เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21: การร่วมมือและแนวคิด

บทที่ 21: การร่วมมือและแนวคิด

บทที่ 21: การร่วมมือและแนวคิด


บทที่ 21: การร่วมมือและแนวคิด

กว่าสองสัปดาห์ต่อมา ณ สนามฝึกซ้อมแถบชานเมืองแห่งเดิมและกลุ่มคนหน้าเดิม

เมื่อมองไปที่ใบหน้าอันเคร่งขรึมของนายพลเอเวอรัลด์ ลุค พลันรู้สึกถึงความคุ้นเคยอย่างประหลาด โดยเฉพาะหลังจากทราบข่าวเรื่องใบสั่งซื้อขนาดใหญ่ที่อาจจะบรรลุข้อตกลงกันได้ในวันนี้ ใบหน้าของเอเวอรัลด์ก็ดูจะเปี่ยมไปด้วยความเมตตามากขึ้นเป็นพิเศษ

"ได้ยินมาว่าเธอสร้างของดีขึ้นมาใหม่อีกแล้วรึ?" นายพลเอเวอรัลด์ก้าวไปข้างหน้าพร้อมจับมือกับลุค ใบหน้าที่เคยเย็นชาผ่อนคลายลงเล็กน้อยประดุจสายลมฤดูใบไม้ผลิที่พัดพาหยาดฝนมาให้ แม้ว่าลุคจะดูอายุน้อยและครอบครัวก็ไม่ได้มีเส้นสายสำคัญในกองทัพมากนัก แต่ด้วยความฉลาด ความสามารถในการผลิตยุทโธปกรณ์ที่กองทัพกำลังต้องการอย่างเร่งด่วน และความรู้จักสัมมาคารวะหลังจากได้รับใบสั่งซื้อ ทั้งหมดนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาได้รับความเอ็นดู

"คือสิ่งนี้ครับ" ลุคชี้ไปที่เฮลิคอปเตอร์ขนส่งขนาดหนักทรงอนาคตที่จอดอยู่ด้านหลัง มันมีความยาว 31 เมตร สูง 9 เมตร และมีสีเงินวาววับไปทั้งลำ

"ดูภายนอกก็ปกติดีนี่ เธอส่งรายละเอียดมาว่าขีดความสามารถในการบรรทุกของมันทรงพลังมากงั้นรึ?" นายพลเอเวอรัลด์ปรายตาไปมองเครื่องจักรยักษ์ด้านหลังลุค

"มันสามารถยกน้ำหนักได้ถึง 120 ตันในสภาวะบรรทุกเต็มพิกัดครับ" ลุคเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่กลับสร้างความตกตะลึงให้กับผู้ฟัง

ทันทีที่เอเวอรัลด์ได้ยินคำนั้น สีหน้าเมินเฉยของเขาก็เปลี่ยนไปทันควัน เขาอดไม่ได้ที่จะหันไปมองเฮลิคอปเตอร์ลำนั้นอีกครั้ง พลางชี้มือไปที่มันแล้วถามด้วยความประหลาดใจ "120 ตันเลยรึ?"

"ท่านส่งคนไปทดสอบด้วยตัวเองได้เลยครับ" ลุคก้าวถอยฉากออกมา เจ้าหน้าที่ที่ติดตามเอเวอรัลด์มาซึ่งรอจังหวะอยู่แล้วรีบพุ่งตัวไปข้างหน้าทันที ภายใต้การแนะนำของพนักงานจากไฮโบลอนอินดัสทรี พวกเขาเริ่มทำความคุ้นเคยและเข้าควบคุมเครื่องบินขนส่งขนาดหนักเป็นการชั่วคราว บางคนรีบต่อโทรศัพท์อย่างลนลานเพื่อจัดเตรียมอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักเพียงพอสำหรับการทดสอบ

"เธอทำได้ยังไง?" เอเวอรัลด์มองใบหน้าที่ยังดูอ่อนวัยของลุคด้วยสายตาชื่นชมและเร่าร้อน

"เราปรับปรุงระบบกำลังเครื่องยนต์ครับ นอกจากนี้ไฮโบลอนอินดัสทรียังได้ทดสอบวัสดุโลหะผสมชนิดใหม่หลายชนิดที่เบากว่า แข็งแกร่งกว่า ป้องกันได้ดีกว่า และมีความเหนียวที่ยอดเยี่ยมกว่า" ไอน่า แซนดร้า เอ่ยแทรกขึ้นด้วยใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความภูมิใจ "พูดตรงๆ นะคะ ถ้าเราปล่อยวัสดุเหล่านี้ออกสู่ตลาด มันจะกลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับวิสาหกิจทางทหารที่มีความแม่นยำสูงทันทีค่ะ"

"ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือราคามันสูงมากค่ะ" ไอน่าสรุปปิดท้ายด้วยน้ำเสียงเสียดายเล็กน้อย

นายพลเอเวอรัลด์นิ่งคิดตามคำพูดของเธอ เขาพอจะเข้าใจความหมายที่ไอน่าสื่อ ก่อนจะมีการซื้อขายครั้งแรก เขาได้สืบประวัติของไฮโบลอนอินดัสทรี รวมถึงข้อมูลของลุคและคนอื่นๆ มาแล้ว แม้พ่อแม่ของลุคจะไม่มีอิทธิพลในกองทัพ แต่พวกเขาก็สนิทสนมกับกลุ่มคนร่ำรวยและวุฒิสมาชิกหลายคน ถือว่ามีเส้นสายไม่ธรรมดา

ส่วนพ่อแม่ของไอน่าเองก็เป็นส่วนผสมระหว่างวุฒิสมาชิกและนักธุรกิจผู้มั่งคั่งที่มีกิจการครอบครัวของตัวเอง และทั้งสองครอบครัวก็มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ข้อมูลที่เขาได้รับระบุว่าผู้หญิงคนนี้คือบุคคลสำคัญที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการก่อตั้งไฮโบลอนอินดัสทรีในช่วงแรก ทั้งลงแรงและลงเงินมหาศาล ความสามารถในการบริหารที่ยอดเยี่ยมของเธอยังถูกพิสูจน์ให้เห็นตลอดหลายปีที่ผ่านมาว่าเธอไม่ใช่แค่สาวสวยประดับออฟฟิศธรรมดาๆ

ที่เขานึกถึงเรื่องเหล่านี้เพราะในสถานการณ์ที่ลุคอาจจะพูดลำบาก ผู้หญิงคนนี้มีความมั่นใจ ความสามารถ และสถานะที่เพียงพอจะพูดแทนเขาได้

"ถ้ามันเป็นวัสดุที่ดีจริง มันย่อมคุ้มค่าที่จะส่งเสริม ข้าจะใช้เส้นสายที่มีช่วยพวกเธอเอง" นายพลเอเวอรัลด์พยักหน้า นี่ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา และหากวัสดุใหม่นั้นดีจริงอย่างที่ไอน่าว่า ต่อให้ไม่มีเขาช่วย เมื่อมันเข้าสู่ตลาดก็ย่อมเป็นที่ต้องการอยู่ดี

ลุคมองดูเฮลิคอปเตอร์ที่เขาตั้งชื่อว่า ไฮโบลอน 01 ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและมุ่งหน้าไปยังสนามทดสอบด้วยหัวใจที่สงบ เครื่องบินขนส่งขนาดหนักจากจักรวาลแปซิฟิกริมนั้นมีกำลังยกอย่างน้อย 300 ตัน และสิ่งที่เขาเอาออกมาในตอนนี้ย่อมไม่ใช่เวอร์ชันที่ดีที่สุด ในฐานะผู้จัดการบริษัทที่ชาญฉลาด หลังจากไอน่าได้เรียนรู้เทคโนโลยีของลุค สิ่งแรกที่เธอทำคือการสั่ง "ตัดตอน" เทคโนโลยีนั้นจนเหลือเพียงเวอร์ชันที่ด้อยประสิทธิภาพลง

เธอบอกกับเขาว่า ในเมื่อเวอร์ชันที่ถูกตัดทอนความสามารถนี้ก็เพียงพอที่จะครองตลาดได้อย่างเบ็ดเสร็จแล้ว ทำไมต้องรีบหงายไพ่ตายออกมาตั้งแต่ตอนแรกด้วยล่ะ? การพัฒนาบริษัทน่ะมันยากนะ นอกจากต้องจ้างคนเพิ่มแล้ว ทั้งเธอและเขายังต้องใช้เงินสร้างนั่นสร้างนี่อีกมหาศาล ดังนั้นเพื่อเลี่ยงปัญหาทางการเงินในอนาคต ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของเราต้องรีดกำไรออกมาให้ได้มากที่สุด!

