- หน้าแรก
- ระบบวันสิ้นโลกติดบั๊ก ทำข้ากลายเป็นเทพทรูในโลกเซียน
- บทที่ 42 - วิญญาณศาสตราถึงกับอ้าปากค้าง
บทที่ 42 - วิญญาณศาสตราถึงกับอ้าปากค้าง
บทที่ 42 - วิญญาณศาสตราถึงกับอ้าปากค้าง
บทที่ 42 - วิญญาณศาสตราถึงกับอ้าปากค้าง
คนที่เคยมีสัญญาหมั้นหมายกับลั่วชิงอี ก็คือหยางเสวียนจากตระกูลหยางนั่นเอง
ไอ้หมอนี่ก็นับว่ามีพรสวรรค์ไม่เบา ถึงได้ถูกขุมกำลังระดับแปลงวิญญาณรับเข้าไปเป็นศิษย์ได้
"โฮ่ สถานที่กันดารจนนกยังไม่กล้ามาขี้แบบนี้ ยังมีสำนักที่ดูหรูหราอลังการแบบนี้ซ่อนอยู่อีกรึ"
ผู้อาวุโสของสำนักเพลิงคราม มองดูงานก่อสร้างขยายสำนักกระบี่จันทราด้วยแววตาประหลาดใจเล็กน้อย
แต่การสร้างสำนักให้ใหญ่โตหรูหรา ก็ไม่ได้แปลว่าจะมีฝีมือเก่งกาจตามไปด้วยนี่นา
ในสถานที่ห่างไกลความเจริญที่พลังปราณเบาบางแบบนี้ อย่างเก่งก็คงมีแค่ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณก่อกำเนิดระดับห้าเท่านั้นแหละ
ในสายตาของยอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณ พวกนี้ก็เป็นแค่ปลวกแมลงที่ไร้ค่าเท่านั้น
เด็กหนุ่มที่เดินตามหลังเขามา ก็คือหยางเสวียน
เขาฉีกยิ้มประจบประแจง "ผู้อาวุโสอวี๋ มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นแค่พวกเศรษฐีบ้านนอกครับ เอามาเทียบกับสำนักเพลิงครามของเราไม่ได้หรอกครับ!"
จากนั้นสายตาของหยางเสวียน ก็กวาดไปเห็นเงาร่างของลั่วชิงอี
"ผู้อาวุโสอวี๋ ดูเหมือนข่าวที่สืบมาจากเมืองเทียนซิงจะไม่ผิดพลาด ว่าที่คู่หมั้นของข้าอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วยครับ!"
สัมผัสเทวะของผู้อาวุโสอวี๋ แผ่ขยายออกไปครอบคลุมทั่วทั้งสำนักกระบี่จันทราในชั่วพริบตา
มุมปากของเขาเหยียดยิ้มเยาะเย้ยออกมาทันที
"มีพวกขั้นวิญญาณก่อกำเนิดแค่สามคน แถมระดับสูงสุดก็แค่ขั้นสี่ สมแล้วที่เป็นพวกบ้านนอกคอกนา ไม่คู่ควรให้ชายตามองเลยจริงๆ!"
เรือเหาะลอยลำหยุดนิ่งอยู่เหนือสำนักกระบี่จันทรา
หยางเสวียนตะโกนเสียงดังลั่น "ชิงอี! ก่อนหน้านี้ข้าแค่สับสนไปหน่อย พอข้ากลับไปถึงบ้านข้าก็รู้สึกเสียใจมาก ข้าก็เลยกลับมาหาเจ้าแล้ว งานแต่งงานของเรายังคงจัดขึ้นตามกำหนดเดิม เจ้าเห็นว่ายังไงบ้าง"
ลั่วชิงอีขมวดคิ้วมุ่น ตอบกลับด้วยน้ำเสียงรังเกียจ "ข้ากับเจ้าไม่ได้สนิทสนมกันขนาดนั้น ไม่ต้องมาเรียกข้าด้วยชื่อเล่นชวนอ้วกแบบนั้น!"
