- หน้าแรก
- ระบบเปลี่ยนศพเป็นแต้มพลัง เส้นทางสู่ทรราชแดนเถื่อน
- บทที่ 50 - ยืนอึ้งอยู่หน้าประตูทำไมล่ะ? นั่งสิ!
บทที่ 50 - ยืนอึ้งอยู่หน้าประตูทำไมล่ะ? นั่งสิ!
บทที่ 50 - ยืนอึ้งอยู่หน้าประตูทำไมล่ะ? นั่งสิ!
บทที่ 50 - ยืนอึ้งอยู่หน้าประตูทำไมล่ะ? นั่งสิ!
คนในจวนแม่ทัพทุกคนขมวดคิ้วเล็กน้อย จ้องมองเฉินเช่อที่วางจอกสุรากลับลงบนโต๊ะ
เฉินเช่อหัวเราะ เขาไม่คิดจะเล่นขายของกับพวกมันอีกต่อไปแล้ว
"ท่านแม่ทัพฉี"
เขาหันไปมองฉีชิ่งเฟิง "ท่านแม่ทัพไม่ได้มีความสัมพันธ์อันดีกับพวกคนเถื่อนหรอกหรือ แล้วทำไมครั้งนี้พวกมันถึงได้บุกมาเอาชีวิตท่านล่ะ"
"ตกลงราคาเกลือกันไม่ได้ หรือว่าปริมาณเหล็กไม่เป็นที่น่าพอใจ การเจรจาถึงได้ล่มล่ะ"
"สุภาษิตว่าไว้ การค้าไม่สำเร็จแต่คุณธรรมน้ำมิตรยังคงอยู่นี่นา"
"ท่านแม่ทัพแค่ไปกระดิกหางอ้อนวอนต่อหน้าอูเหอสักสองสามที ไม่แน่ว่าพวกมันอาจจะยอมถอยทัพไปตั้งนานแล้วก็ได้ แบบนั้นถึงจะเรียกว่าชนะโดยไม่ต้องรบของแท้เลยนะ!"
สิ้นคำพูดนี้ สีหน้าของฉีชิ่งเฟิงและพวกลูกน้องก็เปลี่ยนไปทันที
มีความสัมพันธ์อันดีกับพวกคนเถื่อน เรื่องแบบนี้มันเอามาพูดโพล่งๆ ได้ซะที่ไหนล่ะ
พวกเขาเป็นทหารชายแดนนะเว้ย คำพูดนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับการชี้หน้าด่าว่าพวกเขาเลี้ยงโจรเพื่อสร้างผลงานให้ตัวเองเลย!
การลักลอบค้าเกลือและเหล็กเถื่อนยิ่งเป็นความผิดมหันต์ถึงขั้นประหารชีวิต ถึงแม้พวกเขาจะทำมาตลอดก็เถอะ แต่มันก็เอามาพูดกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้ไม่ได้!
แล้วก็นะ!
กระดิกหางอ้อนวอนหมายความว่ายังไงวะ
พวกเขาก็แค่วินวินได้ผลประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายกับพวกคนเถื่อนแค่นั้นเอง ไปกลายเป็นหมาของพวกมันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!?
ทุกถ้อยคำล้วนทิ่มแทงใจดำ ปอดของพวกเขาแทบจะระเบิดเพราะถูกเฉินเช่อแทงใจดำเข้าอย่างจัง!
พวกอวี๋จวิ้นทนไม่ไหวหลุดหัวเราะพรืดออกมา นายท่านก็มีฝีมือประชดประชันเหน็บแนมไม่เบาเลยแฮะ
แถมคำศัพท์ที่ใช้ก็ยังเป็นคำระดับสูงที่พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนด้วย
โดยเฉพาะประโยคที่ว่าชนะโดยไม่ต้องรบนั่น มันสุดยอดมากจริงๆ เรียกได้ว่าเป็นจุดสูงสุดของพิชัยสงครามเลยทีเดียว
ทว่าความหมายดั้งเดิมมันสุดยอดแค่ไหน พอเอามาใช้ประชดประชันมันก็ยิ่งสร้างความเจ็บปวดมากเท่านั้น
ฉีชิ่งเฟิงสติแตกแล้ว
เขารู้สึกว่าเฉินเช่อมองทะลุปรุโปร่งถึงความคิดที่เตรียมจะยอมจำนนของเขาก่อนหน้านี้
"เฉินเช่อ!!"
