- หน้าแรก
- ดราก้อนบอล ระบบฮาเร็มคริสตัลของโบรลี่
- บทที่ 23 - อาเชอร์คือคลาสโจมตีระยะไกลนะเฟ้ย!
บทที่ 23 - อาเชอร์คือคลาสโจมตีระยะไกลนะเฟ้ย!
บทที่ 23 - อาเชอร์คือคลาสโจมตีระยะไกลนะเฟ้ย!
บทที่ 23 - อาเชอร์คือคลาสโจมตีระยะไกลนะเฟ้ย!
โบรลี่ค่อยๆ วางรถลงอย่างเบามือ เมื่อผ่านครั้งแรกมาแล้ว ครั้งที่สองก็เริ่มชิน ฟุจิมุระ ไทกะที่นั่งรถเหาะมาในครั้งนี้ จึงไม่ได้มีอาการตกใจกลัวจนสติหลุดเหมือนคราวก่อน
"โบรลี่ ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แถมยังเปิดตัวแปลกๆ แบบนี้อีก?"
ทั้งสามคนเดินตรงเข้ามาหา โทซากะ รินเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามเด็กชายก่อน
"ฉันมาหาพวกเธอน่ะสิ ฉันเห็นว่าพวกเธอไม่มีความสุข ก็เลยอยากจะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น"
โบรลี่บอกจุดประสงค์ของตัวเองออกไปอย่างตรงไปตรงมา
"พวกเรางั้นเหรอ?"
โทซากะ รินเป็นเด็กฉลาด เธอจับประเด็นบางอย่างได้จากคำพูดของโบรลี่
"นายรู้จักน้องสาวฉันด้วยเหรอ?"
"อื้อ"
โบรลี่พยักหน้า
"คุณผู้ชายมาดผู้ดีตรงนั้น ถ้าฉันจำไม่ผิด ตอนที่เราพาลูกสาวคุณไปส่งที่บ้านคราวก่อน เราคุยกันเรื่องที่เธอโดนครอบครัวบุญธรรมทารุณกรรมไม่ใช่เหรอคะ?"
ระหว่างที่โบรลี่คุยกับโทซากะ ริน ฟุจิมุระ ไทกะก็เดินดุ่มๆ เข้าไปหาโทซากะ โทคิโอมิด้วยท่าทีเอาเรื่อง เธอเอ่ยถามชายในชุดสูทสีแดงตรงหน้าด้วยน้ำเสียงหาเรื่องสุดๆ
พอมาถึงหน้าบ้านมาโต้ แล้วเห็นฉากการส่งมอบตัวเด็ก บวกกับค่าความสุขของเด็กผู้หญิงที่ลดฮวบลงมา ไม่ต้องอธิบายอะไรให้ยืดยาว ฟุจิมุระ ไทกะก็ปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้เองเสร็จสรรพ
ถึงแม้สิ่งที่เธอคิดเองเออเองจะมีความคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง แต่มันก็ตรงกับภาพรวมของเรื่องที่ว่า ผู้ชายคนนี้กำลังจะส่งลูกสาวของตัวเอง กลับไปนรกขุมเดิมที่เคยทารุณกรรมเธอนั่นแหละ
โทซากะ โทคิโอมิก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว วิธีเปิดตัวของเด็กชายที่แบกรถร่อนลงมาจากฟ้า ทำให้เขาตระหนักได้ว่าสองคนที่เคยพาลูกสาวคนเล็กมาส่งที่บ้านนั้น ไม่ใช่คนธรรมดาไก่กาแน่นอน
เขาล้วงหยิบไม้เท้าอัญมณีออกมาเตรียมพร้อมอย่างระแวดระวัง ก่อนจะตอบกลับไปว่า "เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้วครับ ลูกสาวของผมไม่ได้ถูกทารุณกรรมอะไรที่บ้านมาโต้เลย ทางตระกูลมาโต้แค่เข้มงวดเรื่องการฝึกฝนเวทมนตร์กับเธอมากไปหน่อยเท่านั้นเองครับ
แต่ในฐานะพ่อ ผมก็ต้องขอขอบคุณพวกคุณที่อุตส่าห์เป็นห่วงเป็นใยลูกสาวผมนะครับ เพียงแต่ว่า ผมอยากจะขอร้องพวกคุณในฐานะคนนอก ว่าอย่าเข้ามายุ่งย่ามเรื่องภายในครอบครัวของตระกูลโทซากะและตระกูลมาโต้จะดีกว่า
ไม่อย่างนั้นล่ะก็..."
