- หน้าแรก
- ระบบเปลี่ยนศพเป็นแต้มพลัง เส้นทางสู่ทรราชแดนเถื่อน
- บทที่ 25 - กองกำลังที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว!
บทที่ 25 - กองกำลังที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว!
บทที่ 25 - กองกำลังที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว!
บทที่ 25 - กองกำลังที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว!
"ไม่ไหวแล้ว..."
"ข้าไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะใต้เท้า... พักสักเดี๋ยวเถอะ..."
เธอร้องขอความเมตตาเสียงอ่อน ร่างกายที่ชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อหอมกรุ่นอ่อนระทวย ฟุบซบลงบนแผงอกของเฉินเช่อจนแทบจะขยับนิ้วไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว
เธอแอบนึกเสียใจ ถ้ารู้ว่าใต้เท้าจะเก่งกาจถึงเพียงนี้ ก่อนหน้านี้คงไม่เป็นฝ่ายรุกเข้าหาแบบนั้นหรอก...
ทีนี้ก็เป็นเรื่องเลย
ทั้งสองคนยิ่งมายิ่งปล่อยตัวตามใจ เธอเริ่มจะรับมือไม่ไหวแล้วจริงๆ
ไออุ่นที่แผ่มาจากเตียงเตาผิงทำให้ภายในผ้าห่มอบอุ่นสบาย ตอนนี้เธอมีความสุขมากและก็ลังเลมากเช่นกัน
"เหนื่อยแย่เลยสินะ"
เฉินเช่อลูบผมเธอเบาๆ เอ่ยด้วยความสงสาร "ถ้าเหนื่อยก็พักผ่อนเถอะ"
เมื่อหลินหว่านเอ๋อร์เห็นว่าเฉินเช่อยังมีท่าทีเหมือนยังไม่อิ่มเอม เธอก็กัดฟัน แล้วจู่ๆ ก็ร้องเรียกขึ้นมา
"เข้ามาสิ!"
"ใครน่ะ"
เฉินเช่อถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก พอหันไปมอง ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก
ภายใต้แสงเทียนสลัวๆ เขาเห็นเด็กสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา เธอถอดเสื้อคลุมตัวหนาออกด้วยท่าทีเขินอาย เผยให้เห็นเรือนร่างอันขาวผ่อง
เขาหันไปมองหลินหว่านเอ๋อร์
"นี่คือ...?"
ถึงแม้หลินหว่านเอ๋อร์จะไม่อยากแบ่งปันเฉินเช่อให้ใคร แต่เธอก็รู้ดีว่าในภายภาคหน้า ใต้เท้าจะต้องไม่มีเธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวอย่างแน่นอน
ในเมื่อเป็นแบบนั้น สู้เธอเป็นคนเลือกให้ใต้เท้าเองเลยไม่ดีกว่าหรือ แบบนี้จะได้รู้ไส้รู้พุงกันด้วย
"นางชื่อเสี่ยวเสวี่ยเจ้าค่ะ"
หลินหว่านเอ๋อร์พูด "ต่อไปนี้จะมาคอยปรนนิบัติใต้เท้าร่วมกับข้า"
เฉินเช่อเบิกตากว้าง
"มัวยืนเหม่ออะไรอยู่ล่ะ" หว่านเอ๋อร์เอ่ยแซว "รีบเข้ามาสิ ให้พี่สาวอย่างข้าได้พักบ้าง"
"อื้ม!"
เฉินเช่อยังไม่ทันจะได้ปฏิเสธ ร่างกายที่ยังเย็นเฉียบก็มุดสอดเข้ามาในผ้าห่มเสียแล้ว...
……
เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินเช่อเดินออกจากห้องพัก เขาหันกลับไปมองหญิงสาวทั้งสองคนที่ยังคงหลับสนิท พอคิดถึงความบ้าคลั่งเมื่อคืน ใบหน้าของเขาก็ร้อนผ่าวขึ้นมา
"ไม่ได้การ ถิ่นหญิงงามคือสุสานวีรบุรุษ จะมาลุ่มหลงมัวเมาแบบนี้ไม่ได้!"