เขาผุดลุกขึ้นด้วยความโกรธจัด ใบหน้าแดงก่ำจนกลายเป็นสีตับหมู นิ้วชี้ที่ชี้หน้าเฉินเช่อสั่นระริก
"แกแหกตาดูให้ดี!"
"ข้าคือแม่ทัพแห่งโยวโจว! ส่วนแกก็เป็นแค่ลูกคุณหนูเสเพลที่ถูกถอดยศให้กลายเป็นคนชั้นต่ำแล้วถูกเนรเทศมาอยู่ชายแดนเท่านั้น!"
"ต่อให้แกจะมีทหารฝีมือดี นั่นก็ไม่ใช่ข้ออ้างให้แกมาทำตัวกำเริบเสิบสานได้! ขอแค่เป็นทหารเฉียน ก็ถือว่าเป็นทหารของข้าทั้งหมด!"
"ในโยวโจวนี้ข้าคือคนที่มีอำนาจตัดสินใจ! ยังไม่ถึงคิวให้แกมาทำตัวโอหังที่นี่!"
"เด็กๆ!"
เขาจ้องเขม็งไปที่เฉินเช่อ กัดฟันกรอดตะคอกเสียงกร้าว
"เฉินเช่อทำตัวกำเริบเสิบสานไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง! ตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไป! ขอดริบตำแหน่งและอำนาจทางทหารทั้งหมดของเฉินเช่อ! ประหารชีวิตทันที!"
"ปัง——!"
ประตูใหญ่ถูกเปิดออกเสียงดังสนั่น กลุ่มทหารสวมเกราะหุ้มอาวุธครบมือพุ่งพรวดเข้ามา แววตาแฝงไปด้วยความดุร้าย
ฉีชิ่งเฟิงแสยะยิ้มเย็น ไม่ได้ดื่มเหล้าแล้วจะทำไมล่ะ
ฝั่งเขามีจอมยุทธ์ตั้งสามสิบกว่าคน การจะจัดการพวกเฉินเช่อที่มีแค่สิบกว่าคน มันก็แค่พลิกฝ่ามือเท่านั้นแหละ!
"เช้งเช้งเช้ง!"
เมื่อพวกสวีเจี้ยนเย่เห็นดังนั้น ต่างก็ลุกพรวดขึ้นชักดาบเหล็กกล้าออกมาทันที!
ถึงแม้จะคาดเดาเจตนาของฉีชิ่งเฟิงเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่พอเห็นว่ามีคนคิดจะทำร้ายเฉินเช่อ ความโกรธเกรี้ยวของพวกเขาในตอนนี้ก็แทบจะจับต้องได้เป็นรูปธรรม!
เมื่อทหารเกราะพวกนั้นสบตาเข้ากับพวกเขา ก็รู้สึกราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง ออร่าความน่าเกรงขามอ่อนยวบลงไปหลายส่วน
นี่มันสายตาบ้าอะไรกันเนี่ย
พวกเขาขนลุกซู่ ถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว...
เมื่อฉีชิ่งเฟิงเห็นความไม่ได้เรื่องของพวกมัน ก็โกรธจนแทบระเบิด "บุกเข้าไป! ฆ่าไอ้พวกกบฏทรยศพวกนี้ให้หมด!"
เหล่าทหารเกราะตั้งสติได้ ชูดาบพุ่งเข้าใส่
"ฆ่า!"
เฉินเช่อกวาดสายตามองไปทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยง ทีนี้ฉีชิ่งเฟิงกับพวกลูกน้องที่ซื่อสัตย์ก็มากันครบแล้วสินะ
ดาบกลืนโลหิตปรากฏขึ้นในมือ เขาผุดลุกขึ้นยืนแล้วหัวเราะร่า
"เมืองโยวโจวแตกพ่าย ท่านแม่ทัพฉีและผู้ติดตามทั้งหมดจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของพวกคนเถื่อน ด้วยความจำเป็น ข้าจึงต้องเป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ทั้งหมดแทน พี่น้องทั้งหลาย ยังไม่รีบส่งพวกเขาไปปรโลกอีกหรือ"
พวกสวีเจี้ยนเย่แสยะยิ้มกว้าง พุ่งเข้าเข่นฆ่าท่ามกลางสายตาอันงุนงงของพวกฉีชิ่งเฟิง!
