- หน้าแรก
- ระบบวันสิ้นโลกติดบั๊ก ทำข้ากลายเป็นเทพทรูในโลกเซียน
- บทที่ 46 - หอคอยแห่งความสิ้นหวัง
บทที่ 46 - หอคอยแห่งความสิ้นหวัง
บทที่ 46 - หอคอยแห่งความสิ้นหวัง
บทที่ 46 - หอคอยแห่งความสิ้นหวัง
จางหยวนใช้เวลาช่วงนี้ไปกับการเร่งอัปเลเวลอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อมียาโอสถและหญ้าวิญญาณต่างๆ ที่ประมูลมาได้ ความเร็วในการฝึกปรือก็พุ่งปรี๊ดเร็วกว่าเดิมหลายเท่า
แถมยังมีโอสถนิพพานเก้าวัฏจักร จึงไม่ต้องกังวลเรื่องรากฐานไม่มั่นคงอีกต่อไป
แม้แต่รากฐานที่เคยดูอ่อนแอของเย่ว์ซูอิ่ง ก็ถูกโอสถนิพพานเก้าวัฏจักรช่วยหลอมจนแน่นปึก
ในขณะที่จางหยวนกำลังวุ่นอยู่กับการกลืนกินยาโอสถ จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังรัวๆ ขึ้นข้างหู
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ เพื่อนร่วมทีมของท่านสังหารซอมบี้ระดับอีลีทจำนวนมาก ได้รับคะแนนรางวัล!]
จางหยวนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ถึงกับไม่ต้องลงมือเอง แค่พวกชิงมู่จื่อไปถล่มล้างบางสำนักอื่น ก็ทำให้เขาได้แต้มรางวัลด้วยเหรอเนี่ย!
ระบบนี้มันช่างมีมนุษยธรรมซะจริงๆ
ตอนแรกจางหยวนกะจะอู้งานสักหน่อย นึกว่าจะไม่ได้แต้มซะแล้ว
เขาเหลือบมองยอดคะแนนคงเหลือ แล้วก็นึกครึ้มอกครึ้มใจกดสุ่มกาชาร้อยครั้งรวด
[ขอแสดงความยินดี โฮสต์สุ่มได้ไอเทมระดับสีม่วง ยาปรับแต่งพันธุกรรม หนึ่งหลอด!]
[ขอแสดงความยินดี โฮสต์สุ่มได้ไอเทมระดับสีฟ้า อาหารกระป๋องเหยื่อล่อสิ่งมีชีวิต สามารถดึงดูดซอมบี้สัตว์ในรัศมีร้อยลี้ให้มารวมตัวกันได้!]
[ขอแสดงความยินดี โฮสต์สุ่มได้ไอเทมระดับสีแดง หอคอยแห่งความสิ้นหวัง!]
...
"ออกของแดงเว้ย!"
จางหยวนตาสว่างขึ้นมาทันที
เขารีบเปิดดูข้อมูลรายละเอียดของไอเทมระดับสีแดงชิ้นนี้
[หอคอยแห่งความสิ้นหวัง สามารถจำลองการต่อสู้กับมอนสเตอร์กลายพันธุ์ชนิดต่างๆ เพื่อเสริมสร้างทักษะการต่อสู้ของตนเองได้! ในแต่ละชั้นจะปรากฏมอนสเตอร์ที่มีระดับพลังเท่ากับผู้ท้าชิง ยิ่งเข้าใกล้จุดสูงสุดของหอคอย จำนวนและพลังรบของมอนสเตอร์ก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น!]
[ทุกครั้งที่ผ่านด่านในแต่ละชั้น จะได้รับรางวัลแบบสุ่ม! ซึ่งรวมไปถึงค่าประสบการณ์ ระดับความแข็งแกร่งของร่างกาย ความชำนาญในทักษะการต่อสู้ และอื่นๆ อีกมากมาย!]
[หมายเหตุพิเศษ หอคอยแห่งนี้มีชื่อว่าความสิ้นหวัง มันจะทำให้ผู้ท้าชิงทุกคนได้ลิ้มรสความรู้สึกของการตกอยู่ในห้วงแห่งความสิ้นหวังอย่างแท้จริง โปรดพิจารณาให้ดีก่อนเข้าร่วมการท้าทาย! หากสามารถพิชิตจุดสูงสุดได้สำเร็จ นั่นหมายความว่าท่านได้ครอบครองพลังรบที่ไร้เทียมทานในระดับพลังเดียวกันแล้ว!]
