- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในร่างนายน้อยพร้อมระบบจำลอง
- บทที่ 19 - สำนักเซียนอวี่ฮว่าลดเหลือยี่สิบเก้าเจ้าตำหนัก
บทที่ 19 - สำนักเซียนอวี่ฮว่าลดเหลือยี่สิบเก้าเจ้าตำหนัก
บทที่ 19 - สำนักเซียนอวี่ฮว่าลดเหลือยี่สิบเก้าเจ้าตำหนัก
บทที่ 19 - สำนักเซียนอวี่ฮว่าลดเหลือยี่สิบเก้าเจ้าตำหนัก
[ท่านประเมินความแข็งแกร่งของพั่วเซี่ยรื่อได้คร่าวๆ แล้ว ในการต่อสู้ครั้งก่อน เจ้าตำหนักเหมันต์ไม่ได้ใช้เวทมิติกับพั่วเซี่ยรื่อ นั่นหมายความว่าตอนนี้ท่านสามารถเอาชนะพั่วเซี่ยรื่อได้แล้ว การต่อสู้ในครั้งนี้สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ผู้คนในสำนักเซียนอวี่ฮายเป็นอย่างมาก พวกเขารู้แล้วว่ามีผู้บำเพ็ญเพียรระดับฮว่าเสินที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับระดับเจ้าตำหนักถือกำเนิดขึ้นแล้ว เจ้าตำหนักคนอื่นๆ ต่างเฝ้ารออย่างเงียบๆ ให้ท่านไปท้าประลองกับพวกเขา เพราะเจ้าตำหนักเหมันต์นั้นถือว่าอยู่ในอันดับต้นๆ ของบรรดาเจ้าตำหนักด้วยกัน ท่านไม่ได้ไปท้าประลองกับเจ้าตำหนักคนอื่น การเป็นเจ้าตำหนักแม้จะได้รับทรัพยากรบำเพ็ญเพียรตามโควตา แต่ก็ต้องคอยอบรมสั่งสอนศิษย์ในสังกัด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเกินไป ท่านจึงรับภารกิจไปประจำการที่แนวหน้าแทน]
[ห้าร้อยปีต่อมา ท่านถอยทัพกลับมาที่สำนักเซียนอวี่ฮว่าและเริ่มปิดด่านบำเพ็ญเพียรต่อไป]
[สองร้อยปีต่อมา ท่านก้าวเข้าสู่ขั้นฮว่าเสินระดับสี่]
[ท่านไปท้าประลองกับเจ้าตำหนักเหมันต์อีกครั้ง ครั้งนี้ท่านใช้พลังอย่างเต็มที่ หลังจากผ่านไปพันกระบวนท่า เจ้าตำหนักเหมันต์ก็ประสานมือยอมรับความพ่ายแพ้ แต่ท่านกลับรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง เพราะจากการประเมินของท่าน หากต้องการเอาชนะเจ้าตำหนักเหมันต์ให้เด็ดขาด คงต้องใช้เวลาอีกหลายวัน]
[เมื่อได้เป็นเจ้าตำหนัก ท่านได้รับขนานนามว่า 'เจ้าตำหนักผลาญฟ้า']
[ท่านทำตัวเป็นเจ้าตำหนักที่ปล่อยปละละเลย ปล่อยให้ศิษย์ทุกคนที่กราบเข้าสำนักต้องพึ่งพาความพยายามของตนเอง นี่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของเจ้าตำหนักหลายๆ คน รวมถึงผู้อาวุโสอวี้เฉวียนอาจารย์คนก่อนของท่านด้วย]
[ในช่วงสี่ร้อยปีสุดท้ายของอายุขัย ท่านไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นฮว่าเสินระดับห้าได้ก่อนที่อายุขัยจะหมดลง ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง]
[ท่านตกตาย]
[สิ้นสุดการจำลอง]
[เริ่มสุ่มสร้างรางวัล ท่านสามารถเลือกหนึ่งในรางวัลต่อไปนี้]
[หนึ่ง ระดับการบ่มเพาะขั้นฮว่าเสินระดับสี่]
[สอง กายวิญญาณว่างเปล่า ระดับคุณภาพ (หาที่เปรียบไม่ได้)]
[สาม ผู้บำเพ็ญตบะ พรสวรรค์พิเศษ ระดับคุณภาพ (เหนือชั้น)]
"ข้าเลือกข้อหนึ่ง"
มุมปากของเฉินฝานยกยิ้มขึ้น อันตรายใหญ่หลวงในโลกบำเพ็ญเพียรหนานเยี่ยนไม่ได้น่าหวาดกลัวอีกต่อไป การยกระดับการบ่มเพาะเสร็จสิ้นลงแล้ว
"รอให้ในการจำลอง ข้าสามารถใช้เวทมนตร์สังหารเจ้าตำหนักเหมันต์ได้ในพริบตาเมื่อใด ค่อยไปจัดการพั่วเซี่ยรื่อก็แล้วกัน"
เฉินฝานผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ "จำลองอีกสักสองสามครั้ง ข้าก็น่าจะไร้เทียมทานในโลกบำเพ็ญเพียรแห่งนี้แล้ว เมื่อถึงตอนนั้น ก็สามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบายได้สักพักแล้ว หึหึ..."