โทซากะ โทคิโอมิยังพูดไม่ทันขาดคำ โบรลี่ก็พุ่งพรวดไปโผล่ตรงหน้าเขา แล้วประเคนหมัดเล็กๆ เข้าที่ข้างแก้มของเขาเต็มเปา
ใบหน้าของชายผู้สง่างามบิดเบี้ยวผิดรูปไปในพริบตา ร่างของเขาลอยละลิ่วหมุนคว้างกลางอากาศแล้วพุ่งกระเด็นออกไป
เสียงดังโครมใหญ่ ร่างของเขากระแทกเข้ากับประตูเหล็กบานยักษ์ของตระกูลมาโต้อย่างจังจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว คนรอบข้างถึงเพิ่งจะได้สติ
"โทคิโอมิ!"
"ท่านอาจารย์"
"คุณพ่อ!"
เสียงแรกเป็นของเซ็นโจ อาโออิ เสียงที่สองเป็นของโคโตมิเนะ คิเรย์ที่ยังคงตีหน้านิ่ง ส่วนเสียงที่สามเป็นของโทซากะ ริน ถึงเธอจะโกรธเคืองในความไร้หัวใจของพ่อ แต่ลึกๆ แล้วเธอก็ยังมีความเคารพในตัวพ่อของเธออยู่
"พ่อของเธอไม่ตายหรอก ฉันไม่ได้กะเอาให้ตาย"
โบรลี่หันไปอธิบายกับโทซากะ รินที่กำลังร้อนใจ แล้วเดินตรงเข้าไปหาผู้ชายที่เพิ่งกระเด็นไปอัดก๊อปปี้กับประตูเหล็ก
"ฉันอุตส่าห์ส่งเธอกลับบ้าน เพื่อให้เธอได้มีความสุข แต่แกกลับไล่เธอออกจากบ้านอีกครั้ง"
โบรลี่ชี้ไปที่ซากุระวัยเด็กที่ยืนมองดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆ น้ำเสียงของเขายิ่งทวีความโกรธเกรี้ยวมากขึ้นเรื่อยๆ
"ตาแก่เฮงซวยทำเรื่องเฮงซวยก็สมควรโดนอัด ฉันจะใช้หมัดนี่แหละ สั่งสอนให้ตาแก่เฮงซวยอย่างแกรู้สำนึกว่าใครคือเจ้าของบ้านที่แท้จริง"
โบรลี่ตั้งใจจะทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับซากุระวัยเด็กตอนที่ซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม เขาจะใช้กำลังบังคับให้พ่อแม่ของเธอยอมจำนน เพื่อพาเด็กหญิงกลับบ้านให้ได้ หรือถ้าจะพูดให้ชัดเจนกว่านั้นก็คือ เขาจะช่วยมาโต้ ซากุระชิงบ้านที่เคยเป็นของเธอกลับคืนมานั่นเอง
โทซากะ โทคิโอมิมึนตึ้บ เขาคิดไม่ถึงเลยว่าโบรลี่จะจู่โจมแบบสายฟ้าแลบ ยิ่งคิดไม่ถึงว่าเด็กชายจะลงมือได้รวดเร็วและมีพละกำลังมหาศาลขนาดนี้
ถึงแม้โบรลี่จะออมแรงไว้ ไม่ได้ต่อยจนหัวแบะ แต่หมัดนั้นก็ทำให้ข้างแก้มของเขาบิดเบี้ยวจนเสียโฉม เลือดกบปาก แถมฟันยังหักกระเด็นไปหลายซี่
ความเจ็บปวดทำให้โทซากะ โทคิโอมิแทบอยากจะสลบเหมือดไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ศักดิ์ศรีของจอมเวทก็ทำให้เขาต้องฝืนประคองสติไว้
เขายกไม้เท้าอัญมณีขึ้นมา เมื่อดึงพลังเวทในร่างกายออกมาใช้ ลูกไฟพวยพุ่งออกจากปลายทับทิมของไม้เท้า พุ่งตรงเข้าใส่เด็กชายที่กำลังเดินเข้ามาใกล้
โบรลี่มองดูลูกไฟที่พุ่งเข้ามาอย่างอืดอาด เขาปัดมันทิ้งอย่างง่ายดายราวกับปัดแมลงวัน ภาพนั้นทำเอาคนที่รู้จักเวทมนตร์ถึงกับหนังตากระตุกไปตามๆ กัน
เมื่อเห็นว่าลูกไฟของตัวเองใช้ไม่ได้ผล โทซากะ โทคิโอมิก็ไม่รอช้า รีบควักอัญมณีชั้นเลิศหลายเม็ดออกมาจากอกเสื้อ แล้วขว้างไปทางโบรลี่ทันที
เวทมนตร์อัญมณีของตระกูลโทซากะนั้นพิเศษมาก ขอเพียงมีอัญมณีคุณภาพสูงเป็นสื่อนำเวท มันก็จะช่วยเพิ่มอานุภาพของเวทมนตร์ที่พวกเขาร่ายขึ้นมาได้อย่างมหาศาล
"อาคมหกพันธนาการ มหาแรงโน้มถ่วง!"
