เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 - พลังแห่งผู้วิเศษ

บทที่ 10 - พลังแห่งผู้วิเศษ

บทที่ 10 - พลังแห่งผู้วิเศษ


บทที่ 10 - พลังแห่งผู้วิเศษ

ณ สวนหลังปราสาท

เดวิดกำลังฝึกฝนเคล็ดวิชาปราณหมาป่าเหมันต์ตามปกติ

แม้ว่าเขาจะได้รับพรสวรรค์ธาตุน้ำแข็งมาจากการบำเพ็ญคู่กับเอมี่แล้วก็ตาม

แต่ในตอนนี้เขาก็ยังคงมุ่งเน้นไปที่การฝึกฝนเป็นอัศวิน เพื่อให้ทะลวงเข้าสู่อัศวินขั้นที่สามให้ได้โดยเร็วที่สุด

ฤดูหนาวอันโหดร้ายกำลังจะมาเยือน ภัยพิบัติจากผู้อพยพก็ใกล้เข้ามาเต็มที

และถึงแม้ว่ายอดเขาหมาป่าเหมันต์จะสามารถผ่านพ้นวิกฤตผู้อพยพไปได้ แต่พวกเขาก็ยังต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากตระกูลหมีน้ำแข็งที่คอยจ้องจะเล่นงานอยู่ดี

เขาจำเป็นต้องยกระดับพลังของตัวเองให้ไปถึงขั้นที่สี่ หรือที่เรียกกันว่าอัศวินปฐพีให้เร็วที่สุด ถึงจะสามารถปกป้องตระกูลและดินแดนแห่งนี้ให้ปลอดภัยจากวิกฤตที่กำลังจะมาถึงได้

เมื่อเขาเริ่มร่ายรำเคล็ดวิชาปราณ ร่างกายของเขาก็ขยับไปตามกระบวนท่าต่างๆ พร้อมกับปรับจังหวะลมหายใจให้สอดประสานกัน

ทุกจังหวะลมหายใจเข้าออก พลังสายเลือดหมาป่ายักษ์น้ำแข็งที่เพิ่งถูกปลุกขึ้นมาก็ถูกกระตุ้นให้ทำงาน พลังงานบริสุทธิ์ของสายเลือดไหลเวียนไปทั่วร่าง

เคล็ดวิชาปราณในแต่ละท่วงท่าและจังหวะการหายใจ ล้วนเป็นการดึงพลังจากสายเลือดหมาป่ายักษ์น้ำแข็งมาหล่อหลอมทุกส่วนของร่างกาย พลังปราณพลุ่งพล่านอย่างต่อเนื่อง

และเมื่อพลังสายเลือดหมาป่ายักษ์น้ำแข็งไหลเวียนไปจนทั่วร่าง พลังงานทั้งหมดก็จะไหลกลับไปรวมกันที่จุดกำเนิดสายเลือดบริเวณหัวใจ

"ฟู่ ฟู่"

แต่ทว่าในครั้งนี้ เมื่อเขาสิ้นสุดการฝึกฝนเคล็ดวิชาปราณ จู่ๆ ก็มีไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมารอบตัวเขา

ร่างของเดวิดถูกปกคลุมไปด้วยไอเย็น เขาค่อยๆ หลับตาลง และด้วยพรสวรรค์ธาตุน้ำแข็ง เขาจึงสามารถสัมผัสได้ถึงพลังงานธาตุน้ำแข็งที่กำลังรวมตัวกันอยู่รอบๆ ตัวเขา

"เกราะน้ำแข็งหมาป่าเหมันต์"

เขาใช้ความคิดสั่งการและกระตุ้นเคล็ดวิชาลับที่แฝงอยู่ในวิชาปราณหมาป่าเหมันต์ทันที

วินาทีต่อมาไอเย็นเหล่านั้นก็เริ่มเกาะตัวกันบนผิวหนังของเขา และแปรสภาพเป็นเกราะน้ำแข็งคริสตัลที่ห่อหุ้มร่างกายของเขาเอาไว้ทั้งหมด

เมื่อเห็นเกราะน้ำแข็งหมาป่าเหมันต์ปรากฏขึ้นบนร่าง เดวิดก็ไม่อาจซ่อนความประหลาดใจบนใบหน้าไว้ได้อีกต่อไป

เกราะน้ำแข็งหมาป่าเหมันต์นั้นเป็นทักษะที่อัศวินขั้นที่สี่เท่านั้นถึงจะสามารถใช้พลังความเย็นที่ซ่อนอยู่ในสายเลือดหมาป่ายักษ์น้ำแข็งสร้างมันขึ้นมาได้

แต่ในตอนนี้เพียงแค่เขามีพรสวรรค์ธาตุน้ำแข็งระดับต่ำ เขากลับสามารถควบคุมพลังความเย็นของสายเลือดหมาป่ายักษ์น้ำแข็งและใช้เกราะน้ำแข็งล่วงหน้าได้แล้ว

