- หน้าแรก
- ระบบเปลี่ยนศพเป็นแต้มพลัง เส้นทางสู่ทรราชแดนเถื่อน
- บทที่ 44 - พวกคนเถื่อนกำลังต่อสู้กับกองทัพแบบไหนกันแน่!?
บทที่ 44 - พวกคนเถื่อนกำลังต่อสู้กับกองทัพแบบไหนกันแน่!?
บทที่ 44 - พวกคนเถื่อนกำลังต่อสู้กับกองทัพแบบไหนกันแน่!?
บทที่ 44 - พวกคนเถื่อนกำลังต่อสู้กับกองทัพแบบไหนกันแน่!?
ซ่งเหยียนและหยางเวยเดินออกจากจวนผู้บัญชาการด่านมาด้วยอาการสมองเบลอวิ้งๆ ยังดึงสติกลับมาไม่ได้
เรื่องชวนช็อกมันถาโถมเข้ามามากเกินไป
มากเสียจนพวกเขาไม่รู้จะเริ่มเรียบเรียงความคิดจากตรงไหนก่อนดี
"ถ้าข้าจำไม่ผิด เฉินเช่อเพิ่งจะอายุสิบหกเองใช่ไหม" ซ่งเหยียนตาลอยเอ่ยถาม
หยางเวยส่ายหน้าอย่างแข็งทื่อ "ถ้าจะพูดให้ถูก ปีนี้เขาสิบเจ็ดแล้ว"
"เปิดชีพจรตอนอายุสิบเจ็ด..."
ซ่งเหยียนอายุสามสิบสี่แล้ว แต่เพิ่งจะอยู่แค่ระดับหล่อหลอมร่างกายขั้นที่สิบ พอเอามาเทียบกันแบบนี้ เขารู้สึกเหมือนครึ่งชีวิตที่ผ่านมาของเขาใช้ชีวิตเยี่ยงสุนัขเลยทีเดียว...
แต่นี่ไม่ใช่เพราะเขาอ่อนหัดหรอก แต่เป็นเพราะเฉินเช่อมันสัตว์ประหลาดเกินไปต่างหาก!
เขากล้ายืนยันได้เลยว่า คนที่สามารถทะลวงระดับเปิดชีพจรได้ในวัยสิบเจ็ดปี ไม่เคยมีปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์ของมหาอาณาจักรเฉียนมาก่อน!
นี่มันพรสวรรค์ระดับไหนกัน!
น่าทึ่งเกินไปแล้ว!
แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกน่ากลัวยิ่งกว่า ก็คือการที่เฉินเช่อมีพรสวรรค์สูงส่งขนาดนี้ แต่กลับมองเงินทองของมีค่าเป็นเพียงเศษดินเศษหญ้า!
สมบัติที่ยึดมาได้ตั้งสี่พันตำลึง กลับเอามาแจกจ่ายตกรางวัลให้ทหารจนหมดเกลี้ยง ตัวเองไม่เก็บไว้เลยแม้แต่อีแปะเดียว!
นี่มันต้องเป็นคนที่มีจิตใจแบบไหนกันแน่!
ทั้งสองสบตากัน มองเห็นความรู้สึกโชคดีในแววตาของอีกฝ่าย
การได้ติดตามพญามังกรในหมู่มวลมนุษย์ผู้นี้ ถือเป็นความโชคดีที่สุดในชีวิตของพวกเขาแล้ว!
"น่าทึ่งมากล่ะสิ"
สวีเจี้ยนเย่มองเห็นความตกตะลึงของคนทั้งสอง เขาเหลียวหลังกลับไปมองจวนผู้บัญชาการด่าน น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเคารพเทิดทูน
"นายท่านก็เป็นแบบนี้มาตลอดนั่นแหละ"
"ดีกับพวกเราจนเกินไป แต่กลับแทบไม่เคยคิดถึงตัวเองเลย ไม่เคยแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวแม้แต่น้อย"
"บ้านที่อยู่ก็เป็นแค่กระท่อมไม้หลังเล็กๆ"
"อาหารที่กินก็เป็นข้าวหม้อใหญ่เหมือนพวกเรา"
"นายท่านบอกว่านี่คือการทำตัวเป็นแบบอย่าง แต่ต่อให้นายท่านจะใช้ชีวิตหรูหรากว่านี้ พี่น้องทุกคนก็ไม่มีใครกล้าบ่นหรอก เพราะนั่นคือสิ่งที่นายท่านสมควรได้รับ"
เขาหันไปมองซ่งเหยียนและหยางเวยที่ยืนอึ้งจนพูดไม่ออก
"หากพวกท่านสวามิภักดิ์ต่อนายท่านเพราะหวังจะเลื่อนยศได้ทรัพย์สมบัติล่ะก็ ข้าขอแนะนำให้พวกท่านพับความคิดนั้นเก็บไปซะเถอะ"
สวีเจี้ยนเย่กล่าวเสียงเข้ม "การที่นายท่านจุติลงมายังโลกมนุษย์แห่งนี้ ก็เพื่อมวลมนุษยชาติ เพื่อราษฎรตาดำๆ!"
