- หน้าแรก
- ราชันย์หมื่นอสูร
- บทที่ 35 ซือคงจิ้ง ปูนบำเหน็จตามความดีความชอบ
บทที่ 35 ซือคงจิ้ง ปูนบำเหน็จตามความดีความชอบ
บทที่ 35 ซือคงจิ้ง ปูนบำเหน็จตามความดีความชอบ
บทที่ 35 ซือคงจิ้ง ปูนบำเหน็จตามความดีความชอบ
ทว่าในขณะที่ซูเจิ้งหลงกำลังระเบิดพลังออกมานั้นเอง ก็มีเสียงเย็นชาดังก้องขึ้น "คุณชายใหญ่ตระกูลซู ซูเจิ้งหลง เจ้าคิดจะก่อกบฏหรือ"
สิ้นเสียง ชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบมือปราบก็ก้าวออกมาจากฝูงชน
สายตาของซูเจิ้งหลงแข็งค้างไปในทันที ราวกับถูกน้ำเย็นจัดสาดรดศีรษะ พลังต้านทานที่เพิ่งปะทุขึ้นมาสูญสลายไปจนหมดสิ้น
ฝั่งตรงข้าม ซูอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเสียงใส "คิกคิก ท่านลุงใหญ่ ท่านคิดจะสู้ตายอย่างนั้นหรือ"
"น่าเสียดายที่พวกเราคงไม่ให้โอกาสท่านหรอก ท่านนี้คือใต้เท้าหาน หัวหน้ามือปราบแห่งศาลาตรวจการเมืองอวิ๋นเหย่ ท่านได้รับรายงานจากทหารรักษาเมืองเรื่องที่ซือคงจิ้งฝ่าฝืนกฎออกนอกเมืองแล้ว"
คำพูดนี้ยิ่งทำให้ใบหน้าของซูเจิ้งหลงและซูเยว่ซีซีดเผือดลงไปอีก คราวนี้เกิดเรื่องใหญ่เข้าแล้วจริงๆ
"ถูกต้อง ซือคงจิ้งในฐานะนักโทษฝ่าฝืนกฎออกนอกเมือง สมควรตาย"
น้ำเสียงของหัวหน้ามือปราบหานแฝงไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ตระกูลซูในฐานะหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ สามารถเป็นผู้ลงทัณฑ์ได้เอง"
จบสิ้นแล้ว จบสิ้นกันหมดแล้ว
ร่างของซูเยว่ซีแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น คราวนี้แม้แต่โอกาสที่ผู้เป็นบิดาจะต่อสู้ดิ้นรนยังไม่มี เพราะถึงกับมีมือปราบมาด้วยตัวเอง
ส่วนซูเจิ้งหลงก็กัดฟันแน่น หลับตาลง สิ่งเดียวที่พอจะทำได้ในตอนนี้คือปกป้องบุตรสาวไม่ให้ต้องรับโทษทัณฑ์
ส่วนซือคงจิ้งนั้น คงต้องตายสถานเดียว ไม่อาจรอดพ้นไปได้
"รายงาน..."
