- หน้าแรก
- ราชันย์หมื่นอสูร
- บทที่ 29 อสูรคลั่งกระหายเลือด
บทที่ 29 อสูรคลั่งกระหายเลือด
บทที่ 29 อสูรคลั่งกระหายเลือด
บทที่ 29 อสูรคลั่งกระหายเลือด
ในสายตาของลั่วหนิงและสาวใช้ของนางก็คือ...
ซือคงจิ้งซัดหมัดออกไป ใบหน้าของชายเคราดกก็ยุบลงไป โลหิตสาดกระเซ็น ล้มลงขาดใจตายทันที!
บรรยากาศในเวลานี้เงียบสงัด ผู้คนรอบด้านชะงักฝีเท้า ทุกคนล้วนตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
"ลูกพี่ ลูกพี่อสูรร้าย!"
จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องราวกับจะฉีกกระชากแผ่นฟ้า ลูกพี่ของพวกมันตายแล้ว ถูกเด็กรับใช้ของลั่วหนิงจัดการด้วยหมัดเพียงสองหมัด
แต่ละคนมองซือคงจิ้งด้วยความไม่อยากจะเชื่อและไม่อาจยอมรับได้
พวกมันคือกลุ่มโจรป่าที่ออกอาละวาดอยู่รอบเมืองอวิ๋นเหย่ ลูกพี่ของพวกมันมีฉายาว่าอสูรร้าย ชื่อเสียงความโหดเหี้ยมเลื่องลือไปทั่ว คืนนี้ได้รับการว่าจ้างจากคุณหนูใหญ่เหลยซวงแห่งหอการค้าเหลยอิ๋งให้มาสังหารคน เดิมทีคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่จัดการได้ง่ายดาย
ทว่าบัดนี้ ลูกพี่อสูรร้ายกลับถูกขอบเขตเบิกสว่างขั้นเจ็ดตัวเล็กๆ สังหารข้ามขั้นพลังอย่างโหดเหี้ยม
นี่ต้องเป็นฝันร้ายแน่ๆ!
"ฆ่ามัน แก้แค้นให้ลูกพี่อสูรร้าย!"
เสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่งดังขึ้น ความโกรธเกรี้ยวพวยพุ่งอยู่รอบด้าน กลุ่มโจรป่าพากันพุ่งเข้าใส่ซือคงจิ้ง
ส่วนลมปราณภายในร่างของซือคงจิ้งก็หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง เสียงโห่ร้องฆ่าฟันรอบด้านราวกับดึงเขากลับคืนสู่สนามรบ ราวกับย้อนกลับไปในวันที่เขาบุกฝ่าดงศัตรูเพียงลำพัง โลหิตในกายพลันเดือดพล่านขึ้นมา
ทว่าโลหิตนี้มิใช่เพียงโลหิตธรรมดา บัดนี้มันได้กลายเป็นโลหิตหมื่นอสูรที่บ้าคลั่งและดุร้ายอย่างถึงที่สุด
"หากลูกพี่ของพวกเจ้าคืออสูรร้าย เช่นนั้นข้าก็คงเป็นอสูรคลั่ง!"
ความรู้สึกกระหายเลือดผุดขึ้นมา ทะลวงเข้าสู่สติสัมปชัญญะของซือคงจิ้ง สิ้นเสียงของเขา... โฮก!
เสียงคำรามต่ำต้อยราวกับอสูรคลั่งดังออกมาจากปากของซือคงจิ้ง
ก้าวออกไปหนึ่งก้าว ฆ่า!
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ...
