- หน้าแรก
- อย่าเรียกผมว่าเทพมาร
- บทที่ 11 - ขีดจำกัดของพลังศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 11 - ขีดจำกัดของพลังศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 11 - ขีดจำกัดของพลังศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 11 - ขีดจำกัดของพลังศักดิ์สิทธิ์
ในที่สุดก็ได้ออกจากห้องสอบสวน เมื่อได้เห็นท้องฟ้าสีครามที่ห่างหายไปนาน เพตก็ยังคงตกอยู่ในสภาวะมึนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก
หลังจากที่ตำรวจร่างอ้วนสอบถามข้อมูลของเพตซ้ำอีกรอบ เขาก็ไล่เพตออกมาด้วยท่าทางรำคาญสุดๆ
ในระหว่างนั้น ไม่ว่าเพตจะพยายามถามยังไง ตำรวจอ้วนคนนั้นก็ยังคงยืนกรานว่าไม่เคยได้ยินชื่อบาฮามุตมาก่อนเลย ในสถานีตำรวจไม่มีคนชื่อนี้อยู่ ผู้ชายที่เพิ่งเดินออกจากห้องไปเมื่อกี้คือสารวัตรเทรน หัวหน้าของเขาชัดๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะเพตยังพอจะสัมผัสได้ถึงอาการผิดปกติที่หลงเหลือจากการโดน ลบล้างเวท เล่นงาน เขาคงคิดว่าตัวเองโดนเวทมนตร์ลวงตาอะไรสักอย่าง จนมโนสร้างผู้ชายที่ชื่อบาฮามุตขึ้นมาเองเป็นแน่
แต่ความทรงจำก่อนหน้านี้มันชัดเจนเกินไป ไม่เหมือนกับเวทมนตร์ลวงตาเลยสักนิด ที่พอผลของเวทมนตร์หมดลงแล้วจะรู้สึกได้ถึงความแปลกแยกจากความเป็นจริงอย่างชัดเจน
เพตที่ไม่ยอมแพ้ลองสวดภาวนาต่อโนเวนอีกครั้ง
"ข้าแต่เทพแห่งการแสวงหาความรู้ โนเวนผู้ยิ่งใหญ่ ขอมอบความศรัทธาอันบริสุทธิ์แด่ท่าน โปรดบอกข้าทีว่าข้าจะหา บาฮามุต คองก์ดันเทสกราซชาร์ลเดน ได้ยังไง"
ครั้งนี้เพตไม่ได้ใช้ ล่วงรู้นามแท้ ช่วยในการเอ่ยนามสกุลที่เรียกยากสุดๆ นี้ออกมา เพียงแค่ลองท่องจำเงียบๆ ในใจเท่านั้น
ผลปรากฏว่า โองการเทพที่ได้รับไม่เพียงแต่ไม่ช่วยแก้ปัญหาให้เพตเท่านั้น แต่กลับทำให้เขาสงสัยหนักกว่าเดิมเสียอีก
[ภารกิจ: เดินทางไปยังที่ราบสูงเหมันต์อัคคี ความคืบหน้า 0/1]
"ทำไมแค่อยากจะตามหาคนที่เจอในท่าเรือกริม เทพแห่งการแสวงหาความรู้ถึงได้ชี้ทางให้ข้าไปไกลถึงที่ราบสูงเหมันต์อัคคีล่ะเนี่ย"
เพตทำหน้าเหวอสุดขีด
เขาเคยได้ยินชื่อที่ราบสูงเหมันต์อัคคีมาบ้างเหมือนกัน
ในวิชาภูมิศาสตร์ทั่วไปของสถาบันคาโรเอนเคยสอนไว้ว่า ทวีปแพลนทิสมีรูปทรงคล้ายกระสวยที่ทอดตัวยาวจากเหนือจรดใต้ ท่าเรือกริมตั้งอยู่บนแหลมเล็กๆ ที่ยื่นออกมาทางใต้สุด ด้วยตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่พิเศษนี้เอง จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นท่าเรือที่หลบภัยพายุได้อย่างยอดเยี่ยม
ทางตอนเหนือของท่าเรือกริมคืออาณาจักรเรยัค บ้านเกิดของเพต ในฐานะประเทศที่มีอำนาจมากที่สุดในทวีปแพลนทิส อาณาจักรเรยัคมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล ทิศใต้ติดกับท่าเรือกริม ทิศเหนือจรดเมืองค้อนเหล็กของคนแคระ ทิศตะวันตกติดทะเลหมอก ทิศตะวันออกจรดป่ามืดมิด ครอบครองพื้นที่มากกว่าหนึ่งในสามของทวีป
ส่วนที่ราบสูงเหมันต์อัคคีนั้น เป็นสถานที่ที่อยู่เหนือขึ้นไปยิ่งกว่าถิ่นฐานของคนแคระเสียอีก ที่นั่นมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี แต่กลับมีลาวาร้อนระอุพุ่งออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ ทำให้เกิดทัศนียภาพแปลกตาที่น้ำแข็งและเปลวไฟอยู่ร่วมกัน
อย่าว่าแต่จะให้ไปเลย สำหรับคนที่เติบโตในอาณาจักรเรยัคอย่างเพต ที่ราบสูงเหมันต์อัคคีถือเป็นสถานที่ที่มีอยู่แค่ในตำนานปรัมปราเท่านั้น
...