เวทมนตร์ที่โทซากะ โทคิโอมิร่ายออกมาคราวนี้เกี่ยวข้องกับแรงโน้มถ่วง เวทมนตร์ชนิดนี้จะทำให้คนที่ก้าวเข้ามาในอาณาเขตเวทมนตร์ต้องแบกรับแรงโน้มถ่วงที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
และแรงโน้มถ่วงที่เดิมทีน่าจะเพิ่มขึ้นแค่ไม่กี่เท่า เมื่อได้รับการเสริมพลังจากอัญมณีชั้นเลิศ มันก็พุ่งพรวดขึ้นไปเทียบเท่ากับแรงโน้มถ่วงของโลกถึงยี่สิบกว่าเท่าเลยทีเดียว
มนุษย์อาจจะฝึกฝนร่างกายภายนอกให้แข็งแกร่งได้ แต่อวัยวะภายในนั้นบอบบางมาก ไม่มีมนุษย์คนไหนที่อวัยวะภายในจะทนรับแรงโน้มถ่วงที่มากกว่าโลกถึงยี่สิบกว่าเท่าได้หรอก เว้นเสียแต่ว่าคนคนนั้นจะเคยชินกับการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่มีแรงโน้มถ่วงมหาศาลกว่ายี่สิบเท่าของโลกมาก่อน
โบรลี่สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของแรงโน้มถ่วง ความรู้สึกนี้เหมือนทำให้เขาได้กลับไปเดินเล่นบนดาววอมป้าอีกครั้งเลยล่ะ
แหงล่ะ ดาวเบจิต้ามีแรงโน้มถ่วงมากกว่าโลกดราก้อนบอลถึงสิบเท่า และดาววอมป้าก็ยิ่งมีแรงโน้มถ่วงมากกว่าดาวเบจิต้าซะอีก
เพราะฉะนั้น โบรลี่จึงไม่มีท่าทีอึดอัดเลยสักนิด นอกจากจะเหลือบมองตอนที่อีกฝ่ายปาอัญมณีมาแล้ว เขาก็แค่เดินผ่านอาณาเขตแรงโน้มถ่วงไปหาโทซากะ โทคิโอมิหน้าตาเฉย
"เป็นไปได้ยังไง?"
โทซากะ โทคิโอมิไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่าเวทมนตร์ของเขาจะไร้ผล เขาเบิกตากว้างจ้องมองเด็กชาย
"แกเตรียมใจโดนอัดไว้หรือยัง?"
โบรลี่ยกหมัดเล็กๆ ขึ้นถามด้วยสีหน้าจริงจัง การซ้อมคนในครั้งนี้มันเป็นงานหินสำหรับเขาเลยนะ เขาต้องคอยควบคุมพลังอันมหาศาลของตัวเองให้ดี เพื่อไม่ให้เผลอต่อยตาแก่เฮงซวยของเด็กผู้หญิงสองคนนี้จนตายคามือ
"ฉัน..."