วันรุ่งขึ้น
[เริ่มการจำลอง]
[ท่านก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังสำนักเซียนอวี่ฮว่าด้วยอารมณ์เบิกบาน]
[ครั้งนี้โชคเข้าข้าง ท่านใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนก็ข้ามผ่านเขตหมอกมาได้]
[ระหว่างทางที่บินไปยังสำนักเซียนอวี่ฮว่า ท่านพบเห็นหมู่บ้านแห่งหนึ่งกำลังถูกกลุ่มโจรภูเขาเข่นฆ่าล้างบาง ท่านขมวดคิ้ว ก่อนจะกวาดมือสังหารโจรภูขากลุ่มนั้นจนสิ้นซาก แต่ทว่ายังไม่ทันที่ท่านจะได้จากไป ท่านก็สัมผัสได้ว่ามีศิษย์ของสำนักเซียนอวี่ฮว่าสามคนกำลังรุดหน้ามา ท่านนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงร่อนลงไปในหมู่บ้าน]
"ศิษย์พี่ พวกเรายังคงมาสายไปก้าวหนึ่ง!" หญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มมีสีหน้าเศร้าสลด
"เฮ้อ... เหตุใดคนธรรมดาภายใต้การปกครองของสำนักเซียนอวี่ฮว่าของพวกเราถึงอยู่ร่วมกันอย่างสันติไม่ได้นะ เป็นเพราะพวกเราเมตตาเกินไปหรือ ข้าได้ยินมาว่าทางฝั่งสำนักมารชิงอวิ๋นไม่มีใครกล้าสังหารคนธรรมดาตามอำเภอใจเลย" ชายที่เป็นผู้นำถอนหายใจ
"ศิษย์พี่ระวังคำพูดด้วย!" ชายอีกคนสีหน้าเปลี่ยน รีบเอ่ยเตือน
"เอ๊ะ!" หญิงสาวโบกมือ ปัดแผ่นไม้ที่ปิดบังห้องใต้ดินออก
"อย่าฆ่าข้าเลย ท่านจอมยุทธ์ทั้งหลาย โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด!" ท่านตัวสั่นงันงกซ่อนตัวอยู่ในห้องใต้ดิน พร้อมกับเอ่ยปากร้องขอชีวิต
"ยังมีผู้รอดชีวิตอยู่อีกคน พาไปตั้งรกรากที่หมู่บ้านอื่นก็แล้วกัน" หญิงสาวผู้นั้นคีบตัวท่านขึ้นมา เตรียมจะพาท่านไปยังหมู่บ้านอื่น
"เจ้ามีรากวิญญาณด้วยหรือ! เหตุใดถึงไม่ไปที่จุดทดสอบของสำนักเซียนอวี่ฮว่าเพื่อเข้าร่วมกับสำนักของพวกเรา" ชายที่เป็นผู้นำกวาดสัมผัสเทวะผ่าน และค้นพบความพิเศษของท่าน
"ข้าถูกแม่เลี้ยงเลี้ยงดูมา นางเอาแต่ขังข้าไว้ให้ทำงานในบ้าน ไม่ยอมให้ข้าออกไปไหนเลย" ท่านกุเรื่องโกหกขึ้นมาสุ่มๆ
ทั้งสามคนตกตะลึงจนตาค้าง ไม่คิดว่าจะมีเรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้นจริงๆ
หญิงสาวส่งปราณวิญญาณเข้าสู่ร่างกายของท่าน นางถึงกับมือสั่นจนเกือบจะปล่อยท่านร่วงหล่นลงไปกระแทกพื้น
"เจ้ามีรากวิญญาณธาตุลมและไฟระดับสมบูรณ์แบบด้วยหรือนี่!"
