เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3: จิตใจที่ใกล้แตกสลาย

บทที่ 3: จิตใจที่ใกล้แตกสลาย

บทที่ 3: จิตใจที่ใกล้แตกสลาย


เมื่อเห็นมีดพกเล่มเล็กสะท้อนประกายเย็นเยียบ บอดี้การ์ดหนุ่มในชุดสูทก็พลันรู้สึกหนังหัวชาหนึบขึ้นมาทันที

ภาพเหตุการณ์ชวนหวามไหวเมื่อครู่นี้ดูราวกับเป็นเพียงภาพลวงตา

ความบ้าคลั่งและจนตรอกต่างหาก คือธาตุแท้ของยัยหนูโลลิผู้มีนัยน์ตาสีแดงเรื่อทอประกายหยาดเยิ้มคนนี้

เขาลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ปรายตาเลือบมองคุณซูเถาที่กำลังหลับตาปี๋และสั่นเทิ้มไปทั้งตัว ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเท้าไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง พร้อมกับเอ่ยปาก

"เธอ... อย่าทำอะไรวู่วามนะ ฉัน..."

ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยจบประโยค ฉือเสี่ยวเฉิงก็ตวาดแทรกขึ้นมา "ฉันจะนับถึงสาม ถ้ายังไม่ไสหัวออกไป ก็รอเก็บศพยัยนี่ได้เลย!"

พูดจบ เธอก็หันกลับไปมองซูเถาอีกครั้ง แววตาเลื่อนลอยตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเอง ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว "ไม่เป็นไรนะซูเถา... ฉันเองก็อยากให้ทุกอย่างมันจบลงแบบนี้มาตั้งนานแล้วล่ะ แต่ถ้าต้องเดินทางไปปรโลกคนเดียว มันคงจะเหงาแย่เลยว่าไหม~"

ฉันไม่ได้จะลากเธอไปลงนรกด้วยกันหรอกนะ

แต่เป็นเพราะฉันชอบเธอต่างหาก

ดังนั้นไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน เราก็ต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป!

โดยไม่ปล่อยให้ซูเถาได้มีโอกาสเอื้อนเอ่ยสิ่งใด ฉือเสี่ยวเฉิงก็ตวัดสายตาดุดันกลับไปจ้องบอดี้การ์ดชุดสูทอีกครั้ง "สาม!"

"?"

บอดี้การ์ดหนุ่มถึงกับสะดุ้งเฮือกด้วยความตื่นตระหนก

เดี๋ยวก่อนสิ แล้วหนึ่งกับสองมันหายหัวไปไหนฟะ!

อาการหนังหัวชาหนึบกำเริบขึ้นมาอีกระลอก เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เขาจึงต้องรีบถอยกรูดออกไปนอกประตูอย่างรวดเร็ว

พร้อมกันนั้น เขายังอุตส่าห์มีน้ำใจช่วยปิดประตูห้องใต้ดินให้ฉือเสี่ยวเฉิงอย่างเสร็จสรรพ ก่อนจะล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วรีบต่อสายตรงหานายน้อย 'เย่เหลียง' ของเขาทันที

และทันทีที่เห็นอีกฝ่ายล่าถอยไป ฉือเสี่ยวเฉิงก็ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงของระบบก็ดังแจ้งเตือนขึ้นมาในหัว

【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีด้วยโฮสต์ คุณสะสมแต้มอารมณ์ครบ 100 แต้มแล้ว ต้องการแลกรับแพ็กเกจของขวัญสำหรับมือใหม่เลยหรือไม่?】

"แลกเลย!"

เธอตะโกนก้องในใจ พลันหน้าจอโฮโลแกรมที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่มองเห็นได้ ก็เด้งพรวดขึ้นมาตรงหน้า

【แลกรับแพ็กเกจของขวัญสำหรับมือใหม่ สำเร็จ】

【ได้รับทักษะแบบสุ่ม: การแสดง (ระดับกลาง), ลดทอนความเจ็บปวด (ระดับกลาง), ปรุงแต่งรสของเหลว (ระดับเริ่มต้น)】

สองทักษะแรกนั้น ฉือเสี่ยวเฉิงยังพอทำความเข้าใจได้ไม่ยากนัก

แต่ไอ้ทักษะที่สามนี่สิ...