สัญญาหมั้นระหว่างนางกับหยางเสวียน เป็นความเห็นชอบของคนรุ่นปู่
ตัวนางเองไม่ได้มีความรู้สึกพิศวาสอะไรในตัวหยางเสวียนเลยแม้แต่น้อย
ยิ่งตอนหลังพอตระกูลหยางเห็นนางกลายเป็นคนไร้ค่า ก็รีบแจ้นมาถอนหมั้นทันที ทำให้ทั้งสองฝ่ายตัดขาดกันไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
หยางเสวียนรีบออดอ้อน "ชิงอี เจ้าอย่าเพิ่งโกรธสิ! เพื่อเป็นการไถ่โทษ ข้าอุตส่าห์ไปคุกเข่าอ้อนวอนท่านเจ้าสำนักตั้งนาน กว่าจะขอโควตาศิษย์สายตรงมาให้เจ้าได้เชียวนะ!"
"นี่คือศิษย์สายตรงของท่านเจ้าสำนักเลยนะ! ท่านเป็นถึงยอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณระดับแปดเชียวนะ ต่อให้เป็นในอาณาเขตราชวงศ์เซียนจื่อหยวน ชื่อเสียงของท่านก็โด่งดังสะท้านฟ้าเลยทีเดียว!"
ไอ้เรื่องคุกเข่าอ้อนวอนตั้งนานอะไรนั่น ก็แค่ตดลมปากเท่านั้นแหละ
ความจริงก็คือ พอทางนั้นรู้ข่าวลือว่าลั่วชิงอีอาจจะปลุกกายาหงส์น้ำแข็งเก้าเนตรได้สำเร็จ ก็แทบอยากจะรวบหัวรวบหางนางมาเป็นลูกศิษย์ใจจะขาดอยู่แล้ว
ถึงได้ยอมทุ่มทุนส่งผู้อาวุโสระดับแปลงวิญญาณ นั่งรถด่วนมารับตัวลั่วชิงอีกลับไปโดยเฉพาะ
ลั่วชิงอีตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ข้าเข้าร่วมสำนักกระบี่จันทราไปแล้ว แถมยังมีท่านอาจารย์แล้วด้วย ข้าคงต้องขอปฏิเสธความหวังดีของเจ้าแล้วล่ะ!"
กายาหงส์น้ำแข็งเก้าเนตรของนาง สามารถตื่นขึ้นมาได้ก็เพราะจางหยวนทั้งนั้น
แถมดูจากอภินิหารสารพัดอย่างที่จางหยวนเสกให้เห็น เขายังเก่งกาจกว่าไอ้เจ้าสำนักเพลิงครามอะไรนั่นเป็นพันเป็นหมื่นเท่าเลยด้วยซ้ำ
ผู้อาวุโสอวี๋แห่งสำนักเพลิงครามแค่นเสียง "ไอ้สำนักซอมซ่อแบบนี้ มันจะไปสอนอะไรเจ้าได้ เจ้าคงยังไม่รู้สินะ ว่าความห่างชั้นระหว่างขั้นวิญญาณก่อกำเนิดกับขั้นแปลงวิญญาณมันกว้างใหญ่ไพศาลแค่ไหน"
ในที่สุดจางหยวนก็ยอมเปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "อ้อ งั้นเหรอ ขั้นแปลงวิญญาณมันเก่งนักหรือไง ในสายตาข้า มันก็เป็นแค่ปลวกแมลงตัวโตหน่อยเท่านั้นแหละ!"
พอได้ยินเช่นนั้น ผู้อาวุโสอวี๋และพรรคพวกก็เบนสายตามาจับจ้องที่จางหยวน
หยางเสวียนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ
"แกเป็นแค่พวกขยะขั้นแก่นทองคำแท้ๆ ยังกล้าปากดีอีกเหรอ ช่างเป็นกบในกะลาที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาซะเลย..."
สีหน้าของจางหยวนเย็นเยียบลงทันที พลางเอ่ยว่า "ที่นี่มีที่ให้แกสอดปากด้วยเหรอ"
ลูกปัดอัสนีสวรรค์หมื่นหายนะถูกกระตุ้นการทำงาน สายฟ้าอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งฟาดเปรี้ยงออกไป
เส้นทางที่สายฟ้าพาดผ่าน เต็มไปด้วยประกายไฟฟ้าที่เต้นระบำอย่างบ้าคลั่ง
ท้องฟ้าเบื้องบนกลายสภาพเป็นทะเลสาบสายฟ้าแห่งการลงทัณฑ์ในพริบตา
สีหน้าของผู้อาวุโสอวี๋เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
"ถึงกับเป็นของวิเศษระดับแปลงวิญญาณเลยรึ เป็นไปได้ยังไง!"
