยหานบอกอย่างรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกันนั้น ซูเสี่ยวเนี่ยนก็โบกรถได้แล้ว และกำลังขับพุ่งทะยานไปยังห้องใต้ดินที่ลับตาคนแห่งหนึ่ง ตามคำบอกทางของเหยียนเหวยหาน
...
"ได้รับรายงานมาว่า จี้เหยาจากองค์กรแองเจิลกบดานอยู่ที่เมืองอันเฉิง... ได้ข่าวว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทตระกูลฟางด้วย" ผู้พันแอนดรูว์หรี่ดวงตาสีฟ้าลง ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้อง มองทอดสายตาไปยังตึกของบริษัทตระกูลฟางทั้งตึก
สายลับลูกน้องหัวเราะคิกคักแล้วพูดว่า: "ในเมื่อผู้พันมั่นใจแล้ว ทำไมถึงไม่ไปจับตัวมาเลยล่ะครับ ? "
"ยอร์ค เราจะบุกไปจับคนถึงที่โดยไม่มีหลักฐานได้ยังไง ? ทางการของจีน เขาไม่ปล่อยให้พวกเราทำอะไรตามอำเภอใจหรอกนะ"
สายลับยอร์คกลอกตา แบมือสองข้าง: "งั้นก็แปลว่าทำอะไรไม่ได้เลยสิครับ ? "
แอนดรูว์: "รอไง คนจีนเขามีสุภาษิตว่า 'นอนรอปลามากินเบ็ด' (รอคอยอย่างอดทน) ขอแค่พวกเรามีความอดทนมากพอ เดี๋ยวเธอก็ต้องโผล่หัวออกมาเองนั่นแหละ"
"แล้วถ้าเกิดรอแล้วไม่โผล่มาล่ะครับ ? "
แอนดรูว์โมโหจัด: "แกหุบปากไปเลย ! ทำไมแกถึงชอบขัดคอฉันอยู่เรื่อยเลยวะ ? ถ้ารอแล้วไม่มา ก็จะเอาแกไปทำเป็นเหยื่อล่อซะเลย ! "
"Oh ! No no no ! ผมหุบปากแล้วครับ จะหุบปากเดี๋ยวนี้แหละครับ" ยอร์ครีบหุบปากหมา ๆ ของตัวเองทันที ไม่กล้าทำให้เจ้านายโมโหอีก แต่ว่า เขาก็ยังอดสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลที่ได้มาอย่างแน่ชัดก่อนหน้านี้ไม่ได้อยู่ดี คนสวยตัวร้ายอย่างจี้เหยาจากองค์กรแองเจิลเนี่ยนะ... จะมากบดานอยู่ในบริษัทตระกูลฟางจริง ๆ เหรอ? คนจีนนี่ เจ้าเล่ห์จริง ๆ เลย !
...
"Boss ซูหลิงเฉินถูกพาตัวมาแล้วครับ ตอนนี้ให้แมงป่องพิษเฝ้าอยู่... ขั้นตอนต่อไป จะให้ใช้ซูหลิงเฉินเป็นเหยื่อล่อ Eric ออกมาเลยไหมครับ ? " จี้เซินกำลังรายงานฟางซีหยวน
ในห้องทำงาน
ฟางซีหยวนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ในมือถือรูปถ่ายใบหนึ่ง และกำลังจ้องมองดูเงียบ ๆ
ผู้หญิงในรูปถ่าย ยิ้มแย้มสดใส ดูงดงามไร้ที่ติ ถึงแม้ว่าจะเคยคลอดลูกให้ผู้ชายคนอื่นมาแล้ว แต่เธอก็ยังคงเป็นแสงสว่างในใจของเขาเสมอ ฟางซีหยวนไม่พูดอะไร แต่รีบเก็บซ่อนความรู้สึกในแววตาลงอย่างรวดเร็ว: "มีข่าวคราวของซาลี่บ้างไหม ? "
จี้เซินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบตามความจริง: "ผมแยกย้ายกันทำงานกับซ่งเจียว ตอนนี้ยังไม่มีเบาะแสของซาลี่เลยครับ"
ฟางซีหยวนหลุบตาลง ปลายนิ้วลูบไล้ไปบนใบหน้าของผู้หญิงในรูปถ่ายเบา ๆ ถอนหายใจออกมา แววตาเต็มไปด้วยความดิ้นรนและความอาลัยอาวรณ์... แต่ไม่นานก็แปรเปลี่ยนเป็นความดุดันและเย็นชา "ลงมือ ! "
"ครับ ! " จี้เซินรับคำสั่ง รีบวางสายโทรศัพท์ แล้วหมุนตัวเดินตรงไปยังห้องใต้ดิน พอเห็นคนเฝ้ายามยืนอยู่หน้าประตู ก็ขมวดคิ้วถามว่า: "สั่งให้พวกแกเฝ้าอยู่ข้างในไม่ใช่เหรอ ? แล้วออกมาทำอะไรกันตรงนี้ ? "
สายลับสองคนตอบด้วยความเคารพ: "...แมงป่องพิษสั่งให้พวกเราออกมาครับ"
จี้เซิน: "ตอนนี้เธออยู่ข้างในคนเดียวเหรอ ? "
"ใช่ครับ แมงป่องพิษเข้าไปคนเดียว แล้วสั่งห้ามไม่ให้พวกเราเข้าไปกวนครับ"
สีหน้าของจี้เซินเปลี่ยนไป พูดเสียงเครียด: "แย่แล้ว ! "
เรื่องบาดหมางระหว่างแมงป่องพิษกับซูเสี่ยวเนี่ยนในอดีต จี้เซินรู้ดีกว่าใคร ถ้าเกิดยัยผู้หญิงบ้านั่นเกิดคลั่งขึ้นมา แล้วทำร้ายซูหลิงเฉินจริง ๆ จะทำยังไง ?
