- หน้าแรก
- ระบบข้ามมิติ ปล้นพรสวรรค์ทั่วจักรวาล
- บทที่ 18 - ลีลาบู๊ของพี่หลงช่างฮาได้ใจจริงๆ
บทที่ 18 - ลีลาบู๊ของพี่หลงช่างฮาได้ใจจริงๆ
บทที่ 18 - ลีลาบู๊ของพี่หลงช่างฮาได้ใจจริงๆ
บทที่ 18 - ลีลาบู๊ของพี่หลงช่างฮาได้ใจจริงๆ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ในขณะที่ทุกคนกำลังจมอยู่ในความคิดก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านบน จากนั้นชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่พร้อมอาวุธครบมือก็บุกกรูกันเข้ามา พร้อมกับผลักตัวโมโมโกะให้ล้มมาตรงหน้าพวกเฮ่าซ่วย
"นั่นก็เพราะว่ามีทหารองครักษ์คนหนึ่งฉลาดพอ เขาก็เลยไม่ยอมกินยาพิษที่คุณตาของเธอแจกให้ยังไงล่ะ" ชายชราสวมหมวกทรงสูงที่นั่งอยู่บนรถเข็นเป็นคนตอบข้อสงสัยของทุกคน
"คุณโมโมโกะ ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ" เฮ่าซ่วยรีบเข้าไปประคองโมโมโกะขึ้นมาพร้อมกับเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
"ถ้าฉันเดาไม่ผิด แกก็คืออดอล์ฟสินะ" แจ็คพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ
"แกรู้ได้ยังไง" อดอล์ฟที่นั่งอยู่บนรถเข็นเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
แจ็คชูมีดสั้นที่เพิ่งดึงออกมาจากแผ่นหลังของคุณปู่เอลซ่าให้ดู "ก็เพราะมีดสั้นเล่มนี้สลักชื่อแกเอาไว้น่ะสิ แกก็คือทหารองครักษ์ที่แสนฉลาดคนนั้น แกไม่ได้กินยาพิษเข้าไป"
"ที่แท้แกนี่เองที่เป็นคนฆ่าคุณปู่ของฉัน" เอลซ่าพูดด้วยความโกรธแค้น
สีหน้าของอดอล์ฟเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราด "ปู่ของเธอมันไม่ใช่คนดี หลอกให้พวกเรากินยาพิษ พอเห็นว่าฉันไม่ยอมกินก็เลยซ้อมฉันจนขาหัก รู้ไหมว่าฉันต้องทนรอมานานแค่ไหน ก็เพื่อรอให้ถึงวันนี้ยังไงล่ะ"
"แต่กรรมสิทธิ์ในทองคำพวกนี้เป็นของสหประชาชาตินะ" เอด้าพูดแทรกขึ้นมาด้วยความไร้เดียงสา
"ตราบใดที่ทองคำพวกนี้ยังตั้งอยู่ที่นี่ ฉันก็คือเจ้าของทองคำพวกนี้" อดอล์ฟยืนยันเสียงแข็ง
"จะให้เดินไปทางไหน" หัวหน้าทหารรับจ้างหันมาถามอดอล์ฟ
"ฉันจำได้ว่าต้องออกไปทางนี้"
พวกเฮ่าซ่วยถูกปืนจี้หลังบังคับให้เดินนำทางไปก่อน เฮ่าซ่วยที่รู้ดีว่าข้างหน้าไม่มีอันตรายอะไรก็เลยเดินนำหน้าขึ้นบันไดไปอย่างไม่สะทกสะท้าน ตั้งแต่ที่พวกทหารรับจ้างบุกเข้ามา เฮ่าซ่วยก็แผ่ม่านพลังจิตคุ้มกันทุกคนเอาไว้ตลอดเวลา เขาจึงดูใจเย็นและไม่หวั่นเกรงอะไรเลย
