- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในร่างนายน้อยพร้อมระบบจำลอง
- บทที่ 5 - ตาเฒ่า ปล่อยให้แกรอดไปอีกวันก็แล้วกัน
บทที่ 5 - ตาเฒ่า ปล่อยให้แกรอดไปอีกวันก็แล้วกัน
บทที่ 5 - ตาเฒ่า ปล่อยให้แกรอดไปอีกวันก็แล้วกัน
บทที่ 5 - ตาเฒ่า ปล่อยให้แกรอดไปอีกวันก็แล้วกัน
[การจำลองดำเนินต่อไป]
[คุณยิ้มเอ่ยชมหวังเฉียวเฉียวว่าโชคดีนัก ไม่นึกเลยว่าจะทำให้นางบังเอิญไปเจอถ้ำพำนักของผู้บำเพ็ญเพียรยุคก่อนเข้าได้ คุณและหวังเฉียวเฉียวร่วมมือกันลงมือทำลายค่ายกลของถ้ำแห่งนั้น ครึ่งวันต่อมา ในที่สุดพวกคุณก็ทะลวงเปิดถ้ำได้สำเร็จ คุณเดินเข้าไปในถ้ำด้วยใบหน้าตื่นเต้นดีใจ ทว่าในตอนนั้นเอง ก็มีปราณกระบี่อันทรงพลังสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากในถ้ำ คุณถูกซัดจนล้มลงบาดเจ็บสาหัสในพริบตา พร้อมกันนั้นก็มีเสียงคำรามดังแว่วมา]
"น่าตายนัก ข้าหลบมาเก็บตัวรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่นี่ ก็ยังมีคนมารบกวนอีก สมควรตายจริงๆ"
[ชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าซีดเผือดคนหนึ่งเดินออกมา เขาลงมือฆ่าคุณและหวังเฉียวเฉียวทิ้งอย่างง่ายดาย]
[คุณตายแล้ว]
เฉินฝานเดิมทียังคาดหวังอยู่เลยว่าในถ้ำจะมีของวิเศษอะไร ผลลัพธ์นี้เป็นสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงจริงๆ
"ไอ้หมอที่อยู่ในถ้ำ ตอนข้าทำลายถ้ำของแกเสียงดังโครมครามขนาดนั้น แกไม่ได้ยินหรือไง ถึงแกจะบาดเจ็บอยู่ ก็ส่งเสียงบอกกันสักคำก็ได้นี่หว่า" เฉินฝานอดไม่ได้ที่จะบ่นอุบ
[สิ้นสุดการจำลอง]
[เริ่มสุ่มสร้างรางวัล คุณสามารถเลือกรับรางวัลได้หนึ่งอย่างจากตัวเลือกด้านล่างนี้]
[1. ผจญภัย พรสวรรค์พิเศษ ระดับ (ยอดเยี่ยม)]
[2. พลังตบะขั้นหลอมปราณระดับหก]
[3. เพลงกระบี่อัคคีม่วงผลาญฟ้า เคล็ดวิชากระบี่ ระดับ (ยอดเยี่ยม)]
"ตัวเลือกที่หนึ่งคงไม่ใช่พรสวรรค์ของหวังเฉียวเฉียวหรอกนะ ตัวเลือกที่สามก็น่าจะเป็นเคล็ดวิชากระบี่ที่ชายวัยกลางคนนั่นฝึกฝน"
"เลือกข้อสอง"
พลังวิญญาณพลุ่งพล่าน พลังตบะบรรลุถึงขั้นหลอมปราณระดับหก
"มิน่าล่ะ พวกผู้บำเพ็ญเพียรถึงไม่มาที่นี่ พลังวิญญาณเบาบางขนาดนี้ บำเพ็ญเพียรไม่ได้เลยจริงๆ"