พอคิดได้แบบนี้ จี้เซินก็รีบถีบประตูห้องใต้ดินเข้าไปทันที แล้วก็ต้องยืนอึ้งตะลึงงัน
เวรเอ๊ย ! เขาเห็นอะไรเนี่ย ? เด็กสองคนที่เดิมทีควรจะถูกแมงป่องพิษจับผ่าท้องควักไส้ ตอนนี้กลับกอดกันกลม ร้องไห้จ้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ส่วนผู้หญิงที่ควรจะอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร กลับนอนตาค้างตายคาที่อยู่บนพื้น... ฆ่าตัวตายเนี่ยนะ ? !
"ห้ามร้อง ! " จี้เซินตวาดเสียงดังลั่น รีบเดินเข้าไปตรวจดูลมหายใจของแมงป่องพิษ... ตายสนิทแบบไม่มีทางฟื้นแล้ว สาเหตุการตายคือ... จี้เซินมองดูมีดที่ปักคาอยู่ที่ท้องของเธอ แล้วมุมปากก็กระตุก น่าจะเป็นม้ามแตก เลือดออกมากเกินไป
"บอกมา ! เกิดอะไรขึ้น ? ใครเป็นคนฆ่าเธอ ? ! " จี้เซินตวาดถามเสียงกร้าว หันขวับไปมองเด็กสองคนด้วยสายตาดุดันราวกับกระดิ่งทองแดง กวาดตามองสลับไปมาอย่างจับผิด
ชูฉิงหวาดกลัวสุดขีด ร้องไห้เสียงดังขึ้นกว่าเดิม ตู้โต้วเองก็ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนลูกแมวเพิ่งเกิดที่เพิ่งสูญเสียพ่อแม่ไป... ทำให้จี้เซินเลิกสงสัยในตัวเด็กทั้งสองคนไปอย่างไม่มีเหตุผล
"พอแล้ว เลิกร้องไห้ได้แล้ว หุบปากให้หมด ! " จี้เซินนวดขมับด้วยความปวดหัว ตวาดสั่งอีกครั้ง เขาคงบ้าไปแล้วจริง ๆ ที่ดันไปคิดว่าเด็กสองคนนี้จะเป็นคนฆ่าแมงป่องพิษได้ ?
แต่ว่าที่นี่คงจะอยู่ไม่ได้แล้ว สายตากระตุกไหว ถอนหายใจออกมา: "เด็ก ๆ ! พาตัวสองคนนี้ไป ! " ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วหันไปมองศพที่อยู่ด้านหลัง: "เอาศพแมงป่องพิษ... ไปหาที่ฝังซะ ! "
เมื่อก้าวเข้าสู่วงการองค์กรลับแล้ว ก็เหมือนก้าวลงสู่ห้วงทะเลลึก ยากที่จะหันหลังกลับ ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่องค์กรเพลิงทมิฬ ก็ควรจะเตรียมใจไว้แล้วว่าอาจจะต้องตายตาไม่หลับแบบนี้
"พี่ชาย พี่ชาย ฮือ ๆ ๆ ชูฉิงกลัว..." ชูฉิงร้องไห้จ้า กอดคอตู้โต้วไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
ตู้โต้วก็กอดเธอไว้ ร้องไห้สะอึกสะอื้น: "หม่ามี้ หม่ามี้... คุณลุงฟาง"