"แจ็ค พวกนี้มันเป็นใครกันน่ะ" เอด้าที่ถูกปืนจ่อหลังถามด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนก
"พวกนี้เป็นทหารรับจ้างน่ะ"
"พวกมันทำงานให้ฉันต่างหาก" อดอล์ฟที่อยู่ข้างหลังได้ยินสิ่งที่แจ็คพูดจึงรีบโพล่งขึ้นมาเพื่อข่มบารมี
"พวกมันทำงานเพื่อเงินต่างหากล่ะ" แจ็คยังไม่วายพูดยุแยงตะแคงรั่ว
"หุบปาก เลิกยุแยงได้แล้ว" ทหารรับจ้างที่เดินตามหลังมาใช้ปลายกระบอกปืนกระทุ้งก้นแจ็คไปหนึ่งที
แจ็คถึงกับสะดุ้งและปิดปากเงียบสนิท จังหวะนั้นเขาเหลือบไปเห็นพวกเฮ่าซ่วยเดินมุดเข้าไปในประตูล็กๆ แล้ว และเขาก็เห็นซากศพนอนอยู่แทบเท้าพอดี แจ็คจึงใช้ส้นเท้าเตะกะโหลกศีรษะให้ลอยกระเด็นไปกระแทกใส่ทหารรับจ้างที่อยู่ข้างหลังทันที
ทหารรับจ้างตกใจจนผงะหงายหลัง แจ็คฉวยโอกาสนี้รีบวิ่งมุดเข้าไปในประตูเล็กๆ แล้วดึงประตูปิดลงมาทันที
กว่าพวกทหารรับจ้างจะตั้งสติได้และสาดกระสุนปืนกลใส่ประตูเล็กๆ อย่างบ้าคลั่ง พวกแจ็คก็วิ่งหนีหายไปไร้ร่องรอยแล้ว
พวกทหารรับจ้างรีบเปิดไฟฉายแล้ววิ่งตามเข้าไปติดๆ ทุกคนวิ่งพล่านไปทั่วท่ามกลางความมืดมิด เฮ่าซ่วยคว้ามือโมโมโกะแล้ววิ่งตามแจ็คไปหลบซ่อนตามซอกมุมต่างๆ อย่างตื่นเต้นเร้าใจ
อดอล์ฟที่เพิ่งตามมาถึงตะโกนเรียกเสียงหลง "มาร์ค มาร์ค" อดอล์ฟชี้มือไปทางหนึ่ง "ฉันจำได้ว่าทางนั้นมีเครื่องปั่นไฟ แกให้คนไปสตาร์ทเครื่องปั่นไฟซะ"
มาร์คหันไปสั่งลูกน้อง "เบน แกไปสตาร์ทเครื่องปั่นไฟ ที่เหลือตามล่าพวกมันต่อไป"
"รับทราบ" ตัวประกอบเบนรับคำสั่งแล้ววิ่งไปสตาร์ทเครื่องปั่นไฟ
ภายใต้การนำทีมสุดป่วนของแจ็ค พวกเฮ่าซ่วยก็สามารถแย่งชิงอาวุธจากทหารรับจ้างมาได้และนำไปซ่อนไว้หมด น่าเสียดายที่ความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมทีมสุดกากอย่างเอลซ่าทำให้สถานการณ์ที่กำลังได้เปรียบกลับกลายเป็นการต่อสู้แบบตะลุมบอนไปซะได้
เฮ่าซ่วยกับแจ็คทำหน้าที่เป็นตัวล่อดึงความสนใจจากทหารรับจ้างส่วนใหญ่เอาไว้ ปล่อยให้สามสาวเกาะกลุ่มกันวิ่งหนีเอาตัวรอด
เพื่อให้แผนการฮุบทองคำในตอนท้ายดำเนินไปอย่างราบรื่น เฮ่าซ่วยจึงไม่ได้ลงมือจัดการพวกทหารรับจ้างที่วิ่งไล่ตามมาในคราวเดียว เขาแกล้งทำเป็นวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน กระโดดปีนป่ายไปทั่วฐานทัพเหมือนแจ็ค ปั่นหัวพวกทหารรับจ้างเล่นอย่างสนุกสนาน
แต่แจ็คไม่ได้มีฝีมือเก่งกาจเหมือนเฮ่าซ่วย เขาจึงต้องต่อสู้กับพวกทหารรับจ้างอย่างเอาเป็นเอาตาย
