- หน้าแรก
- ระบบวันสิ้นโลกติดบั๊ก ทำข้ากลายเป็นเทพทรูในโลกเซียน
- บทที่ 45 - สำนักกระบี่จันทราผงาดชื่อ
บทที่ 45 - สำนักกระบี่จันทราผงาดชื่อ
บทที่ 45 - สำนักกระบี่จันทราผงาดชื่อ
บทที่ 45 - สำนักกระบี่จันทราผงาดชื่อ
"ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!"
หมัดของยักษ์สะท้านฟ้า ซัดกระหน่ำลงบนม่านพลังของค่ายกลอย่างบ้าคลั่ง
แรงกระแทกอันมหาศาลกระจายตัวออกไป ก่อให้เกิดพายุทำลายล้างที่กวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างให้พินาศ
ค่ายกลทั้งวงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับจะพังทลายลงมาในวินาทีถัดไป
เจ้าสำนักเพลิงครามตะโกนสุดเสียง "ทุกคนทนเอาไว้ให้ได้!"
ยอดฝีมือทุกคนโดนแรงสะท้อนกลับจนกระอักเลือดออกมาที่มุมปาก
เมื่อเห็นว่าค่ายกลเริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้น
เหล่ายอดฝีมือต่างก็กัดฟันกรอด ตัดสินใจเผาผลาญหยดเลือดแก่นแท้เพื่อรีดเร้นพลัง
ทุกคนต่างรู้ดี
ถ้าไม่ยอมแลกด้วยชีวิตตอนนี้ พวกเขาได้กลายเป็นผีไร้ศพแน่ๆ
ภายใต้การถ่ายเทพลังงานจากเหล่ายอดฝีมือ แม้ค่ายกลจะร่อแร่เต็มที แต่สุดท้ายมันก็ยังยืนหยัดต้านทานเอาไว้ได้
ระดับความเก่งกาจของยันต์สะท้านฟ้า ถือว่าด้อยกว่ายันต์กระบี่พิฆาตวิญญาณอยู่หลายขุม
ในขณะที่สำนักเพลิงครามเป็นถึงขุมกำลังระดับแปลงวิญญาณชั้นแนวหน้า ความแข็งแกร่งของค่ายกลพิทักษ์สำนักย่อมต้องสูงกว่าสำนักทั่วๆ ไปอยู่แล้ว
ทุกคนในสำนักเพลิงคราม ต่างก็แสดงสีหน้าโล่งอกราวกับเพิ่งรอดตายหวุดหวิด
แต่ชิงมู่จื่อกลับเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ "อึดใช้ได้นี่หว่า! พี่น้อง งัดของออกมาเพิ่มอีก!"
ยันต์สะท้านฟ้าปึกแล้วปึกเล่า ถูกงัดออกมาจากแหวนมิติอีกครั้ง
เมื่อคนของสำนักเพลิงครามเห็นภาพนั้น ดวงตาของพวกเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงและสิ้นหวังสุดขีด
การโจมตีที่พวกเขาต้องทุ่มเทสุดกำลังถึงจะรอดมาได้ กลับเป็นเพียงแค่ออเดิร์ฟเรียกน้ำย่อยในสายตาของอีกฝ่ายเท่านั้น!
"สวรรค์จะลงทัณฑ์สำนักเพลิงครามของข้าแล้วรึ!"
ครั้งนี้พวกชิงมู่จื่อแต่ละคน งัดยันต์สะท้านฟ้าออกมาคนละหลายร้อยแผ่น
สิบสองคนรวมกัน ก็ปาเข้าไปหลายพันแผ่นแล้ว!
เมื่อยักษ์สะท้านฟ้าขนาดมหึมาหลายพันจั้งจำนวนนับพันตน ยืนตระหง่านอยู่บนท้องฟ้า
แรงกดดันอันมหาศาลนั้น ทำเอาสายลับของสำนักนภาเวิ้งว้างที่แอบซุ่มดูอยู่ ถึงกับขนหัวลุกซู่เลยทีเดียว!
"สำนักกระบี่จันทรานี่ มันคือขุมกำลังระดับมหาอำนาจสุดสยองเบอร์ไหนกันวะเนี่ย!"