"ระบบ ไอทักษะปรุงแต่งรสของเหลวนี่มันหมายความว่ายังไงน่ะ?"

【ของเหลวใดๆ ก็ตามที่โฮสต์สัมผัส ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม โฮสต์สามารถควบคุมรสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ รวมถึงกำหนดได้ว่าของเหลวนั้นจะเป็นอันตรายหรือไม่】

ฉือเสี่ยวเฉิงถึงกับไปไม่เป็น "???"

ในหัวของเธอพานจินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปถึงพล็อตเรื่องแปลกๆ ที่มักจะโผล่มาแต่ในนิยายบางประเภทเท่านั้น

ก็อย่างที่รู้ๆ กันดี... ว่าบนร่างกายของเด็กผู้หญิงน่ะ มันมี 'ของเหลว' ตั้งมากมายหลายชนิดที่สามารถนำมา 'ปรุงแต่งรสชาติ' ได้นี่นา

ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้กำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน เธอไม่มีเวลามานั่งคิดอกุศลฟุ้งซ่านหรอกนะ

เดิมทีฉือเสี่ยวเฉิงวางแผนเอาไว้ว่า จะฉวยโอกาสในช่วงที่พระเอกยังมาไม่ถึง รีบหลบหนีออกไปทางประตูลับอีกบานหนึ่ง

แต่ตอนนี้...

สายตาของเธอกลับหยุดชะงักลงบนใบหน้าของซูเถา

นางเอกแสงจันทร์กระจ่างคนนี้ดูเหมือนระบบประมวลผลในหัวจะรวนไปเสียแล้ว เพราะมีเหตุการณ์ถาโถมเข้ามามากเกินไป

เธอได้แต่เบิกตากว้าง ริมฝีปากเผยอค้าง

นัยน์ตาคู่สวยเหม่อลอยไร้ประกายชีวิต

สภาพของเธอดูราวกับตุ๊กตาที่แหลกสลายไปแล้วจริงๆ

แต่ในความเป็นจริง ฉือเสี่ยวเฉิงรู้ดีว่าอีกฝ่ายก็แค่สมองช็อต รับข้อมูลมหาศาลไม่ทันจนสติหลุดไปก็เท่านั้น

โบราณว่าไว้... ความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่ มักมาพร้อมกับผลตอบแทนที่คุ้มค่า!

ฉือเสี่ยวเฉิงปิ๊งไอเดียบางอย่างที่น่าจะสร้างความประทับใจได้ตราตรึงยิ่งกว่าเดิม

มุมปากของเธอกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์

ซูเถาอาจจะยังรับกับภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไปของเธอไม่ได้ แต่ระดับนางเอกของเรื่องแล้ว จิตใจก็น่าจะเข้มแข็งพอตัวอยู่มั้ง... ใช่ไหมล่ะ?

ถ้างั้น... ลองดูสักตั้งดีไหมนะ?

...

ซูเถาไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาได้ สิ่งที่ตอบรับความเงียบงัน มีเพียงเสียงแผ่นไม้บนเตียงที่สั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง

ด้านนอกประตู บอดี้การ์ดหนุ่มโทรติดหานายน้อยเย่เหลียงในที่สุด เขารีบกรอกเสียงร้อนรนลงไป "นายน้อยครับ ตอนนี้นายน้อยอยู่ไหนแล้วครับ? ทางนี้เกิดเรื่องใหญ่แล้ว จะเอายังไงกันดีครับ!"

น้ำเสียงทุ้มต่ำของเย่เหลียงแฝงไว้ด้วยความร้อนใจไม่แพ้กัน "อีกสองนาทีฉันจะถึงแล้ว สถานการณ์ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง?"