ในขณะที่เฮ่าซ่วยกำลังเล่นสนุกเพลินๆ มาร์คหัวหน้าทหารรับจ้างก็เดินถือปืนเข้ามาขัดจังหวะการต่อสู้สุดฮานี้ มาร์คมองดูพวกเฮ่าซ่วยทั้งห้าคนที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดาน เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม เขาจึงยกปืนขึ้นเล็งเตรียมจะปลิดชีพพวกแจ็คทิ้งซะ
พอแจ็คเห็นมาร์คเอาปืนจ่อหน้าก็รีบพูดขึ้นมาว่า "แกคิดให้ดีๆ นะ ถึงแกจะได้กุญแจไปมันก็ไม่มีประโยชน์หรอก มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้นที่รู้วิธีใช้กุญแจดอกนี้"
เมื่อได้ยินดังนั้นมาร์คก็หันปืนไปทางเอลซ่า เอลซ่ารีบอธิบายเสียงหลง "คุณปู่เอาวันเกิดของแม่ฉันมาตั้งเป็นรหัสผ่าน มีแค่ฉันคนเดียวที่รู้วันเกิดแม่"
"และมีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้นที่รู้ขั้นตอนการไขกุญแจ" พอเอด้าเห็นปืนหันมาทางตัวเองก็รีบโบกไม้โบกมือเป็นพัลวัน
คนต่อไปที่โดนปืนจ่อก็คือเฮ่าซ่วย จังหวะนั้นเองมาร์คก็เหลือบไปเห็นอดอล์ฟกำลังถูกเข็นลงมาพอดี เขาจึงหันไปถามว่า "มันยุ่งยากขนาดนั้นเลยเหรอ"
อดอล์ฟพยักหน้ายืนยัน "ใช่แล้วล่ะ รอให้พวกเราได้เห็นทองคำก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที เดินตรงไปทางนั้นอีกนิดก็ถึงทางเดินลงไปข้างล่างแล้วล่ะ"
"ไอ้หนุ่ม แกเดินนำหน้าไป ห้ามเล่นตุกติกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันจะยิงเพื่อนแกทิ้งเป็นคนแรก" มาร์คเอาปืนจิ้มไปที่ตัวเฮ่าซ่วยพร้อมกับข่มขู่
เฮ่าซ่วยแอบคิดในใจ ถือว่าแกโชคดีนะ ไม่อย่างนั้นพวกแกคงไม่ได้เห็นแม้แต่เงาของทองคำหรอก
เฮ่าซ่วยที่ถูกบังคับเดินนำทางทุกคนมาจนถึงหน้าประตูห้องนิรภัย
อันที่จริงเมื่อกี้เฮ่าซ่วยก็ฉวยโอกาสตอนชุลมุนแวะมาดูลาดเลาที่ประตูบานนี้แล้ว น่าเสียดายที่ประตูบานนี้มันเชื่อมติดเป็นเนื้อเดียวกับโครงสร้างฐานทัพ เฮ่าซ่วยก็เลยเก็บมันเข้าไปในพื้นที่เก็บของไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเขาคงลงมือฉกทองคำไปตั้งนานแล้ว
มาร์คมองดูประตูบานยักษ์ที่ปิดสนิทแล้วเอาปืนจี้ถาม "รหัสเปิดประตูคืออะไร"
เอด้าตอบว่า "กุญแจแบ่งออกเป็นสามส่วน แต่ละส่วนต้องใช้รหัสผ่านที่แตกต่างกัน"
เอลซ่าเสริมว่า "วันเกิดของแม่ฉันคือวันที่สิบหกกันยายน"
มาร์คหันไปสั่งลูกน้องที่ถือกุญแจเตรียมไขประตู "เก้าหนึ่งหก"
ลูกน้องพยักหน้ารับทราบแล้วเริ่มลงมือไขประตู