โทซากะ โทคิโอมิยังไม่ทันได้ตอบ โบรลี่ก็รัวหมัดเข้าใส่แล้ว หมัดเล็กๆ ชกออกไปรวดเร็วปานสายฟ้าแลบจนมองเห็นเป็นแค่ภาพติดตา ซัดชายร่างใหญ่จนลอยคว้างขึ้นไปในอากาศ
"โทคิโอมิ!"
"ท่านอาจารย์"
"คุณพ่อ!"
เสียงร้องเรียกทั้งสามดังขึ้นอีกครั้ง ขณะที่ตาของโทซากะ โทคิโอมิก็เหลือกขาวอย่างรวดเร็วภายใต้พายุหมัดของโบรลี่
"คุณมัวยืนบื้อเรียกอยู่ได้ รีบเข้าไปช่วยอาจารย์ของคุณสิคะ!"
เซ็นโจ อาโออิร้อนรนจนทนไม่ไหว หันไปเร่งเร้าโคโตมิเนะ คิเรย์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ทันที
โคโตมิเนะ คิเรย์: "..."
เห็นโทซากะ โทคิโอมิโดนอัดเละเทะแบบนั้น ภายนอกเขาดูเป็นห่วง แต่ในใจกลับรู้สึกฟินแปลกๆ
แต่พอโดนคนที่มีศักดิ์เป็นภรรยาของอาจารย์เร่งเร้า เขาก็จำต้องสวมบทบาทลูกศิษย์ผู้ซื่อสัตย์ พุ่งตัวเข้าไปช่วย
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ หมัดปาจี๋ฉวน!"
โคโตมิเนะ คิเรย์พุ่งเข้าไปในระยะทำการของพายุหมัด งัดเอาวิชาหมัดปาจี๋ฉวนของตัวเองเข้าปะทะกับเด็กชายที่กำลังรัวหมัดอยู่
แต่วินาทีต่อมา ร่างของเขาก็ลอยละลิ่วกระเด็นออกไป กลิ้งหลุนๆ ไปตามถนนหน้าบ้านมาโต้เป็นสิบๆ ตลบ
พอยันตัวลุกขึ้นมาได้ แขนขวาของเขาก็บิดเบี้ยวผิดรูปไปหมด กระดูกหักยับเยินไม่มีชิ้นดี
"นี่มันสัตว์ประหลาดตัวไหนกันเนี่ย?"
โคโตมิเนะ คิเรย์เหงื่อตก หมัดของโบรลี่ที่กำลังอัดโทซากะ โทคิโอมิอยู่ ดูเผินๆ เหมือนแค่รัวหมัดเร็วๆ ไม่น่าจะมีความรุนแรงอะไรมากนัก
แต่พอได้ปะทะกันตรงๆ โคโตมิเนะ คิเรย์ถึงได้รู้ซึ้งว่านั่นมันคือหมัดเหล็กที่อัดแน่นไปด้วยพละกำลังมหาศาล ถ้าเมื่อกี้เขาไม่รีบชักพลังกลับ แล้วดันทุรังเอาหมัดไปปะทะกับหมัดของเด็กนั่นตรงๆ ล่ะก็ แขนคู่นี้ของเขาคงแหลกละเอียดไม่เหลือซากไปแล้ว
"แต่ที่แน่ๆ หมอนี่ใช้เทคนิคการผ่อนแรงในการต่อย ไม่งั้นท่านอาจารย์โทคิโอมิคงโดนต่อยจนกลายเป็นเศษเนื้อไปตั้งนานแล้ว"
โคโตมิเนะ คิเรย์วิเคราะห์สถานการณ์ เขามองดูผู้ติดตามอีกสองคนที่มาพร้อมกับเด็กชาย แล้วหันไปมองโทซากะ โทคิโอมิที่กำลังโดนอัดจนตัวลอยพลิ้วไหวราวกับกำลังเต้นระบำอยู่กลางอากาศ
แค่คิดแวบเดียว เขาก็ล้มเลิกความคิดอันตรายที่จะจับสองคนนั้นมาเป็นตัวประกันเพื่อข่มขู่เด็กชายทันที
ในขณะที่โบรลี่ง้างหมัด เล็งไปที่ท้องของโทซากะ โทคิโอมิ เตรียมจะซ้ำอีกสักสองสามหมัด จู่ๆ ก็มีดาบยาวเล่มหนึ่งพุ่งแหวกอากาศมาจากด้านข้าง
ผิดกับหมัดปวกเปียกของโคโตมิเนะ คิเรย์ ดาบเล่มนี้ทำให้โบรลี่ต้องชะงักมือ
โบรลี่หันไปมองตามทิศทางที่ดาบพุ่งมา ก็เห็นร่างของชายผมทองปรากฏตัวขึ้น
"เจ้าทำให้ข้าได้ชมงิ้วฉากเด็ดเลยนะ แต่โทซากะ โทคิโอมิก็ถือเป็นข้ารับใช้ของข้า บางครั้งการรักษาหน้าของข้ารับใช้ ก็ถือเป็นการรักษาหน้าของกษัตริย์เช่นกัน"
กิลกาเมชเอ่ยปากพูด
"นายกำลังจะบอกว่าตีหมาให้ดูเจ้าของงั้นเหรอ?"