"ผมเจอห้องใต้ดินแล้วครับ แต่ยัยฉือเสี่ยวเฉิงนั่นเอาคุณซูเถามาเป็นตัวประกันขู่ผม ผมเลยทำอะไรไม่ได้เลยครับ!"

"นังสารเลวเอ๊ย!" เย่เหลียงสบถลั่น "ผู้หญิงคนนั้นมันคงจะเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ นายพยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอยอมสงบสติอารมณ์ไปก่อน ฉันใกล้จะถึงแล้ว!"

และในจังหวะนั้นเอง เสียงหอบหายใจกระเส่าจากการดิ้นรนของซูเถา ประสานเข้ากับเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดของเตียงไม้ ก็ดังแว่วลอดออกมาจากในห้องใต้ดิน เย่เหลียงที่อยู่ปลายสายถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง "นั่นเสียงอะไรน่ะ?"

"เอ่อ... คือ..."

บอดี้การ์ดหนุ่มหันขวับกลับไปมองบานประตูไม้ อาการน้ำท่วมปากกำเริบขึ้นมาฉับพลัน

เขาอดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปถึงภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งประจักษ์แก่สายตาเมื่อครู่นี้

เมื่อกี้ยังแค่จูบ...

แต่ตอนนี้เตียงสั่นจนเสียงดังลั่นขนาดนี้

เขาไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าข้างในนั้นพวกเธอกำลังทำอะไรกันอยู่!

พวกเธอเป็นผู้หญิงกันทั้งคู่นะเว้ย ทำไมถึงได้เล่นกันพิเรนทร์เบอร์นี้ฟะเนี่ย?

เขาก้มมองโทรศัพท์ที่ยังคงต่อสายค้างไว้ พลางคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

เย่เหลียงเร่งเร้าผ่านปลายสาย "พูดมาสิวะ! ตกลงสถานการณ์ทางนั้นมันเป็นยังไงกันแน่!"

บอดี้การ์ดหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอด "นาย... นายน้อยครับ สิ่งที่ผมกำลังจะรายงานต่อไปนี้ มันอาจจะฟังดูน่าสยดสยองไปสักหน่อย นายน้อยอย่าเพิ่งบันดาลโทสะนะครับ"

"เลิกพล่ามไร้สาระได้แล้ว รีบๆ รายงานมา! ตกลงสถานการณ์ทางนั้นมันเป็นยังไงกันแน่!"

บอดี้การ์ดชุดสูท: "นายน้อยครับ ผมสงสัยว่า... นายน้อยน่าจะกำลังถูกสวมเขาอยู่ครับ"

เย่เหลียง: "ใครหน้าไหนมันกล้าดีหยามเกียรติฉันขนาดนี้!"

"ฉือ... ฉือเสี่ยวเฉิงครับ"

"???"

เวลาผ่านไปสามนาทีเต็ม ในที่สุดเย่เหลียงก็มาถึง

ชายหนุ่มผู้มีผมหน้าม้าปัดข้าง สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำทะมัดทะแมง พร้อมด้วยส่วนสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตรอันโดดเด่น ก้าวพรวดพราดมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องใต้ดินพร้อมกับลูกน้องอีกหลายคน

เมื่อเหลือบไปเห็นบอดี้การ์ดชุดสูทยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่หน้าประตู เขาก็อดไม่ได้ที่จะสบถด่าด้วยใบหน้าถมึงทึง "ไอ้สวะไม่ได้เรื่อง!"