"แต่ข้าไม่จำเป็นต้องบำเพ็ญเพียร พรุ่งนี้ค่อยจำลองต่อ ตาเฒ่า เอ็งรอความตายได้เลย!" เฉินฝานแสยะยิ้มมุมปาก
วันต่อมา
[เริ่มการจำลอง]
[คุณตัดสินใจจะไปลองหยั่งเชิงดูฝีมือของชายชราที่หมู่บ้านเหล็กดำก่อน พอไปถึงบ้านของโจวซวี่ตงชายชราผู้นั้น ตาเฒ่านี่กลับไม่อยู่บ้าน คุณซุ่มซ่อนตัวอยู่ในเงามืด เปิดฟังก์ชันซ่อนพลังตบะของระบบจำลองไว้จนสุด หกโมงเย็น โจวซวี่ตงหิ้วไก่ป่าตัวหนึ่งเดินเข้าบ้าน เขาเดินไปที่ห้องครัวหยิบมีดเล่มหนึ่ง แล้วจู่ๆ ก็พุ่งเข้ามาฟันคุณ
"สมกับเป็นพรานป่าเฒ่า ประสาทสัมผัสเฉียบคมจริงๆ"
คุณรู้ตัวว่าถูกจับได้ แต่ก็ไม่ได้ลุกลี้ลุกลน เพราะคุณสัมผัสได้ว่าโจวซวี่ตงผู้นี้อยู่แค่ขั้นหลอมปราณระดับสาม เขาไม่ได้โกหกในการจำลองครั้งที่แล้ว คุณเดินพลังร่ายเคล็ดวิชา ใช้วิชาลูกไฟออกไป
"เจ้าเป็นผู้บำเพ็ญเพียร! สหายมรรคาดักซุ่มโจมตีข้าทำไม หากเป็นเพราะป้ายคำสั่งสู่เซียนล่ะก็ คงเสียเที่ยวเปล่าแล้ว" โจวซวี่ตงสีหน้าเคร่งเครียด กระโดดหลบฉากไปด้านข้าง
คุณไม่พูดพร่ำทำเพลงกับโจวซวี่ตง หลังจากต่อสู้กันไปพักหนึ่ง คุณก็สามารถฆ่าเขาได้สำเร็จ]
เฉินฝานเลิกคิ้ว "ข้าอยู่ขั้นหลอมปราณระดับหก ไม่น่าจะบดขยี้เขาตายได้ในพริบตาหรอกหรือ ทำไมถึงต้องสู้กันตั้งพักหนึ่งด้วย"
"ตอนเย็นโจวซวี่ตงถึงจะกลับบ้าน ข้าไปฆ่าเขาตอนเย็น รอดูไปก่อนว่าการจำลองครั้งนี้จะได้ผลตอบแทนอะไร หรือไม่ก็รอจำลองอีกสักรอบ แบบนี้จะปลอดภัยกว่า"
[พลังวิญญาณถูกเผาผลาญไปครึ่งหนึ่ง คุณรู้ว่าเป็นเพราะตัวเองไม่มีเวทมนตร์ร้ายกาจอะไร ไม่อย่างนั้นน่าจะจัดการตาเฒ่านี่ได้รวดเร็วกว่านี้]
[คุณซ่อนพลังตบะแล้วกลับไปเข้าร่วมสำนักเทียนหลิงอีกครั้ง ครั้งนี้คุณไม่ผูกมิตรกับใคร แต่เลือกที่จะเก็บตัวฝึกฝน]
[แปดปีต่อมา คุณทะลวงสู่ขั้นหลอมปราณระดับเจ็ด คุณไปที่หอผู้ดูแลศิษย์สายนอก แสดงพลังตบะเพื่อขอเลื่อนเป็นศิษย์สายใน ผู้ดูแลศิษย์สายนอกบอกคุณว่า หากอยากเป็นศิษย์สายใน นอกจากพลังตบะต้องถึงเกณฑ์แล้ว ยังต้องผ่านการประลองยุทธ์ให้ติดหนึ่งในร้อยอันดับแรกด้วย หลังจากสอบถามดู ถึงได้รู้ว่ามีศิษย์สายนอกลงชื่อสมัครไปแล้วกว่าสามร้อยคน อัตราส่วนคือสามคนคัดเอาหนึ่งคน คุณรู้ตัวดีว่าไม่ถนัดการต่อสู้ด้วยเวทมนตร์ จึงตัดสินใจล้มเลิกการประลองครั้งนี้ไปก่อน รอให้เรียนรู้เวทมนตร์ร้ายกาจได้แล้วค่อยมาขอเลื่อนเป็นศิษย์สายในใหม่]
