เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 - งานแต่งนี้จะจัดหรือไม่จัด

บทที่ 23 - งานแต่งนี้จะจัดหรือไม่จัด

บทที่ 23 - งานแต่งนี้จะจัดหรือไม่จัด


บทที่ 23 - งานแต่งนี้จะจัดหรือไม่จัด

[ท่านหยุดยืนอยู่หน้ายอดเขาสูงร้อยจั้งแห่งหนึ่ง ด้านหน้ามีค่ายกลกั้นขวางเอาไว้ หากต้องการแฝงตัวเข้าไปโดยไม่สัมผัสโดนค่ายกลนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้เลย ท่านนึกถึงความบกพร่องด้านความรู้เรื่องค่ายกลของตนเองขึ้นมาอีกครั้ง ท่านจึงเริ่มซุ่มซ่อนตัวและเฝ้ารออย่างใจเย็น]

[ห้าสิบปีต่อมา คนของสำนักเซวี่ยหยวนทั้งหมดถูกเปลี่ยนเป็นร่างมารโลหิตจนสิ้น ปราณศพของสำนักเซวี่ยหยวนพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ชีพจรวิญญาณก็ถูกเปลี่ยนเป็นชีพจรศพ ในที่สุดพีเซี่ยรื่อที่หลบซ่อนตัวอยู่ในค่ายกลชีพจรวิญญาณมาโดยตลอดก็ปรากฏตัวออกมา ท่านจึงลงมือจู่โจมในทันที]

"ใต้เท้าคือผู้ใด" พีเซี่ยรื่อมีสีหน้าตื่นตระหนก

[แผนการที่เขาอุตส่าห์ทุ่มเทวางหมากมานานนับปี กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอยู่รอมร่อ แล้วเหตุใดจู่ๆ ถึงมีผู้แข็งแกร่งระดับฮว่าเสินโผล่มาได้ หรือว่าแผนการของเขาจะถูกเปิดโปงแล้ว]

[ท่านรู้สึกอับอายเล็กน้อยที่ไม่สามารถสังหารพีเซี่ยรื่อได้ในพริบตา เป็นเพราะในการจำลองครั้งนี้ ท่านมุ่งตรงมาหาพีเซี่ยรื่อทันที จึงไม่มีเวลาไปฝึกฝนเคล็ดวิชาให้เชี่ยวชาญ หากต้องเผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญเพียรระดับฮว่าเสินทั่วไป ท่านอาจจะสังหารได้อย่างง่ายดาย แต่เห็นได้ชัดว่าพีเซี่ยรื่อแข็งแกร่งกว่าผู้บำเพ็ญเพียรฮว่าเสินทั่วไปมากนัก]

[ขณะที่กำลังต่อสู้กัน พีเซี่ยรื่อก็มีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ฝ่ายตรงข้ามมีระดับการบ่มเพาะที่แข็งแกร่งกว่ามาก และกดดันเขาอยู่ตลอดเวลา ทำให้เขาไม่กล้าหลบหนีสุ่มสี่สุ่มห้า]

"สหายมรรคามีเรื่องเข้าใจผิดอันใดหรือไม่" พีเซี่ยรื่อสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายออมมือให้มาโดยตลอด จึงเอ่ยถามขึ้น

[ท่านไม่ได้เอ่ยสิ่งใด พลังวิญญาณพวยพุ่ง ร่ายรำกระบี่เวทผลาญฟ้าออกไป]

"เจ้าเป็นคนของสำนักมารอวี่ฮว่า!" พีเซี่ยรื่อมุมปากกระตุก

[เขามองออกว่าเวทมนตร์ที่ท่านใช้นั้นมีเค้าโครงของวิถีราชันอวี่ฮว่าเทียนแฝงอยู่ เขาไม่สนแล้วว่าจะมีเรื่องแปลกประหลาดอันใดซ่อนอยู่ รีบหันหลังหนีทันที การที่ท่านไม่ยอมใช้เคล็ดวิชากระบี่จากคัมภีร์ลับเซียนอวี่ฮว่าเลย ก็เพราะกลัวว่าพีเซี่ยรื่อจะหนีหัวซุกหัวซุนเข้าไปในชีพจรวิญญาณแล้วเปิดใช้งานค่ายกลเคลื่อนย้ายเพื่อหลบหนีไป ในเมื่อถูกจับได้แล้ว ท่านก็ใช้เคล็ดวิชากระบี่เซียนอวี่ฮว่าออกไปอย่างเต็มกำลัง]

[พรวด!]

