- หน้าแรก
- ระบบวันสิ้นโลกติดบั๊ก ทำข้ากลายเป็นเทพทรูในโลกเซียน
- บทที่ 38 - ไอ้เด็กนี่มันมีเกราะกี่ชั้นกันแน่!
บทที่ 38 - ไอ้เด็กนี่มันมีเกราะกี่ชั้นกันแน่!
บทที่ 38 - ไอ้เด็กนี่มันมีเกราะกี่ชั้นกันแน่!
บทที่ 38 - ไอ้เด็กนี่มันมีเกราะกี่ชั้นกันแน่!
ที่ด้านหลังสุดของกลุ่มคน องค์ชายใหญ่ก็พาผู้ติดตามหลายคนมายืนเฝ้าดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ เช่นกัน
เขาถึงขั้นคิดเผื่อไว้แล้วว่าจะฝังศพจางหยวนไว้ตรงไหนดี
เมื่อจางหยวนเดินออกมานอกเมืองเทียนจี ร่างของเขาก็ลอยทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า
ส่วนเย่ว์ซูอิ่งก็พาเฟิ่งจิ่วหวงและชิงมู่จื่อ รั้งรออยู่บนพื้นดิน
เย่ว์ซูอิ่งเองก็มีสกิลพลังยิงไร้ขีดจำกัดเหมือนกัน ดังนั้นจางหยวนจึงไม่ต้องเป็นห่วงความปลอดภัยของนางเลย
จางหยวนหยิบผลึกกะเทาะด่านพลังเร้นลับออกมา จงใจโยนมันขึ้นลงสลับมือไปมาเล่นๆ
สายตาของเหล่ายอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณ ล้วนจับจ้องไปที่ผลึกเม็ดนั้นเขม็ง บนใบหน้าเต็มไปด้วยความโลภอย่างปิดไม่มิด
จางหยวนพูดเยาะเย้ย "อยากได้เหรอ ของก็อยู่นี่ไง พวกเจ้าลองเข้ามาเอาดูสิ ดูซิว่าจะหยิบไปได้หรือเปล่า"
เหล่ายอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณสบตากัน ก่อนที่ร่างของพวกเขาจะพุ่งทะยานราวกับสายฟ้าแลบ โถมเข้าใส่จางหยวนพร้อมกัน
ไอ้เด็กขั้นแก่นทองคำระดับต้นอย่างจางหยวน ในสายตาพวกเขาก็เป็นแค่ลูกไก่ในกำมือเท่านั้น
ในเวลาแบบนี้ใครมัวแต่ชักช้า ก็อดแดกแน่นอน
บนใบหน้าของจางหยวนปรากฏรอยยิ้มเย็นชาขึ้นมา
ยอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเขา มีจำนวนมากถึงยี่สิบห้าคน
หลายคนในกลุ่มนี้ เป็นถึงบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วอาณาเขตราชวงศ์เซียนจื่อหยวน
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผลึกกะเทาะด่านพลังเร้นลับ พวกเขากลับยอมทิ้งหน้ากากจอมปลอมทั้งหมดไปจนสิ้น
"ฟึ่บ!"
เสียงกลีบดอกไม้ผลิบานดังขึ้นรัวๆ
พลันมีดอกบัวจำนวนนับไม่ถ้วนเบ่งบานขึ้นรอบตัวจางหยวน
เกราะป้องกันชั้นแล้วชั้นเล่า ผุดขึ้นมาห่อหุ้มตัวเขาเอาไว้จนมิดชิด
"หือ!"
เหล่ายอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณต่างก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน
"นี่มันบงกชมายาเก้าสีนี่นา! แต่ทำไมเกราะของมันดูแปลกๆ วะ!"
"ไม่ได้บอกว่ามีเกราะแค่เก้าชั้นเหรอวะ แม่งเอ๊ย นี่มันปาเข้าไปหลายสิบชั้นแล้วนะ ทำไมถึงยังเพิ่มขึ้นไม่หยุดอีกเนี่ย!"
เพียงพริบตาเดียว บนร่างของจางหยวนก็ถูกปกคลุมไปด้วยเกราะหลายสิบชั้น และจำนวนของมันก็ยังพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
เหล่ายอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณต่างหยุดชะงักอยู่กลางอากาศด้วยความตื่นตะลึงและลังเลใจ
ภาพตรงหน้ามันดูพิสดารเกินไปแล้ว!
เกราะป้องกันบนร่างของจางหยวน ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นแบบไม่มีที่สิ้นสุดเลย
ยอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา "ไอ้เด็กนี่ต้องใช้คาถาลวงตาตบตาพวกเราแน่ๆ คิดจะใช้ลูกไม้นี้มาหลอกพวกเรางั้นรึ คอยดูนะ ข้าจะฉีกหน้ากากมันให้ดู!"