เขาปิดประตูห้อง ลมหนาวที่หอบเอาเกล็ดหิมะพัดมาปะทะใบหน้า เขาก้าวเท้ายาวๆ มุ่งหน้าไปที่ลานฝึกซ้อม
ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า ทำให้เขาเผยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจออกมา
ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ด่านประตูมังกรทยอยรับผู้อพยพจากค่ายทหารอื่นๆ เข้ามาถึงห้าพันกว่าคน!
และชายฉกรรจ์จำนวนไม่น้อยในกลุ่มนั้น ก็ซึมซับบรรยากาศของที่นี่ บวกกับสวัสดิการการเป็นทหารที่แสนจะเย้ายวนใจ ทำให้พวกเขาตัดสินใจเข้าร่วมกองทัพ!
และด้วยเหตุนี้เอง กองกำลังสองร้อยนายในอดีต ตอนนี้ได้ขยายขนาดกลายเป็นหนึ่งพันนายแล้ว!
ขบวนทัพจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบเกรียงไกรจำนวนหนึ่งพันนาย แค่มองก็ทำให้รู้สึกยำเกรงแล้ว!
"ระวัง!"
"การฝึกจัดแถวเสร็จสิ้น เริ่มฝึกซ้อมเพลงดาบใหญ่ได้!"
ทันทีที่อวี๋จวิ้นตะโกนสั่ง กองกำลังหนึ่งพันนายก็แผดเสียงร้องคำรามดังกึกก้อง ดาบยาวถูกชักออกจากฝักอย่างพร้อมเพรียง!
"ชิ้ง——!"
เฉินเช่อพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
"จำนวนผู้ฝึกยุทธ์ทะลุหนึ่งร้อยคนแล้ว พวกเขาได้เลื่อนขั้นเป็นนายหมู่เพื่อคอยคุมทหารใหม่"
"พอมีคนพวกนี้คอยนำ เพลงดาบใหญ่ก็ดูเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว"
สายตาของเขามองข้ามพวกทหารชายฉกรรจ์ ไปหยุดอยู่ที่กองกำลังกลุ่มหนึ่งที่ดูโดดเด่นสะดุดตา
พวกเขา
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ พวกเธอ
สวมใส่ชุดทหารที่บางเฉียบเหมือนกับพวกทหารชาย เสียงตะโกนอาจจะดูอ่อนหวานไปบ้าง แต่ท่วงท่าการฟาดฟันดาบนั้นไม่ได้อ่อนแอกว่าเลยแม้แต่น้อย
กองกำลังหญิงสิบคนกลุ่มนี้ ประกอบไปด้วยหญิงสาวชาวเฉียนที่พวกเขาช่วยเหลือกลับมานั่นเอง
นายหมู่ของพวกเธอก็คือเซวียจินเฟิ่ง และเธอนี่แหละที่เป็นคนก่อตั้งกองกำลังนี้ขึ้นมา
ในฐานะผู้หญิง การที่เซวียจินเฟิ่งสามารถฝึกฝนจนสร้างปราณโลหิตได้ภายในเวลาแค่หนึ่งเดือน ถือว่ามีพรสวรรค์ไม่เบาเลย
แถมอุปนิสัยและความสามารถของเธอก็ยอดเยี่ยมมาก เฉินเช่อจึงคาดหวังกับผลงานในอนาคตของกองกำลังหญิงล้วนกลุ่มนี้เอาไว้สูงมาก
เขายืนดูการฝึกซ้อมอยู่พักหนึ่ง ทุกอย่างดูน่าพอใจไปหมด จะมีเรื่องน่าเสียดายก็แค่อย่างเดียวเท่านั้น
นั่นก็คือเหล็กกล้า
พวกช่างฝีมือยังคงไม่สามารถถลุงเหล็กกล้าที่สมบูรณ์แบบออกมาได้
ประกอบกับความขาดแคลนแร่เหล็ก วัตถุดิบทั้งหมดล้วนได้มาจากการไปปล้นดาบโค้งของพวกคนเถื่อนมาเท่านั้น ทำให้ปริมาณการผลิตยังคงไม่เพียงพอ
ดังนั้น ตอนนี้กองทัพจึงยังคงใช้ดาบแบบกองทัพเฉียนของเดิมอยู่ การจะเปลี่ยนมาใช้ดาบเหล็กกล้าทั้งหมดยังคงเป็นเรื่องที่ต้องรอกันต่อไป
แต่โชคดีที่ถึงเรื่องเหล็กกล้าจะไม่ราบรื่น แต่ปูนซีเมนต์กลับประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
เฉินเช่อหันหลังเดินออกจากลานฝึกซ้อม ก้าวเท้าออกจากประตูค่าย
พายุหิมะพัดกระหน่ำปะทะใบหน้า แต่สายตากลับถูกบดบังด้วยสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่
กำแพงหิน!
