- หน้าแรก
- ราชันย์หมื่นอสูร
- บทที่ 4 - เคล็ดวิชาทลายคุกสวรรค์
บทที่ 4 - เคล็ดวิชาทลายคุกสวรรค์
บทที่ 4 - เคล็ดวิชาทลายคุกสวรรค์
บทที่ 4 - เคล็ดวิชาทลายคุกสวรรค์
ความงุนงงและสงสัยของซือคงจิ้ง แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเย็นชาในท้ายที่สุด
เมื่อนึกถึงความแค้นเลือดตากับเหยียนเทียนโม่และเหยียนหรูอวี้ นึกถึงบุญคุณที่ซูเยว่ซีคอยปกป้องดูแล...
ซือคงจิ้งก็ไม่สนอะไรอีกแล้ว
จะเป็นเจ้าหมื่นอสูรแล้วอย่างไร จะต้องกลายร่างเป็นสัตว์อสูรแล้วอย่างไร ในเมื่อเรื่องมันดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว มีแต่ต้องพุ่งชนให้แหลกไปข้าง!
เขามองดูสัตว์อสูรที่ลอยอยู่เต็มฟ้าและเอ่ยปากออกมา "แม้ข้าจะเป็นมนุษย์ แต่ตอนนี้ข้าคือเจ้าหมื่นอสูร ข้ายินดีจะช่วยเหลือพวกเจ้าทุกคน"
สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งฟ้าดินพลันเงียบสงัด หมื่นอสูรไร้สรรพเสียง!
ผ่านไปครู่ใหญ่ มังกรทองที่ปรากฏตัวเป็นตัวแรกก็พ่นลมหายใจออกมา "แค่มนุษย์ตัวจ้อยริอ่านจะมาช่วยพวกเรา ช่างไร้เดียงสาและน่าขันนัก ลองดูซิว่าเจ้าจะสามารถฝึกฝน 'เคล็ดวิชาสังหารจักรพรรดิทลายคุกสวรรค์' ที่พวกเราร่วมกันคิดค้นขึ้นมาได้หรือไม่ แล้วค่อยมาคุยกัน"
เมื่อพูดจบ บทแห่งตัวอักษรสีทองก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางหมู่เมฆ ซับซ้อนและลึกล้ำอย่างหาเปรียบไม่ได้
จากนั้น ตัวอักษรแต่ละตัวก็ลอยขึ้น สลักลึกลงไปในความทรงจำของซือคงจิ้ง ยากที่จะลบเลือน
ร่างกายของซือคงจิ้งสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
เพียงแค่อ่าน 'เคล็ดวิชาสังหารจักรพรรดิทลายคุกสวรรค์' ในครั้งแรก เขาก็สัมผัสได้ถึงความปั่นป่วนในจุดตันเถียน พลังลมปราณอันดุร้ายคลุ้มคลั่งกำลังจะพุ่งทะลักออกมา
เขามั่นใจเลยว่า นี่คือสุดยอดวิชาที่ทรงพลังอย่างถึงขีดสุด
"หากเจ้าบรรลุ 'เคล็ดวิชาสังหารจักรพรรดิทลายคุกสวรรค์' ขั้นสูงสุดได้ พวกเราถึงจะยอมรับเจ้าเป็นนาย" มังกรทองพ่นลมหายใจมังกรออกมา น้ำเสียงของมันลึกล้ำและดุดัน
หมื่นอสูรที่ถูกโซ่ล่ามไว้ต่างจ้องมองซือคงจิ้งเขม็ง แววตามีทั้งการเย้ยหยัน ความไม่พอใจ และมีความหวังแฝงอยู่ลึกๆ
ซือคงจิ้งสูดลมหายใจเข้าลึก เอ่ยขึ้นว่า "ข้ามีคำถามข้อหนึ่ง"
"ไอ้มนุษย์ ก่อนที่พวกข้าจะยอมรับเจ้า พวกข้าจะไม่ตอบคำถามใดๆ เกี่ยวกับคุกสวรรค์หมื่นอสูรทั้งสิ้น ไสหัวไปซะ" มังกรทองตวาดลั่น ท่าทีของมันดุร้ายและแข็งกร้าวมาก
แต่ซือคงจิ้งก็ยังคงถามต่อไป "คำถามของข้าคือ พิษของแมงมุมสีเลือด มีวิธีถอนพิษหรือไม่"
พิษแมงมุมสีเลือดสกัดมาจากสัตว์อสูรแมงมุมสีเลือด และในบรรดาสัตว์อสูรในคุกสวรรค์แห่งนี้ ก็มีแมงมุมรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวตัวหนึ่งอยู่ด้วย ไม่รู้ว่ามันชื่ออะไร ซือคงจิ้งจึงลองถามออกไป
สัตว์อสูรยักษ์ทั้งหมดเงียบกริบไปอีกครั้ง สายตาของพวกมันดูแปลกประหลาดพิลึก
คนปกติเวลาเจอเรื่องแบบนี้ ไม่ใช่ว่าควรจะถามหรอกหรือว่าทำไมพวกมันถึงถูกขังอยู่ที่นี่ หรือคุกสวรรค์หมื่นอสูรคือสถานที่แบบไหนกันแน่?