พริบตาต่อมา บ่าวรับใช้ของตระกูลซูก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานซูเสวี่ยเฟิง "ท่านผู้นำ แม่ทัพรักษาเมืองโฉวเหย่ขอเข้าพบขอรับ"
คำรายงานนี้ทำให้ดวงตาของซูเสวี่ยเฟิงและซูเจิ้งเทาเป็นประกายวาววับ
"ฮ่าฮ่า ซูเจิ้งหลง ขนาดแม่ทัพโฉวเหย่ยังมาด้วยตัวเอง คราวนี้ข้าอยากจะดูนักว่าเจ้าจะขัดขืนอย่างไร" ซูเจิ้งเทาแสยะยิ้มอย่างลำพองใจ โฉวเหย่ต้องมาเพื่อลงทัณฑ์ซือคงจิ้งอย่างแน่นอน
ซูเสวี่ยเฟิงเองก็มีสีหน้ายิ้มแย้มเบิกบาน ร้องสั่งเสียงดัง "รีบเชิญท่านแม่ทัพเข้ามาเร็วเข้า"
ซูเจิ้งหลงที่อยู่ในลานบ้านได้แต่ยิ้มขื่น ขนาดโฉวเหย่ยังมาด้วยตัวเอง คราวนี้คงไม่มีโอกาสรอดแล้วจริงๆ
ในขณะเดียวกัน ซูเยว่ซีก็กุมมือซือคงจิ้งไว้แน่น กัดฟันเอ่ย "ข้าจะตายเป็นเพื่อนเจ้า"
หัวใจของซือคงจิ้งกระตุกวูบ กระแสความอบอุ่นไหลซ่านไปทั่วร่าง
เขาส่งยิ้มให้ซูเยว่ซีพลางปลอบประโลม "วางใจเถอะ ไม่มีเรื่องร้ายแรงอันใดหรอก ประเดี๋ยวข้าจะพลิกสถานการณ์นี้เอง"
ยังไม่ทันที่ซูเยว่ซีจะได้ตอบกลับ เสียงกรีดร้องอย่างโศกเศร้าของเหมยเสี่ยวฟางก็ดังขึ้น "เจ้าจะพลิกสถานการณ์อะไรอีกล่ะ ใครใช้ให้เจ้าไปปล้นชิงเงินตรามา ข้าว่าที่ซูอวิ๋นพูดมาก็คงจะจริงแต่แรกเจ้าก็ตั้งใจจะหนีออกนอกเมืองอยู่แล้วล่ะสิ"
ตอนนี้ทั้งหัวหน้ามือปราบหานและแม่ทัพโฉวเหย่ต่างก็มากันพร้อมหน้า ย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าซือคงจิ้งฝ่าฝืนกฎออกนอกเมืองจริง และคงถูกจับตัวกลับมา
ยังจะมีหน้ามาอ้างว่าไปตามหาปิ่นหยกคืนอีก ทั้งที่เห็นอยู่ทนโท่ว่าปิ่นหยกชิ้นนั้นไปปล้นเขามาจากโรงรับจำนำเหิงอวี้
"เยว่ซี อยู่ให้ห่างจากเขาสะ"
"คนผู้นี้มันเป็นนักโทษ มันกล้าปล้นเงินปล้นปิ่นหยก ก่อนจะถูกเนรเทศมาคงจะเป็นมหาโจรปล้นชิงเป็นแน่"
เหมยเสี่ยวฟางดึงรั้งตัวซูเยว่ซีอย่างสุดแรง นักโทษที่มีสันดานชั่วร้ายยากจะดัดเช่นนี้ นางไม่มีทางยอมมอบบุตรสาวให้เด็ดขาด
ซูเยว่ซีอ้าปากค้าง แย้งว่า "ท่านแม่ เรื่องปล้นเงินมันไม่ได้เป็นอย่างที่หลงจู๊โรงรับจำนำเหิงอวี้กล่าวหาเลยนะเจ้าคะ"
นางไม่คิดเลยว่าแม้แต่มารดาของนางเองก็ยังไม่เชื่อใจซือคงจิ้ง แต่เรื่องนี้นางเห็นมากับตาตัวเองจริงๆ
เหมยเสี่ยวฟางจ้องมองบุตรสาว หัวเราะอย่างปวดร้าว "เจ้ามันอ่อนต่อโลกเกินไป อ่อนต่อโลกเกินไปจริงๆ"