"อะไรนะ! ให้ข้าดูหน่อย!" อีกสองคนมีสีหน้าดีใจสุดขีด
หากสามารถนำคนที่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศเช่นนี้เข้าสู่สำนักได้ พวกเขาก็จะได้รับรางวัลเป็นทรัพยากรบำเพ็ญเพียรก้อนโต
[ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงได้เข้าร่วมสำนักเซียนอวี่ฮว่าอย่างราบรื่น]
[เมื่อท่านได้รับเคล็ดวิชาวิถีราชันอวี่ฮว่าเทียนมา ท่านก็เริ่มแสดงความสามารถอย่างก้าวกระโดด ใช้เวลาเพียงหนึ่งปีก้าวเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐาน ห้าปีก้าวเข้าสู่ขั้นจินตัน ยี่สิบปีต่อมาก้าวเข้าสู่ขั้นหยวนอิง เมื่อท่านเข้าสู่ขั้นหยวนอิง คนในสำนักก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของท่าน และนำเรื่องนี้ไปรายงานแก่เจ้าสำนักเซียนอวี่ฮว่า]
"เจ้าชื่ออะไร" เจ้าสำนักเซียนอวี่ฮว่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"เฉินฝาน"
"ดี ดี ดี... เป็นชื่อที่ดีนัก!" เจ้าสำนักเซียนอวี่ฮว่าเอ่ยชมติดต่อกันหลายคำ พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เขาได้ตรวจสอบประวัติของท่านแล้ว เป็นคนท้องถิ่นโดยกำเนิด ประวัติขาวสะอาด พรสวรรค์น่าทึ่ง และมีร่างกายพิเศษ
"ต่อไปเจ้าก็รั้งอยู่บำเพ็ญเพียรที่นี่กับข้าเถอะ!"
[ท่านได้รับการคุ้มครองดูแลจากเจ้าสำนักเซียนอวี่ฮว่า]
[เจ็ดสิบเก้าปีต่อมา ท่านบรรลุถึงขั้นหยวนอิงระดับสมบูรณ์]
[เป็นเพราะท่านไม่ต้องรับทัณฑ์สวรรค์ จึงไม่มีโอกาสได้ออกไปข้างนอก และท่านก็ไม่สามารถเปิดเผยระดับการบ่มเพาะฮว่าเสินให้ใครเห็นได้ วันหนึ่ง เจ้าสำนักมีธุระต้องออกไปข้างนอก ท่านบอกเขาว่าอยากจะออกไปเปิดหูเปิดตาดูโลกภายนอกบ้าง เขาจึงตกลง ท่านเดินทางไปกับเขาด้วย ระหว่างทาง ท่านจึงได้รู้ว่าเหตุใดเจ้าสำนักถึงต้องออกไปจัดการธุระด้วยตนเอง ที่แท้ก็เป็นเพราะคนของสำนักมารชิงอวิ๋นบุกโจมตีมาจากฝั่งโลกบำเพ็ญเพียรหนานเยี่ยน เมื่อเขาจัดการธุระเสร็จและกลับมาหาท่าน ท่านก็บรรลุฮว่าเสินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว]
[เมื่อกลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับฮว่าเสิน เจ้าสำนักก็ไม่สามารถมอบทรัพยากรบำเพ็ญเพียรให้ท่านได้อีกต่อไป เขาเริ่มพาท่านไปจัดการกับกิจการต่างๆ ของสำนัก]