เมื่อหมุนกุญแจไปที่รหัสตัวแรก จู่ๆ ก็มีปืนกลหกกระบอกโผล่ออกมาจากเพดานแล้วสาดกระสุนใส่ทหารรับจ้างสองคนที่กำลังไขประตูอย่างบ้าคลั่ง
หลังจากโดนห่ากระสุนสาดใส่ ทหารรับจ้างทั้งสองคนก็ร่างพรุนเป็นรังผึ้ง ขาดใจตายคาที่ทันที
ทุกคนที่ยังอยู่ในอาการขวัญหนีดีฝ่อค่อยๆ ชะโงกหน้าออกมาจากหลังกำแพง
ตอนนี้สติของมาร์คแตกกระเจิงไปแล้ว "พวกแกกล้าหลอกฉันงั้นเหรอ" มาร์คคำรามด้วยความโกรธแค้นเตรียมจะลั่นไกสังหารทุกคนทิ้ง
แจ็ครีบยกมือขึ้นร้องห้าม "พวกเราไม่ได้หลอกแกนะ"
"ใช่แล้ว พวกเรารู้อะไรก็บอกไปหมดแล้วจริงๆ นะ"
"วันเกิดแม่ฉันก็คือวันที่สิบหกกันยายนจริงๆ นะ" เอด้ากับเอลซ่าพยายามอธิบายด้วยความลนลาน
อดอล์ฟที่เห็นทองคำอยู่แค่เอื้อมแต่กลับถูกประตูบานยักษ์ขวางทางเอาไว้จนเข้าไปไม่ได้ก็เริ่มโวยวายด้วยความหงุดหงิด "พวกเธอหลงลืมอะไรไปหรือเปล่าห๊ะ"
"พอได้แล้ว ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลงแล้ว พวกแกนั่นแหละเข้าไปไขประตู" มาร์คชี้ปืนสั่งให้พวกแจ็คเป็นคนเข้าไปไขกุญแจ
พวกแจ็คจำใจต้องเดินลากขาเข้าไปที่หน้าประตูอย่างเชื่องช้า ระหว่างทางเอลซ่ากับเอด้าก็ยังเถียงกันเรื่องความถูกต้องของรหัสผ่านไม่เลิก
"แจ็ค นายยังจำป้ายหมายเลขที่เราเจอในตัวคุณปู่เอลซ่าได้ไหม" เฮ่าซ่วยที่เดินอยู่ข้างๆ กระซิบเตือนความจำ
พอได้ยินคำใบ้ของเฮ่าซ่วย แจ็คก็ร้องอ๋อขึ้นมาทันที "จริงด้วย ทำไมฉันถึงนึกไม่ถึงเนี่ย"
แจ็คล้วงเอาป้ายหมายเลขออกมาพลิกดู ด้านหนึ่งสลักตัวเลข 6 5 3 ส่วนอีกด้านสลักตัวเลข 5 7 6 ทำเอาเขาลังเลตัดสินใจไม่ถูก
"ลองพลิกป้ายดูสิ" เฮ่าซ่วยช่วยใบ้ต่อ
แจ็คจึงลองพลิกป้ายไปมาอย่างรวดเร็ว ภาพตัวเลขที่ปรากฏขึ้นมาก็คือ 6 9 8
เมื่อได้รหัสที่แน่ชัดแล้ว แจ็คก็รวบรวมความกล้าเสียบกุญแจเข้าไปในรูกุญแจแล้วเริ่มหมุน
ด้วยคำใบ้ของเฮ่าซ่วย แจ็คก็สามารถไขประตูได้สำเร็จโดยไม่มีใครต้องตายเพิ่ม
ทันใดนั้นก็มีเสียงกระแสไฟฟ้าดังขึ้นพร้อมกับประตูบานยักษ์ที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก
พวกทหารรับจ้างที่รออยู่ข้างหลังรีบวิ่งกรูเข้าไปผลักประตูให้เปิดกว้างขึ้น
เมื่อมาร์คเห็นว่าหลังประตูบานยักษ์เป็นเพียงพื้นที่แคบๆ ขนาดเจ็ดแปดตารางเมตร เขาก็หันไปตวาดใส่อดอล์ฟ "ไหนแกบอกว่าทองคำอยู่ที่นี่ไงล่ะ"
อดอล์ฟมองมาร์คด้วยสายตาสมเพชเหมือนมองคนโง่ "นี่มันลิฟต์ต่างหากล่ะไอ้หน้าโง่"
"เข้าไป เข้าไปให้หมดทุกคน" มาร์คที่โดนด่าจำต้องกัดฟันข่มความโกรธเอาไว้ แต่ในใจเขาได้กาหัวอดอล์ฟไว้ในบัญชีดำเตรียมส่งลงนรกแล้ว