"ช่างเถอะ ประเดี๋ยวแม่ทัพโฉวมาถึง เจ้าก็จะได้เห็นธาตุแท้ของเขาเอง"
พูดจบ เหมยเสี่ยวฟางก็เลิกดึงตัวซูเยว่ซี กลับไปยืนเคียงข้างซูเจิ้งหลงด้วยความรวดร้าวใจ
สำหรับเรื่องนี้ ซือคงจิ้งก็ไม่ได้แก้ตัวเช่นกัน เขาเพียงลอบถอนหายใจ ฐานะนักโทษของเขานี้ ช่างทำให้ผู้คนเชื่อมโยงไปในทางที่เลวร้ายได้ง่ายดายเหลือเกิน
บางที นี่อาจจะเป็นสิ่งที่เหยียนหรูอวี้ต้องการจะเห็นกระมัง
นางคงอยากเห็นเขาถูกเหยียดหยาม ถูกทรมาน แม้กระทั่งในการใช้ชีวิตเยี่ยงคนธรรมดาสามัญ
แต่คนอย่างเขามีหรือจะยอมจำนนโดยง่าย
"ฮ่าฮ่า ท่านแม่ทัพโฉวเหย่ให้เกียรติมาเยือนตระกูลซู ข้าน้อยต้อนรับขับสู้ไม่ทันการณ์ ขออภัยด้วย"
เสียงของซูเสวี่ยเฟิงดังกังวานขึ้น ตามมาด้วยร่างของโฉวเหย่ในชุดเกราะทหาร
เวลานี้ ใบหน้าของโฉวเหย่ประดับไปด้วยรอยยิ้ม ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปาก ก็เหลือบไปเห็นหัวหน้ามือปราบหานเข้าพอดี จึงเอ่ยด้วยความประหลาดใจ "ใต้เท้าหาน ท่านมาทำอะไรที่ตระกูลซูหรือ"
หัวหน้ามือปราบหานรีบเดินเข้าไปหา ส่งยิ้มตอบ "ท่านแม่ทัพโฉว ข้าย่อมมาเพื่อจับกุมนักโทษที่ฝ่าฝืนกฎหนีออกจากเมืองอย่างซือคงจิ้งสิขอรับ"
สิ้นเสียง สีหน้าของโฉวเหย่ก็พลันเคร่งเครียดลงทันที
ทว่าหัวหน้ามือปราบหานยังไม่ทันสังเกตเห็นสิ่งใดผิดปกติ ยังคงหัวเราะร่วน "ต้องขออภัยท่านแม่ทัพโฉวด้วย ที่ท่านตามจับซือคงจิ้งไม่สำเร็จ ก็เพราะเขากลับมาที่ตระกูลซูเสียก่อน และข้าก็ชิงลงมือตัดหน้าท่านไปแล้ว"
พูดมาถึงตรงนี้ หัวหน้ามือปราบหานก็ทำท่าทางโอ้อวดลำพองใจ
เรื่องที่ซือคงจิ้งฝ่าฝืนกฎออกนอกเมืองนั้น มีคนในแวดวงของพวกเขาล่วงรู้กันไม่น้อย โฉวเหย่นำกำลังออกไปไล่ล่าด้วยตัวเองแต่กลับคว้าน้ำเหลว ไม่ว่าซือคงจิ้งจะกลับมาด้วยเหตุผลใดก็ตาม ความดีความชอบในครั้งนี้ย่อมต้องตกเป็นของหัวหน้ามือปราบหานอย่างแน่นอน
"เจ้าบอกว่า เจ้ามาเพื่อจับกุมซือคงจิ้งอย่างนั้นหรือ" น้ำเสียงของโฉวเหย่แฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
หัวหน้ามือปราบหานยักไหล่ ยิ้มกริ่ม "มีปัญหาอันใดหรือขอรับ ท่านแม่ทัพโฉวไม่ต้องริษยาข้าหรอก ข้าไม่มีทางยกความดีความชอบนี้ให้ท่านเป็นอันขาด"
ปัง!