[พีเซี่ยรื่อกระอักเลือดออกมาคำโต แล้วเดินโซเซเข้าไปในค่ายกล ท่านส่ายหน้าเบาๆ หันหลังเดินออกจากสำนักเซวี่ยหยวน การจำลองครั้งนี้เป็นเพียงแค่การทดลอง ในเมื่อสังหารพีเซี่ยรื่อในกระบวนท่าเดียวไม่ได้ เช่นนั้นก็ช่างมันเถอะ จำลองอีกสักสองสามครั้ง ก็น่าจะสามารถลงมือสังหารเขาได้อย่างง่ายดายแล้ว]

[พีเซี่ยรื่อหนีหัวซุกหัวซุนมาจนถึงหน้าค่ายกลเคลื่อนย้าย แต่กลับสัมผัสได้ว่าค่ายกลด้านนอกไม่ได้ถูกโจมตีเลย เขามีสีหน้าหดหู่และไม่เข้าใจสถานการณ์เอาเสียเลย]

"เฮ้อ... แผนการที่วางไว้เป็นร้อยปี ต้องพังทลายลงไม่เป็นท่า!" พีเซี่ยรื่อไม่กล้ารั้งอยู่ต่อ รีบเปิดใช้งานค่ายกลเคลื่อนย้ายแล้วหลบหนีออกจากสำนักเซวี่ยหยวนไปทันที]

[ท่านแฝงตัวเข้าไปในสำนักเซียนอวี่ฮว่าอีกครั้งเหมือนอย่างเคย ห้าสิบปีต่อมา ท่านก็เข้ากุมอำนาจในสำนักและขึ้นเป็นเจ้าสำนัก ท่านยังคงเรียกตัวหยางจื้อหมิงมา และโยนเรื่องจุกจิกทั้งหมดในสำนักให้เขาจัดการ คนผู้นี้เป็นคนมีความสามารถจริงๆ]

[ร้อยยี่สิบปีต่อมา ท่านที่กำลังปิดด่านอยู่ก็ถูกขัดจังหวะ หยางจื้อหมิงมารายงานท่านว่า มีมารร้ายนามว่าเซียวเยว่หลิงได้ขึ้นครองอำนาจในสำนักมารชิงอวิ๋น ตอนนี้เขาไม่สามารถดำเนินแผนการควบรวมสองสำนักได้แล้ว จึงหวังให้ท่านออกโรงไปจัดการปัญหานี้ให้ ท่านปฏิเสธข้อเสนอของเขา ในเมื่อควบรวมไม่ได้ก็ช่างมันเถอะ]

[ร้อยห้าสิบปีต่อมา ถ้ำบำเพ็ญเพียรที่ท่านใช้ปิดด่านถูกโจมตี ท่านขมวดคิ้วเดินออกจากถ้ำ เมื่อมองเห็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับฮว่าเสินนับร้อยคนลอยอยู่เต็มท้องฟ้า ท่านก็รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมาทันที ที่แท้หยางจื้อหมิงก็ทรยศท่านอีกแล้ว และหันไปสวามิภักดิ์กับเซียวเยว่หลิง ภายใต้การกดดันอย่างจงใจของท่าน สำนักเซียนอวี่ฮว่าจากเดิมที่มีเจ้าตำหนักสามสิบหกคน บัดนี้เหลือเพียงสิบคนเท่านั้น ในขณะที่สำนักมารชิงอวิ๋นไม่ได้ควบคุมทรัพยากรเลย ผู้บำเพ็ญเพียรระดับฮว่าเสินของพวกเขากลับมีจำนวนมากกว่าสำนักเซียนอวี่ฮว่าหลายเท่าตัว เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรฮว่าเสินในสำนักเซียนอวี่ฮว่าต่างก็ไม่พอใจในการปกครองของท่านมานานแล้ว พวกเขาทั้งหมดจึงรวมหัวกันทรยศท่าน]

