- หน้าแรก
- นักทูตติดระบบวาจาเปลี่ยนโลกไปตลอดกาล
- บทที่ 22 - หน่วยตงเฟิงรวมพล ยอดคนประหลาดมารวมตัว!
บทที่ 22 - หน่วยตงเฟิงรวมพล ยอดคนประหลาดมารวมตัว!
บทที่ 22 - หน่วยตงเฟิงรวมพล ยอดคนประหลาดมารวมตัว!
บทที่ 22 - หน่วยตงเฟิงรวมพล ยอดคนประหลาดมารวมตัว!
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ณ ห้องประชุมขนาดใหญ่ของกระทรวงการต่างประเทศที่ถูกขอใช้พื้นที่เป็นการด่วน มีผู้คนนั่งอยู่เต็มห้องแล้ว
บรรยากาศดูแปลกประหลาดเล็กน้อย
ผู้คนที่อยู่ในห้องประชุมมาจากร้อยพ่อพันแม่ และมาจากหลากหลายหน่วยงาน มีทั้งเจ้าหน้าที่จากกระทรวงวัฒนธรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านการเซ็นเซอร์จากกรมประชาสัมพันธ์ ผู้กำกับระดับอาวุโสจากช่อง CCTV รวมถึงสุดยอดหัวกะทิด้านเทคโนโลยีจากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอินเทอร์เน็ตระดับแนวหน้าของประเทศ
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีคนหนุ่มสาวอีกหลายคนที่ดูไม่เข้าพวกกับความเป็น "ทีมชาติ" เลยแม้แต่น้อย
คนหนึ่งย้อมผมสีเทาคุณยาย ใส่กางเกงยีนส์ขาดเข่า เจาะหู ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกทำแอนิเมชัน
คนหนึ่งใส่แว่นกรอบดำ ผมเผ้ายุ่งเหยิง สวมเสื้อเชิ้ตลายสกอตยับยู่ยี่ กอดแล็ปท็อปไว้ในอ้อมแขน นิ้วรัวแป้นพิมพ์อย่างบ้าคลั่ง ทรงนี้คือโปรแกรมเมอร์ชัดๆ
และยังมีสาวสวยแต่งหน้าจัดเต็ม แต่งตัวแฟชั่นจ๋า ดูเหมือนบล็อกเกอร์เน็ตไอดอลอีกคน
พวกเขาถูกโทรศัพท์สายด่วน ลากตัวลุกจากเตียง ออกจากสตูดิโอ และออกจากห้องเซิร์ฟเวอร์แบบข้ามคืน แล้วก็ถูกจับยัดขึ้นรถป้ายทะเบียนพิเศษมาส่งที่นี่แบบงงๆ
ทุกคนต่างงุนงงเป็นไก่ตาแตก ลอบสังเกตกันและกัน แล้วซุบซิบพูดคุยกันเบาๆ
"นี่พี่ชาย รู้ไหมว่าเขาเรียกพวกเรามาทำอะไร? เมื่อวานผมเพิ่งจะปั่นโปรเจกต์เสร็จ ได้นอนไปไม่ถึงสามชั่วโมงเอง" ผู้กำกับแอนิเมชันผมสีเทาคุณยาย หาวหวอดพลางถามโปรแกรมเมอร์ที่อยู่ข้างๆ
โปรแกรมเมอร์ตอบโดยไม่เงยหน้า: "ไม่รู้สิ ชั้นความลับระดับสูงมาก บอกแค่ว่าเป็นโปรเจกต์เร่งด่วนระดับชาติ"
"โปรเจกต์ระดับชาติ แล้วมาเรียกพวกทำ 2D ทำเกมอย่างพวกเรามาทำไม? หรือว่าจะให้พัฒนาแอปการเรียนรู้ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม?" หนุ่มผมสีเทาทำหน้าเหมือนโลกจะแตก
"ใครจะไปรู้ล่ะ มาถึงแล้วก็ทำใจเถอะ"
ในขณะที่ทุกคนกำลังถกเถียงกันอยู่นั้น ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออก
หลี่เจี้ยนกั๋วและซูอวิ๋นเดินตามกันเข้ามา
เมื่อคืนหลี่เจี้ยนกั๋วไม่ได้นอนเลยทั้งคืน แต่สภาพจิตใจกลับคึกคักเป็นพิเศษ ใบหน้าสี่เหลี่ยมของเขาแดงระเรื่อ
เขากระแอมไอ เดินขึ้นไปบนแท่นบรรยาย กวาดสายตามองไปทั่วห้อง
"สหายทุกท่าน เพื่อนๆ ทุกคน อรุณสวัสดิ์ครับ! ผมรู้ดีว่า การเรียกทุกคนมารวมตัวกันด่วนตั้งแต่เช้าตรู่แบบนี้ ทุกคนคงทั้งเหนื่อยและทั้งสงสัย ผมจะไม่พูดพร่ำทำเพลง ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน"
หลี่เจี้ยนกั๋วหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นขึงขังขึ้น
"วันนี้พวกเราจะมาจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจพิเศษ รหัสเรียกขานว่า 'ตงเฟิง' เป้าหมายของโปรเจกต์นี้มีเพียงหนึ่งเดียว —— นั่นคือการชนะสงครามที่ไร้กลิ่นดินปืน สงครามประชามติและสงครามวัฒนธรรมที่จะเปิดฉากขึ้นในระดับโลก!"
