เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - แม่ยายผู้ดุดัน

บทที่ 11 - แม่ยายผู้ดุดัน

บทที่ 11 - แม่ยายผู้ดุดัน


บทที่ 11 - แม่ยายผู้ดุดัน

ในสายตาของคนปกติ ขอบเขตเบิกสว่างขั้นสี่กระจอกๆ ไม่มีทางเอาชนะได้เลย ต่อให้เป็นแค่ปลายนิ้วเดียวของซูเจิ้งเทาก็ไม่อาจสู้ได้ แต่ในเวลานั้นซือคงจิ้งกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขายืนหยัดปกป้องอยู่เบื้องหน้าซูเยว่ซี

ในวินาทีนั้น ซูเจิ้งหลงก็ยอมรับในตัวลูกเขยคนนี้ไปแล้ว ไม่ว่าเขาจะเป็นนักโทษหรือไม่ก็ตาม

แต่เขาก็ยังอยากได้ยินจากปากของซือคงจิ้งอยู่ดี ว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้เขากล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนั้น

ซือคงจิ้งไม่ลังเล เอ่ยตอบตามความเป็นจริง "ท่านพ่อตา ต่อให้ข้ามีพลังแค่ขอบเขตเบิกสว่างขั้นสี่ ก็ยังไม่แน่หรอกว่าใครจะเป็นฝ่ายตาย"

ชั่วพริบตานั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของซูเจิ้งหลงก็แข็งค้าง คิ้วขมวดมุ่น ประโยคนี้ของซือคงจิ้งมันโอหังเกินไปแล้ว

ความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อลูกเขยคนนี้ดิ่งลงเหวทันที!

สิ่งที่เขาอยากได้ยินคือคำประกาศกร้าวจากซือคงจิ้งว่า ต่อให้ตายก็ไม่กลัวเพื่อปกป้องเยว่ซีต่างหาก ไม่ใช่คำพูดโอ้อวดราวกับเป็นเรื่องล้อเล่นแบบนี้

ซูเยว่ซีเองก็ไม่เชื่อเช่นกัน นางหันไปดุซือคงจิ้ง "ท่านใจร้อนเกินไปแล้ว จริงๆ ควรจะฟังคำข้าแล้วซ่อนตัวให้ดีๆ สิ!"

นางยังคงมีท่าทีตัดพ้อ หากเมื่อครู่ท่านพ่อไม่ปรากฏตัว ผลลัพธ์คงเลวร้ายจนไม่อาจจินตนาการได้

"ข้าไม่ชิน กับการหลบอยู่หลังผู้หญิง" ซือคงจิ้งคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบกลับไป

ซูเยว่ซีชะงักไป นางรู้สึกไม่ชอบใจกับประโยคนี้ของซือคงจิ้งนัก จึงตอบเสียงเบา "แต่ข้าคือภรรยาของท่าน การยืนอยู่ข้างหน้าเพื่อปกป้องท่านก็เป็นหน้าที่ของข้าเช่นกัน สถานการณ์ของท่านกับข้ามันไม่เหมือนกันนะ"

นางยังคงย้ำคำเดิม นางคือสายเลือดตระกูลซู

ในทางกลับกัน ซือคงจิ้งคือลูกเขยที่เป็นนักโทษเนรเทศ คนทั้งตระกูลซูต่างก็อยากจะให้เขารีบๆ ตายไปเสียให้พ้น

ซือคงจิ้งฟังแล้วซาบซึ้งใจยิ่งนัก เขาอยากจะอธิบายอะไรบางอย่าง แต่พออ้าปากก็กลับพูดไม่ออก สุดท้ายจึงเหลือเพียงประโยคเดียว "ข้าไม่อยากให้ภรรยาของข้าต้องทนทุกข์ทรมาน ต่อให้แม้แต่นิดเดียวก็ไม่ได้"

น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย แต่ซูเยว่ซีกลับยกมือขึ้นปิดปาก หัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรง

ใบหน้าที่ซีดเซียวของซูเจิ้งหลงกลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง นี่แหละคือสิ่งที่เขาอยากได้ยิน

หางตาของเขาชื้นแว่นขึ้นมาเล็กน้อย นับตั้งแต่สิบปีก่อนที่ลูกสาวต้องกลายเป็นคนอัปลักษณ์ ก็ไม่เคยมีใครดีต่อนางถึงเพียงนี้มาก่อน

วินาทีต่อมา ซือคงจิ้งก็กล่าวเสริม "ดังนั้นรออีกหน่อย ข้าจะทำให้พวกที่เคยหยามเกียรติเจ้า ต้องชดใช้ด้วยราคาที่แสนสาหัส"

ในแววตาของเขาปรากฏภาพของซูเจิ้งเทาและซูอวิ๋นวาบผ่าน

รอให้ระดับพลังของเขาเลื่อนขั้นขึ้นไปอีกสักนิด การที่พวกมันข่มเหงซูเยว่ซีในวันนี้ เขาจะเอาคืนเป็นร้อยเท่าพันทวีอย่างแน่นอน!

รอยยิ้มของซูเจิ้งหลงหุบลงอีกครั้ง มุมปากกระตุกยิกๆ...

ลูกเขยคนนี้ดีก็จริงอยู่หรอก แต่เสียตรงที่เป็นพวกเถรตรง หุนหันพลันแล่นและไม่คิดถึงผลที่ตามมา

ช่างเถอะๆ ลูกสาวหน้าตาแบบนี้ มีผู้ชายยอมมอบความจริงใจให้ก็นับว่าดีถมไปแล้ว ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ดูโลกไปได้อีกนานเท่าไหร่ คิดหาทางปกป้องประคับประคองพวกเขาสองคนให้เติบโตแข็งแกร่งขึ้นก็น่าจะพอแล้ว

ซูเยว่ซีเองก็หมดคำจะพูด แต่ลึกๆ แล้วนางกลับรู้สึกหอมหวานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

จากนั้น ซือคงจิ้งก็ตามสองพ่อลูกเดินลัดเลาะเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลซู จนกระทั่งมาถึงบ้านของพวกเขา

ภาพที่เห็นคือลานเรือนที่ค่อนข้างทรุดโทรม สภาพแวดล้อมโดยรอบก็ย่ำแย่ ไม่เหมือนสถานที่ที่เจ้านายในบ้านควรจะอยู่เลย

ต้องรู้ก่อนนะว่า ซูเจิ้งหลงคือลูกชายคนโตของผู้นำตระกูลซู

เมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของซือคงจิ้ง ซูเยว่ซีก็รีบอธิบาย "ที่นี่คือบ้านเก่าของตระกูลซูสมัยที่ยังไม่รุ่งเรือง บริเวณรอบๆ ก็เป็นที่พักของพวกบ่าวไพร่ในตระกูลซู มันอาจจะสกปรกไปสักหน่อย ท่านอย่ารังเกียจเลยนะ"

ซือคงจิ้งย่อมไม่รังเกียจอยู่แล้ว สำหรับเขาในตอนนี้จะอยู่ที่ไหนก็ไม่สำคัญ เขาเพียงแค่แปลกใจเท่านั้น

สถานการณ์ครอบครัวของซูเยว่ซีในคฤหาสน์ตระกูลซู ช่างยากลำบากเหลือเกิน!

"นายท่าน..."

ทันใดนั้นก็มีสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากประตูเรือน นางร้องเสียงหลงวิ่งเข้ามาหาซูเจิ้งหลง "ท่านแอบหนีออกมาเงียบๆ ไม่ให้ข้ารู้ได้อย่างไร ท่านไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ"

ซือคงจิ้งมองไปที่สตรีวัยกลางคนผู้นั้น หากเดาไม่ผิด นางก็คงจะเป็นแม่ยายของเขานั่นเอง

นางแต่งตัวเรียบง่าย บนใบหน้ามีริ้วรอยอยู่ไม่น้อย แต่จากโครงหน้าและดวงตาก็ยังพอมองออกว่าสมัยสาวๆ นางต้องเป็นสาวงามมากแน่ๆ ตอนนี้ที่หางตาของนางมีหยาดน้ำตาเกาะอยู่ เห็นได้ชัดว่านางร้อนใจที่จู่ๆ ซูเจิ้งหลงก็หายตัวไป!