แต่ไอ้มนุษย์คนนี้กลับถามคำถามที่ไร้สาระแบบนี้ออกมาได้
ช่างลดทอนความน่าเกรงขามของพวกมันเสียจริง
ตอนนั้นเอง แมงมุมยักษ์หน้าตาน่ากลัวตัวนั้นก็ส่งเสียงแหลมปรี๊ดของสตรีตอบกลับมา "แมงมุมสีเลือดเป็นแค่สัตว์อสูรชั้นต่ำ ในเมื่อเจ้าดูดซับโลหิตหมื่นอสูรเข้าไปแล้ว ขอแค่ฝึกฝนให้ถึงขอบเขตเบิกสว่างขั้นเก้า เจ้าก็สามารถใช้เลือดของตัวเองถอนพิษได้เลย"
มังกรทองพยักหน้า สนับสนุนว่า "พิษของสัตว์อสูรทุกชนิด ทำอะไรเจ้าหมื่นอสูรไม่ได้หรอก"
ใบหน้าของซือคงจิ้งปรากฏรอยยิ้มยินดี เขาประสานมือคารวะ "ขอบคุณมาก ลาก่อน"
มองดูซือคงจิ้งที่หายตัวไป เหล่าสัตว์อสูรในคุกสวรรค์ต่างหันไปถามมังกรทอง "ทำไมถึงมอบ 'เคล็ดวิชาสังหารจักรพรรดิทลายคุกสวรรค์' ให้มันล่ะ"
วิชานี้เป็นวิชาที่พวกมันร่วมมือกันคิดค้นขึ้นมา ใช้เวลาถึงหนึ่งแสนปีเต็ม เตรียมไว้สำหรับเจ้าหมื่นอสูรที่แท้จริง
ชื่อเต็มๆ ของมันควรจะเรียกว่า เคล็ดวิชาสังหารจักรพรรดิสวรรค์ ทลายคุก!
ทว่ามนุษย์คนนี้อาจจะเป็นแผนร้ายของห้ามหาจักรพรรดิสวรรค์ก็ได้ การมอบวิชาให้มันในตอนนี้ดูจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่
เหล่าอสูรต่างไม่เข้าใจ
มังกรทองมีสายตาลึกล้ำ ตอบกลับไปว่า "หากมันเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา ฝึกวิชานี้ไปมีแต่ตายสถานเดียว... แต่หากมันบรรลุขั้นสูงสุดได้ มันย่อมเกิดจิตใจแห่งสัตว์อสูรขึ้นมา เมื่อนั้นมันย่อมไม่ยอมก้มหัวให้ห้ามหาจักรพรรดิสวรรค์ และจะได้กลายเป็นนายของพวกเราอย่างแท้จริง"
หมื่นอสูรได้ฟังดังนั้นก็นิ่งอึ้ง ก่อนจะค่อยๆ เร้นกายจมหายลงไปในผืนดิน
ทางด้านนี้ สติของซือคงจิ้งกลับคืนสู่กระท่อมหญ้าคา
"เคล็ดวิชาสังหารจักรพรรดิทลายคุกสวรรค์ ขอแค่ถึงขอบเขตเบิกสว่างขั้นเก้าก็จะใช้เลือดของข้าถอนพิษแมงมุมสีเลือดได้ งั้นก็เริ่มฝึกซะเลย!"
