เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 - อัจฉริยะนักปรุงยา ซูฉิงอวี่!

บทที่ 14 - อัจฉริยะนักปรุงยา ซูฉิงอวี่!

บทที่ 14 - อัจฉริยะนักปรุงยา ซูฉิงอวี่!


บทที่ 14 - อัจฉริยะนักปรุงยา ซูฉิงอวี่!

เมืองเป่ยหยวน จวนตระกูลเย่

เย่เจี้ยนหมิงออกมาต้อนรับสองแม่ลูกเย่หลิวหลี เมื่อรับรู้ถึงสาเหตุแล้ว เขาก็โกรธจัดและกล่าวว่า "เจียงเหวินคังนี่มันสารเลวเกินไปแล้วนะ เพียงเพราะคำพูดของซินแสทำนายดวงชะตาคนเดียว ก็ไล่พวกเจ้าแม่ลูกออกมาเลยเชียวหรือ?"

"ท่านพ่อ คนในจวนโหวเย็นชาและไร้ความปรานีก็ไม่ใช่แค่วันสองวัน แทนที่จะอาศัยอยู่ในจวนโหวแล้วปล่อยให้อู๋เฉินต้องทนรับความอยุติธรรม สู้ยอมจากมาตั้งแต่เนิ่นๆ คงจะดีกว่า ก็ถือว่าเป็นการปลดแอกตัวเองอย่างหนึ่ง" เย่หลิวหลีปลงตกและส่ายหน้าอย่างใจกว้าง

"ที่พูดมาก็มีเหตุผล" เย่เจี้ยนหมิงพยักหน้า จากนั้นก็รวบตัวเย่อู๋เฉินเข้ามากอดไว้ในอ้อมอก และกล่าวว่า "ฮี่ฮี่ หลานตาคนเก่ง ต่อไปนี้เจ้าก็อยู่กับตานะ ตาจะหาของอร่อยๆ มาให้กินทุกวันเลย!"

"ขอบคุณขอรับท่านตา" เย่อู๋เฉินตอบด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว

เมื่อเทียบกับการที่ปู่ย่าไม่รักในจวนโหวแล้ว การได้มาอยู่ที่ตระกูลเย่นั้นช่างสุขสบายกว่ามากอย่างเห็นได้ชัด

รวมไปถึงเย่หรงเฟิ่งและเย่เทียนอวี่ เมื่อได้ทราบข่าวก็ต่างดีใจเป็นอย่างมาก และจงใจเดินทางมาเยี่ยมเยียนสองแม่ลูกเป็นพิเศษ

"น้องหญิง เจ้าก็พักอยู่ที่เรือนอู๋ถง ที่เจ้าเคยอยู่เมื่อตอนนั้นก็แล้วกัน!" เย่หรงเฟิ่งกล่าวอย่างเบิกบานใจ พลางแย่งตัวเย่อู๋เฉินมาจากมือของเย่เจี้ยนหมิง นางทั้งหอมทั้งกอด จนบนใบหน้าของเขามีรอยลิปสติกเพิ่มขึ้นหลายรอย

"เฮ้อ คิดถึงตอนนั้น ข้าเองก็เคยเป็นถึงมหาจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ โบยบินไปทั่วจักรวาล มาตอนนี้กลับต้องกลายมาเป็นของเล่นไปเสียแล้ว" เย่อู๋เฉินรู้สึกจนใจเล็กน้อย ภายนอกก็ยังต้องแสร้งทำตัวเล่นตามน้ำไปกับผู้ใหญ่

เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนอย่างรวดเร็ว

ช่วงเวลาที่อาศัยอยู่ในตระกูลเย่นั้น เห็นได้ชัดว่าสุขสบายกว่าในจวนเจิ้นเป่ยโหวมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสื้อผ้า อาหารการกิน ที่อยู่อาศัย หรือสถานะและสิทธิประโยชน์ ล้วนแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

สิ่งเดียวที่ทำให้เย่อู๋เฉินรู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อยก็คือ ความคืบหน้าในการฝึกฝนช้าลงไปมาก