ตอนที่เธอพูดประโยคเหล่านั้น ใบหน้าของไอน่าเปล่งประกายและรัศมีที่แผ่ออกมาทำให้ลุครู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที ยิ่งไปกว่านั้นเขายังรู้สึกว่าสิ่งที่ไอน่าพูดนั้นถูกต้องที่สุด เขาจึงยินดีสร้างเวอร์ชันลดสเปกออกมาหลายรุ่น แม้กระทั่งการปรับเปลี่ยนระบบกำลังเครื่องยนต์ ซึ่งจะทำให้ลุคไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ไปอีกอย่างน้อยสามชั่วอายุคน

มันก็เหมือนการบีบยาสีฟันไม่ใช่รึไง?

มันคือการสะสมเทคโนโลยีไว้ในมือไม่ใช่รึไง?

และเมื่อประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งไล่ตามมาทัน เขาก็แค่ทำการอัปเกรดเวอร์ชันใหม่ได้อย่างง่ายดาย จนคู่แข่งต้องก่นด่าในความไร้มนุษยธรรมของเขา

ถ้ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการอัปเกรดระบบของเขา ลุคย่อมยืนกรานที่จะเป็นคนตัดสินใจขั้นเด็ดขาด แต่เทคโนโลยีเครื่องบินขนส่งขนาดหนักไม่ใช่สิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากนักและไม่เกี่ยวข้องกับการเลื่อนระดับของเขา เขาจึงปล่อยให้เธอจัดการได้ตามใจชอบ

"ข้าได้ยินมาว่าทีมรักษาความปลอดภัยของเธอมีปัญหาอย่างนั้นรึ?" นายพลเอเวอรัลด์มองลุคด้วยรอยยิ้ม "อยากให้ข้าแนะนำใครให้บ้างไหม? พวกเขาเป็นชายหนุ่มฝีมือดีที่กำลังจะปลดเกษียณ การให้ไปเป็นบอดี้การ์ดน่ะถือว่าเกินความสามารถพวกเขาด้วยซ้ำ"

"ขอบคุณครับ" ลุคไม่ปฏิเสธความปรารถนาดีนี้ แม้เขาจะไม่มีทักษะการอ่านใจคนหรือความฉลาดทางอารมณ์ที่สูงลิ่วแบบไอน่า แต่เขาก็เข้าใจว่าคำพูดของเอเวอรัลด์ในตอนนี้ไม่ได้เป็นการดูถูก แต่เป็นการแสดงไมตรีเพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

"ขอเป็นทหารที่มีความสามารถแต่ต้องถูกบังคับให้ปลดประจำการเพราะความพิการได้ไหมครับ?" คำขอของลุคทำเอาเอเวอรัลด์ถึงกับตกตะลึง

"แน่นอน ในแต่ละปีมีทหารแบบนั้นมากมาย หลายคนเคยเป็นชายหนุ่มที่ยอดเยี่ยมที่สุดตอนที่ร่างกายยังครบ 32" เอเวอรัลด์เอ่ยด้วยความสงสัย

"ไฮโบลอนอินดัสทรีเพิ่งมีเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยให้คนสามารถควบคุมอวัยวะจักรกลได้ราวกับเป็นแขนขาของตัวเองครับ เราแค่ยังขาดผู้ทดสอบ สิ่งที่ผมรับประกันได้คือเทคโนโลยีนี้มีความเสถียรมากและไม่มีความเสี่ยงร้ายแรง ถ้ามีทหารคนไหนอยากกลับมาใช้ชีวิตปกติและต้องการงานทำ ท่านช่วยอธิบายให้พวกเขาฟังและแนะนำให้ผมรู้จักด้วยนะครับ" ลุคเอ่ยอย่างมีเลศนัย

อย่างไรเสีย ตอนนี้เขาก็ต้องการระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูง ทั้งพ่อแม่ของเขา ไอน่า และผู้บริหารบริษัท ต่างต้องการคนมาดูแลความปลอดภัยส่วนบุคคล

ส่วนเรื่องความเชื่อใจ และวิธีเลี่ยงการทรยศหักหลังซ้ำรอยวอลเลซ สิ่งที่ลุคคิดได้คือการมอบแขนขาจักรกลให้กับทหารผู้พิการเพื่อเป็นหลักประกันชีวิต เสริมด้วยระบบคัดกรองบุคลิกภาพ แม้สิ่งนี้จะรับประกันไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไม่มีคนคิดร้ายปนเข้ามา แต่ในยามวิกฤติ แขนขาจักรกลและอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ติดตั้งไว้จะกลายเป็นไพ่ตายที่ชี้ขาดชัยชนะได้อย่างแน่นอน

จบบทที่ บทที่ 21: การร่วมมือและแนวคิด

คัดลอกลิงก์แล้ว