ประโยคนี้ผุดขึ้นมาในหัวโบรลี่ เขาก็เลยโพล่งถามออกไปตรงๆ
"ตีหมาให้ดูเจ้าของงั้นรึ?"
กิลกาเมชชะงักไปนิดนึง พอได้ยินก็หัวเราะลั่นออกมา
"ใช่แล้ว ถูกต้องตามนั้นเลย เห็นแก่ที่เจ้าทำให้ข้าขบขันได้ ข้าจะยอมให้เจ้าหยุดมือแต่โดยดี ข้าจะไม่ถือสาหาความกับเด็กอย่างเจ้า"
การไปเอาเรื่องเอาราวกับเด็ก มันก็ทำให้กิลกาเมชเสียฟอร์มอยู่เหมือนกัน ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นโทซากะ โทคิโอมิโดนอัดจนใกล้ตาย เขาก็คงไม่ยอมออกโรงหรอก
"นายจะช่วยเขางั้นเหรอ?"
โบรลี่ถาม
"เจ้าจะคิดแบบนั้นก็ได้"
ขาดคำ เสียงโซ่ตรวนก็ดังกระทบกัน โซ่สวรรค์ เอนคิดู พุ่งเข้ารัดรึงร่างของโบรลี่ให้ลอยแขวนอยู่กลางอากาศ ส่วนหมัดเล็กๆ ที่กำลังจะพุ่งเข้าใส่กิลกาเมช ก็ถูกหยุดไว้ห่างจากใบหน้าของเขาเพียงแค่ยี่สิบเซนติเมตร กิลกาเมชสัมผัสได้ถึงสายลมจากหมัดที่พุ่งเข้ามาปะทะหน้าเลยทีเดียว
"ช่างเป็นไอ้หนูที่ดุดันเสียจริง เอะอะก็พุ่งเข้าโจมตีข้าเลย แต่เห็นแก่ที่เจ้ายังเด็ก ข้าจะอภัยให้ความอวดดีของเจ้าในครั้งนี้ก็แล้วกัน..."
"เคร้ง ปัง!"
โซ่สวรรค์ เอนคิดู ถูกกระชากจนตึงเปรี๊ยะ โล่โฮกุปรากฏขึ้นมาขวางหน้ากิลกาเมชได้ทันท่วงที
หมัดของโบรลี่ปะทะเข้ากับโล่โฮกุอย่างจัง เสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะมหาศาลผลักให้โล่กระเด็นถอยหลังไป
กิลกาเมชยกแขนขึ้นยันโล่ที่กระเด็นเข้ามา แต่เขากลับถูกโล่ไถลพาถอยหลังไปซะเอง ทั้งที่เขาเป็นถึงครึ่งเทพแท้ๆ
เสียงแตกดังเป๊าะ โล่โฮกุแตกร้าว เผยให้เห็นกิลกาเมชที่หลบอยู่ด้านหลัง โบรลี่ไม่สนโซ่ที่มัดตัวอยู่ พุ่งตัวเข้าไปเตะซ้ำอีกดอก
"ตูมมม!"