หยาดโลหิตสาดกระเซ็นผ่านสายตาของเขา ชีวิตแล้วชีวิตเล่าถูกเขาเก็บเกี่ยวราวกับเด็ดใบหญ้า
อดีตแม่ทัพไร้พ่ายเคยเผชิญหน้ากับกองทัพนับล้านของแคว้นศัตรูเพียงลำพังมาแล้ว บัดนี้โจรป่าสองร้อยคนในสายตาเขาก็ไม่ต่างอะไรกับหุ่นกระดาษ
ต่อให้ในหมู่พวกมันจะมีขอบเขตเร้นลับอยู่ด้วยแล้วอย่างไร โลหิตอสูรที่เดือดพล่านพร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่ง
ลมปราณของเคล็ดวิชาสังหารจักรพรรดิทลายคุกสวรรค์ พลุ่งพล่านอยู่ภายในจุดตันเถียนที่มีรูปลักษณ์คล้ายหัวสัตว์ประหลาด จุดตันเถียนสัตว์ประหลาดราวกับอ้าปากกว้าง พ่นลมปราณออกมาอย่างบ้าคลั่งให้ไหลเวียนไปทั่วร่างของซือคงจิ้ง
โลหิตดุจเปลวเพลิง ลมปราณดุจน้ำมัน... ราวกับราดน้ำมันลงบนกองไฟ!
เบื้องหลังซือคงจิ้ง ลั่วหนิงตกตะลึงจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
สิ่งที่นางเห็นคือบุรุษผู้มาตามซื้อปิ่นหยกเฟ่ยสือคืนผู้นี้ พุ่งทะยานเข้าไปในดงผู้คน ไม่มีผู้ใดเป็นคู่มือของเขาได้เลย ผู้ใดที่สัมผัสถูกตัวเขาย่อมต้องตกตาย
"มันไม่ใช่คน หนี เร็วเข้า รีบหนี!"
พวกโจรป่าถูกฆ่าจนขวัญหนีดีฝ่อ ไม่รู้ว่าผู้ใดตะโกนขึ้นมา แต่ละคนต่างพากันวิ่งหนีเอาตัวรอด
ทว่าซือคงจิ้งกลับเลียริมฝีปาก เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "พวกเจ้า หนีไม่รอดหรอก"
พุ่งทะยานออกจากห้องของลั่วหนิง ซือคงจิ้งตามสังหารอย่างดุดัน
ด้านนอกประตูเหลือเพียงเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งและเสียงร้องขอชีวิต เพียงไม่กี่อึดใจ เสียงเหล่านั้นก็เงียบลง
ซือคงจิ้งร่อนลงสู่พื้น เบื้องล่างเท้าของเขาเต็มไปด้วยซากศพ ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว
ในเวลานี้ สายตาของซือคงจิ้งจับจ้องไปที่เหลยซวงแห่งหอการค้าเหลยอิ๋ง ดวงตาทั้งสองข้างเปล่งประกายสีแดงฉาน... พริบตาต่อมา เขาก็สะดุ้งเฮือก ดูเหมือนว่าเมื่อครู่นี้เขาจะกระหายเลือดมากเกินไปเสียแล้ว
ดูท่าโลหิตหมื่นอสูรและเคล็ดวิชาสังหารจักรพรรดิทลายคุกสวรรค์จะไม่ธรรมดาเลยจริงๆ มันส่งผลกระทบต่ออารมณ์ได้ง่ายมาก
หลับตาลง ลอบปรับอารมณ์ให้สงบลงอย่างเงียบๆ เมื่อซือคงจิ้งลืมตาขึ้นมองเหลยซวงอีกครั้ง แววตาของเขาก็กลับมาใสกระจ่างดังเดิม
ทว่าในสายตาของเหลยซวง ซือคงจิ้งก็ยังคงเป็นจอมมารนักฆ่าผู้แสนน่ากลัวเมื่อครู่นี้ นางทรุดฮวบลงกับพื้น กรีดร้องด้วยความหวาดกลัว "เจ้าอย่าเข้ามานะ มิเช่นนั้นหอการค้าเหลยอิ๋งของข้าจะฆ่าล้างโคตรเจ้า"