เสียงลมจากหมัดแหวกอากาศดังกระหึ่ม
ยักษ์สะท้านฟ้าทุกตนเงื้อหมัดขึ้นสูง แล้วชกกระหน่ำลงมาเต็มแรง
ค่ายกลพิทักษ์สำนักแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ทันที
คนของสำนักเพลิงครามทุกคนโดนพลังสะท้อนกลับอย่างรุนแรง พากันกระอักเลือดคำโตแล้วร่วงหล่นลงพื้นราวกับใบไม้ร่วง
"ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!"
หมัดของยักษ์สะท้านฟ้ากระแทกซ้ำลงบนพื้นดิน
พื้นดินยุบตัวลงเป็นหลุมยักษ์นับไม่ถ้วน รอยแยกแตกแขนงออกไปราวกับใยแมงมุม
พลังทำลายล้างอันป่าเถื่อน ก่อให้เกิดพายุทรายและเศษหินปลิวว่อนไปทั่ว
แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนทำเอาพื้นดินในรัศมีหลายพันลี้รอบๆ เกิดแผ่นดินไหวเบาๆ
คนของสำนักเพลิงครามนับไม่ถ้วน ถูกหมัดยักษ์บดขยี้จนกลายเป็นเศษเนื้อ
ส่วนคนที่โชคดีหน่อย แค่โดนลมพายุจากหมัดเฉี่ยวๆ ก็ยังกระดูกหักเส้นเอ็นฉีกขาดไปตามๆ กัน
เจ้าสำนักเพลิงครามเบิกตาโพลงด้วยความโกรธแค้น เมื่อเห็นสำนักของตนพังพินาศย่อยยับลงในพริบตา
"สำนักกระบี่จันทรา ข้าจะขอเป็นศัตรูกับพวกเจ้าไปจนวันตาย!"
ปรมาจารย์ตะวันลับแสยะยิ้มเยาะเย้ย "แกคิดว่าแกจะมีโอกาสนั้นรึไง"
"ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!"
ยันต์กระบี่พิฆาตวิญญาณถูกปาออกไปรัวๆ
เงากระบี่นับพันพุ่งเข้าล็อกเป้าผู้รอดชีวิตทุกคนอย่างแม่นยำ
เจ้าสำนักเพลิงครามรู้สึกเหมือนโดนสาดน้ำเย็นจัดเข้าใส่หน้า ความโกรธเกรี้ยวทั้งหมดมลายหายไป กลายเป็นความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ
เขาใช้ชีวิตมาค่อนชีวิต ยังไม่เคยเห็นใครเอายันต์มาไล่ปาหัวคนเป็นว่าเล่นแบบนี้มาก่อนเลย!
"ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!"
เงากระบี่นับพันเริงระบำอยู่กลางอากาศ พุ่งเข้าถล่มคนของสำนักเพลิงครามอย่างบ้าคลั่ง
"ฉั๊วะ! ฉั๊วะ! ฉั๊วะ! ฉั๊วะ!"
ผู้รอดชีวิตของสำนักเพลิงครามทุกคน ถูกยันต์กระบี่พิฆาตวิญญาณสับวิญญาณจนดับสูญไปจนหมดเกลี้ยง
สายลับของสำนักนภาเวิ้งว้างที่แอบดูอยู่ ต่างก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
สำนักเพลิงครามคือคู่ปรับที่ห้ำหั่นกับพวกเขามาร่วมหลายร้อยปีเลยนะ
ใครจะไปคิดว่าเพียงชั่วข้ามคืน จะโดนยอดฝีมือขั้นวิญญาณก่อกำเนิดแค่สองคนกับขั้นแก่นทองคำอีกฝูงนึง ล้างบางจนสิ้นซากแบบนี้!
ถ้าเปลี่ยนเป็นสำนักนภาเวิ้งว้างของพวกเขา โดนบุกมาแบบนี้ ก็คงมีจุดจบไม่ต่างกันแน่ๆ!