ไม่รู้ว่าเป็นเสียงฟ้าร้อง หรือเสียงพื้นดินแตกกระจายกันแน่ จุดที่กิลกาเมชเคยยืนอยู่กลับกลายเป็นหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่
โบรลี่ยืนอยู่ในหลุม คว้าโซ่ที่มัดมือมัดเท้าตัวเองไว้ออกแรงดึง แค่ฮึบเดียว โซ่พวกนั้นก็ขาดสะบั้นอย่างง่ายดาย
"ดูท่า ข้าคงจะมองเจ้าเป็นแค่เด็กธรรมดาๆ ไม่ได้เสียแล้วสิ ต้องมองว่าเจ้าเป็นสัตว์ร้ายที่ดุร้ายสุดๆ ไปเลยต่างหาก"
กิลกาเมชไปยืนอยู่บนยอดเสาไฟ สีหน้าจริงจังขึ้น ชุดลำลองเปลี่ยนเป็นชุดเกราะทองคำ การโจมตีทั้งสองครั้งของโบรลี่ ทำให้เขาตระหนักแล้วว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
อะไรที่ไม่เป็นภัยถึงชีวิต เขาก็ยังพอเล่นสนุกด้วยได้ แต่กับตัวอันตรายที่สามารถเอาชีวิตเขาได้ แถมยังกระชากโซ่สวรรค์ เอนคิดู ขาดกระจุยได้อย่างง่ายดาย ขืนยังประมาทอีกล่ะก็ คนที่จะกลายเป็นตัวตลกก็คงเป็นตัวเขาเองนี่แหละ
ด้านหลังกิลกาเมชปรากฏวงคลื่นของคลังสมบัติแห่งบาบิโลน อาวุธโฮกุพุ่งออกมาจากวงคลื่น เล็งเป้าไปยังเด็กชายเบื้องล่าง
โบรลี่ขมวดคิ้วจ้องมอง พอแน่ใจแล้วว่าไอ้หมอนี่รับแรงอัดได้มากกว่าตาแก่เมื่อกี้ ก็เปิดฉากโจมตีอีกครั้ง เสาไฟถูกเขาเตะหักโค่นลงมาอย่างง่ายดาย
กิลกาเมชกระโดดหนีออกจากเสาไฟได้ทันท่วงที อาวุธโฮกุพุ่งกระหน่ำลงมาดั่งห่าฝนที่ตกลงมาจากฟากฟ้า
เสียงระเบิดดังกึกก้อง ถนนถูกอาวุธโฮกุถล่มจนกลายเป็นผุยผงและเศษหิน ส่วนโบรลี่ก็พุ่งฝ่าดงอาวุธโฮกุเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง
เขาปัดอาวุธโฮกุกระเด็นกระดอนพังพินาศไปทีละชิ้นๆ พุ่งทะยานตามกิลกาเมชที่กำลังเหยียบอาวุธโฮกุเป็นขั้นบันไดกระโดดหนีขึ้นไปบนฟ้าอย่างไม่ลดละ
สัตว์ประหลาด นี่มันสัตว์ประหลาดของแท้ อาวุธโฮกุพุ่งอัดร่างของเด็กชาย ถึงจะไม่โดนปัดกระเด็นหรือโดนทำลาย ก็ไม่สามารถสร้างบาดแผลใดๆ ให้กับอีกฝ่ายได้เลย
ในขณะเดียวกัน กิลกาเมชก็สัมผัสได้ว่า ความเร็วและพละกำลังของโบรลี่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าตอนแรกยังไม่ได้เอาจริง แล้วเพิ่งจะมางัดของจริงออกมาใช้ซะอย่างนั้น
โชคดีที่การเคลื่อนไหวของเด็กคนนี้มันทื่อๆ พุ่งตรงแหน่วเข้ามาหาอย่างเดียว ก็เลยอ่านทางง่าย ถึงอาวุธโฮกุธรรมดาจะทำอันตรายไม่ได้ แต่แรงกระแทกของมันก็ยังพอจะชะลอความเร็วของเด็กนี่ลงได้บ้าง
เมื่อโล่บานหนึ่งบดบังทัศนวิสัยของโบรลี่ โบรลี่ก็ซัดโล่บานนั้นจนแหลกละเอียด แต่จู่ๆ ก็มีค้อนยักษ์ที่เตรียมการไว้แล้วพุ่งสวนออกมาจากหลังซากโล่ที่แตกกระจาย
โบรลี่ที่ไม่ทันระวังตัวว่าจะมีค้อนซ่อนอยู่ด้านหลัง โดนค้อนยักษ์ฟาดเข้าที่กลางกบาลเต็มเปา ร่างของเขาร่วงหล่นจากกลางอากาศลงมากระแทกพื้นอย่างจัง
"ปัง!"
