เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 - หายนะล้างบางทุ่งหญ้างั้นหรือ? เรื่องตลกชัดๆ!

บทที่ 45 - หายนะล้างบางทุ่งหญ้างั้นหรือ? เรื่องตลกชัดๆ!

บทที่ 45 - หายนะล้างบางทุ่งหญ้างั้นหรือ? เรื่องตลกชัดๆ!


บทที่ 45 - หายนะล้างบางทุ่งหญ้างั้นหรือ? เรื่องตลกชัดๆ!

"ท่านอูเหอ ท่านอาปู้ซือกลับมาแล้วขอรับ!"

"อาปู้ซือรึ!?"

อูเหอดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที ใบหน้าเผยให้เห็นถึงความดีใจสุดขีด

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"

เขาหัวเราะก้อง "สมกับเป็นนักรบอันดับหนึ่งใต้บังคับบัญชาของข้าจริงๆ เมืองโยวโจวของพวกเรายังไม่ทันแตก แต่อาปู้ซือกลับคว้าชัยชนะกลับมาได้แล้ว!"

"รีบเชิญเขาเข้ามาเร็วเข้า ยึดด่านปราการเหนือได้เร็วขนาดนี้ ข้าจะต้องตกรางวัลให้นักรบของข้าอย่างงามเลยทีเดียว!"

เหล่านายกองพันต่างก็เผยรอยยิ้ม เอ่ยปากเยินยอความกล้าหาญของอาปู้ซือ ส่วนในใจคิดอะไรอยู่นั้น ก็มีแต่พวกเขานั่นแหละที่รู้ดี

ทหารคนเถื่อนที่เข้ามารายงานมีสีหน้าแปลกประหลาด เขาฝืนยิ้มพยักหน้า แล้วรีบถอยออกไปทันที

ไม่นานนัก ม่านกระโจมก็ถูกเลิกขึ้น อาปู้ซือเดินก้าวเข้ามาด้านใน

อูเหอหัวเราะร่าเดินเข้าไปรับหน้า พอกำลังจะสวมกอดอีกฝ่าย จู่ๆ เขาก็สังเกตเห็นว่าสภาพของอาปู้ซือดูผิดปกติไป

อาปู้ซือในเวลานี้มีคราบเลือดเปรอะเปื้อนไปทั้งตัว ใบหน้าซูบผอมอิดโรย แขนขวาว่างเปล่าไร้ร่องรอย แล้วแบบนี้จะเหลือเค้าโครงความสง่างามของนักรบแห่งทุ่งหญ้าอยู่อีกหรือ

สีหน้าของอูเหอเปลี่ยนไป คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น

"อาปู้ซือ นี่เจ้า... แล้วทำไมเจ้าถึงกลับมาคนเดียวล่ะ พวกหัวหน้ากองร้อยใต้บังคับบัญชาของเจ้าไปไหนหมด"

ลางสังหรณ์ไม่ดีเริ่มก่อตัวขึ้นในใจเขา

เหล่านายกองพันต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

อาปู้ซือคุกเข่าลงดังตุบ ก้มศีรษะลงแนบพื้นแล้วกล่าวว่า

"ท่านอูเหอ อาปู้ซือทำงานผิดพลาด ไม่สามารถยึดด่านปราการเหนือมาได้ ส่วนพวกหัวหน้ากองร้อยเหล่านั้น พวกเขาพร้อมกับทหารอีกห้าพันนาย ได้กลับคืนสู่อ้อมกอดของสวรรค์เบื้องบนไปหมดแล้วขอรับ!"

สิ้นคำพูดนี้ ทั่วทั้งกระโจมก็ตกอยู่ในความเงียบงันจนน่ากลัว

อูเหอรู้สึกหน้ามืดตาลาย ร่างกายซวนเซแทบจะล้มลง ทำเอาเหล่านายกองพันต้องรีบกรูเข้าไปพยุงเขากลับมานั่งที่เก้าอี้

หลังจากตั้งสติได้พักใหญ่ อูเหอก็ปาจอกเหล้าม้าลงพื้นอย่างแรง

"เพล้ง!"

เขาตะคอกเสียงกร้าวด้วยความโกรธจัด

"อาปู้ซือ!"

"ทหารห้าพันนายเชียวนะ!"

"นั่นมันทหารตั้งห้าพันนายเลยนะโว้ย! มากพอที่จะยึดด่านตรวจทั้งหมดนอกเมืองโยวโจวได้สบายๆ!"