พวกชิงมู่จื่อปายันต์ซ้ำลงไปอีกชุด เพื่อเมกชัวร์ว่าทุกคนตายสนิทไม่มีใครแกล้งตาย
เมื่อชัวร์แล้ว ทั้งสิบสองคนถึงได้ร่อนลงสู่พื้นดิน เริ่มปฏิบัติการค้นตัวศพหาของมีค่า และแยกย้ายกันไปสแกนหาที่ตั้งคลังสมบัติของสำนักเพลิงคราม
ภายใต้การค้นหาแบบปูพรมพลิกแผ่นดิน ของมีค่าทุกชิ้นในสำนักเพลิงคราม ล้วนถูกพวกเขาขุดคุ้ยขึ้นมาจนหมดเกลี้ยง
แม้กระทั่งศิลาทดสอบพรสวรรค์บางก้อน พวกเขาก็งัดเอามาด้วย
"อันนี้ดูหรูหรากว่าของสำนักเราแฮะ ต้องเอากลับไป!"
นอกจากนี้ สำนักเพลิงครามยังมีของวิเศษประจำสำนัก เป็นเปลวไฟสีครามที่มีชื่อว่า เพลิงหลิวหลีชำระวิญญาณ
เมื่อมันดูดซับพลังปราณเข้าไป มันสามารถแยกร่างเปลวไฟสายย่อยออกมาได้
ซึ่งเปลวไฟย่อยเหล่านี้ สามารถนำมาใช้ชำระล้างดัดแปลงจิตวิญญาณ และช่วยเร่งความเร็วในการบำเพ็ญเพียรได้
ดวงตาของชิงมู่จื่อส่องประกายวาววับ "นี่ก็ของดี ต้องเอากลับไปด้วย!"
แต่ไอ้เพลิงนี่มันเอาใส่แหวนมิติไม่ได้เนี่ยสิ จะพกกลับไปยังไงล่ะทีนี้
ปรมาจารย์ตะวันลับเสนอไอเดีย "งูพิษอยู่ที่ไหน ยาถอนพิษก็มักจะอยู่แถวๆ นั้นแหละ แกก็ลองไปค้นดูในแหวนมิติของเจ้าสำนักเพลิงครามดูสิ เผื่อจะมีภาชนะสำหรับบรรจุไฟโดยเฉพาะ!"
ชิงมู่จื่อทำตามคำแนะนำ ค้นหาในแหวนมิติของเจ้าสำนักเพลิงครามอย่างละเอียด และในที่สุดก็เจอถ้วยแก้วหลิวหลีชนิดพิเศษใบหนึ่งจริงๆ
เมื่อเขากระตุ้นการทำงานของถ้วยแก้ว เพลิงหลิวหลีชำระวิญญาณก็ลอยไปสถิตอยู่บนถ้วยแก้วนั้นราวกับเป็นไส้ตะเกียงโดยอัตโนมัติ
ชิงมู่จื่ออดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม "ไอ้เฒ่าบ้า ในที่สุดแกก็รู้จักใช้สมองสักทีนะ!"
ปรมาจารย์ตะวันลับสะบัดผมทรงไข่ดาวสไตล์ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอันแสนจะภูมิใจของเขา พลางตอบกลับว่า "ก็ข้าฉลาดหลักแหลมมาแต่ไหนแต่ไรแล้วโว้ย!"
หลังจากคอนเฟิร์มว่าเก็บของมีค่าทุกชิ้นจนเรียบวุธแล้ว คณะเดินทางทั้งสิบสองคนถึงได้มุ่งหน้ากลับสำนักด้วยความอิ่มเอมใจ
บรรดาสายลับของสำนักนภาเวิ้งว้างที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ถึงได้กล้าโผล่หัวออกมาในที่สุด
พวกเขามองซากปรักหักพังของสำนักเพลิงครามด้วยความรู้สึกเวทนาจับใจ
"รีบนำเรื่องนี้ไปรายงานท่านเจ้าสำนักด่วนเลย!"
ข่าวการล่มสลายของสำนักเพลิงคราม ถูกสำนักนภาเวิ้งว้างกระจายออกไปเป็นวงกว้าง
เหตุการณ์นี้สร้างความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับราชวงศ์เซียนจื่อหยวนอีกครั้ง
โดยเฉพาะเมื่อทุกคนได้รู้ว่า สำนักเพลิงครามโดนล้างบางด้วยพายุยันต์ที่สาดกระหน่ำใส่
ทุกคนต่างก็รู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึงอยู่ในใจ
"ที่แท้... ยอดฝีมือที่ตวัดมือสังหารยอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณไปยี่สิบกว่าคนในคราวก่อน ก็เป็นคนของขุมกำลังที่ชื่อว่าสำนักกระบี่จันทรานี่เอง!"