สิ่งที่เพตไม่รู้ก็คือ ในเวลานี้ โนเวนที่อยู่ห่างไกลออกไปในดินแดนเทพก็รู้สึกประหลาดใจไม่แพ้กัน
สำหรับเรื่องที่บาฮามุตอาจจะปลอมแปลงตัวตนนั้น โนเวนคาดเดาเอาไว้ล่วงหน้าแล้วตั้งแต่ตอนที่เห็นเวท ล่วงรู้นามแท้ เขาจึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรมากนัก
แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกตกใจจริงๆ ก็คือ ตอนที่เพตสวดภาวนาถึงเขาในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกตั้งแต่ทะลุมิติมาที่โนเวน "สัมผัส" ได้ถึงขีดจำกัดของอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่เขามีในปัจจุบัน
ข้อมูลตอบกลับที่โนเวนได้รับในครั้งนี้ มีเพียงประโยคเดียวสั้นๆ ว่า "เดินทางไปยังที่ราบสูงเหมันต์อัคคี"
เป้าหมายที่หยาบขนาดนี้ ไม่มีทางเป็นวิธีแก้ปัญหาให้เพตได้อย่างแน่นอน โนเวนมั่นใจมากว่าข้อมูลที่เขาได้รับมานั้นไม่สมบูรณ์
ถ้าจะให้เปรียบเทียบ ข้อมูลทั้งหมดน่าจะมีหลายขั้นตอน แต่ตอนนี้สิ่งที่โนเวนได้รับมามีเพียงเป้าหมายของขั้นตอนแรกเท่านั้น
สาเหตุที่ไม่สามารถรับข้อมูลทั้งหมดได้ก็คือ ตอนที่โนเวนตอบรับคำขอของเพตในครั้งนี้ เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพลังศักดิ์สิทธิ์กำลังถูกเผาผลาญ
โนเวนตระหนักได้ว่า การใช้อำนาจศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องสูญเสียพลังศักดิ์สิทธิ์ของเขาไปเพื่อแลกกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องเช่นกัน
เพียงแต่ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาใช้อำนาจเพื่อตอบรับผู้ศรัทธา ระดับการสูญเสียพลังศักดิ์สิทธิ์นั้นน้อยมาก
เมื่อเทียบกับการประทานพลังหรือส่งโองการเทพให้โดยตรงแล้ว ถ้าโนเวนไม่ตั้งใจจับสังเกตจริงๆ ก็แทบจะไม่รู้สึกถึงการสูญเสียที่น้อยนิดขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ
ผลก็คือ ข้อมูลที่สอดคล้องกับคำขอของเพตในครั้งนี้ ลำพังแค่การรับเป้าหมายในขั้นตอนแรก ก็สูบพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เหลืออยู่น้อยนิดของโนเวนไปจนฮวบฮาบ ขืนรอรับข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เขาคงถูกสูบพลังศักดิ์สิทธิ์จนตายเสียก่อนแน่ โนเวนจึงตกใจจนต้องรีบหยุดมือทันที
ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงเป็นการใช้อำนาจศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน แต่ระดับการเผาผลาญพลังกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวขนาดนี้ โนเวนก็ยังหาสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้
"กลุ่มตัวอย่างน้อยเกินไป ยากที่จะสรุปกฎเกณฑ์ออกมาได้"
"ถ้ามีผู้ศรัทธาแค่คนเดียว แหล่งที่มาของพลังศักดิ์สิทธิ์ของฉันก็น้อยเกินไป ต่อให้ใช้พลังน้อยกว่าเทพองค์อื่น แต่ถ้ารายรับน้อยขนาดนี้ ประสิทธิภาพในการสะสมพลังก็ไม่มีทางพอใช้หรอก"
"ดังนั้น ภารกิจหลักในตอนนี้ก็คือต้องหาวิธีเผยแผ่ศาสนา และดึงดูดผู้ศรัทธาเข้ามาให้ได้มากที่สุด"