เมื่อมีเกราะน้ำแข็งหมาป่าเหมันต์มาช่วยเสริมพลัง ต่อให้ตอนนี้ระดับพลังอัศวินของเขาจะอยู่ที่ขั้นที่สอง เขาก็สามารถต่อสู้ข้ามขั้นหรือแม้แต่เอาชนะอัศวินขั้นที่สามได้เลยทีเดียว

"สมแล้วที่เป็นพลังของผู้วิเศษ"

เดวิดพึมพำด้วยความทึ่ง ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมคริสตจักรถึงต้องกดขี่พวกผู้วิเศษ

หากโลกใบนี้มีผู้วิเศษปรากฏตัวขึ้นมาเป็นจำนวนมาก โครงสร้างอำนาจของคริสตจักรและเหล่าขุนนางจะต้องสั่นคลอนอย่างแน่นอน

เพียงแต่เขาไม่รู้ว่ามันเกิดจากสาเหตุอันใดกันแน่

ดูเหมือนว่าโลกใบนี้จะก้าวเข้าสู่ยุคเสื่อมถอยของเวทมนตร์ไปเสียแล้ว

บนทวีปแห่งนี้ อัศวินขั้นที่หกก็เปรียบเสมือนจุดสูงสุดของความแข็งแกร่ง ส่วนผู้ที่อยู่เหนือระดับเจ็ดขึ้นไปนั้นจะถูกขนานนามว่าเป็นตำนาน ซึ่งแทบจะไม่มีหลงเหลืออยู่เลย

บรรดาผู้วิเศษที่ทรงพลังก็ล้วนแต่พากันอพยพออกไปจากโลกใบนี้ ทิ้งไว้เพียงเหล่าแม่มดที่ปลุกพลังผู้วิเศษขึ้นมาได้ด้วยตัวเองและบรรดาผู้ฝึกหัดวิถีผู้วิเศษที่อ่อนแอเท่านั้น

แม้ว่าวิถีของผู้วิเศษจะยังคงดำรงอยู่บนโลกใบนี้

แต่จากเศษเสี้ยวข้อมูลที่หลงเหลืออยู่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า สิ่งที่ผู้คนเรียกกันว่าผู้วิเศษในตอนนี้นั้น ความจริงแล้วพวกเขาเป็นเพียงแค่ผู้ฝึกหัดวิถีผู้วิเศษเท่านั้นเอง

"ผู้วิเศษ"

เดวิดพึมพำกับตัวเองเบาๆ

เขาตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งผู้วิเศษให้จงได้

เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะคลายการใช้เกราะน้ำแข็ง แล้วเดินก้าวฉับๆ กลับเข้าไปในปราสาท

ฝึกฝน ฝึกฝน และฝึกฝน เขาต้องทุ่มเทให้กับการฝึกฝนมากกว่านี้

เวลาผ่านไปอีกหนึ่งเดือนอย่างรวดเร็ว

เอมี่เริ่มปรับตัวเข้ากับการใช้ชีวิตในปราสาทได้แล้ว

แม้เธอจะไม่สามารถออกไปจากห้องใต้หลังคาได้ แต่การมีตำรามากมายของตระกูลหมาป่าเหมันต์ให้อ่านก็ทำให้เธอไม่รู้สึกเบื่อเลย

ตำราเรียน

คือสิ่งที่มีค่าอย่างยิ่งสำหรับผู้คนในยุคสมัยนี้

ต่อให้เป็นลูกหลานของผู้วิเศษอย่างเอมี่ก็ยังมีโอกาสได้อ่านหนังสือเพียงหยิบมือเท่านั้น

แต่ตระกูลหมาป่าเหมันต์ในฐานะอดีตผู้ปกครองดินแดนทางเหนือกลับมีหนังสือสะสมไว้อยู่เต็มห้อง ทำเอาเอมี่ตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก

เรื่องนี้ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเดวิดแนบแน่นยิ่งขึ้น

【คุณสำเร็จการบำเพ็ญคู่หนึ่งครั้ง พรสวรรค์ธาตุน้ำแข็ง +23】

【พรสวรรค์ธาตุน้ำแข็ง ระดับต่ำ 886/1000】

ในช่วงแรก การบำเพ็ญคู่หนึ่งครั้งจะช่วยเพิ่มพรสวรรค์ธาตุน้ำแข็งได้เพียงแค่สิบแต้มเท่านั้น

แต่หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน ค่าประสบการณ์พรสวรรค์ธาตุน้ำแข็งก็เพิ่มขึ้นอย่างคงที่ในระดับยี่สิบแต้มขึ้นไปต่อการบำเพ็ญคู่หนึ่งครั้ง

หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม เดวิดก็รวบตัวแม่มดน้อยที่ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขาเข้ามากอดไว้แนบอก ให้เธอซบหน้าลงกับแผงอกของเขา

"ตึกตึก"