"หากอุดมการณ์ไม่ตรงกัน พวกเราก็คงร่วมทางกันไม่ได้หรอก!"
ซ่งเหยียนและหยางเวยยืนนิ่งอึ้งมองแผ่นหลังของสวีเจี้ยนเย่ที่เดินจากไป พวกเขายืนนิ่งอยู่นานแสนนาน
จนกระทั่งมองเห็นเลี่ยวต้าจื้อกำลังแจกจ่ายของรางวัล พวกเขาถึงได้สะดุ้งสุดตัว แล้วรีบพุ่งพรวดเข้าไปหาทันที
"ผู้บังคับกองพันเลี่ยว ในนั้นคือโอสถปราณโลหิตทั้งหมดเลยหรือ!?"
"โกหกกันใช่ไหม!?"
เลี่ยวต้าจื้อปรายตามองทั้งสองคนด้วยความระแวดระวัง ผู้บังคับหมวดและทหารที่อยู่ด้านหลังเขาก็มีท่าทีแบบเดียวกัน
ชั่วพริบตาเดียว สายตาคมกริบดุจคมดาบก็จ้องเขม็งมา รังสีอำมหิตพุ่งปะทะใบหน้า
ทั้งสองคนสะดุ้งโหยง
แย่แล้ว!
ซ่งเหยียนรีบแก้ตัวพัลวัน "อย่าเข้าใจผิดนะ! พวกเราไม่ได้คิดจะแย่งชิง! แค่... แค่..."
"แค่ไม่อยากจะเชื่อสายตาสินะ"
เลี่ยวต้าจื้อยิ้มรับ ทั้งสองคนรีบพยักหน้าหงึกๆ อย่างเอาเป็นเอาตาย
เลี่ยวต้าจื้อล้วงมือเข้าไปในถุงผ้ากระสอบ แล้วกำโอสถปราณโลหิตกำใหญ่ลากออกมาต่อหน้าต่อตาพวกเขา ทำเอาทั้งสองคนเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า
"พวกท่านรู้หรือไม่ว่า ในศึกที่พวกเรากวาดล้างพวกคนเถื่อนห้าพันนายจนเหี้ยนในครั้งนี้ พวกเราตายไปกี่คน"
ทั้งสองคนจ้องมองโอสถปราณโลหิตตาไม่กะพริบ พลางส่ายหน้าช้าๆ
คนเขาอุตส่าห์มาช่วยชีวิตแถมยังต้องสู้ตายกับพวกคนเถื่อน พวกเขาจะเอาหน้าไปถามเรื่องความสูญเสียได้อย่างไร
เลี่ยวต้าจื้อหัวเราะร่วน ชูนิ้วทำท่าโอเคแบบที่เรียนมาจากเฉินเช่อ
"ศูนย์"
"อะ... อะไรนะ" ทั้งสองคนถามด้วยความงุนงงเหมือนคนโง่
"ข้าบอกว่า ศึกครั้งนี้พวกเราไม่มีใครตายเลยสักคนเดียว อย่างมากก็แค่แขนขาดเท่านั้นแหละ"
เลี่ยวต้าจื้อส่งโอสถปราณโลหิตให้เหล่าผู้บังคับหมวดทีละเม็ด "พวกท่านไม่สังเกตเห็นเลยหรือว่า ในทหารสามพันนาย มีคนที่บ่มเพาะพลังปราณโลหิตได้เกินร้อยละเก้าสิบห้าแล้ว"
"ถ้าไม่มีโอสถปราณโลหิตคอยหนุนหลัง มันจะเป็นไปได้อย่างไรล่ะ"
ซ่งเหยียนและหยางเวยอ้าปากค้าง
สมองรวนไปหลายวินาที
อะไรนะ!?