เขารีบตวัดมือร่ายมนตร์อย่างรวดเร็ว กลุ่มก้อนเปลวเพลิงสีครามกลายร่างเป็นงูหลามไฟ พุ่งเข้าปะทะกับสายฟ้า
"ตู้ม!"
พลังสองสายเข้าปะทะกันกลางอากาศ
งูหลามไฟสีครามต้านทานได้เพียงอึดใจเดียว ก็ถูกทำลายจนแหลกสลาย
พายุอัสนียังคงพุ่งทะลวงไปข้างหน้า กระแทกเข้าใส่ร่างของคนเหล่านั้นอย่างจัง
ยกเว้นหยางเสวียนและผู้อาวุโสอวี๋ คนอื่นๆ จากสำนักเพลิงครามล้วนตกตายคาที่ทั้งหมด
ส่วนสาเหตุที่หยางเสวียนรอดมาได้ ก็เพราะเขามีของวิเศษป้องกันตัวที่อาจารย์มอบให้ติดตัวมาด้วยนั่นเอง
แต่หลังจากรับดาเมจจากสายฟ้าไปเต็มๆ ของวิเศษชิ้นนั้นก็พังทลายกลายเป็นเศษเหล็กไปเรียบร้อยแล้ว
ใบหน้าของหยางเสวียนเต็มไปด้วยความหวาดผวา เหงื่อเย็นแตกพลั่กไปทั้งตัว
"นี่แกถึงกับกล้า..."
เมื่อจางหยวนเห็นว่าหยางเสวียนยังไม่ตาย บนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมา
บางทีการฆ่าศัตรูให้ตายในพริบตา มันก็อาจจะทำให้พวกมันตายสบายเกินไปหน่อย
ต้องปล่อยให้พวกมันดิ้นรนอยู่ในความหวาดหวั่นและสิ้นหวังอย่างถึงที่สุดก่อนตายสิ ถึงจะได้อรรถรสความสะใจขั้นสุด
ร่างของจางหยวนค่อยๆ ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า พร้อมกับลูกปัดอัสนีสวรรค์หมื่นหายนะกว่าหมื่นลูกลอยวนอยู่รอบตัว
และในขณะเดียวกัน ก็มียันต์กระบี่พิฆาตวิญญาณอีกหมื่นแผ่นลอยขึ้นมาประกบเคียงข้าง
"อะไรกันวะเนี่ย!"
ผู้อาวุโสอวี๋และหยางเสวียนทำหน้าเหมือนเห็นผีกลางวันแสกๆ
ของวิเศษระดับแปลงวิญญาณนับหมื่นชิ้น ยันต์ระดับแปลงวิญญาณนับหมื่นแผ่น!
นี่มันใช่ฝีมือมนุษย์แน่เหรอ
ต่อให้เป็นพวกขุมกำลังระดับมหาอำนาจที่มีพวกสัตว์ประหลาดเฒ่าระดับหลอมความว่างเปล่าหรือระดับผสานกายคอยคุ้มกะลาหัวอยู่ ก็ยังควักของออกมาเยอะขนาดนี้ไม่ได้เลยมั้ง
ลั่วชิงอีและวิญญาณศาสตราในห้วงทะเลวิญญาณ ถึงกับช็อกจนอ้าปากค้าง
ตอนที่วิญญาณศาสตรายังมีชีวิตอยู่ นางก็เคยกวาดล้างยุทธภพมาอย่างโชกโชนเหมือนกัน
แต่นางก็ยังไม่เคยเจอผู้ฝึกตนขั้นแก่นทองคำคนไหน แม่งเล่นสู้แบบล้างผลาญขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต!
ต่อให้เป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ก็คงไม่กล้าผลาญสมบัติเล่นแบบนี้หรอกมั้ง
ผู้อาวุโสอวี๋รีบส่งเสียงสั่นเครืออ้อนวอน "สหายเต๋าโปรดหยุดมือก่อน! นี่มันเรื่องเข้าใจผิดกันทั้งนั้น พวกเรามานั่งจับเข่าคุยกันดีๆ ก็ได้นะ!"