……
"เอ่อ ใต้เท้า"
เศรษฐีส่งยิ้มประจบประแจง ยัดเงินหนึ่งตำลึงใส่มือทหาร "ไม่ทราบว่าดึกดื่นป่านนี้แล้ว เรียกพวกข้าไปที่จวนแม่ทัพด้วยเหตุอันใดหรือขอรับ"
ด้านหลังของเขา บรรดาพ่อค้าคหบดีจากตระกูลใหญ่หลายสิบคนพยักหน้าหงึกๆ เงี่ยหูฟังด้วยความกระวนกระวายใจ
ทหารคนนั้นคืนเงินกลับไป ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของเศรษฐี
เขายิ้มตอบ "ทุกท่านไม่ต้องกังวล นายท่านเรียกพวกท่านมา ย่อมไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอย่างแน่นอน"
นายท่านงั้นหรือ ไม่ใช่ท่านแม่ทัพหรอกหรือ
เศรษฐีสบตากับคนอื่นๆ ด้วยความสับสนงุนงง
เมื่อเดินเข้าไปในจวนแม่ทัพ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งก็โชยมาเตะจมูก ทำเอาทุกคนมีสีหน้าหวาดกลัว
พวกเขามองดูทหารยามในจวน ทหารเหล่านี้ยืนนิ่งไม่ไหวติง สายตามองตรงไปข้างหน้า ไม่ใช่ทหารของเมืองโยวโจวอย่างแน่นอน!
เป็นกองทหารม้ากองนั้น!
เมืองโยวโจวเปลี่ยนผู้ครองเมืองแล้ว!
ในวินาทีนี้ เหล่าเศรษฐีคหบดีรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินเข้าไปในถ้ำเสือรังมังกรก็ไม่ปาน!
พวกเขาหันขวับเตรียมจะวิ่งหนี แต่ประตูจวนกลับถูกทหารปิดกระแทกใส่หน้าเสียงดังสนั่น หมดหนทางถอยแล้ว!
ด้วยความจำใจ พวกเขาจึงทำได้เพียงฝืนใจเดินหน้าต่อไป
เมื่อมาถึงห้องจัดเลี้ยง
ความรู้สึกเย็นยะเยือกก็แล่นปราดจากส้นเท้าขึ้นไปยันกระหม่อมของบรรดาเศรษฐี
เลือด
ทั่วทุกที่เต็มไปด้วยเลือด
ศพกองพะเนินเป็นภูเขาเลากา และชายในชุดแม่ทัพเฉียนสิบกว่าคน ก็กำลังนั่งกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยท่ามกลางภูเขาซากศพและทะเลเลือดนี้
"อ้วก~!"
พวกเขาเป็นถึงเศรษฐีมีชาติตระกูล เคยเจอภาพที่สะเทือนขวัญขนาดนี้ที่ไหนกัน ต่างพากันโก่งคออ้วกแตกอ้วกแตน
พวกเฉินเช่อหัวเราะร่า ไม่ได้ทำให้ความอยากอาหารลดลงเลยแม้แต่น้อย
รอจนพวกเขากินอิ่ม บรรดาเศรษฐีก็อ้วกจนหมดไส้หมดพุงพอดี เฉินเช่อเช็ดปาก แล้วเอ่ยกับทุกคนว่า
"ยืนอึ้งอยู่หน้าประตูทำไมล่ะ เข้ามาสิ นั่งตามสบายเลย"
เหล่าเศรษฐีมีสีหน้าขื่นขม ทำได้เพียงรวบชายเสื้อคลุมผ้าไหม ก้าวเดินเหยียบย่ำไปบนกองเลือดและเศษเนื้อที่เปียกแฉะและลื่นปรี๊ด เดินเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงด้วยความรู้สึกขนลุกขนพอง
ในตอนนั้นเองพวกเขาถึงได้เพิ่งสังเกตเห็น ว่าศพที่อยู่แทบเท้าของเฉินเช่อนั้น ก็คือท่านแม่ทัพฉีอย่างชัดเจน!
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าก่อนตายเขาไปเห็นอะไรเข้า ใบหน้าถึงได้ยังคงเหลือร่องรอยของความหวาดกลัวอย่างรุนแรง ดวงตาเบิกโพลงจ้องเขม็งมาที่พวกเขา!