"และอาวุธในมือของพวกเรา ก็คือพรสวรรค์และความคิดสร้างสรรค์ของทุกท่านในที่นี้นี่แหละ!"
ทั่วทั้งห้องประชุมเงียบกริบ ทุกคนต่างถูกคำทักทายที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายดินปืนของหลี่เจี้ยนกั๋วทำให้ตกตะลึง
โดยเฉพาะพวกคนหนุ่มสาวที่ถูกลากตัวมาเฉพาะกิจ ยิ่งมองหน้ากันเลิ่กลั่ก รู้สึกเหมือนตัวเองหลงเข้ามาในกองถ่ายภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อะไรสักอย่าง
เมื่อหลี่เจี้ยนกั๋วอธิบายเบื้องหลังเสร็จ เขาก็ยกเวทีให้กับซูอวิ๋น
"ลำดับต่อไป ขอเชิญหัวหน้าฝ่ายวางแผนโปรเจกต์ 'ตงเฟิง' ของพวกเรา สหายซูอวิ๋น มาอธิบายรายละเอียดให้ทุกคนฟัง ว่าศึกแรกของพวกเรา จะสู้กันยังไง"
สายตาทุกคู่ โฟกัสไปที่ชายหนุ่มสวมแว่นตากรอบทองที่ดูสุภาพเรียบร้อยในทันที
"พี่ตัวแทนฝีปากกล้า!"
"เขาจริงๆ ด้วย!"
ผู้กำกับผมสีเทาและสาวสวยสายแฟชั่นจดจำซูอวิ๋นได้ในทันที ดวงตาของพวกเขาเป็นประกาย เมื่อคืนพวกเขาตามดูการดีเบตแห่งศตวรรษครั้งนั้นตั้งแต่ต้นจนจบ
ซูอวิ๋นเดินมาที่หน้าเวที ส่งยิ้มบางๆ ให้กับทุกคน
"สวัสดีครับอาจารย์ทุกท่าน ผู้อาวุโสทุกท่าน และเพื่อนๆ ทุกคน"
"ผมรู้ว่าเวลาของทุกคนมีค่ามาก ดังนั้น พวกเราจะเข้าสู่เนื้อหาหลักกันเลยครับ"
ซูอวิ๋นหยิบรีโมทขึ้นมากดหนึ่งครั้ง หน้าจอขนาดยักษ์ด้านหลังเขา ก็ปรากฏตัวอักษรขนาดใหญ่ขึ้นมาทันที
【โปรเจกต์เฟสที่ 1: การกำหนดนิยามใหม่ของ 'จิตวิญญาณช่างก้มหัว'】
จากนั้น บนหน้าจอก็ปรากฏภาพตัวการ์ตูนหวีผมแสกกลาง สวมชุดสูท ที่กำลังโค้งคำนับ 90 องศาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"นี่คือผลงานชิ้นแรกที่เราจะทำครับ เป็นแอนิเมชันสั้นเชิงเสียดสีความยาวสามนาที"
ซูอวิ๋นเริ่มอธิบายแนวคิดของเขา ตั้งแต่สไตล์ภาพวาด คาแรคเตอร์ตัวเอก จังหวะดนตรี ไปจนถึงรายละเอียดของการเสียดสีในแต่ละจุด
"...สไตล์ภาพต้องน่ารัก ต้องแบ๊ว ต้องเหมือนอนิเมะต้มมาม่าที่เราดูบ่อยๆ ตัวเอก 'กงเจี้ยงคุง' เขาอาจจะเป็นตัวการ์ตูนไซเดอร์สัดส่วน SD สุดน่ารัก บนใบหน้ามีรอยยิ้มที่ดู 'จริงใจ' ประดับอยู่เสมอ ทุกครั้งที่เขาโค้งคำนับ จะต้องได้มาตรฐานเป๊ะ และดูมีพิธีรีตองสุดๆ"