กฎเกณฑ์วิถีสายฟ้าในรัศมีหลายร้อยลี้ ล้วนถูกเขาดูดซับไปจนหมดสิ้นแล้ว หากต้องการฝึกฝนอย่างรวดเร็วต่อไป บางทีเขาคงจะต้องออกไปนอกเมืองเป่ยหยวน

ทว่าเขาเพิ่งจะอายุได้แค่สามขวบกว่า กลับถูกคนตระกูลเย่เฝ้าดูแลราวกับของล้ำค่า ทำให้ไม่มีโอกาสได้ออกไปข้างนอกเลย

วันหนึ่ง เย่อู๋เฉินกำลังฝึกกระบี่อยู่ในลานของเรือนอู๋ถง

"น้องรอง น้องรอง รีบตามข้ามาเร็ว พวกเราไปดูหญิงงามกันเถอะ!" จู่ๆ เย่อิงสยงก็พุ่งเข้ามากระชากตัวเย่อู๋เฉิน เพื่อจะพาเขาไปยังสถานที่อื่น

"ข้าเพิ่งจะสามขวบ จะไปดูสาวงามอะไร?" เย่อู๋เฉินหน้าเหวอ

เย่อิงสยงส่งยิ้มกรุ้มกริ่ม "สามขวบแล้วไง พวกเราเป็นลูกผู้ชายชาตรี จะหาเมียก็ต้องหาตั้งแต่เนิ่นๆ แถมคนงามในครั้งนี้ยังเป็นถึงหนึ่งในสี่หญิงงามแห่งชิงโจว สวยหยดย้อยไปเลยล่ะ!"

"หนึ่งในสี่หญิงงามแห่งชิงโจว?" เย่อู๋เฉินรู้สึกมึนงงเล็กน้อย "ถ้าสวยขนาดนั้นจริง คงถูกพวกราชวงศ์ชั้นสูงหมายปองไปตั้งนานแล้ว จะมาอยู่ที่เมืองเป่ยหยวนเล็กๆ นี่ได้อย่างไร?"

"เฮ้อ ก็ทำได้แค่บอกว่าแม่นางคนนี้มีชะตากรรมที่น่าสงสาร เป็นหญิงงามอาภัพเท่านั้นแหละ!" เย่อิงสยงอธิบาย "ซูฉิงอวี่ถูกฆ่าล้างตระกูลมาตั้งแต่เด็ก แต่นางกลับมีพรสวรรค์ด้านการปรุงยาที่สูงลิ่ว จึงถูกเป่ยมู่ ปรมาจารย์ระดับตำนานแห่งวงการปรุงยารับเป็นศิษย์ปิดประตู อายุเพียงยี่สิบสามปี ก็บรรลุถึงขั้นนักปรุงยาระดับห้าแล้ว!"

"นักปรุงยาระดับห้าในวัยยี่สิบสามปี?" เย่อู๋เฉินประหลาดใจเล็กน้อย พรสวรรค์ในการปรุงยาระดับนี้นับว่าเป็นอัจฉริยะโดยแท้

"ใช่แล้ว พวกราชวงศ์และชนชั้นสูงต่างก็เคยทาบทามซูฉิงอวี่ แต่ก็ถูกปฏิเสธกลับมาหมดเลย!"

"เป็นเพราะซูฉิงอวี่ติดพิษร้ายแรงที่ไม่มีทางรักษา แม้แต่นักปรุงยาระดับตำนานอย่างเป่ยมู่ก็ยังไม่อาจยื้อชีวิตเอาไว้ได้ ชาตินี้นางคงมีชีวิตอยู่ไม่ถึงสามสิบปี มีอายุขัยเหลือเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น"

เย่อู๋เฉินกล่าวว่า "ถึงแม้จะเป็นนักปรุงยาระดับห้าที่เหลืออายุขัยเพียงไม่กี่ปี ก็ยังเป็นที่ต้องการของตระกูลต่างๆ จนต้องแย่งชิงกันอยู่ดีไม่ใช่หรือ?"