"โอ๊ยย เจ็บๆๆ"
โบรลี่กุมหน้าผาก กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ในหลุมที่ถูกตอกลงมา โดนลูกไม้นี้เข้าไปเต็มๆ ถึงกับร้องโอดโอยเลยทีเดียว
[ถ้าเป็นคนอื่นโดนฟาดเข้าไปขนาดนี้ ต่อให้เป็นสัตว์เวทก็คงเละเป็นโจ๊กไปแล้ว แต่นี่แค่บ่นว่าเจ็บเนี่ยนะ...]
กิลกาเมชแอบบ่นในใจ เขายืนกอดอกตระหง่านอยู่บนอาวุธโฮกุที่ลอยอยู่กลางอากาศ แล้วเอ่ยปากวิจารณ์การโจมตีของโบรลี่เมื่อครู่ในแบบฉบับของผู้ใหญ่สอนเด็ก
"เจ้ามีความแข็งแกร่ง ข้อนี้ข้ายอมรับเลย แต่รูปแบบการโจมตีของเจ้ามันทื่อเกินไป เหมือนพวกสัตว์ป่าที่รู้แต่จะพุ่งชนลูกเดียว
ถ้าเจ้าเอาแต่สู้ด้วยวิธีแบบนี้ ต่อให้เจ้ามีพละกำลังและความเร็วมากแค่ไหน เจ้าก็ไม่มีวันแตะต้องตัวข้าได้แม้แต่ปลายเล็บหรอก!"
กิลกาเมชสรุปทิ้งท้าย แต่มีบางอย่างที่เขาไม่ได้พูดออกไป นั่นก็คือพลังป้องกันของโบรลี่มันขี้โกงเกินไป โดนอาวุธโฮกุระดมยิงใส่ตรงๆ ยังไม่สะเทือนเลย เขาก็แอบจนปัญญาจะจัดการกับเด็กนี่อยู่เหมือนกัน
"นายขี้โกงนี่นา เอาแต่ปาของใส่อย่างเดียว!"
โบรลี่โกรธจัด วิธีต่อสู้ด้วยการปาข้าวของใส่แบบกิลกาเมช เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิต
แต่ก่อน ไม่ว่าจะเป็นตอนออกล่าสัตว์ หรือตอนซ้อมมือกับพ่อเฮงซวย มันก็เป็นการปะทะกันด้วยเนื้อหนังมังสาล้วนๆ ไม่เห็นจะมีใครมานั่งปาของใส่กันแบบนี้เลย
"หึ อาวุธโฮกุพวกนี้ก็คือสมบัติของข้า การที่ข้าจะปาสมบัติของข้าเพื่อใช้โจมตีและป้องกัน มันก็สมเหตุสมผลอยู่แล้ว อีกอย่าง ข้าถูกอัญเชิญมาในคลาสอาเชอร์นะเว้ย การใช้วิชาโจมตีระยะไกลมันแปลกตรงไหน?"
กิลกาเมชเถียงกลับ แต่การเถียงกลับของเขาก็พิสูจน์ให้เห็นอย่างหนึ่งว่า เขาไม่อยากจะเข้าไปสู้ระยะประชิดกับโบรลี่เลยสักนิด
ล้อเล่นหรือไง ขืนเข้าไปสู้ประชิดตัวกับไอ้เด็กที่มีร่างกายดุจสัตว์ประหลาดนี่ ก็เท่ากับรนหาที่ตายชัดๆ! วินาทีนี้ กิลกาเมชไม่คิดจะทำอะไรที่มันขัดกับคลาสของตัวเองตอนที่ถูกอัญเชิญมาเลยแม้แต่น้อย
เขาคือพลธนูเว้ย ต่อให้เถียงกันจนคอหอยแตก พลธนูก็คือคลาสโจมตีระยะไกลเว้ยเฮ้ย!