"แต่ว่า ในขณะที่เขาโค้งคำนับ สิ่งที่เขากำลังทำอยู่ลับหลัง กลับเป็นอะไรที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง อย่างเช่น เขาโค้งคำนับ 90 องศาให้กล้องแล้วบอกว่า 'ต้องขออภัยจริงๆ ครับ' จากนั้นฉากหลังของเขา ก็จะมีท่อประปาขนาดยักษ์ กำลังส่งเสียงดังบุ๋งๆ ปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนนิวเคลียร์หลากสีสันลงสู่ท้องทะเลอันใสสะอาด"
"หรืออย่างเช่น เขาถือแผ่นเหล็ก โค้งคำนับผู้ชมอีกครั้ง แล้วพูดว่า 'คุณภาพของเรา คืออันดับหนึ่งของโลก' จากนั้นกล้องก็แพนไปที่เขา กำลังแอบปรับความหนาของแผ่นเหล็กให้บางลงครึ่งหนึ่ง แล้วยังเอาตราประทับคำว่า 'ผ่านเกณฑ์' ไปประทับใส่อีก"
คำอธิบายของซูอวิ๋น ทำให้สีหน้าของผู้คนในห้องประชุมดูมีความหลากหลายและน่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ
บรรดาเจ้าหน้าที่จากกระทรวงวัฒนธรรมและกรมประชาสัมพันธ์ ต่างขมวดคิ้วหน้าดำคร่ำเครียด เห็นได้ชัดว่าพวกเขาค่อนข้างรับไม่ได้กับเรื่อง "ไร้สาระ" พรรค์นี้
แต่พวกคนหนุ่มสาว กลับมีดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับมากขึ้นเรื่อยๆ
"เชี่ย ไอเดียนี้โคตรเจ๋งเลยพี่!" ผู้กำกับผมสีเทาอดไม่ได้ที่จะพึมพำเบาๆ "ใช้ลายเส้นที่น่ารักที่สุด ไปทำเรื่องที่เลวร้ายที่สุด ความขัดแย้งแบบนี้ รับรองว่าปังระเบิด!"
ซูอวิ๋นยังไม่หยุด เขากดรีโมท หน้าจอก็ปรากฏโปรเจกต์ที่สองขึ้นมา
【โปรเจกต์เฟสที่ 2: มินิเกมบนเว็บ《President Simulator: คุณจะทนได้กี่นาที?》】
ภาพทรัมป์ปุในสไตล์พิกเซลอาร์ต ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ บนหัวมีหลอดเลือดลอยอยู่
"เกมนี้ คอนเซปต์คือเรียบง่ายแต่ดุดันครับ" ซูอวิ๋นอธิบาย "ผู้เล่นจะได้สวมบทบาทเป็นทรัมป์ปุ โดยมีผมผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันยิงคำถามใส่ 'กำแพงสร้างเสร็จหรือยัง?' 'ใครคือแวมไพร์?' 'คุณโดนแบนบัญชีแล้ว!'..."