ทันใดนั้น โฉวเหย่ก็ตวัดเท้าเตะเข้าที่หน้าท้องของหัวหน้ามือปราบหานอย่างจัง อีกฝ่ายร้องเสียงหลงก่อนจะลอยละลิ่วไป
พร้อมกันนั้น ซูเสวี่ยเฟิงที่กำลังยิ้มแย้มเบิกบานก็ถึงกับหน้าเหวอ ทำไมจู่ๆ ถึงได้ลงไม้ลงมือกันล่ะเนี่ย
ครอบครัวของซูเจิ้งหลงเองก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน
ต่อมา เหมยเสี่ยวฟางก็ยกมือกุมขมับ ลูกเขยนักโทษของนางช่างเนื้อหอมเสียจริง ถึงกับมีคนแย่งกันจะฆ่าให้ได้
การจับกุมตัวซือคงจิ้ง มีความดีความชอบมากมายปานนั้นเชียวหรือ
"โฉวเหย่ มารดาเจ้าเถอะ นี่เจ้าทำบ้าอะไร" หัวหน้ามือปราบหานที่นอนหมอบอยู่บนพื้น ตะคอกถามอย่างเกรี้ยวกราด
โฉวเหย่ก้าวสามขุมเข้าไปหา กระชากคอเสื้อเขาขึ้นมา "ใครมารดามันบอกเจ้า ว่าเจ้ามีสิทธิ์จับกุมซือคงจิ้ง"
หืม
ซูเสวี่ยเฟิงที่เตรียมจะเข้าไปห้ามปรามถึงกับชะงักฝีเท้า ประโยคนี้ฟังดูทะแม่งๆ อยู่นะ
"เขาฝ่าฝืนกฎออกนอกเมือง ทะเบียนประวัตินักโทษของเขาก็อยู่ภายใต้การดูแลของศาลาตรวจการของข้า ทำไมข้าจะจับเขาไม่ได้" ถึงแม้หัวหน้ามือปราบหานจะสู้โฉวเหย่ไม่ได้ แต่ก็ไม่ยอมลดละ
"ก็ทหารรักษาเมืองของเจ้าจับคนไม่ได้ จะไม่ให้ข้าไล่จับหรือไง" หัวหน้ามือปราบหานตะโกนสวนกลับไปอีก
เพียะ!
โฉวเหย่ตบหน้าเขาไปอีกฉาด ตวาดกร้าว "แล้วใครบอกเจ้า ว่าซือคงจิ้งฝ่าฝืนกฎหนีออกนอกเมือง"
"หา ถ้าไม่ได้หนีออกนอกเมือง แล้วเขาออกไปทำบ้าอะไร" หัวหน้ามือปราบหานถูกตบจนมึนงง
โฉวเหย่แค่นหัวเราะเย็นชา จับหัวหน้ามือปราบหานเหวี่ยงลงพื้นอย่างแรง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "ซือคงจิ้งย่อมไม่ได้หนีออกนอกเมือง แต่เขาให้ความร่วมมือในปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มโจรป่าอสูรร้ายของข้าต่างหาก"
อะไรนะ
คนทั้งลานต่างตกตะลึง นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย
โฉวเหย่ไม่สนใจความประหลาดใจของคนรอบข้าง เขาหันไปมองซือคงจิ้งแล้วเอ่ยว่า "ซือคงจิ้งแม้จะมีฐานะเป็นนักโทษ แต่การให้ความร่วมมือในการกวาดล้างกลุ่มโจรป่าอสูรร้ายในครั้งนี้ถือว่ามีความดีความชอบ ขอมอบรางวัลให้เป็นเหรียญทองยี่สิบเหรียญ"
พูดจบเขาก็หันไปส่งสายตาให้ลูกน้อง ทหารนายหนึ่งรีบนำเหรียญทองมามอบให้ซือคงจิ้งทันที
และภายใต้สายตาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงของทุกคน ซือคงจิ้งก็รับเงินมาแล้วกล่าวเรียบๆ "ขอบคุณท่านแม่ทัพโฉว"
ทุกคนในลานยังคงอยู่ในอาการตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
ผ่านไปพักใหญ่ หัวหน้ามือปราบหานถึงได้สติกลับมา ตะโกนลั่น "โฉวเหย่ นี่เจ้ากำลังเล่นตลกอะไรอยู่ คนผู้นี้ฝ่าฝืนกฎหนีออกนอกเมืองชัดๆ ข้าได้รับรายงานมา"
ซูเสวี่ยเฟิงก็เพิ่งจะรู้สึกตัว ก้าวออกมากล่าว "ท่านแม่ทัพโฉว ท่านคงไม่ได้เข้าใจอะไรผิดไปกระมัง"
เรื่องบ้าบออะไรกัน ซือคงจิ้งที่เป็นแค่นักโทษ จะไปสร้างความดีความชอบอะไรได้
[จบแล้ว]