เย่อิงสยงพยักหน้าและกล่าวว่า "พูดได้ถูกต้อง แต่ซูฉิงอวี่ต้องการแค่กลับมาที่เมืองเป่ยหยวนซึ่งเป็นบ้านเกิดของนาง เพื่อรับศิษย์ที่มีพรสวรรค์เฉลียวฉลาดสักคน และถ่ายทอดวิชาความรู้ที่เรียนมาทั้งชีวิตให้สืบต่อไป และตอนนี้ทุกตระกูลในเมืองเป่ยหยวนก็พากันคลุ้มคลั่ง พยายามหาทุกวิถีทางเพื่อดึงตัวซูฉิงอวี่มาเป็นพวก"

"หมายความว่า หากซูฉิงอวี่รับศิษย์จากตระกูลไหนเป็นลูกศิษย์ นางก็จะเข้าร่วมกับตระกูลของศิษย์คนนั้นด้วยงั้นหรือ?"

"ใช่ เป็นแบบนั้นเลย หากข้าสามารถเป็นศิษย์ของแม่นางซูได้ ตระกูลเย่ของพวกเราก็จะได้กำไรมหาศาล! นักปรุงยาระดับห้าเชียวนะ มีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของตระกูลได้เลยล่ะ"

เย่อิงสยงตื่นเต้นจนต้องถูมือไปมา แต่จากนั้นสีหน้าก็หม่นหมองลงพลางกล่าวว่า "น่าเสียดาย ที่บรรดาศิษย์ตระกูลเย่ไม่มีพรสวรรค์ในการปรุงยาเลยสักคน ต่อให้ข้าไปร่วมวงแจม ก็คงไม่เข้าตาพี่สาวซูหรอก"

"นั่นก็ไม่แน่เสมอไปหรอกนะ" เย่อู๋เฉินลูบคาง แววตาแฝงประกายเจ้าเล่ห์

หากสามารถหลอกล่อซูฉิงอวี่ผู้นี้ให้เข้ามาอยู่ในตระกูลเย่ได้ ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการเพิ่มความแข็งแกร่งของตระกูลเย่

"ไป พวกเราไปดูเรื่องสนุกกันเถอะ!" เย่อู๋เฉินตัดสินใจว่าจะไปพบแม่นางซูผู้นี้เสียหน่อย

เมืองเป่ยหยวน หอจวี้เซียน

วันนี้ หอจวี้เซียนทั้งชั้นถูกซูฉิงอวี่เหมาไว้หมดแล้ว

ผู้ฝึกตนจากตระกูลต่างๆ ล้วนพาศิษย์ที่มีพรสวรรค์เฉลียวฉลาดมาด้วย เผื่อว่าจะได้ลองเสี่ยงโชคดู

เย่หลิวหลีพาเย่อู๋เฉินและเย่อิงสยงเดินทางมา เมื่อแสดงป้ายประจำตระกูลเย่แล้ว ก็สามารถเข้าไปในหอจวี้เซียนได้อย่างราบรื่น

ในขณะนี้ ภายในหอจวี้เซียนนั้นคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมาย แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของซูฉิงอวี่

แต่ไม่นานเย่อู๋เฉินก็สังเกตเห็นคนหน้าคุ้นเคยถึงสี่คน!

เบื้องหน้าไม่ไกลปรากฏร่างของฮูหยินเฒ่าตระกูลเจียง โจวลี่ถิง เจียงเหวินคัง และเจียงมู่เหยี่ยรวมอยู่ในนั้นด้วย

เมื่อเจียงเหวินคังเห็นเย่หลิวหลีปรากฏตัว สายตาของเขาก็มีความซับซ้อน เขาก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด ไม่กล้าสบสายตาด้วย

โจวลี่ถิงกลับทำหน้าอีกแบบ นางเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งยโส มองไปที่เย่หลิวหลีแล้วกล่าวว่า "น้องหลิวหลี ช่างบังเอิญเสียจริง ไม่คิดเลยว่าวันนี้เจ้าจะมาดูเรื่องสนุกที่หอจวี้เซียนด้วย!"