ในราชวงศ์ต้าซาง ระดับของนักสู้แบ่งออกเป็น ขอบเขตเบิกสว่าง ขอบเขตเร้นลับ ขอบเขตมนุษย์ ขอบเขตปฐพี ขอบเขตสวรรค์... แต่ละขอบเขตแบ่งย่อยออกเป็นเก้าขั้น
ทั้งห้าขอบเขตนี้เรียกว่า ห้าขอบเขตเบื้องต้น จากนั้นยังมีอีก ห้าขอบเขตเหนือมนุษย์!
ก่อนที่ซือคงจิ้งจะถูกเหยียนเทียนโม่ทำลายวรยุทธ์ เขาไปถึงจุดสูงสุดของขอบเขตเหนือมนุษย์ขั้นที่ห้าแล้ว ขอเพียงก้าวข้ามขีดจำกัดไปได้อีกนิดเดียว เขาก็จะทะลวงผ่านขอบเขตเหนือมนุษย์ เข้าสู่ระดับที่สูงและแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก
แม้ตอนนี้เขาจะได้รับการช่วยเหลือจากโลหิตหมื่นอสูรจนสร้างจุดตันเถียนขึ้นมาใหม่ได้ แต่เขาก็ต้องเริ่มฝึกฝนใหม่ตั้งแต่ต้น
แต่แค่ขอบเขตเบิกสว่างกระจอกๆ สำหรับซือคงจิ้งแล้ว มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย
ปัญหาเดียวก็คือ เขาจะสามารถปรับตัวเข้ากับ 'เคล็ดวิชาสังหารจักรพรรดิทลายคุกสวรรค์' ได้หรือไม่ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ซือคงจิ้งต้องกลับไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเขาให้ได้ บุกทะลวงราชธานีต้าซาง และเด็ดหัวเหยียนเทียนโม่กับเหยียนหรูอวี้มาให้จงได้
ในอดีต ข้าเคยซื่อสัตย์ภักดี ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อต้าซาง มาบัดนี้ ข้ายินดีจะเป็นอสูรร้าย เพื่อล้างความอัปยศนี้ให้สิ้นซาก!
ซือคงจิ้งนั่งขัดสมาธิ เริ่มศึกษาเคล็ดวิชาอย่างละเอียด
ยิ่งทำความเข้าใจลึกซึ้งมากเท่าไหร่ ซือคงจิ้งก็ยิ่งรู้สึกว่าอดีตที่ผ่านมาเขาเป็นเหมือนกบในกะลา วิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของต้าซางที่เขาเคยฝึกฝนมา เมื่อเทียบกับ 'เคล็ดวิชาสังหารจักรพรรดิทลายคุกสวรรค์' แล้ว มันก็เป็นแค่เศษเหล็กไร้ค่าดีๆ นี่เอง
"แต่นี่มันเป็นวิชาที่สร้างขึ้นมาสำหรับสัตว์อสูรชัดๆ ไม่รู้ว่าเมื่อมนุษย์อย่างข้าฝึกแล้ว จะเกิดผลลัพธ์อะไรขึ้นบ้างนะ"
ซือคงจิ้งพูดจบก็ยิ้มออกมาชิลๆ ด้วยสภาพร่างกายของเขาในตอนนี้ จะมัวมาคิดเล็กคิดน้อยไปทำไมอีก
เขาเข้าสู่สภาวะการฝึกฝน ทันทีที่พลังลมปราณในร่างเริ่มโคจร จุดตันเถียนรูปร่างคล้ายหัวสัตว์ประหลาดก็เริ่มสั่นสะเทือน พลังลมปราณสายหนึ่งไหลเวียนไปทั่วร่างทันที ซือคงจิ้งลืมตาขึ้น "ขอบเขตเบิกสว่างขั้นหนึ่งแล้ว"
หลับตา ฝึกต่อ!
ครึ่งก้านธูปต่อมา ซือคงจิ้งก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง "ขอบเขตเบิกสว่างขั้นสองแล้ว"
หลับตาอีกครั้ง...
วินาทีต่อมา เสียงตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยวก็ดังมาจากนอกกระท่อม "ซูเยว่ซี แกช่างกล้าหาญชาญชัยนักนะ ถึงกับกล้าฟันแขนขาทาสผู้ซื่อสัตย์ของข้า แกอยากตายนักใช่ไหม"
ซือคงจิ้งลืมตาขึ้นอีกครั้ง ลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าเย็นชา ก้าวอาดๆ ออกไปนอกกระท่อม
[จบแล้ว]