การเผยแผ่ศาสนานั้นมีอยู่สองวิธี หนึ่งคือมนุษย์ต้องเป็นฝ่ายเอ่ยนามของโนเวนตามรูปแบบที่ถูกต้องตอนที่สวดภาวนาด้วยตัวเอง แล้วโนเวนก็จะได้รับสาร ทำให้ทั้งสองฝ่ายสร้างการเชื่อมต่อกันได้โดยตรง
หรืออีกวิธีก็คือ ต้องให้ผู้ศรัทธาของนิกายเป็นคนไปแนะนำและชักชวนคนอื่น
สำหรับโนเวนแล้ว วิธีแรกอย่าเรียกว่ามีอนาคตสดใสเลย เรียกว่าแทบจะหมดสิทธิ์เลยด้วยซ้ำ
เหตุผลง่ายนิดเดียว
โนเวนไม่เคยลืมเลยว่า สถานะ "เทพแห่งการแสวงหาความรู้" ในตอนนี้เป็นแค่ตัวตนจำแลง เป็นแค่สถานะปลอมๆ เท่านั้น
ถ้าคนที่ไม่ใช่ผู้ศรัทธาอยากจะสร้างการเชื่อมต่อโดยการเรียกชื่อเขา ก็ควรจะต้องใช้คำเรียกเดียวกับพวกคนชุดดำในถ้ำนั่น อย่างพวก "พระบิดาผู้สัพพัญญู องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งการรู้แจ้ง" อะไรเทือกนั้นต่างหาก
คำพูดลอยๆ ของคนธรรมดาประเภทที่ว่า "เทพองค์ไหนก็ได้ ช่วยข้าที" มันไม่ได้มีความเฉพาะเจาะจงอะไรเลย อย่าว่าแต่โนเวนเลย เทพองค์ไหนก็ไม่สามารถสร้างการเชื่อมต่อโดยตรงผ่านคำพูดแบบนี้ได้ทั้งนั้น
ในเมื่อทางนี้ตัน ทางเลือกที่เหลือสำหรับโนเวนจึงมีเพียงทางเดียว
นั่นก็คือ ให้คนที่ศรัทธาเขาอยู่แล้ว ไปเผยแผ่ศาสนากับคนอื่นๆ
ภาษาชาวบ้านก็คือ การดึงคนมาร่วมก๊วนนั่นเอง
...
เพต ชินาร์ นั่งนึกอยู่ตั้งนานก็คิดไม่ออกว่า การตามหาบาฮามุตกับการไปที่ราบสูงเหมันต์อัคคีมันเกี่ยวข้องกันตรงไหน และก็ไม่มีโองการเทพอะไรส่งลงมาเพิ่มเติมอีกเลย
"ช่างเถอะ ไม่สนแล้ว" เพตสะบัดหัวแรงๆ ตัดสินใจทิ้งเรื่องที่ไม่เข้าใจพวกนี้ไว้ข้างหลังก่อน
เป็นหนี้เยอะจนไม่ต้องกังวล เหาเต็มหัวจนเลิกคันแล้ว
ขอแค่เขาไม่ไปใส่ใจ ก็ถือซะว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นก็แล้วกัน
สองวันนี้เขาเจอแต่เรื่องประหลาดๆ มาเยอะพอแล้ว จะขาดไปสักเรื่องก็คงไม่เป็นไรหรอก
เริ่มตั้งแต่ความโลภที่อยากจะเป็น "ผู้ใช้เวทมนตร์ระดับสามทางลัด" จนไปหลงเชื่อพวกคนชุดดำ แล้วก็เข้าไปพัวพันกับพิธีกรรมบูชายัญบ้าบออะไรก็ไม่รู้ จากนั้นขั้นตอนก็เกิดผิดพลาดจนเกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่น โชคดีที่ยังไม่ถึงฆาต ในช่วงเวลาสำคัญก็มีเทพภายนอกที่อ้างตัวว่าเพิ่งตื่นจากการหลับใหลยื่นมือเข้ามาช่วย แถมยังทำให้เขาเชี่ยวชาญเวทมนตร์ระดับสามได้จริงๆ อย่างกับจับพลัดจับผลู
ส่วนเรื่องที่ตื่นขึ้นมาในสถานีตำรวจแล้วโดนสอบสวนราวกับเป็นพวกเดียวกับคนชุดดำนั่น ยิ่งทำให้เพตเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ตอนนี้เรื่องราวก็จบลงด้วยดีแล้ว เขาแค่อยากจะรีบกลับไปพักผ่อนที่หอพักที่เช่าไว้ในสถาบันคาโรเอนสักสองสามวัน เพื่อเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำของตัวเองให้เต็มที่
เพิ่งจะเดินออกจากสถานีตำรวจมาได้ไม่กี่ก้าว จู่ๆ เพตก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากข้างหลัง ตามมาด้วยเสียงใสแจ๋วที่ฟังดูมีชีวิตชีวา
"คุณคะ คุณคะ กรุณารอสักครู่ค่ะ"
[จบแล้ว]