หลังจากอ่านจบ จางหยวนก็หมดความสนใจไปดื้อๆ
"แค่นี้เองเหรอ ข้ามันไร้เทียมทานในรุ่นเดียวกันมาตั้งนานแล้วโว้ย!"
เขามีพลังไอเทมโกงสารพัด พิมพ์สูตรติดชิลๆ ก็ไล่สับยอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณได้สบายๆ
ไอ้เรื่องทักษะการต่อสู้อะไรพวกนี้ มันไม่ค่อยมีประโยชน์กับเขาสักเท่าไหร่หรอก
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจ "เอาไปตั้งไว้ในสำนักกระบี่จันทรา ให้พวกลูกศิษย์กับผู้อาวุโสเข้าไปขัดเกลาฝีมือก็แล้วกัน!"
คิดได้ดังนั้นก็ลงมือทำทันที
ร่างของจางหยวนกะพริบวูบมาลอยอยู่กลางอากาศ
เขากวาดสายตามองหาพื้นที่ว่าง แล้วกดวางหอคอยแห่งความสิ้นหวังลงไป
แผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
หอคอยยักษ์ที่สูงตระหง่านเสียดฟ้า ปรากฏขึ้นใจกลางสำนักกระบี่จันทรา
บรรดาศิษย์และผู้อาวุโสต่างก็สะดุ้งตกใจกับภาพที่เห็น
หอคอยยักษ์ที่สูงเป็นหมื่นๆ จั้ง นึกจะโผล่มาก็โผล่มาดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ
แต่พอพวกเขาเห็นเงาร่างของจางหยวน ทุกคนก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติขึ้นมาทันที
หากเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับท่านรองเจ้าสำนักผู้นี้ ต่อให้มีอะไรแปลกประหลาดกว่านี้ก็คงไม่น่าแปลกใจหรอก
หลังจากจัดวางหอคอยแห่งความสิ้นหวังเสร็จ จางหยวนก็หันไปประกาศกับทุกคน
"หอคอยแห่งนี้มีชื่อว่า หอคอยแห่งความสิ้นหวัง มันสามารถใช้จำลองการต่อสู้ได้ การตายในหอคอยจะไม่ส่งผลถึงชีวิตจริง แต่มันจะทำให้พวกเจ้าได้สัมผัสกับความสิ้นหวังแบบสุดขั้ว ซึ่งจะเป็นเครื่องพิสูจน์พลังรบของพวกเจ้า!"
"ตั้งแต่นี้ต่อไป ในแต่ละเดือน ใครที่ทำอันดับชั้นทะลุเป้าหมายได้สูงสุด จะได้รับทรัพยากรบำเพ็ญเพียรเพิ่มเป็นสองเท่า!"
บรรดาศิษย์และผู้อาวุโสไม่ได้ฟังประโยคอื่นเข้าหูเลย พวกเขาได้ยินแค่คำว่าทรัพยากรบำเพ็ญเพียรเพิ่มเป็นสองเท่าเท่านั้น
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนเลือดลมสูบฉีดด้วยความตื่นเต้น
ก็แค่หอคอยไม่ใช่เหรอ แถมตายไปก็ไม่ตายจริงด้วย มันจะไปมีความสิ้นหวังอะไรนักหนา
ทันใดนั้นก็มีลูกศิษย์ก้าวออกมาขอเป็นผู้ท้าชิงกลุ่มแรก
จางหยวนจึงเปิดสิทธิ์ให้พวกเขาเข้าไปในหอคอย
ผู้ท้าชิงกลุ่มแรกจำนวนนับร้อยคน พุ่งตัวเข้าไปในหอคอยอย่างพร้อมเพรียง
"ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!"
เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ
ลูกศิษย์ที่เพิ่งจะวิ่งเข้าไป ก็มีเกือบสามสิบคนที่ถูกเทเลพอร์ตเด้งออกมา
เรื่องนี้ทำให้คนอื่นๆ รู้สึกงุนงงเป็นอย่างมาก
"เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงรีบออกมาเร็วนักล่ะ"
"ข้างในมันมีอะไรกันแน่"
พวกเขาพากันเข้าไปซักถามคนที่ถูกเด้งออกมา
ลูกศิษย์ที่เพิ่งถูกเตะโด่งออกมา ยังคงมีสีหน้าหวาดผวาไม่หาย
"มอนสเตอร์! ข้างในมีแต่มอนสเตอร์! แต่ละตัวรูปร่างหน้าตาวิปริตพิลึกพิลั่นทั้งนั้นเลย!"
หลังจากได้ฟังคำบอกเล่า คนอื่นๆ ถึงได้รู้ว่าข้างในมันมีตัวอะไรซ่อนอยู่
ภายในหอคอยแห่งความสิ้นหวัง เต็มไปด้วยสัตว์กลายพันธุ์
หน้าตาของพวกมันอัปลักษณ์ขั้นสุด
มีทั้งแมลงเกาะหน้า สัตว์ประหลาดหน้าดอกเบญจมาศ มอนสเตอร์ลิ้นยาวเฟื้อยอย่างลิกเกอร์ ยักษ์กลายพันธุ์ที่หัวมีแต่น้ำหนองไหลเยิ้ม และอื่นๆ อีกมากมาย
พวกคนขวัญอ่อนแค่ได้เห็นรูปร่างหน้าตาของพวกมัน ก็ขวัญหนีดีฝ่อจนขาสั่นแล้ว
ภายใต้กลไกของหอคอยแห่งความสิ้นหวัง มอนสเตอร์เหล่านี้จะมีระดับพลังเท่ากับผู้ท้าชิง
พอโผล่เข้าไปปุ๊บ พวกมันก็จะแห่กันเข้ามาล้อมกรอบ แล้วเปิดฉากโจมตีอย่างบ้าคลั่งทันที
ไอ้เรื่องพวกนี้จริงๆ มันก็ไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่หรอก
ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ระบบสัมผัสข้างในนั้นมันสมจริงเกินไปต่างหาก
ลูกศิษย์หลายคนหลังจากถูกมอนสเตอร์กระโจนเข้าใส่ ก็ต้องทนดูตัวเองถูกฉีกทึ้งแยกชิ้นส่วน และถูกกัดกินทั้งเป็น
ความเจ็บปวดและสัมผัสทุกอย่าง ถูกจำลองออกมาให้เหมือนโลกแห่งความเป็นจริงแบบร้อยเปอร์เซ็นต์
พวกเขาได้สัมผัสกับความรู้สึกตอนตายอย่างลึกซึ้งถึงแก่นวิญญาณ
ผ่านไปไม่นานนัก
คนอีกหลายสิบคนก็ถูกเทเลพอร์ตเด้งออกมา
เหนือหอคอยแห่งความสิ้นหวังมีหน้าจอแสงปรากฏขึ้น เพื่อแสดงอันดับชั้นที่พวกเขาทำได้
คนเป็นร้อยคน กลับไม่มีใครผ่านไปถึงชั้นที่สองได้เลยสักคน!
"นี่มันยากเกินไปแล้ว! แค่ชั้นแรกก็มีมอนสเตอร์ระดับเดียวกันตั้งหลายสิบตัวแล้ว ถ้าขึ้นไปชั้นสูงกว่านี้ มันจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าไหร่เนี่ย!"
"แล้วแบบนี้ใครมันจะไปพิชิตยอดหอคอยได้วะ มิน่าล่ะถึงได้ชื่อว่าหอคอยแห่งความสิ้นหวัง! แม่งโคตรสิ้นหวังเลย! มองไม่เห็นหนทางจะเคลียร์ได้แม้แต่นิดเดียว!"
เมื่อเห็นพวกเขาเล่าซะน่ากลัวขนาดนั้น
คนอื่นๆ ก็เลยอยากลองดีเข้าไปท้าทายดูบ้าง
ผลสรุปก็ออกมาเหมือนกับกลุ่มแรก ไม่มีผิดเพี้ยน เข้าไปแป๊บเดียวก็โดนมอนสเตอร์รุมทึ้งจนตาย แล้วก็เด้งออกมา
"เชี่ยเอ๊ย! นี่มันใช่ด่านที่คนปกติเขาเล่นกันเหรอวะ!"