จากนั้น เขาก็ยกเท้าถีบประตูไม้จนเปิดผางออกอย่างแรง

"ฉือเสี่ยวเฉิง ฉันขอเตือนเธอเอาไว้—"

ทว่ายังไม่ทันสิ้นเสียง ภายในห้องนั้นก็ไร้วี่แววของฉือเสี่ยวเฉิงเสียแล้ว

บนเตียงนั้นมีเพียงซูเถาที่ยังคงถูกมัดขึงพืด ริมฝีปากของเธอเผยอออกเล็กน้อย นัยน์ตาเหม่อลอยไร้ซึ่งประกายชีวิต

เส้นผมยาวสลวยหลุดลุ่ยปรกบ่า ใบหน้างดงามนั้นซีดเผือดไร้สีเลือด

ที่มุมหนึ่งของห้องใต้ดิน มีประตูลับบานหนึ่งเปิดแง้มทิ้งไว้

เย่เหลียงรีบดึงสติกลับมา ก่อนจะพุ่งพรวดเข้าไปหาซูเถาที่เตียง "ซูเถา! เธอเป็นอะไรหรือเปล่า?!"

เมื่อได้ยินเสียงทุ้มร้อนรนของชายหนุ่ม ซูเถาก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆ ดึงสติกลับมาได้

เธอคลี่ยิ้มบางเบาราวกับดอกกุหลาบที่กำลังเหี่ยวเฉา "เย่เหลียง... เธอมาแล้วสินะ..."

เมื่อได้ยินน้ำเสียงแหบพร่าของเธอ หัวใจของเย่เหลียงก็ยิ่งเจ็บปวดรวดร้าวราวกับถูกบีบรัด

เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "ฉือเสี่ยวเฉิง... ฉันจะต้องให้ยัยนั่นชดใช้อย่างสาสม!"

ทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น หัวใจของซูเถาก็พลันกระตุกวูบและบีบรัดแน่นขึ้นมาอีกครั้ง

น้ำเสียงอ่อนโยนอย่างคนวิกลจริตนั้น คล้ายกับยังคงดังก้องวนเวียนอยู่ริมโสตประสาท

น้ำเสียงนั้นเอาแต่พร่ำกระซิบย้ำๆ กับเธอว่า... ฉันชอบเธอ

เธอเม้มริมฝีปากที่เลอะคราบน้ำส้มคั้นเอาไว้แน่น ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองเย่เหลียง "พวกเรา... พวกเราอย่าเพิ่งไปสนใจเรื่องของเสี่ยวเฉิงเลยนะ"

เย่เหลียงยังคงมีโทสะเดือดดาล "ซูเถา เธอนี่มันจิตใจดีเกินไปแล้วนะ ยัยนั่นทรมานเธอซะขนาดนี้ ถ้าไม่ให้ฉันไปจัดการกับฉือเสี่ยวเฉิง แล้วจะให้ฉันทำอะไร!"

"เอ่อ..." บอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านข้างค่อยๆ ยกมือขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ "นายน้อยครับ... เราช่วยแก้มัดให้คุณซูเถาก่อนดีไหมครับ?"

ใบหน้าของเย่เหลียงพลันเจื่อนลงด้วยความกระอักกระอ่วนใจ

"ขอโทษทีนะ ฉันมัวแต่โมโหจนลืมไปเลย ซูเถา... เดี๋ยวฉันจะรีบแก้มัดให้เธอเดี๋ยวนี้แหละ"

เขามองหาเพียงครู่เดียว ก็พบลูกกุญแจที่ฉือเสี่ยวเฉิงจงใจวางทิ้งไว้บนโต๊ะอย่างง่ายดาย

"ซูเถา ยัยฉือเสี่ยวเฉิงนั่นไม่ได้ทำมิดีมิร้ายอะไรเธอใช่ไหม?"

เมื่อได้ยินคำถามนั้น ซูเถาก็เผลอยกปลายนิ้วขึ้นมาแตะริมฝีปากตัวเองโดยสัญชาตญาณ

จูบแรก... มันหายไปแล้ว

แถมยัยนั่นยังสอดลิ้นเข้ามาอีก...

เธอเหลือบไปสบตากับบอดี้การ์ดหนุ่มพอดี แล้วจู่ๆ ทั้งสองคนก็ตกอยู่ในความเงียบงันโดยไม่ได้นัดหมาย

จบบทที่ บทที่ 3: จิตใจที่ใกล้แตกสลาย

คัดลอกลิงก์แล้ว