"แล้วตอนนี้เจ้ากลับมาบอกข้าว่า พวกมันตายห่าไปหมดแล้วอย่างนั้นหรือ!"

"พูดมา!!"

"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!!"

หน้าผากของอาปู้ซือยังคงแนบติดอยู่กับพื้น เขาเล่าเรื่องราวอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น

"หลังจากที่พวกเราไปถึงด่านปราการเหนือ พวกเราก็เริ่มบุกตีเมืองทันที"

"การพุ่งชนเพียงครั้งเดียว ทหารรักษาเมืองของพวกเฉียนก็แตกพ่ายไม่เป็นท่า พอตกบ่ายพวกเราก็เปิดฉากโจตีครั้งใหญ่ กำแพงเมืองส่วนใหญ่ตกเป็นของพวกเรา การยึดเมืองอยู่แค่เอื้อมเท่านั้น"

"แต่ในเวลานั้นเอง กองทหารม้าสามพันนายที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน ก็พุ่งเข้าโจมตีทัพกลางของพวกเรา!"

"ทหารเฉียนพวกนั้นแตกต่างจากทหารเฉียนคนอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง!"

"ทักษะการขี่ม้าของพวกมันไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกเราเลย แถมทุกคนยังดุร้ายราวกับหมาป่า! ทุกคนเป็นจอมยุทธ์กันหมด!"

"ดาบยาวในมือของพวกมันคมกริบผิดมนุษย์มนา อย่าว่าแต่เกราะหนังสัตว์เลย ต่อให้เป็นเกราะเหล็กก็ยังต้านทานไม่อยู่!"

"และที่น่ากลัวยิ่งกว่า ก็คือกองทหารม้าหนักหนึ่งร้อยนายที่อยู่ในกลุ่มนั้น!"

อาปู้ซือเงยหน้าขึ้น แววตายังคงหลงเหลือความหวาดหวั่นไม่หาย

"พวกมันสวมเกราะเต็มตัว เผยให้เห็นแค่ดวงตาเท่านั้น แม้แต่ม้าศึกก็ยังมีเกราะคอยปกป้อง!"

"ความยอดเยี่ยมของชุดเกราะพวกมันเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในโลกหล้า ไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเลย!"

"ทันทีที่ทหารม้ากองนี้ปรากฏตัว การบุกตีเมืองก็ต้องชะงักลงทันที!"

"ไม่ว่าจะเป็นทหารเฉียนหรือนักรบของพวกเรา ต่างก็ถูกข่มขวัญด้วยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวของทหารม้ากองนี้จนตัวสั่น!"

"และข้อเท็จจริงก็พิสูจน์แล้วว่า ชุดเกราะพวกนั้นไม่ได้มีดีแค่สวยงาม!"

"พวกมันบุกตะลุยฝ่าเข้ามาในทัพกลางอย่างดุดัน ดาบโค้งฟันโดนก็หักสะบั้น ลูกศรยิงใส่ก็เหมือนแค่สะกิดเกา ค้อนเจาะเกราะกวัดแกว่งฟาดฟัน ใครก็ตามที่กล้าขวางหน้าพวกมัน ล้วนต้องตายตกอย่างอนาถ!"

"ทหารม้าสามพันนายนั่นก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน ควบม้าทะลวงฝ่าแนวรบจนสับสนวุ่นวายไปหมด!"

"เมื่อเห็นดังนั้น ข้าจึงนำองครักษ์พุ่งทะยานเข้าไปหมายจะเด็ดหัวแม่ทัพเฉียนผู้นั้น!"

"แต่เพียงแค่การปะทะกันครั้งเดียว องครักษ์ของข้าก็หายไปกว่าครึ่ง! แขนของข้าก็บินหายไปพร้อมกันด้วย!"

"ธงแม่ทัพถูกยึด!"

"ขวัญกำลังใจแตกสลาย!"

"หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น ท่านก็น่าจะเดาได้..."

เมื่อพูดจบในรวดเดียว อาปู้ซือก็นอนหมอบราบกับพื้นรอรับการลงโทษ

ส่วนกระโจมก็ตกอยู่ในความเงียบงันยาวนานยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นอูเหอหรือเหล่านายกองพัน ในเวลานี้ต่างก็มีสีหน้าเหมือนคนเห็นผีกันไปหมด

กองทหารม้าชาวเฉียนงั้นหรือ

สองคำนี้มันไปอยู่รวมกันได้ยังไงวะเนี่ย

แถมที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าคือมีจำนวนถึงสามพันนายด้วยนะ นี่มันมหาอาณาจักรเฉียนที่พวกเขารู้จักจริงๆ หรือเนี่ย?!