"ด้านล่างของหน้าจอจะมีตัวเลือกให้สองสามข้อ แต่ไม่ว่าผู้เล่นจะเลือกข้อไหน ก็ถือว่าตอบผิดหมด ตอบผิดหนึ่งครั้ง หลอดเลือดก็ลดลงหนึ่งขีด เมื่อเลือดหมด ก็จะเกิดทริกเกอร์ให้ทรัมป์ปุตบโต๊ะ กระชากไมโครโฟน แล้วก็ฟาดประตูเดินหนี ซึ่งก็คือแอนิเมชัน 'Rage-Quit (เรจควิท)'"
"เป้าหมายสูงสุดของเกมนี้ ก็คือการให้ผู้เล่นพยายามคิดหาทุกวิถีทาง เพื่อดูว่าตัวเองจะสามารถทนฝีปากของผมได้นานขึ้นอีกสักวินาทีหรือไม่"
"พรวด—"
โปรแกรมเมอร์หนุ่มเสื้อลายสกอต ถึงกับพ่นน้ำที่เพิ่งดื่มเข้าไปออกมาจนหมด
เขาดันแว่นตา มองไปที่ซูอวิ๋นด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความยำเกรง
นี่... นี่มันใช่ไอเดียที่มนุษย์มฤตยูจะคิดออกมาได้เหรอ? โคตรแสบ! แต่ว่า... มันก็น่าเล่นโคตรๆ เลยโว้ย!
เขาสามารถจินตนาการได้เลยว่า หากเกมนี้ถูกปล่อยออกไป มันจะสร้างกระแสคลั่งไคล้ในวงการสตรีมเมอร์เกมทั่วโลกขนาดไหน
จากนั้น ซูอวิ๋นก็นำเสนอโปรเจกต์ที่สามต่อ
【โปรเจกต์เฟสที่ 3: แผนการแจกจ่ายมีมอิโมจิ "พี่ตัวแทนฝีปากกล้า" ทั่วโลก】
บนหน้าจอ ปรากฏภาพแคปเจอร์ช็อตเด็ดต่างๆ ในระหว่างการดีเบตของซูอวิ๋นและทรัมป์ปุ ด้านล่างมีข้อความกวนๆ กำกับไว้
ซูอวิ๋นดันแว่น: "เชิญเริ่มการแสดงของคุณได้เลย"
ทรัมป์ปุคำราม: "Fake News!"
ซูอวิ๋นแบมือ: "คุณตบะแตกเหรอ?"
...
"มีมอิโมจิพวกนี้ จะต้องถูกทำออกมาในหลายภาษา และถูกเผยแพร่ผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียออฟฟิเชียลในต่างประเทศของเรา เพื่อให้ชาวเน็ตทั่วโลกดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรีๆ ทำให้มีมของเรา กลายเป็นส่วนหนึ่งในการแชทในชีวิตประจำวันของพวกเขาให้ได้ครับ"
เมื่อแนะนำทั้งสามโปรเจกต์จบ ทั่วทั้งห้องประชุมก็ตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าประหลาด
บรรดาข้าราชการหัวโบราณต่างอ้าปากค้าง ไม่รู้จะพูดอะไรดี สิ่งเหล่านี้มันหลุดลอยเกินขอบเขตความเข้าใจของพวกเขาไปไกลลิบ
ส่วนคนหนุ่มสาวเหล่านั้น กลับดูราวกับเพิ่งถูกเปิดประตูลับสู่โลกใบใหม่ แต่ละคนหายใจหอบถี่ สายตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและบ้าคลั่ง
ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงที่ไม่เข้าพวกดังขึ้นมา
"ผมขอค้าน!"
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเซ็นเซอร์จากกรมประชาสัมพันธ์ สวมแว่นตา ดูท่าทางเจ้าระเบียบคนหนึ่งลุกขึ้นยืน
"สหายซูอวิ๋น ไอเดียของคุณพวกนี้ มัน... มันเล่นขายของเกินไปแล้ว! มันเต็มไปด้วยการล้อเล่นและการเสียดสี ซึ่งไม่สอดคล้องกับภาพลักษณ์อันสุขุมนุ่มลึกที่ประเทศมหาอำนาจของเราควรจะมีเลย! ถ้าเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป มันจะส่งผลกระทบในระดับนานาชาติยังไงบ้าง? ความรับผิดชอบนี้ ใครจะเป็นคนแบกรับ?"