[คุณนึกถึงชายวัยกลางคนผู้นั้น ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาบาดเจ็บอยู่หรือเปล่า คุณตัดสินใจจะไปดูสักหน่อย]
[คุณใช้เวลาอยู่พักหนึ่ง ก็ตามหาถ้ำพำนักแห่งนั้นจนพบ ค่ายกลด้านนอกยังคงทำงานอยู่ คุณเริ่มโจมตีค่ายกล ครึ่งวันให้หลัง คุณก็ทำลายค่ายกลได้สำเร็จ จากนั้นก็รีบหนีออกจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว]
"น่าตายนัก ข้าหลบมาเก็บตัวรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่นี่ ก็ยังมีคนมารบกวนอีก สมควรตายจริงๆ"
[ชายวัยกลางคนผู้นั้นปรากฏตัวขึ้นบนลานกว้างหน้าถ้ำในสภาพโชกเลือด ทว่าเมื่อพบว่าไม่มีใครอยู่เลย เขาก็มีสีหน้างุนงง จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เขากระอักเลือดออกมาคำโต เขารีบนั่งขัดสมาธิลงกับพื้นทันที แล้วเริ่มโคจรพลังกดทับอาการบาดเจ็บเอาไว้ หลังจากชายวัยกลางคนผู้นั้นฝืนกดอาการบาดเจ็บเอาไว้ได้แล้ว เขาก็ออกจากที่นี่ไป ครู่ต่อมาเขาก็กลับมาอีกครั้ง ออกไปค้นหาดูรอบๆ แต่ก็ไม่พบใคร นั่นทำให้เขาแอบสงสัยว่าหรือตัวเองจะบาดเจ็บหนักจนเกิดภาพหลอนไปเอง]
"บางทีคนที่มาทำลายค่ายกลเดิมทีอาจจะตั้งใจมาแสวงโชค แต่มารู้ทีหลังว่าในถ้ำมีคนอยู่ รู้ว่าตัวเองดันไปโจมตีถ้ำของคนอื่นเข้า ก็เลยเผ่นหนีไป"
[คุณเฝ้ารออยู่สองวัน ท้ายที่สุดก็ทนความเย้ายวนใจไม่ไหว มุ่งหน้าไปยังถ้ำแห่งนั้น คุณเริ่มโจมตีค่ายกลอีกครั้ง หลังจากทำลายค่ายกลได้ คุณก็เผ่นหนีอีกรอบ หลังจากคุณวิ่งหนีออกมาไกลมากแล้ว ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรแว่วมาเลย แต่คุณก็ไม่กล้าประมาท เดินวนเวียนอยู่แถวเทือกเขาใกล้ๆ นั้นหนึ่งวันเต็ม คุณจึงกลับไปที่หน้าถ้ำแห่งนั้นอีกครั้ง สภาพหน้าถ้ำยังคงเหมือนตอนที่คุณทำลายไปเมื่อวันก่อน ไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ คุณค่อยๆ ย่องเข้าไปในถ้ำอย่างระมัดระวัง ภายในเงียบสงัด ไม่มีสรรพเสียงใดๆ เลย คุณเห็นชายวัยกลางคนผู้นั้นนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองนั่งภายในถ้ำ นิ่งสงบไม่ไหวติง คุณตกใจจนสะดุ้งสุดตัว จากนั้นก็ลองหยั่งเชิงดูด้วยการใช้วิชาลูกไฟออกไป เมื่อโดนวิชาลูกไฟเข้า ชายวัยกลางคนก็ล้มพับเอียงไปกองกับพื้น