สิ้นเสียง ก็มีเสียงหมาป่าหอนดังขึ้น
หมาป่าอัสนียักษ์ที่ควบแน่นจากพลังสายฟ้า ควบทะยานเข้าใส่จางหยวนอย่างดุดัน
"ตู้ม!"
หมาป่าอัสนียักษ์กระแทกเข้ากับเกราะป้องกัน จนเกราะแตกกระจายไปหนึ่งชั้น
กลีบดอกบัวแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนจะร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า
"หึ! กันการโจมตีไปได้หนึ่งครั้งแล้ว ไอ้เด็กนี่ก็เหลือเกราะอีกแค่อีกแปดครั้งเท่านั้นแหละ!"
หมาป่าอัสนียักษ์อ้าปากกว้าง กัดกระชากเกราะป้องกันอย่างบ้าคลั่ง
สายฟ้าอันน่าสะพรึงกลัวสานตัวเข้าหากันเป็นตาข่าย
"ปัง! ปัง! ปัง!"
พริบตาเดียว เกราะป้องกันก็แตกพร้อมกันถึงสามชั้น
ยอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณคนนั้นยิ่งฮึกเหิม เขาเร่งพลังควบคุมให้หมาป่าอัสนียักษ์ฉีกกระชากอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น
เมื่อเกราะทั้งเก้าชั้นถูกทำลาย รอยยิ้มแห่งความมั่นใจว่าจะต้องชนะก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
แต่รอยยิ้มนั้นก็แข็งค้างอยู่บนใบหน้าได้ไม่นาน
เพราะหลังจากเกราะทั้งเก้าชั้นแตกไป เกราะบนร่างจางหยวนไม่เพียงแต่จะไม่พังทลายลง แต่มันกลับซ้อนทับกันเพิ่มขึ้นทะลุหลักพันชั้นไปแล้ว!
เหล่ายอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณทุกคนต่างอ้าปากค้างตาถลน
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย! บงกชมายาเก้าสีดอกนึงมันกันได้แค่เก้าครั้งไม่ใช่เหรอ แล้วนี่ทำไมเกราะมันยังไม่หายไปอีกวะ!"
"หรือว่าการโจมตีเมื่อกี้มันจะเบาเกินไป"
ยอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณที่ปล่อยหมาป่าอัสนียักษ์ ไม่ยอมแพ้และเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง
แต่หลังจากโจมตีอย่างบ้าคลั่งไปหนึ่งยก
จำนวนเกราะป้องกันบนร่างของจางหยวน ก็อัปเลเวลไปจนแตะสามพันชั้นอันน่าสะพรึงกลัวแล้ว!
ทุกคนเริ่มตระหนักได้แล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติอย่างแรง
และในตอนนี้ จางหยวนก็หยุดบัฟเกราะเพิ่มในที่สุด
เขามองหมาป่าอัสนียักษ์ที่ยังพยายามกัดเกราะไม่เลิก แล้วเอ่ยว่า "การโจมตีแค่นี้มันเบาไปว่ะ เปลี่ยนเอาท่าที่มันแรงกว่านี้มาหน่อยได้ไหม"
ทันใดนั้นก็มียอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณอีกสองคน พุ่งเข้ามาโจมตีจางหยวนทันที
คนหนึ่งเรียกกระบี่ยาวออกมา
เมื่อร่ายเคล็ดวิชา เงากระบี่นับหมื่นก็ฟันฉับลงมาใส่จางหยวน
ส่วนอีกคนเรียกเตาหลอมยักษ์ออกมา หมายจะทุบลงกลางกระหม่อมของจางหยวน
"ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!"
การโจมตีของทั้งสองคน ปะทะเข้ากับเกราะป้องกันอย่างจัง
แต่เกราะกลับแตกไปแค่สี่ห้าชั้นเท่านั้น
นั่นทำให้จางหยวนรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาทันที
ดูเหมือนว่าเกราะของบงกชมายาเก้าสี จะไม่ได้แตกจากการโดนโจมตีแค่ครั้งเดียว
แต่มันจะแตกก็ต่อเมื่อรับดาเมจไปจนถึงขีดจำกัดแล้วต่างหาก
แม้จะโดนเงากระบี่นับหมื่นฟาดฟันใส่ มันก็ยังต้องสะสมดาเมจให้เต็มหลอดเสียก่อน ถึงจะทำลายเกราะได้หนึ่งชั้น
สองคนนี้มีพลังบำเพ็ญเพียรสูงกว่าขั้นแปลงวิญญาณระดับห้า ดังนั้นการโจมตีของพวกเขาถึงทำลายเกราะได้เพิ่มมาอีกสามชั้น
หลังจากโจมตีเสร็จ สีหน้าของยอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณทั้งสองคนก็มืดทะมึนลงทันที
"สถานการณ์บ้าอะไรวะเนี่ย! บงกชมายาเก้าสีมันกางเกราะได้มากกว่าเก้าชั้นงั้นรึ!"