"เฒ่ามารเฉินฝาน เจ้าก็มีวันนี้เช่นกัน!" เซียวเยว่หลิงตะโกนอย่างสะใจ

"เซียวเยว่หลิง เจ้ามาทำลายแผนการของข้าเสียแล้ว!" ท่านโกรธจนแทบคลั่ง ได้แต่แค่นยิ้มขมขื่น

[เรื่องของเครื่องจำลอง ท่านไม่สามารถพูดออกไปได้ ในตอนที่การจำลองเริ่มต้นขึ้น เป็นเพราะท่านดันไปถามว่า 'หากข้าถอนหมั้น เจ้าจะคิดเห็นเช่นไร' ทำให้เซียวเยว่หลิงรู้ว่าท่านไม่ได้หายตัวไป แต่จงใจทอดทิ้งนางต่างหาก นั่นทำให้นางถูกกระตุ้นจนร่างกายพิเศษธิดามารตื่นขึ้น และการที่ท่านเอาแต่มุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรเพื่อแสวงหาความเป็นอมตะ โดยไม่สนใจไยดีสิ่งใด แม้กระทั่งพ่อแม่ของตนเองที่แก่ตายไป ท่านก็ไม่เคยกลับไปเยี่ยมเยียนเลยสักครั้ง ในสายตาของเซียวเยว่หลิง ท่านก็คือคนไร้หัวใจและเห็นแก่ตัวอย่างถึงที่สุด]

"เฒ่ามาร ต่อให้เจ้าบำเพ็ญเพียรจนเป็นอมตะได้แล้วอย่างไรเล่า เจ้าไม่เหลืออะไรเลยนอกจากตัวเจ้าเองคนเดียว!" เซียวเยว่หลิงไม่พูดพร่ำทำเพลง โบกมือสั่งให้คนข้างหลังพุ่งเข้าใส่พร้อมกัน]

[ท่านตกตาย]

[สิ้นสุดการจำลอง]

[เริ่มสุ่มสร้างรางวัล ท่านสามารถเลือกหนึ่งในรางวัลต่อไปนี้]

[หนึ่ง ชายโฉด พรสวรรค์พิเศษ ระดับคุณภาพ (หาที่เปรียบไม่ได้)]

[สอง ค่ายกลใหญ่ไร้ลักษณ์ล็อกมังกร ระดับคุณภาพค่ายกล (เหนือชั้น)]

[สาม ทุกคนทรยศหันหลังให้ พรสวรรค์พิเศษ ระดับคุณภาพ (หาที่เปรียบไม่ได้)]

"เอ่อ..." เฉินฝานเกาหัวด้วยความอับอาย "แค่ข้าพูดไปประโยคเดียว การจำลองถึงกับเกิดช่องโหว่ใหญ่โตขนาดนี้เลยหรือ!"

"แล้วพรุ่งนี้ข้าควรจะแต่งงานดีหรือไม่ หรือควรทำอย่างไรดี"

"ข้าเลือกข้อสอง"

ธงค่ายกลชุดหนึ่งปรากฏขึ้นในมิติของเครื่องจำลอง

เฉินฝานไม่ได้สนใจมันมากนัก

หลังจากตั้งค่ายกลเสร็จแล้ว จำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณเพื่อขับเคลื่อน ยิ่งเชื่อมต่อกับชีพจรวิญญาณ ก็จะยิ่งดึงอานุภาพสูงสุดออกมาได้ ทว่าที่นี่ไม่ได้มีพลังวิญญาณมากมายให้มันดูดซับขนาดนั้น

เมื่อตกดึก เครื่องจำลองก็เพิ่งจะรีเฟรช

เฉินฝานเริ่มทำการจำลองทันที

[เริ่มการจำลอง]

[ท่านมุ่งตรงไปยังจวนตระกูลเซียว ไม่เปิดโอกาสให้เซียวเยว่หลิงได้ขัดขืน ตบเดียวฟาดนางจนตกตาย แล้วจากโลกบำเพ็ญเพียรหนานเยี่ยนไป]