สูงเกือบห้าเมตร!
เป็นกำแพงใหม่สีเทาหม่น!
"ต่อไปนี้ด่านประตูมังกรจะไม่ใช่แค่ค่ายทหารเล็กๆ อีกต่อไปแล้ว"
ชาวบ้านเกือบสองพันคนกำลังทำงานท่ามกลางพายุหิมะ พวกเขาใช้ปูนซีเมนต์ประสานก้อนหินและท่อนหินเข้าด้วยกันอย่างแน่นหนา
"แต่มันจะกลายเป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ที่มีทั้งเมืองชั้นในและเมืองชั้นนอก!"
เฉินเช่อมมองดูภาพการทำงานอันแสนคึกคักนี้ พลางนึกย้อนไปถึงสภาพอันน่าสมเพชตอนที่เขาเพิ่งมาถึงด่านประตูมังกรใหม่ๆ ในใจก็เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จ
เพียงแค่เดือนกว่าๆ เขาก็พลิกโฉมสถานที่แห่งนี้ใหม่ทั้งหมด!
ทุกคนมีข้าวกินอิ่มท้อง ทุกคนมีเสื้อผ้าอุ่นๆ ใส่ ทุกคนมีบ้านที่บังลมบังฝนได้!
ประชากรทั้งหมดมีมากกว่าห้าพันคน!
กองกำลังทหารมีมากกว่าหนึ่งพันนาย!
เทียบเท่ากับค่ายทหารระดับกองพันเลยทีเดียว!
กองกำลังขยายใหญ่ขึ้นขนาดนี้ แต่ทำไมถึงต้องรีบเร่งสร้างกำแพงเมืองใหม่ขนาดนี้น่ะหรือ สาเหตุหลักก็มาจากเรื่องที่เขาได้ยินจากปากของผู้อพยพ
——ค่ายทหารพวกนี้คือกองทัพเฉียนตั้งใจยกให้พวกคนเถื่อนไปแล้ว!
มิน่าล่ะ ตอนที่โดนทหารม้าคนเถื่อนบุกมาคราวก่อน เขาถึงได้รู้สึกว่ามันแปลกๆ!
ตอนนี้ค่ายทหารแห่งอื่นๆ ถูกตีแตกไปหมดแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลย ด่านประตูมังกรจะต้องเผชิญกับการบุกโจมตีที่รุนแรงและบ้าคลั่งยิ่งกว่าครั้งก่อนอย่างแน่นอน!
"ถึงแม้ปูนซีเมนต์สูตรชาวบ้านนี่มันจะไม่ได้แข็งและแห้งเร็วเหมือนปูนซีเมนต์ยุคปัจจุบันก็เถอะ"
"แต่ว่านะ"
เฉินเช่อแสยะยิ้มเย็นชา
"สำหรับทหารม้าคนเถื่อนแล้ว นี่มันก็คือกำแพงเหล็กกล้าดีๆ นี่เอง!"
"ใต้เท้า!"
เลี่ยวต้าจื้อที่เป็นคนคุมงานก่อสร้างพอเห็นเฉินเช่อ เขาก็รีบวิ่งเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้มเพื่อรายงานความคืบหน้าทันที
"ต้องขอบคุณวิชาเปลี่ยนหินเป็นทองของใต้เท้าแท้ๆ พวกเราเร่งมือกันสุดฤทธิ์ ในที่สุดก็สร้างกำแพงเมืองแห่งใหม่นี้เกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้วขอรับ!"
"ตอนนี้กำลังพลของพวกเราก็เพิ่มขึ้น เสบียงก็มีพร้อม ถ้าพวกคนเถื่อนกล้าบุกมาล่ะก็ รับรองว่าจะไม่ปล่อยให้พวกมันก้าวข้ามเข้ามาได้แม้แต่ก้าวเดียวเลยขอรับ!"