เมื่อได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่น เอมี่ก็หลับตาลงด้วยความรู้สึกอุ่นใจ

ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่เธอได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและผ่อนคลายที่สุดนับตั้งแต่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นแม่มด

เมื่อมีท่านลอร์ดคอยปกป้อง เธอจึงไม่ต้องคอยหวาดระแวงอันตรายรอบตัวอีกต่อไป แถมที่นี่ยังมีขนมแสนอร่อยและมีหนังสือให้อ่านจนเต็มห้องอีกด้วย

เธอเคยแต่เฝ้าฝันถึงชีวิตแบบนี้ ไม่คิดเลยว่าวันนี้ความฝันของเธอจะกลายเป็นจริง

เมื่อคิดได้เช่นนั้นเธอก็เผลอลูบไล้แผงอกของเขาอย่างลืมตัว โดยไม่รู้เลยว่าการกระทำของเธอกำลังจุดไฟปรารถนาของท่านลอร์ดให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง

"เหนื่อยแล้วล่ะสิ"

"เดี๋ยวข้าจะช่วยเจ้านวดผ่อนคลายเองนะ"

ท่ามกลางเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจ เดวิดก็อุ้มแม่มดน้อยขึ้นมานั่งบนตัก

เขาสวมกอดเอวคอดกิ่วของแม่มดน้อยเอาไว้แน่น

และในที่สุดกิจกรรมเข้าจังหวะก็สิ้นสุดลงพร้อมกับเสียงร้องขอความเมตตาของแม่มดน้อย

ทั้งคู่นอนกอดกันกลม

แต่เดวิดก็ยังคงมือไม้ไม่อยู่สุข ทำเอาแม่มดน้อยหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอาย

เดวิดดึงมือกลับแล้วลูบไล้เส้นผมของเอมี่อย่างอ่อนโยน

เอมี่ครางอือในลำคอด้วยความรู้สึกผิด เธอกังวลว่าตัวเองจะทำหน้าที่ภรรยาได้ไม่ดีพอ

หลังจากเงียบไปพักใหญ่ จู่ๆ เธอก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขวยเขิน

"ท่านลอร์ด ให้พี่ลิย่ามาอยู่ด้วยกันดีไหมเจ้าคะ"

พอพูดจบประโยค ใบหน้าของเธอก็แดงก่ำราวกับลูกมะเขือเทศสุก

เอมี่เป็นผู้หญิงที่หัวโบราณมาก การที่เธอเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอให้มีคนอื่นมาร่วมเตียงด้วยแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่ขัดกับนิสัยของเธอสุดๆ

"จริงเหรอ"

ดวงตาของเดวิดเบิกกว้างเป็นประกายทันที

ช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาต้องสลับไปนอนกับภรรยาทีละคนทุกคืน

แม้เขาจะเคยฝันถึงชีวิตที่มีสาวๆ ห้อมล้อมซ้ายขวา แต่เขาก็รู้ดีว่าเอมี่เป็นคนขี้อายมากแค่ไหน

เดิมทีเขากำลังคิดหาทางเอ่ยปากเรื่องนี้อยู่พอดี ไม่คิดเลยว่าเอมี่จะเป็นฝ่ายเสนอขึ้นมาเอง เรื่องนี้ยิ่งทำให้เขาซาบซึ้งในความใจดีและมีน้ำใจของแม่มดน้อยมากขึ้นไปอีก

"เจ้าค่ะ"

น้ำเสียงของเอมี่ยังคงเต็มไปด้วยความจริงจัง

แค่เธอสัมผัสได้ถึงความรักที่สามีมอบให้ แค่นี้เธอก็พอใจแล้ว

สำหรับแม่มดที่ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานมีลูกมาก่อน ช่วงเวลานี้ทำให้เธอได้พบกับความสุขมากมายในแบบที่เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในชีวิต

ดังนั้นเธอจึงไม่อยากให้ท่านลอร์ดต้องมาทนอึดอัดเพราะเธอไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเขาได้อย่างเต็มที่ สู้เธอเป็นฝ่ายปรับตัวเข้าหาเขายังจะดีเสียกว่า

ลิย่าเองก็เป็นคนดีมากๆ การที่ต้องร่วมเตียงปรนนิบัติท่านลอร์ดพร้อมกับลิย่าจึงไม่ใช่เรื่องที่เธอรับไม่ได้เลยสักนิด

"เอมี่ ต่อไปข้าจะรักและดูแลเจ้าให้ดีเป็นสองเท่าเลยนะ"

เดวิดจุมพิตแม่มดน้อยอย่างรักใคร่ ในใจของเขาเต็มไปด้วยความตื้นตัน

คืนนั้นเขาไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการนอนกอดเอมี่เอาไว้เงียบๆ ปล่อยให้แม่มดน้อยที่หมดแรงผล็อยหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มสบายใจบนใบหน้า

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 10 - พลังแห่งผู้วิเศษ

คัดลอกลิงก์แล้ว