เหล่าเศรษฐีตัวเย็นเฉียบ
ฟันกระทบกันดังกึกๆ
ไม่กล้าปริปากพูดอะไรออกมา
ทันใดนั้น พวกเขาก็เห็นเฉินเช่อหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งออกมา
เฉินเช่อเปิดดูคร่าวๆ "ฉีชิ่งเฟิงลักลอบค้าเกลือและเหล็กเถื่อนให้กับพวกคนเถื่อนทุกปี กอบโกยผลประโยชน์ไปมหาศาล แต่เขาก็ไม่มีทางทำเรื่องนี้ได้ด้วยตัวคนเดียวหรอก"
"พวกเศรษฐีอย่างพวกเจ้า ไม่ว่าจะใครหน้าไหน ก็น่าจะมีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้กันหมดทุกคนใช่ไหม"
"ก็นะ ของพรรค์นี้มันทำกำไรได้มากกว่าธุรกิจอื่นตั้งเยอะนี่นา"
"ต่อให้ผลประโยชน์ก้อนโตจะตกไปอยู่ในมือของฉีชิ่งเฟิงหมด แต่พวกเจ้าก็คงจะกอบโกยเงินทองไปได้เป็นกอบเป็นกำเหมือนกันล่ะสิ"
เขาพับสมุดบันทึกปิดลง หันไปมองทุกคนที่เงียบกริบเป็นเป่าสาก
"การลักลอบค้าเกลือและเหล็กเถื่อนมีโทษสถานใด จำเป็นต้องให้ข้ากางกฎหมายของมหาอาณาจักรเฉียนออกมาอ่านให้พวกเจ้าฟังไหม"
"ตุบ!"
"ตุบ!"
"ตุบ!"
เหล่าเศรษฐีตกใจกลัวจนคุกเข่าล้มลงไปกองกับพื้นแทบจะพร้อมกัน ในเวลานี้ไม่สนแล้วว่าจะรังเกียจคราบเลือด หมอบกราบลงกับพื้นทันที
"นายท่านโปรดไว้ชีวิตด้วยเถิด!"
"พวกเราถูกฉีชิ่งเฟิงบังคับขู่เข็ญและเอาผลประโยชน์เข้าล่อต่างหากล่ะขอรับ!"
"ใช่แล้วขอรับ เป็นความผิดของไอ้คนฉีชิ่งเฟิงที่สมควรตายหมื่นครั้งนั่น พวกเรามันก็แค่ตาสีตาสาธรรมดาๆ เท่านั้นเอง!"
เฉินเช่อถูกเสียงหนวกหูนั่นรบกวนจนสมองวิ้งๆ สั่งให้พวกมันเลิกร้องห่มร้องไห้คร่ำครวญ แต่ก็ไม่ได้ผล เขาจึงกระทืบเท้าลงไปหนึ่งที——
"โพล๊ะ!"
หัวของฉีชิ่งเฟิงระเบิดแตกกระจายในพริบตา ของเหลวสีแดงสีขาวสาดกระเซ็นใส่หน้าทุกคน เสียงเงียบกริบลงไปในทันที
เมื่อได้ความสงบกลับคืนมา เฉินเช่อถึงได้เริ่มพูดประโยคต่อไป
"ไม่ต้องกลัว"
"คนอย่างเฉินเช่อ เป็นพวกแยกแยะถูกผิดไม่เป็นหรือไง"
"ตัวการใหญ่ถูกประหารชีวิตไปแล้ว ส่วนพวกเจ้าล้วนถูกฉีชิ่งเฟิงบังคับมา โทษนี้ยังไม่ถึงขั้นประหารชีวิตหรอก"
เหล่าเศรษฐีดีใจจนเนื้อเต้น โขกศีรษะขอบคุณไม่หยุดหย่อน
ยกยอให้เฉินเช่อเป็นท่านเปาผู้ผดุงความยุติธรรม พร้อมกับสบถด่าบรรพบุรุษโคตรเหง้าศักราชของฉีชิ่งเฟิงไปเสียทุกคำ
"พอได้แล้ว!"
เฉินเช่อตวาดแว้ดเดียว บรรดาเศรษฐีก็รีบหุบปากฉับทันที
เขาเผยรอยยิ้มที่เป็นมิตร ก่อนจะหยิบสมุดบันทึกเล่มใหม่อึ้นมา เปิดดูทีละคนๆ พลางส่งเสียงจึ๊กจั๊กในลำคอ
"ข้าเห็นว่าจำนวนที่นาในครอบครองของแต่ละตระกูลก็มีอยู่ไม่น้อยเลยนะ~"
[จบแล้ว]