ทุกคนโดยสารลิฟต์ลงมายังชั้นล่างสุดของฐานทัพ ทหารรับจ้างสองคนเดินนำหน้าเข้าไปในห้องก่อน ส่วนพวกเฮ่าซ่วยทั้งห้าคนถูกคุมตัวเดินตามเข้าไปติดๆ
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้อง ภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็คือทองคำอร่ามตาที่วางกองอยู่บนพื้น ทุกคนถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"ดึงผ้าใบออก เร็วเข้า ดึงผ้าใบที่คลุมอยู่ข้างบนออกเร็วๆ สิ" อดอล์ฟตะโกนสั่งด้วยความตื่นเต้น
ทหารรับจ้างผิวสีที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดรีบวางทองคำในมือลงแล้ววิ่งขึ้นไปบนแท่นสูงเพื่อกระชากผ้าใบออก
พริบตาเดียว แสงสีทองอร่ามตาก็สาดส่องลงมาจนทุกคนตาพร่ามัว ทั่วทั้งห้องถูกย้อมไปด้วยสีทองเปล่งประกายเจิดจ้า
"มีทองคำเยอะขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ย"
"สองตันครึ่งในนั้นมันเป็นของฉัน"
เอด้ากับแจ็คจ้องมองภูเขาทองคำตาไม่กะพริบ ปากก็พึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว
ทหารรับจ้างทุกคนก็ตกอยู่ในมนต์สะกดของทองคำเช่นกัน พวกเขาเต้นแร้งเต้นกาด้วยท่าทางประหลาดๆ อย่างลืมตัว
ในฐานทัพแห่งนี้คงมีแค่เฮ่าซ่วยคนเดียวที่ยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนและไม่ถูกความเย้ายวนของทองคำครอบงำ เพราะเขาเคยเห็นทองคำที่มีปริมาณมากกว่านี้มาแล้ว แต่เขาก็ยังแอบดีใจอยู่ลึกๆ เพราะทองคำกว่าสองร้อยตันที่นี่ล้วนเป็นทองคำบริสุทธิ์ 99.99% ช่วยประหยัดเวลาเฮ่าซ่วยไม่ต้องเอาไปสกัดใหม่ให้วุ่นวาย
ตอนนี้สิ่งที่เฮ่าซ่วยกำลังคิดหนักก็คือ จะกวาดทองคำ อาวุธ และเสบียงทั้งหมดในฐานทัพเข้าไปในพื้นที่เก็บของยังไงดี
ใจจริงเฮ่าซ่วยก็อยากจะฆ่าพวกทหารรับจ้างทิ้งให้หมดแล้วฮุบทองคำไว้คนเดียวหรอกนะ แต่ถ้าทำแบบนั้นเขาก็ไม่รู้จะอธิบายให้พวกแจ็คฟังยังไง หลังจากร่วมหัวจมท้ายกันมาหลายวัน เฮ่าซ่วยก็เริ่มมีความรู้สึกผูกพันกับพวกแจ็คแล้ว เขาไม่อยากจะฉีกหน้าหรือผิดใจกับพวกเขา
คิดไปคิดมา เฮ่าซ่วยก็ตัดสินใจปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามเนื้อเรื่องเดิม รอให้ถึงตอนที่ฐานทัพใกล้จะระเบิดแล้วค่อยฉวยโอกาสลงมือกวาดของทั้งหมดก็แล้วกัน
ระหว่างที่เฮ่าซ่วยกำลังเหม่อลอยคิดอะไรเพลินๆ แจ็คก็ฉวยโอกาสแย่งปืนมาจากเอวของทหารรับจ้างได้สำเร็จ เขาเอาปืนจ่อหัวอดอล์ฟแล้วตะโกนสั่งให้พวกทหารรับจ้างวางอาวุธลง
[จบแล้ว]