"สำนักนี้มันจะน่ากลัวเกินไปแล้ว! แค่ส่งทีมลูกกระจ๊อกระดับวิญญาณก่อกำเนิดกับแก่นทองคำออกไป ก็สามารถล้างบางขุมกำลังระดับแปลงวิญญาณชั้นแนวหน้าได้แล้ว!"
"ข้าพอจะคุ้นๆ ชื่อสำนักกระบี่จันทราอยู่นะ เหมือนว่าเมื่อก่อนจะเป็นแค่ขุมกำลังระดับวิญญาณก่อกำเนิดปลายแถวไม่ใช่หรือไง ทำไมจู่ๆ ถึงได้อัปเกรดความโหดมาเบอร์นี้ล่ะ"
"ก็ต้องมียอดฝีมือระดับปรมาจารย์ที่ออกธุดงค์ผ่านมา แล้วเกิดนึกสนุก เลยขอแฝงตัวเข้าไปฝึกฝนสัจธรรมในสำนักนั้นน่ะสิ!"
พล็อตเรื่องแบบนี้มีให้เห็นเกลื่อนไปตามนิยายที่นักเล่านิทานชอบเอามาเล่า
ผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถบดขยี้โลกหล้าได้สบายๆ กลับชอบทำตัวโลว์โปรไฟล์ แฝงตัวอยู่ในสำนักเล็กๆ คอยทำหน้าที่กวาดลาน หรือไม่ก็เป็นแค่เด็กรับใช้
แล้วจู่ๆ วันดีคืนดีก็ประกาศกร้าวว่าเลิกแอ๊บแล้วโว้ย ข้านี่แหละคือยอดฝีมือไร้เทียมทาน
เห็นได้ชัดว่าการพุ่งทะยานขึ้นมาอย่างกะทันหันของขุมกำลังปลายแถวอย่างสำนักกระบี่จันทรา มันก็เข้าแก๊ปพล็อตเรื่องแบบนี้เป๊ะๆ เลย
ณ เมืองหลวงของราชวงศ์เซียนจื่อหยวน
องค์หญิงเจ็ดแห่งราชวงศ์เซียนจื่อหยวน ก็ได้รับข่าวนี้เช่นกัน
จู่ๆ หัวใจของนางก็เต้นระรัวขึ้นมา
สัญชาตญาณบอกนางว่า หากนางเดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์ที่สำนักแห่งนี้ มันอาจจะเป็นมหาโชควาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้!
ก่อนหน้านี้ที่นางสัมผัสได้ถึงความพิเศษของอสูรกลืนดารา ก็เป็นเพราะสัญชาตญาณอันแม่นยำนี้นี่แหละ
"สำนักกระบี่จันทรางั้นหรือ ไม่รู้เหมือนกันแฮะว่าพวกเขาจะยอมรับข้าเป็นศิษย์หรือเปล่า"
องค์หญิงเจ็ดลังเลเพียงแค่ชั่วอึดใจ ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาดว่านางจะต้องลองไปดูให้เห็นกับตาให้ได้
บางทีเรื่องนี้อาจจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของนางไปตลอดกาลเลยก็ได้
ทำให้นางกลายร่างจากองค์หญิงตกกระป๋องที่ไม่มีใครเหลียวแล กลายเป็นจักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์เซียนจื่อหยวน!
นางเก็บข้าวของสัมภาระแบบลวกๆ แล้วออกเดินทางทันที
นางถึงขั้นทิ้งองครักษ์ระดับแปลงวิญญาณเอาไว้เบื้องหลังด้วยซ้ำ
ก็แหม จะไปขอฝากตัวเป็นศิษย์ทั้งที ขืนพกบอดี้การ์ดระดับแปลงวิญญาณไปด้วย มันก็คงดูไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่นักนี่นา
[จบแล้ว]