สิ่งที่อาปู้ซือพูดต่อมา ยิ่งฟังดูเหนือจินตนาการเข้าไปใหญ่

ทหารม้าหนักหนึ่งร้อยนาย

ปะทะกันตรงๆ

แต่กลับสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่อาปู้ซือและเหล่าองครักษ์ได้ในพริบตา แถมยังฟันแขนเขาขาดไปข้างหนึ่ง แล้วยึดธงแม่ทัพไปได้เนี่ยนะ

เรื่องพวกนี้มันไม่ใช่ฉากในฝันเฟื่องที่พวกชาวเฉียนมโนขึ้นมาเองหรอกหรือ

นายกองพันคนหนึ่งแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา

"อาปู้ซือ ข้าว่าเจ้าเห็นพวกเราเป็นคนโง่แล้วล่ะมั้ง! เจ้าคิดว่าพวกเราจะเชื่อเรื่องที่เจ้าพูดออกมางั้นหรือ!"

อีกคนก็แค่นเสียงเสริม "แพ้ก็คือแพ้ ยังจะกล้าแต่งเรื่องบ้าบอคอแตกพวกนี้ขึ้นมาอีก! ทำไมเจ้าถึงไม่ตายๆ ไปซะในสนามรบห๊า"

เหล่านายกองพันเริ่มถากถางเยาะเย้ย ซ้ำเติมคนล้มกันอย่างสนุกปาก

"ชาวเฉียนมีทหารม้าสามพันนายงั้นหรือ แถมยังเป็นจอมยุทธ์กันหมดด้วย ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ทำไมเจ้าไม่บอกว่ามีอุกกาบาตตกลงมาทับกองทัพจนตายเกลี้ยงเลยล่ะ"

"อาปู้ซือ ทำทหารสูญเสียไปถึงห้าพันนาย เจ้าสมควรตายเพื่อชดใช้ความผิดซะ!"

"ยังจะกล้าเรียกตัวเองว่านักรบอันดับหนึ่งอีก แค่ด่านปราการเหนือเล็กๆ ด่านเดียวยังยึดมาไม่ได้ เจ้าทำให้ท่านอูเหอต้องผิดหวังอย่างแรง!"

"ไปตายซะ!"

"ไอ้หมาขี้แพ้!"

อูเหอนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา สีหน้าย่ำแย่ถึงขีดสุด ตอนนี้เขาก็อยากจะสั่งประหารไอ้สวะนี่ทิ้งซะให้รู้แล้วรู้รอด!

อาปู้ซือเงยหน้าขึ้น ไม่สนใจนายกองพันพวกนั้นเลย

สายตาของเขาจับจ้องไปที่อูเหอ

"ท่านอูเหอ อาปู้ซือทำผิดพลาดมหันต์ ต่อให้ตายเป็นหมื่นครั้งก็ชดใช้ความผิดไม่ได้ ข้ายินดีรับโทษตาย แต่ก่อนหน้านั้น ขอให้ข้าได้พูดให้จบก่อนเถอะขอรับ!"

สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด

"แม่ทัพเฉียนคนนั้น ในภายภาคหน้าจะต้องกลายเป็นหอกข้างแคร่ของอาณาจักรตี๋อย่างแน่นอน ท่านอูเหอจะประมาทมันไม่ได้เด็ดขาด!"

"ทหารของมันก็แตกต่างจากชาวเฉียนที่พวกเรารู้จักอย่างสิ้นเชิง! จะเอามาตรฐานทั่วไปมาวัดไม่ได้ ต้องรีบกำจัดพวกมันทิ้งตั้งแต่เนิ่นๆ!"

"ไม่อย่างนั้นหากปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป พวกมันเติบโตขึ้นทุ่งหญ้าของเราจะต้องเผชิญกับหายนะล้างบางแน่ๆ!"

"ยิ่งไปกว่านั้น ในเวลานี้พวกมันก็อันตรายสุดๆ แล้ว!"

"ต้องรีบแจ้งให้ท่านอ๋องทราบโดยด่วน ต้องใช้กองกำลังชั้นยอดเท่านั้นถึงจะต่อกรกับพวกมันได้ ทหารคนเถื่อนทั่วไปไม่ใช่คู่มือของพวกมันอีกต่อไปแล้ว!"