"แค่มอนสเตอร์ระดับเดียวกันห้าตัว ข้าก็สู้ไม่ไหวแล้ว นับประสาอะไรกับมาเป็นฝูงเป็นสิบๆ ตัว!"
ความวุ่นวายโกลาหลขนาดนี้ ย่อมไปดึงดูดความสนใจของพวกลั่วชิงอีและเฟิ่งจิ่วหวงเข้าจนได้
"ท่านอาจารย์ตัวแสบคนนี้ งัดของเล่นอะไรใหม่ๆ ออกมาอีกแล้วล่ะเนี่ย"
เฟิ่งจิ่วหวงพินิจพิเคราะห์หอคอยแห่งความสิ้นหวังอย่างละเอียด แล้วความรู้สึกตกตะลึงในใจก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
ในโลกเซียนเองก็มีด่านท้าทายปีนหอคอยอะไรทำนองนี้เหมือนกัน
แต่หอคอยยักษ์พวกนั้น ล้วนเป็นสิ่งที่ยอดฝีมือระดับจักรพรรดิเซียนทิ้งเอาไว้ทั้งนั้น
นางนึกไม่ถึงเลยว่า จะได้มาเห็นอะไรคล้ายๆ กันในโลกเบื้องล่างแบบนี้
เรื่องนี้ยิ่งทำให้นางเคลือบแคลงสงสัยในภูมิหลังของจางหยวนหนักขึ้นไปอีก
จางหยวนหันไปมองพวกนาง แล้วส่งยิ้มให้ "พวกเจ้าสองคนก็ลองเข้าไปเล่นดูสิ!"
ลั่วชิงอีและเฟิ่งจิ่วหวงสบตากัน ก่อนจะพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในหอคอย
บรรดาศิษย์และผู้อาวุโสคนอื่นๆ ต่างก็ใจจดใจจ่อรอดูผลลัพธ์อย่างตั้งใจ
ทั้งสองคนนี้คือศิษย์สายตรงของจางหยวนเชียวนะ คงไม่หน้าแตกผ่านชั้นแรกไม่ได้หรอกมั้ง
ในระหว่างที่ทุกคนกำลังซุบซิบวิจารณ์กันอยู่นั้น
จู่ๆ หอคอยก็เปล่งแสงสีทองสว่างวาบ
ชื่อของเฟิ่งจิ่วหวง ปรากฏขึ้นในชั้นที่สองแล้ว!
ทุกคนถึงกับช็อก
"นางผ่านเร็วขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ใช้เวลาแค่สิบกว่าอึดใจ ก็ฆ่ามอนสเตอร์ระดับเดียวกันได้ตั้งหลายสิบตัวเลยเนี่ยนะ"
"นี่มันเกินเบอร์ไปไหม นั่นมันมอนสเตอร์ระดับเดียวกันแถมยังดุร้ายสุดๆ เลยนะ!"
"สมแล้วที่เป็นศิษย์เอกของท่านเจ้าสำนักจาง!"
จางหยวนกลับไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร
ก็เฟิ่งจิ่วหวงเป็นถึงจักรพรรดิเซียนกลับชาติมาเกิดเชียวนะ
ถ้ามาแพ้ให้มอนสเตอร์กากๆ ขั้นรวบรวมลมปราณ นี่สิถึงจะเรียกว่าผิดปกติ
จางหยวนรู้สึกตั้งตารอคอย ว่านางจะสามารถปีนไปได้ถึงชั้นที่เท่าไหร่
"วิ้ง!"
แสงสีทองจากหอคอยสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง
ตามหลังเฟิ่งจิ่วหวงมาติดๆ ชื่อของลั่วชิงอีก็ขยับขึ้นไปอยู่ที่ชั้นที่สองเช่นกัน
หลายวันมานี้ นางเอาแต่หมกมุ่นฝึกฝนเคล็ดวิชาธาตุน้ำแข็งที่ท่านผู้อาวุโสวิญญาณศาสตรามอบให้อย่างหนัก
พลังรบของนางพุ่งพรวดขึ้นอย่างก้าวกระโดด
การรับมือกับมอนสเตอร์ระดับเดียวกันหลายสิบตัว จึงเป็นเรื่องหมูๆ สำหรับนาง
[จบแล้ว]