ทหารสามพันนาย มีคนที่เป็นจอมยุทธ์เกินร้อยละเก้าสิบห้าเลยงั้นหรือ!?
สายตาของพวกเขารีบกวาดมองไปที่เหล่าทหารราษฎรทันที ก่อนหน้านี้มัวแต่ช็อกจนไม่ได้สังเกตให้ดี พอมาดูตอนนี้ก็พบว่า... จริงด้วย!
มีคลื่นพลังปราณโลหิตแผ่ออกมาจริงๆ!
คนนี้ก็เป็นจอมยุทธ์!
คนนั้นก็เป็นจอมยุทธ์!
มองไปทางไหนก็เจอแต่จอมยุทธ์ระดับหล่อหลอมร่างกายขั้นที่หนึ่งขั้นที่สองเต็มไปหมด!
คลื่นความตื่นตะลึงโหมกระหน่ำในใจของคนทั้งสอง เวลาเพียงไม่กี่เดือนสั้นๆ เฉินเช่อไปทำอะไรมากันแน่?!
แล้วพวกคนเถื่อนนั่นกำลังต่อสู้กับตัวตนแบบไหนอยู่กันแน่?!
ขืนเอาแต่จ้องโอสถปราณโลหิตเดี๋ยวคนเขาจะเข้าใจผิดเอาได้ ทั้งสองจึงเดินเลี่ยงออกมาอย่างเงียบๆ เดินใจลอยคิดฟุ้งซ่านไปจนถึงคลังเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์
อวี๋จวิ้นกำลังตรวจสอบอาวุธอยู่ที่นี่ พอเห็นทั้งสองคน สีหน้าของเขาก็ไม่ได้ดูเป็นมิตรเหมือนเลี่ยวต้าจื้อ
เขาไม่เคยลืมเลยว่าตัวเองคือคนจากครอบครัวทหารเกณฑ์แห่งด่านประตูมังกร
ก่อนที่นายท่านจะมาถึง ด่านประตูมังกรมีคนตายแทบทุกวัน ถ้าไม่หิวตายก็หนาวตาย
และทั้งหมดนี้ ก็ล้วนเป็นฝีมือของพวกแม่ทัพชายแดนพวกนี้นั่นแหละ
ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันยังมองด่านประตูมังกรเป็นแค่หมากที่ถูกทิ้ง ยอมส่งมอบชาวบ้านนับไม่ถ้วนให้พวกคนเถื่อนเข่นฆ่าและย่ำยีอย่างเลือดเย็น
ความเกลียดชังที่เขามีต่อแม่ทัพเฉียนเหล่านี้ หยั่งรากลึกเสียยิ่งกว่าพวกคนเถื่อนเสียอีก
ซ่งเหยียนเข้าใจดีว่าทำไมถึงถูกรังเกียจ เขารู้สึกละอายใจอยู่ลึกๆ แม้เขาจะไม่ได้ร่วมหัวจมท้ายกับฟ่านหย่งคัง แต่เขาก็ไม่ได้ยื่นมือเข้าห้ามปรามเรื่องระยำพวกนั้นเลย
เขาจึงไม่กล้าชวนคุย เอื้อมมือไปหยิบดาบยาวเล่มหนึ่งขึ้นมาดูอย่างสุ่มๆ
หนักมาก!
ซ่งเหยียนตกใจ!
พอมองดูคมดาบ มันคมกริบบาดตา เป็นเนื้อเดียวกันทั้งเล่ม หาจุดบิ่นหรือรอยม้วนงอไม่เจอเลยแม้แต่นิดเดียว!
เขาไม่อยากจะเชื่อสายตา จึงหยิบดาบอีกเล่มขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียด!
ไม่มี!
เล่มนี้ก็ไม่มี!
หยางเวยเองก็หยิบดาบขึ้นมาดูทีละเล่มๆ ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกสั่นสะท้านในใจ นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน!?
จนกระทั่งพวกเขาได้เห็นชุดเกราะของทัพเจดีย์เหล็ก พวกเขาก็แทบจะคลุ้มคลั่ง!
ไม่มีรอยแตกหัก!
ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน!
บนแผ่นเกราะที่ส่องประกายเงางามราวกับเกล็ดปลาเหล่านี้ หาเบาะแสของร่องรอยการต่อสู้ไม่เจอเลยแม้แต่น้อย!