หยางเสวียนก็หันไปร้องเรียกหาลั่วชิงอี "ชิงอี ตระกูลลั่วกับตระกูลหยางเป็นสหายเก่าแก่กันมาเนิ่นนาน เจ้าจะทนดูข้าตายไปต่อหน้าต่อตาเชียวรึ"
ลั่วชิงอีขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากขอร้องแต่อย่างใด
ใครที่ท่านอาจารย์สั่งตาย นางก็พร้อมจะสนับสนุนสุดลิ่มทิ่มประตูอยู่แล้ว!
เมื่อหยางเสวียนเห็นว่าลั่วชิงอีเอาแต่เมินเฉย ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดไร้สีเลือด
"ลั่วชิงอี! นังผู้หญิงเลือดเย็นอำมหิต! ต่อให้ข้ากลายเป็นผี ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!"
จางหยวนพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก "สูดหายใจเข้าลึกๆ สิ ความสิ้นหวังเป็นเรื่องปกตินะ!"
เขาเปิดสวิตช์ลูกปัดอัสนีสวรรค์หมื่นหายนะทั้งหมด ปลดปล่อยพายุอัสนีอันน่าสะพรึงกลัวออกมาพร้อมกัน
พริบตาเดียว น่านฟ้าเหนือสำนักกระบี่จันทราก็ถูกปกคลุมไปด้วยตาข่ายสายฟ้ายักษ์
ทั่วทั้งท้องฟ้ามืดครึ้มลงทันตา ราวกับวันสิ้นโลกมาเยือน
บรรดาคนของสำนักกระบี่จันทรา เคยเห็นภาพสุดสยองแบบนี้ซะที่ไหนกัน
ในสายตาของพวกเขาตอนนี้ เงาร่างของจางหยวนก็ไม่ต่างอะไรกับเทพเจ้าจุติลงมาเลย!
วิญญาณศาสตราในห้วงทะเลวิญญาณของลั่วชิงอี ถึงกับใจสั่นระรัว
การกระตุ้นของวิเศษระดับแปลงวิญญาณพร้อมกันเป็นหมื่นๆ ชิ้นแบบนี้ ต้องใช้พลังปราณมากมายมหาศาลขนาดไหนกัน
ต่อให้ยอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณมาเอง ก็คงโดนสูบพลังจนตัวแห้งเหี่ยวตายในพริบตา
แต่จางหยวนที่เป็นแค่ขั้นแก่นทองคำ กลับไม่มีวี่แววของความเหนื่อยล้าเลยแม้แต่น้อย!
ความจุพลังปราณที่ไร้ขอบเขตแบบนี้ มันเทียบเท่ากับขั้นหลอมความว่างเปล่าไปแล้ว!
ภายใต้แสงสะท้อนของสายฟ้า แววตาของผู้อาวุโสอวี๋และหยางเสวียนเหลือเพียงความสิ้นหวังและหวาดผวา
"สถานที่กันดารจนนกยังไม่กล้ามาขี้แบบนี้ มีเทพแห่งการล้างบางโผล่มาได้ยังไงวะเนี่ย"
ครืนนน!
สายฟ้านับหมื่นสายฟาดเปรี้ยงลงมา กลืนกินร่างของพวกเขาทั้งสองคนจนมิด
ร่างของคนทั้งคู่ ระเบิดกลายเป็นหมอกเลือดไปในชั่วพริบตา
จิตวิญญาณของผู้อาวุโสอวี๋พุ่งหลุดออกจากร่าง แล้วใช้ความเร็วสูงสุดหนีเอาชีวิตรอดไปไกลลิบ
แต่ทว่ากระบี่พิฆาตวิญญาณนับหมื่นเล่ม ได้ล็อกเป้าหมายเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
"ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!"
เงากระบี่นับหมื่นพุ่งทะลวงฝ่าความว่างเปล่า
จิตวิญญาณของผู้อาวุโสอวี๋หนีไปได้ไม่ถึงร้อยลี้ ก็โดนกระบวนท่าหมื่นกระบี่รวมศูนย์สับจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง
[จบแล้ว]