นางหวาดกลัวจนสติหลุดไปแล้ว ความเย่อหยิ่งจองหองเมื่อครู่นี้หายไปจนหมดสิ้น
ในใจเหลือเพียงเสียงกรีดร้องตะโกน นังแพศยาลั่วหนิงไปหาเด็กรับใช้สัตว์ประหลาดนี่มาจากที่ใดกัน
"ฆ่าล้างโคตรข้าหรือ"
ในดวงตาที่ใสกระจ่างของซือคงจิ้ง ค่อยๆ ปรากฏประกายสีเลือดขึ้นมาอีกครั้ง
เขาพุ่งตัวเข้าไป คว้าคอของเหลยซวงแล้วยกลอยขึ้นกลางอากาศ "ข้าเกลียดที่สุดเวลาที่มีคนเอาครอบครัวของข้ามาข่มขู่"
แม้จะเพิ่งใช้ชีวิตร่วมกันเพียงไม่กี่วัน แต่ซูเยว่ซีรวมถึงพ่อตาแม่ยาย ก็ได้กลายเป็นสิ่งที่มิอาจล่วงละเมิดได้ในใจของเขาไปแล้ว
มังกรมีเกล็ดต้อน เกล็ดย้อนถูกสัมผัสย่อมต้องมีคนตาย!
"เดี๋ยวก่อน อย่าฆ่านาง!"
ในจังหวะที่ซือคงจิ้งกำลังจะบีบคอเหลยซวงให้ตายคามือ เสียงของลั่วหนิงก็ดังขึ้น
ซือคงจิ้งชะงักมือ เอ่ยถามด้วยความสงสัย "นางต้องการจะฆ่าท่าน แต่ท่านกลับไม่ให้ฆ่านางหรือ"
สูดลมหายใจเข้าลึก ลั่วหนิงอธิบายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "หอการค้าเหลยอิ๋งแข็งแกร่งกว่าห้างหยกลั่วสุ่ยของข้าอยู่มาก เหลยซวงยิ่งเป็นบุตรีที่นายท่านหอการค้าเหลยอิ๋งรักใคร่โปรดปรานที่สุด"
"หากนางมาตายที่นี่ ห้างหยกลั่วสุ่ยของเราคงต้องเผชิญกับการกวาดล้างอันน่าสะพรึงกลัวเป็นแน่"
ลั่วหนิงย่อมอยากสังหารเหลยซวงใจจะขาด แต่นางต้องคำนึงถึงผลที่ตามมาด้วย
ในเวลาเดียวกัน เหลยซวงที่กำลังดิ้นรนอยู่ในกำมือของซือคงจิ้ง เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นก็พลันมีกำลังใจขึ้นมา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น "ไอ้เด็กรับใช้ หากเจ้าฆ่าข้า ห้างหยกลั่วสุ่ยก็จะถูกทำลายล้างไปด้วย เจ้าเชื่อหรือไม่"
อากาศราวกับหยุดนิ่ง มุมปากของซือคงจิ้งยกขึ้นเป็นรอยยิ้มประหลาด เอ่ยเสียงดุดัน "ห้างหยกลั่วสุ่ย จะเกี่ยวบ้าอะไรกับข้า"
กร๊อบ...
ซือคงจิ้งบิดคอของเหลยซวงหักคาที่ นางเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ จากนั้นก็ขาดใจตายไปในทันที
"เจ้า เจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร"
ลั่วหนิงเบิกตากว้าง ชี้หน้าซือคงจิ้ง เขาถึงกับสังหารเหลยซวงไปจริงๆ
ทว่าซือคงจิ้งรู้เพียงว่าหากปล่อยให้เหลยซวงรอดชีวิตกลับไปและสืบสาวมาถึงตัวเขาได้ มันก็จะนำความเดือดร้อนมาสู่ครอบครัวของซูเยว่ซี
ดังนั้นก็ฆ่าทิ้งเสียให้สิ้นเรื่อง!