[ห้าสิบปีต่อมา ท่านเข้ากุมอำนาจในสำนักเซียนอวี่ฮว่า ท่านเริ่มรับศิษย์อย่างกว้างขวาง ขอเพียงเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์พิเศษ ท่านก็รับมาไว้ทั้งหมด เป็นเพราะนี่เป็นการจำลองครั้งที่สามสิบ ท่านไม่รู้ว่าครั้งนี้จะเกิดการคูณรางวัลแบบคริติคอลหรือไม่ ท่านอาศัยประสบการณ์จากการจำลองครั้งก่อนๆ มาปรับใช้ ครั้งนี้จึงไม่มีเรื่องเหนือความคาดหมายเกิดขึ้น]

[แปดร้อยปีต่อมา ท่านก้าวเข้าสู่ขั้นฮว่าเสินระดับเก้าได้สำเร็จ]

[หนึ่งพันปีต่อมา ท่านบรรลุถึงขั้นฮว่าเสินระดับสมบูรณ์ ทว่าอายุขัยของท่านเหลือไม่มากแล้ว ท่านอยากจะทะลวงผ่านเข้าสู่ขั้นเลี่ยนซวี แต่ทว่าลองพยายามอยู่หลายครั้ง ก็ไม่สามารถดึงดูดทัณฑ์สายฟ้าให้ผ่าลงมาได้ สุดท้ายท่านก็ตรอมใจตาย]

[ท่านตกตาย]

[สิ้นสุดการจำลอง]

[เริ่มสุ่มสร้างรางวัล ท่านสามารถเลือกหนึ่งในรางวัลต่อไปนี้]

[หนึ่ง ระดับการบ่มเพาะขั้นฮว่าเสินระดับสูงสุด]

[สอง กายศักดิ์สิทธิ์อัคคีวิญญาณ ร่างกายพิเศษ ระดับคุณภาพ (หาที่เปรียบไม่ได้)]

[สาม ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ พรสวรรค์พิเศษ ระดับคุณภาพ (หาที่เปรียบไม่ได้)]

"......"

เฉินฝานรออยู่นาน ก็ไม่เห็นเครื่องจำลองแจ้งเตือนว่ามีรางวัลคริติคอล

"คงต้องรอให้ถึงการจำลองครั้งที่สี่สิบ ถึงตอนนั้นค่อยดูอีกทีว่าจะมีรางวัลคริติคอลหรือไม่"

"ข้าเลือกข้อหนึ่ง"

ระดับการบ่มเพาะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก้าวเข้าสู่ขั้นฮว่าเสินระดับสูงสุด การถ่ายทอดพลังสิ้นสุดลง

"เหตุใดถึงไม่สามารถดึงดูดทัณฑ์สายฟ้าได้ล่ะ" เฉินฝานขมวดคิ้วแน่น ครุ่นคิดถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในการจำลอง

เขาไม่ได้สุ่มสี่สุ่มห้าดึงดูดทัณฑ์สายฟ้าลงมา

"เรื่องนี้เอาไว้ค่อยไปสืบดูในการจำลองวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน ตอนนี้ปัญหาคือ งานแต่งงานครั้งนี้ข้าจะแต่งหรือไม่แต่งดี จะให้ทำเหมือนในการจำลอง ที่บุกไปฆ่าเซียวเยว่หลิงทิ้งดื้อๆ ก็คงจะไม่ได้!"

ท้องฟ้ายังไม่ทันสาง ทั่วทั้งจวนตระกูลเฉินก็วุ่นวายกันไปหมดแล้ว

ฉินอวี้เหลียนยืนอยู่หน้าโถงใหญ่ มองดูบ่าวไพร่เดินขวักไขว่ไปมาประดับประดาตกแต่งสถานที่ โคมไฟสีแดงดวงใหญ่ถูกแขวนขึ้นสูง ดอกไม้ที่ทำจากผ้าไหมถูกนำมาประดับตามเสาระเบียง แม้แต่ต้นเหมยแก่ในลานบ้าน ก็ยังถูกผูกด้วยผ้าแพรสีแดง

นางยกมือขึ้นจัดปิ่นทองคำบนศีรษะ หางตาชื้นแฉะเล็กน้อย

"นายหญิง ชุดมงคลของนายน้อยเตรียมพร้อมแล้วขอรับ" ไหลฝูผู้เป็นพ่อบ้านรีบเดินเข้ามาโค้งคำนับแล้วเอ่ยรายงาน

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 23 - งานแต่งนี้จะจัดหรือไม่จัด

คัดลอกลิงก์แล้ว