เมื่อนึกถึงความดุร้ายราวกับหมาป่าของทหารเฉียนพวกนั้น สีหน้าของอาปู้ซือก็เปลี่ยนไปทันที เขารีบพูดด้วยความร้อนรน

"แย่แล้ว!"

"พวกมันอาจจะบุกมาหาท่านอูเหอโดยตรงเลยก็ได้!"

"ขอให้ท่านอูเหอรีบถอยทัพกลับทุ่งหญ้าเดี๋ยวนี้! หากรอให้พวกมันบุกมาถึง จะเสียใจภายหลังก็สายเกินแก้แล้ว!"

สิ้นคำพูดนี้ ภายในกระโจมก็เงียบกริบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะเยาะดังกึกก้อง

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!"

เหล่านายกองพันหัวเราะจนตัวงอ แตกต่างจากสีหน้าร้อนรนของอาปู้ซืออย่างสิ้นเชิง

ส่วนอูเหอในเวลานี้ สีหน้าของเขาเขียวปัดจนกลายเป็นสีม่วงคล้ำไปแล้ว

"ลากตัวมันออกไป!!!"

ทหารยามเดินเข้ามาลากตัวอาปู้ซือออกไป อาปู้ซือร้อนรนจนแทบคลั่ง ปากก็ยังคงตะโกนไม่หยุด

"ท่านอูเหอ อย่าได้ประมาทศัตรูเด็ดขาด รีบถอยทัพเร็วเข้า——"

เสียงของอาปู้ซือเลือนหายไปนอกกระโจม และเสียงหัวเราะของเหล่านายกองพันก็ค่อยๆ เงียบลง สายตาของพวกเขาหันไปมองอูเหอพลางหัวเราะ

"ท่านอูเหอ อาปู้ซือคงถูกทำให้หวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อไปแล้ว ถึงได้กลัวพวกแกะสองขานั่นได้ขนาดนี้"

"ยังจะมาบอกว่าเป็นหายนะล้างบางทุ่งหญ้าอีก ช่างน่าขันสิ้นดี!"

"ใช่แล้ว มหาอาณาจักรเฉียนมันแก่หง่อมแล้ว ส่วนอาณาจักรตี๋ของพวกเรากำลังรุ่งโรจน์โชติช่วง จงหยวนจะต้องตกเป็นของพวกเราในไม่ช้านี้แน่!"

"กองทัพเฉียนนั่นถ้ากล้ามาล่ะก็~ หึ! ที่นี่มีนักรบของพวกเราตั้งสามหมื่นคน แค่คำเดียวก็กลืนกินพวกมันได้สบายๆ แล้ว!"

อูเหอพยักหน้ารับ สายตามองทะลุเต็นท์ออกไปยังเมืองโยวโจว

"ในเวลานี้ทั่วทั้งโยวโจวล้วนถูกกีบเท้าม้าของพวกเราเหยียบย่ำจนพินาศหมดแล้ว ขอแค่ยึดเมืองนี้ได้ ก็เท่ากับกัดกินเนื้อก้อนโตของมหาอาณาจักรเฉียนไปได้แล้ว!"

"ข้าจะยอมละทิ้งสถานการณ์อันยอดเยี่ยมนี้ แล้วถอยกลับทุ่งหญ้าเพียงเพราะแม่ทัพเฉียนกระจอกๆ คนเดียวน่ะหรือ"

"ถ้าทำแบบนั้น ต่อไปข้าอูเหอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"

"จะไปอธิบายให้ท่านอ๋องฟังได้อย่างไร"

"ทุ่งหญ้าแห่งนี้ไม่มีที่ยืนให้คนขี้ขลาดหรอก!"

เขาแค่นเสียงฮึดฮัดอย่างโกรธเกรี้ยว ลุกขึ้นยืนอย่างห้าวหาญทรงพลัง กวาดสายตามองเหล่านายกองพัน

"เหล่านักรบเอ๋ย พวกเราพักผ่อนกันมานานพอแล้ว มีใครอาสานำทัพไปตีเมืองโยวโจวให้ข้าบ้าง!"

ทุกคนต่างแย่งกันเสนอตัว

"ข้ายินดีไป!!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 45 - หายนะล้างบางทุ่งหญ้างั้นหรือ? เรื่องตลกชัดๆ!

คัดลอกลิงก์แล้ว