เย่อู๋เฉินขมวดคิ้ว "ท่านแม่ ไม่ต้องไปสนใจหญิงร้ายกาจคนนี้หรอกขอรับ"

"อืม" เย่หลิวหลีพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม

แต่โจวลี่ถิงกลับไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย นางทำหน้าได้ใจพลางกล่าวว่า "น้องหลิวหลี แม้เจ้าจะมาเพื่อดูเรื่องสนุก แต่วันนี้ที่ข้าพามู่เอ๋อร์มา ก็เพื่อจะมาฝากตัวเป็นศิษย์!"

ในพริบตา สายตาทุกคู่ของผู้คนรอบข้างก็จับจ้องมาที่พวกเขา

"นั่นเจียงมู่เหยี่ยไม่ใช่หรือ?"

"หลานชายกิเลนของจวนเจิ้นเป่ยโหว แม้แต่เขาก็มาด้วยหรือนี่!"

"สวรรค์ช่วย นี่คืออัจฉริยะผู้มีรากปราณระดับเจ็ดแต่กำเนิด หากเขามาร่วมแข่งขันด้วย เกรงว่าพวกเราคงไม่มีหวังแล้วล่ะ"

"ดูเหมือนว่าจะไม่มีที่ให้พวกเราแทรกแล้ว แม่นางซูฉิงอวี่จะต้องเข้าร่วมกับจวนเจิ้นเป่ยโหวอย่างแน่นอน!"

ผู้คนในหอจวี้เซียนเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่

ทุกคนล้วนคิดว่า เจียงมู่เหยี่ยจะเป็นคู่แข่งตัวฉกาจที่สุดในวันนี้!

เพราะอย่างไรเสีย รากปราณระดับเจ็ดก็ประจักษ์อยู่ตรงนั้น พรสวรรค์ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

ขอเพียงวันนี้เจียงมู่เหยี่ยแสดงความสามารถได้ตามมาตรฐาน ย่อมต้องเป็นที่ถูกตาต้องใจของซูฉิงอวี่ และรับเป็นศิษย์อย่างแน่นอน

โจวลี่ถิงฟังเสียงเยินยอจากรอบข้าง สีหน้าได้ใจก็ยากที่จะปกปิด นางพูดอย่างไม่อ่อนน้อมถ่อมตนว่า "ต้องรบกวนทุกท่านให้มาเสียเที่ยวแล้ว การที่แม่นางซูเข้าร่วมจวนเจิ้นเป่ยโหวถึงจะเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุด!"

"หึ เรื่องรับศิษย์ยังไม่ทันจะตัดสินเลย โจวลี่ถิง เจ้าได้ใจเร็วไปหน่อยแล้วมั้ง!"

ทันใดนั้น เย่หรงเฟิ่งก็ปรากฏตัวขึ้น

เย่เจี้ยนหมิงและเย่เทียนอวี่เองก็มาด้วย พร้อมกับพาเด็กรุ่นเยาว์ของตระกูลเย่มาอีกหลายคน

จุดประสงค์ที่พวกเขามา ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องการรับศิษย์ของซูฉิงอวี่เช่นกัน

แม้เด็กรุ่นเยาว์ของตระกูลเย่จะไม่มีพรสวรรค์ด้านการปรุงยาที่โดดเด่นนัก แต่ก็ถือว่ารักษาหมากตาท้าย เผื่อฟลุคโชคดีก็ต้องมาลองเสี่ยงดูสักตั้ง

โจวลี่ถิงแค่นเสียงเยาะเย้ย "ก็แค่พวกลูกศิษย์ตระกูลเย่ของพวกเจ้า พวกปลายแถวทั้งนั้น จะเอาอะไรมาสู้กับมู่เอ๋อร์ของข้า? ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ไม่เจียมตัวเอาเสียเลย!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 14 - อัจฉริยะนักปรุงยา ซูฉิงอวี่!

คัดลอกลิงก์แล้ว