พอเขาเปิดฉาก ข้าราชการหลายคนก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าเขาพูดแทนใจพวกเขาทุกคน
บรรยากาศในห้องประชุม กลับมาตึงเครียดอีกครั้งในพริบตา
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ซูอวิ๋นและหลี่เจี้ยนกั๋ว อยากจะรู้ว่าพวกเขาจะตอบโต้เรื่องนี้อย่างไร
หลี่เจี้ยนกั๋วขมวดคิ้ว กำลังจะอ้าปากพูด
แต่ซูอวิ๋นกลับชิงพูดขึ้นมาก่อน เขามองไปที่ผู้เชี่ยวชาญท่านนั้น รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้า แล้วเอ่ยอย่างใจเย็น: "อาจารย์ครับ คำถามของคุณ เป็นคำถามที่ดีมาก"
"แต่ก่อนที่ผมจะตอบคำถามของคุณ ผมอยากจะขอให้ทุกคนดูวิดีโอคลิปสั้นๆ ก่อนครับ"
พูดจบ เขาก็ส่งสัญญาณให้ทีมงานเปิดวิดีโอที่เตรียมไว้ล่วงหน้า
ภาพบนหน้าจอ คือรายการทอล์คโชว์รอบดึกที่โด่งดังที่สุดในประเทศหอประภาคาร
พิธีกรรายการ ซึ่งเป็นนักแสดงตลกชื่อดัง กำลังใช้น้ำเสียงโอเวอร์แอคติ้ง เลียนแบบสำเนียงหัวเซี่ย และปล่อยมุกตลกร้ายเกี่ยวกับหัวเซี่ยที่เต็มไปด้วยอคติและการเหยียดหยาม
ผู้ชมด้านล่างเวที หัวเราะกันจนตัวงอ
วิดีโอมีความยาวไม่มาก เพียงแค่หนึ่งนาทีเท่านั้น
เมื่อวิดีโอจบลง ห้องประชุมก็เงียบกริบดั่งป่าช้า
ทุกคนรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า
"เห็นหรือยังครับ?" เสียงของซูอวิ๋น ดังก้องในห้องประชุมที่เงียบสงัด "นี่คือสิ่งที่พวกเขาทำกับพวกเรามาตลอด พวกเขาใช้ทอล์คโชว์ ใช้คอมเมดี้ ใช้แอนิเมชัน ทำการรื้อถอนโครงสร้างภาพลักษณ์ของเรา ป้ายสีเรา และวาดภาพเราให้กลายเป็นคนโง่เขลา ล้าหลัง และน่าขบขันมาตลอดหลายสิบปี"
"พวกเขาทำได้ แล้วทำไมพวกเราถึงทำไม่ได้ล่ะครับ?"
"พวกเขาใช้ความตลกเป็นอาวุธ โจมตีพวกเรา แล้วทำไม พวกเราจะใช้ความตลกเป็นอาวุธ เพื่อปกป้องตัวเราเองไม่ได้ล่ะครับ?"
สายตาของซูอวิ๋นกวาดมองไปทั่วห้อง และหยุดลงที่ใบหน้าของผู้เชี่ยวชาญด้านการเซ็นเซอร์ท่านนั้น
"ส่วนเรื่องที่คุณกังวล ว่าใครจะเป็นคนรับผิดชอบ"
"ผม ซูอวิ๋น จะเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมดเองครับ"
"หากมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น ความรับผิดชอบทั้งหมด จะตกอยู่ที่ผมเพียงคนเดียว"
เสียงของเขาไม่ดังมาก แต่ทุกถ้อยคำ ล้วนเปี่ยมไปด้วยพลังอันเด็ดขาดที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ
ผู้เชี่ยวชาญท่านนั้นอ้าปากค้าง พูดไม่ออกเลยแม้แต่คำเดียว สุดท้าย ก็ค่อยๆ นั่งลงอย่างเงียบๆ
ทั่วทั้งห้องประชุม ไม่มีเสียงคัดค้านใดๆ ดังขึ้นอีก
ผู้กำกับผมสีเทาคุณยาย ตบต้นขาฉาดใหญ่ แล้วลุกพรวดขึ้น
"ลุยแม่งเลย!" เขามองซูอวิ๋น ดวงตาราวกับมีกองไฟลุกโชน "คุณนักวางแผนซู ไม่สิ เทพซู! พี่ไม่ต้องห่วง! งานแอนิเมชันเรื่องนี้ ผมรับจบเอง! ผมจะลากตัวเทพสุดในสตูดิโอผมมาให้หมด! สามวัน! ไม่สิ! สองวัน! ภายในสองวัน ผมรับรองว่าจะทำให้คนทั้งโลกได้เห็นว่า 'กงเจี้ยงคุง' มันโค้งคำนับไปปล่อยน้ำเสียกัมมันตภาพรังสีไปได้ยังไง!"
(จบแล้ว)