เฉินเช่อยิ้มขื่น "นี่ไม่ใช่วิชาเปลี่ยนหินเป็นทองอะไรหรอก มันก็แค่ตัวประสานเท่านั้นเอง"
เลี่ยวต้าจื้อส่ายหน้า
"ตัวประสานอะไรมันจะแห้งแล้วแข็งโป๊กเป็นก้อนหินได้แบบนี้ล่ะขอรับ ขนาดกำแพงเมืองด่านปราการเหนือยังไม่แข็งเท่านี้เลย!"
"ข้ารู้ว่าใต้เท้ามักจะบอกให้พวกเราใส่ใจกับวิธีการและหลักการเสมอ"
"แต่สำหรับทหารและชาวบ้านด่านประตูมังกรในตอนนี้ ใต้เท้าก็คือพระโพธิสัตว์มาโปรดของพวกเขาเลยนะขอรับ"
เลี่ยวต้าจื้อลดเสียงลงกระซิบ
"มีความเชื่อแบบงมงายไว้บ้างมันก็ดีเหมือนกันนะขอรับ ตอนนี้พวกเขามีใจเป็นหนึ่งเดียวกับใต้เท้า ต่อให้ฮ่องเต้เสด็จมาเอง ก็คงสั่งการพวกเขาไม่ได้ดีเท่าใต้เท้าหรอก..."
เมื่อเห็นเฉินเช่อนิ่งเงียบ เลี่ยวต้าจื้อก็เริ่มหยั่งเชิงต่อ
"ใต้เท้า ตอนนี้พวกเรามีทั้งกำลังทหาร มีทั้งเสบียงอาหาร แถมยังมีของวิเศษอย่างเหล็กกล้าและปูนซีเมนต์อีก"
"พี่น้องทุกคนต่างก็อยากรู้ว่า เป้าหมายที่แท้จริงของใต้เท้าคืออะไรกันแน่ขอรับ"
เฉินเช่อลอบถอนหายใจอยู่ในใจ
มาแล้วสินะ
เหมือนกับกรณีศึกษาในประวัติศาสตร์นับครั้งไม่ถ้วน พอความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น ลูกน้องก็เริ่มเป็นฝ่ายผลักดันให้เขาก้าวไปข้างหน้าแล้ว
"เป้าหมายของข้าน่ะหรือ..."
เลี่ยวต้าจื้อพยักหน้าด้วยความคาดหวัง หูผึ่งรอฟังคำตอบ
แต่เฉินเช่อกลับเงียบไปไม่พูดอะไรต่อ
ในขณะที่เลี่ยวต้าจื้อกำลังค้างคาใจจนแทบจะทนไม่ไหวนั่นเอง หวังโก่วเซิ่งก็ควบม้าพุ่งพรวดเข้ามาในประตูเมือง พอเห็นเฉินเช่อเขาก็รีบควบตรงดิ่งเข้ามาหาทันที
เฉินเช่อขมวดคิ้วแน่น
และก็เป็นไปตามคาด หวังโก่วเซิ่งยังอยู่บนหลังม้าแต่ก็แหกปากตะโกนลั่นมาแต่ไกล
"พวกคนเถื่อนมาแล้ว!"
"พวกคนเถื่อนมาแล้ว!!"
สิ้นเสียงตะโกน ชาวบ้านที่กำลังทำงานอยู่ก็สะดุ้งตกใจ ภาพความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตพรั่งพรูเข้ามาในหัว ความหวาดผวาเข้าครอบงำฝูงชนทันที
"ไม่ต้องตกใจ!"
เฉินเช่อรีบควบคุมสถานการณ์ทันที "ทุกคนเข้าไปหลบในเมืองชั้นใน! มีพวกเราอยู่ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น!"
"โก่วเซิ่ง! ไปสอดแนมต่อ! ข้าต้องการรู้ว่าพวกมันยกทัพมากันกี่คน!"
"ขอรับ!"
"ต้าจื้อ! ไปแจ้งนายหมู่ทุกคน! เตรียมพร้อมรบ!"
"ขอรับ!"
ทันทีที่เฉินเช่อออกคำสั่ง ทั่วทั้งด่านประตูมังกรก็ขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบราวกับเครื่องจักรที่ถูกตั้งโปรแกรมเอาไว้!
[จบแล้ว]