เขาโยนศพของเหลยซวงทิ้งลงบนพื้นอย่างลวกๆ ซือคงจิ้งจ้องมองลั่วหนิงเขม็ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นลอยๆ "ชีวิตของท่านข้าคุ้มครองไว้ให้แล้ว การซื้อขายปิ่นหยกเฟ่ยสือถือว่าเสร็จสิ้น ลาก่อน"
สิ้นเสียง ร่างของซือคงจิ้งก็พริบตาหายไปจากสถานีพักม้า
ด้านนอกห้อง เหลือเพียงลั่วหนิงที่ยืนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
เวลานี้สาวใช้ของนางก็วิ่งตัวสั่นงันงกออกมา "คุณหนูใหญ่ คนผู้นี้เป็นใครกันเจ้าคะ ช่างน่ากลัวเหลือเกิน"
ลั่วหนิงได้ยินเช่นนั้นก็พึมพำกับตัวเอง "ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกัน"
ตั้งแต่ต้นจนจบ นางยังไม่รู้เลยว่าบุรุษผู้นี้มีนามว่ากระไร และมีฐานะอันใด
รู้เพียงว่าเขาเดินทางมาตามหาปิ่นหยกเฟ่ยสือคืนเพื่อภรรยาของเขา รู้เพียงว่าเขามีพลังแค่ขอบเขตเบิกสว่างแต่กลับสังหารผู้คนเป็นผักปลา น่าสะพรึงกลัวจนหาที่เปรียบมิได้
"คุณหนูใหญ่ บัดนี้เหลยซวงตายแล้ว หอการค้าเหลยอิ๋งต้องประกาศสงครามกับเราแน่ จะทำอย่างไรดีเจ้าคะ"
สาวใช้หวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ ทันใดนั้นแววตาของนางก็เย็นเยียบลง เอ่ยเสียงเย็น "หรือว่าพวกเราจะรีบกลับเมืองอวิ๋นเหย่ไปสืบดูว่าบุรุษผู้นั้นมีฐานะอะไร มาจากที่ใด แล้วโยนความผิดทั้งหมดไปให้เขาดีหรือไม่เจ้าคะ"
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะช่วยห้างหยกลั่วสุ่ยให้รอดพ้นจากหายนะได้
ลั่วหนิงชะงักไป ภาพตอนที่ซือคงจิ้งสังหารคนเมื่อครู่แวบเข้ามาในหัว นางเอ่ยอย่างเด็ดขาด "ไม่ได้ มีแต่ตายเท่านั้น!"
พอคิดถึงท่าทางกระหายเลือดของซือคงจิ้ง ลั่วหนิงก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
ตอนที่สาวใช้เสนอแผนการนี้ นางก็รู้สึกชาไปทั้งตัว ราวกับถูกสัตว์ร้ายจ้องมองอยู่
"คนผู้นี้ผูกมิตรไว้ได้เท่านั้น ห้ามคิดแผนการชั่วร้ายเด็ดขาด" นี่คือความคิดที่บริสุทธิ์ที่สุดในใจของลั่วหนิง
ปัง!
ทันใดนั้น ประตูใหญ่ของสถานีพักม้าก็ถูกถีบจนเปิดออก
บุรุษวัยกลางคนในชุดแม่ทัพของเมืองอวิ๋นเหย่ก้าวฉับๆ เข้ามา ด้านหลังของเขายังมีทหารรักษาเมืองอวิ๋นเหย่ติดตามมาอีกจำนวนมาก
บุรุษวัยกลางคนคลี่ภาพวาดออก เสียงทุ้มหนักดังกังวาน "พวกเจ้าเคยเห็นบุรุษในภาพวาดนี้หรือไม่ เขาคือนักโทษที่ถูกเนรเทศมายังเมืองอวิ๋นเหย่ บัดนี้ได้หลบหนีออกจากเมืองมาแล้ว"
[จบแล้ว]