[สองร้อยปีต่อมา ระดับการบ่มเพาะที่ท่านแสดงออกสู่ภายนอกคือขั้นฮว่าเสินระดับสอง ในปีนี้ ท่านได้รับตำแหน่งเจ้าสำนักต่อจากเจ้าสำนักคนก่อน ท่านได้กลายเป็นเจ้าสำนักเซียนอวี่ฮว่า ส่วนเจ้าสำนักคนก่อนนั้น อายุขัยของเขาสิ้นสุดลง เขาหัวเราะอย่างเบิกบานแล้วสิ้นใจไป เขาได้ค้นพบผู้สืบทอดที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับสำนักเซียนอวี่ฮว่าแล้ว]
[หลังจากได้เป็นเจ้าสำนัก ท่านก็เริ่มแอบยักยอกทรัพยากรบำเพ็ญเพียรอย่างลับๆ เรื่องเล็กเรื่องน้อยของสำนัก ท่านก็มอบหมายให้คนสนิทที่ท่านเพาะเลี้ยงขึ้นมาเป็นผู้จัดการ ท่านครอบครองทรัพยากรบำเพ็ญเพียรมากมายกว่าเจ้าตำหนักทั้งสามสิบหกคนรวมกันเสียอีก ท่านเริ่มเก็บตัวบำเพ็ญเพียรอย่างยาวนาน]
[สามร้อยปีต่อมา ท่านก้าวเข้าสู่ขั้นฮว่าเสินระดับห้า]
"เฉินฝาน ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!" ท่านที่กำลังปิดด่านบำเพ็ญเพียรอยู่ถึงกับขมวดคิ้ว ท่านจำได้ว่านี่คือเสียงของเจ้าตำหนักภูเขาไฟ
"เจ้าตำหนักภูเขาไฟมีเรื่องอันใดหรือ เหตุใดถึงได้เกรี้ยวกราดปานนี้" ท่านเดินออกจากห้องเก็บตัว พร้อมส่งยิ้มบางๆ และเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"หึ!" เจ้าตำหนักภูเขาไฟแค่นเสียงเย็นชา ไม่พูดพร่ำทำเพลง ลงมือโจมตีท่านทันที
[ท่านปรายตามองเจ้าตำหนักอีกหกคนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่รอบๆ และรู้ดีว่านี่เป็นเพราะท่านยักยอกทรัพยากรบำเพ็ญเพียรไปมากเกินไป ทำให้พวกเขารู้สึกไม่พอใจ]
"ฮะ!" ท่านยกยิ้มมุมปาก รับการโจมตีของเจ้าตำหนักภูเขาไฟได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็ใช้กระบวนท่า 'หมื่นกระบี่ผลาญฟ้า' ออกไป เจ้าตำหนักภูเขาไฟถูกท่านเล่นงานจนบาดเจ็บสาหัส
"ต่อไปนี้ สำนักเซียนอวี่ฮว่าเปลี่ยนเป็นยี่สิบเก้าเจ้าตำหนัก หากพวกเจ้าต้องการทรัพยากร ก็ไปท้าชิงกับเจ้าตำหนักคนอื่นเสีย!" น้ำเสียงของท่านเย็นชา ตัดสินชะตากรรมของคนเหล่านั้นในทันที
[เจ้าตำหนักที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดไม่ได้เอ่ยคัดค้านใดๆ พวกเขายอมรับการตัดสินใจนี้ นอกเหนือจากการยอมรับในความแข็งแกร่งของท่านแล้ว ยังเป็นเพราะท่านได้แบ่งปันทรัพยากรบำเพ็ญเพียรส่วนของคนทั้งเจ็ดนั้นให้แก่พวกเขาด้วย เมื่อยุติความวุ่นวายในครั้งนี้ลง ท่านก็กลับไปปิดด่านบำเพ็ญเพียรต่อไป]
[สามร้อยปีต่อมา เจ้าตำหนักทั้งยี่สิบเก้าคนพากันมาเยือนที่หน้าถ้ำบำเพ็ญเพียรของท่าน เพื่อร้องขอให้ท่านสละตำแหน่งเจ้าสำนัก]
(จบแล้ว)