ที่แท้เขาก็ตายไปนานแล้ว คุณเดินเข้าไปค้นตัว และเจอถุงเก็บของหนึ่งใบ คุณดีใจมาก ถุงเก็บของใบเดียวก็มีมูลค่าถึงแปดสิบศิลาวิญญาณแล้ว เปิดถุงเก็บของออก ภายในมีโอสถอยู่สองสามขวด มีกระบี่วิเศษหนึ่งเล่ม และมีแผ่นหยกอีกสองชิ้น โอสถนั้นคุณไม่รู้จัก ส่วนแผ่นหยกสองชิ้นนั้นคือเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียร]
[วิชาเอกาโลหิตมาร, วิชาควบคุมซากศพวิญญาณหยิน]
[คุณดูเคล็ดวิชาทั้งสองเล่มจบ ก็รู้ได้ทันทีว่าหมอนี่เป็นคนของสำนักเซวี่ยหยวน ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมเขาไม่กลับไปเก็บตัวรักษาอาการบาดเจ็บที่สำนักเซวี่ยหยวนนั้น คุณก็ไม่อาจทราบได้ เมื่อกลับมาถึงสำนัก คุณไปที่หอโอสถ แล้วนำโอสถสามขวดนั้นไปขาย]
"สหายมรรคา นี่ท่านไปเจอถ้ำพำนักของผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานมางั้นหรือ! โชคดีเสียจริง"
[สรุปแล้วคุณได้ศิลาวิญญาณมาห้าร้อยก้อน คุณดีใจสุดๆ คุณไปซื้อโอสถรวมปราณ แล้วเริ่มเก็บตัวฝึกฝน]
[ทว่าหลังจากเก็บตัวฝึกฝนไปได้เพียงหนึ่งเดือน จู่ๆ ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง สำนักของคุณถูกตีแตก มีคลื่นพลังจากการต่อสู้แผ่ซ่านมา]
[คุณตายแล้ว]
[สิ้นสุดการจำลอง]
"เกิดอะไรขึ้น ก่อนหน้านี้ข้าจำลองมาตั้งหลายครั้ง ก็ไม่เคยมีเหตุการณ์ที่สำนักเทียนหลิงถูกตีแตกเลยนี่นา" เฉินฝานมีสีหน้างุนงง
[เริ่มสุ่มสร้างรางวัล คุณสามารถเลือกรับรางวัลได้หนึ่งอย่างจากตัวเลือกด้านล่างนี้]
[1. พลังตบะขั้นหลอมปราณระดับเจ็ด]
[2. กระบี่วิเศษเมฆาเขียว ระดับเคล็ดวิชากระบี่ (ยอดเยี่ยม)]
[3. โอสถรวมปราณหนึ่งขวด สิบเม็ด]
"เลือกข้อ 1" เฉินฝานเห็นพลังตบะก็เลือกทันทีโดยไม่ต้องคิด
[รางวัลถูกส่งมอบแล้ว หลอมรวมเข้ากับร่างกายของโฮสต์โดยอัตโนมัติ]
"ตาเฒ่า ปล่อยให้แกรอดไปอีกวันก็แล้วกัน" เฉินฝานคิดพิจารณาดูแล้ว สุดท้ายก็ยังไม่ไปหาตาเฒ่านั่น เขาตั้งใจว่าจะเพิ่มระดับพลังตบะอีกสักหน่อย เอาให้แบบฆ่าตาเฒ่านั่นตายได้ในพริบตา แบบนี้สิถึงจะปลอดภัยที่สุด
ตกกลางคืน
"นายน้อย นายหญิงให้ท่านไปกินข้าวที่ห้องโถงหลักขอรับ" ไหลฝูยืนอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้านอบน้อม
เฉินฝานวางพู่กันในมือลง พูดว่า "จะไปเดี๋ยวนี้แหละ"
(จบแล้ว)