แต่พวกเขาจำได้แม่นยำว่า ทัพเจดีย์เหล็กเพิ่งจะปะทะกับทหารชั้นยอดของหัวหน้ากองพันคนเถื่อนมาหมาดๆ แล้วทำไมถึงไม่มีร่องรอยการต่อสู้หลงเหลืออยู่เลยล่ะ!
"นี่... นี่มันคืออะไรกันแน่ ไม่น่าจะใช่เหล็กธรรมดานะ!"
หยางเวยถามเสียงสั่น
สุดท้ายอวี๋จวิ้นก็ทนเมินเฉยพวกเขาไม่ไหว
"นี่คือเหล็กกล้า"
"เหล็กบ้า?"
ทั้งสองคนทวนคำด้วยความงุนงง
อวี๋จวิ้นอธิบาย "พวกท่านทำความเข้าใจซะใหม่ว่ามันคือเหล็กที่แข็งและเหนียวกว่าเหล็กธรรมดาก็แล้วกัน"
พอพูดแบบนี้ หยางเวยและซ่งเหยียนก็พอจะนึกภาพออก
แต่คำถามต่อมาก็ผุดขึ้นมาในหัว
"เอามาจากไหนเยอะแยะ"
"ก็ต้องถลุงเอาเองน่ะสิ"
อวี๋จวิ้นยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ "นายท่านประทานวิธีถลุงเหล็กกล้าให้กับพวกเรา พวกเราที่เป็นแค่คนชั้นต่ำเปื้อนโคลน กลับสามารถถลุงยอดศาสตราเหล่านี้ขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง!"
"ดาบพวกนี้แค่เล่มเดียวหลุดออกไปสู่โลกภายนอก ก็ทำให้พวกจอมยุทธ์แย่งชิงกันหัวร้างข้างแตกแล้ว อย่าหวังว่าจะมาฉกฉวยเอาไปได้เชียว!"
ทั้งสองคนรีบส่ายหน้าพัลวัน พวกเขาจะไปกล้าทำเรื่องแบบนั้นได้อย่างไร!
ที่นี่มีจอมยุทธ์ตั้งสามพันคนเชียวนะ!
จู่ๆ ซ่งเหยียนก็นึกถึงคำพูดของสวีเจี้ยนเย่ขึ้นมาได้ "หรือว่าเฉินเช่อจะเป็นเทพเซียนจุติลงมาจริงๆ"
ไม่อย่างนั้นจะอธิบายเรื่องมหัศจรรย์ทั้งหมดนี้ได้อย่างไรกัน
อวี๋จวิ้นพยักหน้าอย่างหนักแน่น
"ถูกต้อง!"
"นายท่านคือมหาราชเจินอู่กลับชาติมาเกิด ลงมาเพื่อปลดแอกพวกเราที่เป็นราษฎรผู้ทนทุกข์ทรมาน!"
มหาราชเจินอู่งั้นหรือ
ทั้งสองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก รู้สึกแปลกหูกับคำคำนี้มาก จึงต้องขอให้อวี๋จวิ้นช่วยชี้แนะให้ความรู้แก่พวกเขาสักหน่อยแล้ว
……
[ชื่อ: เฉินเช่อ]
[อายุ: สิบหก]
[ระดับบ่มเพาะ: ระดับหล่อหลอมร่างกายขั้นที่สิบสอง (900/900)]
[กายา: 1167 (เทียบเท่าจอมยุทธ์ระดับเปิดชีพจรขั้นสูงสุด)]
[ปราณโลหิต: 2025]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาหล่อหลอมร่างกายขั้นพื้นฐาน·ระดับรู้แจ้งขั้นสูง (0/200) เคล็ดวิชาเปิดชีพจร·ยังไม่บรรลุ (0/10)]
[วิชาต่อสู้: เคล็ดวิชาอัสนีเมฆาพิฆาต·ระดับปรมาจารย์ (ใช้แต้มความรู้แจ้ง 400 แต้มเพื่อดูดซับวิชาต่อสู้อื่น)]
[แต้มความรู้แจ้ง: 917]
[มิติเก็บของ: 2 ลูกบาศก์เมตร]
[หีบสมบัติ: 3]
ภายในห้องเงียบสงบ
เฉินเช่อมอยดูหน้าต่างสถานะของตัวเอง เผยรอยยิ้มกระหายอยากจะลองวิชาเต็มแก่
"พักไปตั้งสองเดือน ครั้งนี้กอบโกยมาได้เพียบเลยแฮะ! เอาล่ะ เริ่มกันเลย ทะลวงสู่ระดับเปิดชีพจร!"
[จบแล้ว]