"ท่านแม่..."

ซูเจิ้งหลงยังไม่ทันได้อ้าปาก ซูเยว่ซีก็ชิงทักทายก่อน

ยังไม่ทันขาดคำ สีหน้าของเหมยเสี่ยวฟางก็เปลี่ยนไปกะทันหัน เพิ่งจะสังเกตเห็นการมีอยู่ของซูเยว่ซี นางตวาดเสียงแข็ง "นังตัวอัปลักษณ์สร้างความอับอาย แกกลับมาทำไม แกไม่ได้อยู่ที่ฟาร์มหมูหรอกหรือ"

ในชั่วพริบตา สีหน้าของซือคงจิ้งก็มืดครึ้มลง คนอื่นหยามเกียรติซูเยว่ซีก็ช่างปะไร แต่แม้กระทั่งแม่แท้ๆ ของนางก็ยังเป็นไปด้วยหรือ

ก่อนที่ซูเยว่ซีจะทันได้อ้าปาก เหมยเสี่ยวฟางก็หันไปมองซูเจิ้งหลงแล้วร้องโวยวาย "ข้ารู้แล้ว แกเป็นคนให้พ่อแกไปรับแกกลับมาสินะ แกทำตัวน่าอายก็ช่างเถอะ แต่แกรู้ไหมว่าสภาพร่างกายของพ่อแกตอนนี้เป็นอย่างไร"

"เพื่อที่จะได้ออกไปจากฟาร์มหมู แกถึงกับยอมฆ่าพ่อแกเลยหรือ" พูดถึงตรงนี้ เหมยเสี่ยวฟางก็ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ ชี้นิ้วด่าทอไปที่หน้าซูเยว่ซี "ข้าเกิดนังตัวซวยอย่างแกมาได้อย่างไรกัน"

ซูเยว่ซีถูกด่าสาดเสียเทเสียจนหน้าชา กำลังจะอ้าปากอธิบาย...

ทว่าซูเจิ้งหลงก็ชิงพูดขึ้นก่อน "เสี่ยวฟาง เรื่องมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นนะ..."

"หุบปากเลย ท่านสัญญากับข้าแล้วไม่ใช่หรือว่าจะเชื่อฟังข้าทุกอย่าง แล้วทำไมท่านยังแอบออกไปอีกล่ะ" เหมยเสี่ยวฟางตัดบทเสียงแข็ง ก่อนจะตะโกนเรียกบ่าวไพร่ "เด็กๆ รีบมาพานายท่านเข้าไปพักผ่อนในห้องเร็วเข้า"

พูดจบ นางก็แย่งตัวซูเจิ้งหลงมาจากมือซูเยว่ซี แล้วพยุงซูเจิ้งหลงเข้าไปด้านในพร้อมกับบ่าวไพร่ที่เพิ่งเดินออกมา

ซูเยว่ซีก้มหน้าต่ำ หันไปมองซือคงจิ้งที่กำลังยืนอึ้ง นางเอ่ยว่า "ท่านแม่ก็เป็นแบบนี้แหละ นางแค่เป็นห่วงสุขภาพของท่านพ่อ เดี๋ยวนางก็คงต้องมาด่าข้าอีก ท่านอย่าเถียงนางได้หรือไม่"

ซือคงจิ้งนิ่งเงียบไม่ตอบรับ เมื่อเห็นสายตาอ้อนวอนของซูเยว่ซี ท้ายที่สุดเขาก็กล่าวว่า "ข้า จะพยายาม"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 11 - แม่ยายผู้ดุดัน

คัดลอกลิงก์แล้ว