พวกเขาไม่เชื่อสายตาตัวเอง จึงระดมโจมตีใส่อีกหลายระลอก
ผลปรากฏว่าเกราะบนร่างจางหยวน ก็แค่ลดลงไปสิบกว่าชั้นเท่านั้นเอง
ไอ้ที่เหลืออีกเกือบสามพันชั้น ยังคงตั้งตระหง่านไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
ผู้ฝึกตนสายกระบี่ระดับแปลงวิญญาณตะโกนลั่น "ไอ้เด็กนี่มีของแปลก พวกเราร่วมมือกันลงมือทำลายเกราะของมันก่อนดีกว่า!"
ยอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณคนอื่นๆ มองหน้ากันไปมาครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจงัดไม้ตายของตัวเองออกมาโจมตีพร้อมกัน
ในชั่วพริบตานั้น
บนท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยปราณกระบี่ฟาดฟัน ปราณดาบกวาดพัด เปลวเพลิงคำรามลั่น และสายฟ้าฟาดกึกก้อง...
พายุแห่งการทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว แผ่ขยายออกไปทุกทิศทาง
พื้นที่เกือบครึ่งท้องฟ้าดูราวกับวันสิ้นโลกกำลังจะมาเยือน
จำนวนเกราะบนตัวจางหยวนเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว
แต่ด้วยปริมาณมหาศาลถึงสามพันชั้น พวกเขาก็ไม่สามารถตีให้แตกหมดได้ในเวลาอันสั้นอยู่ดี
ยิ่งพวกยอดฝีมือระดับแปลงวิญญาณโจมตีมากเท่าไหร่ สีหน้าของพวกเขาก็ยิ่งตกตะลึงมากขึ้นเท่านั้น
นี่มันคือการรุมกินโต๊ะจากยอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณถึงยี่สิบห้าคนเลยนะ
ต่อให้ศัตรูที่อยู่ตรงหน้าเป็นถึงยอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณระดับสูงสุด ป่านนี้ก็คงบาดเจ็บสาหัสปางตายไปแล้ว
แต่ไอ้เด็กขั้นแก่นทองคำระดับต้นอย่างจางหยวน กลับยืนยิ้มกริ่มไร้รอยขีดข่วนเสียอย่างนั้น
"เป็นไปได้ยังไง!"
สีหน้าขององค์ชายใหญ่ กลายเป็นทั้งสับสนมึนงงและโกรธเกรี้ยว
ส่วนนายน้อยสำนักไร้ขอบเขตนั้น ถึงกับตัวสั่นงันงกไปแล้ว
ไอ้เด็กนี่มันเป็นสัตว์ประหลาดจากขุมนรกไหนกันแน่ ทำไมถึงทำยังไงก็ฆ่าไม่ตายวะ
พวกคนของหอหลิงหลง ที่แอบใช้สัมผัสเทวะเฝ้าดูความเคลื่อนไหวอยู่นอกเมือง ก็กำลังอึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน
พวกเขาตกใจยิ่งกว่าใครเพื่อนเสียอีก
ก็ภูมิหลังของบงกชมายาเก้าสี พวกเขานี่แหละคือคนที่รู้ดีที่สุด
ไอ้ของพรรค์นี้มันกางเกราะได้แค่เก้าชั้นชัดๆ!
แล้วไหงพอไปอยู่บนตัวจางหยวน มันถึงเบ่งบานเป็นสามพันชั้นไปได้วะ
บงกชมายาเก้าสีมันแอบนอกใจ หรือว่าแป้งพายพันชั้นมันคบซ้อนกันแน่วะเนี่ย
ตอนนี้เหล่ายอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณ ต่างก็หยุดการโจมตีลงแล้ว
ใบหน้าของพวกเขามีแต่ความหวาดระแวง ไม่กล้าประเมินจางหยวนเป็นแค่ผู้ฝึกตนขั้นแก่นทองคำธรรมดาๆ อีกต่อไป
จู่ๆ ตาเฒ่าจมูกเหยี่ยวระดับแปลงวิญญาณคนหนึ่ง ก็กลอกตาไปมา
ดวงตาอันชั่วร้ายของเขากวาดไปจับจ้องที่พวกเย่ว์ซูอิ่ง
"ไอ้เด็กนั่นมีบงกชมายาเก้าสีคุ้มกันก็จริง แต่คนอื่นๆ ก็ใช่ว่าจะมีเกราะป้องกันเหมือนกันนี่นา"
เมื่อคิดได้ดังนั้น ในดวงตาของเขาก็สาดประกายอำมหิต ก่อนจะพุ่งตะครุบใส่เย่ว์ซูอิ่งราวกับพญาเหยี่ยวโฉบเหยื่อ
[จบแล้ว]