- หน้าแรก
- ระบบวันสิ้นโลกติดบั๊ก ทำข้ากลายเป็นเทพทรูในโลกเซียน
- บทที่ 37 - งานประมูลจบลง กลายเป็นเป้าสายตา
บทที่ 37 - งานประมูลจบลง กลายเป็นเป้าสายตา
บทที่ 37 - งานประมูลจบลง กลายเป็นเป้าสายตา
บทที่ 37 - งานประมูลจบลง กลายเป็นเป้าสายตา
"น้ำหล่อเลี้ยงพฤกษาแห่งชีวิต นี่มันของพรรค์ไหนกัน ถ้ามันมีสรรพคุณวิเศษแบบที่เขาพูดจริงๆ มันก็เหนือกว่าหยาดวิญญาณพฤกษาบรรพกาลไปไกลลิบเลยไม่ใช่หรือไง"
"คนที่สามารถควักหินวิญญาณมากมายขนาดนี้ออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย คงไม่ลดตัวลงมาพูดโกหกหรอกมั้ง!"
"ต่อให้ตัดเรื่องน้ำหล่อเลี้ยงพฤกษาแห่งชีวิตทิ้งไป เขาก็ยังจ่ายหินวิญญาณระดับต่ำตั้งห้าหมื่นล้านเลยนะโว้ย!"
องค์ชายใหญ่แทบจะโกรธจนอกแตกตายอยู่แล้ว
"ไอ้เด็กเวรนี่อีกแล้ว! กะจะตั้งตนเป็นศัตรูกับองค์ชายอย่างข้าให้ถึงที่สุดเลยใช่ไหม!"
เขาพยายามสะกดกลั้นแรงกระตุ้นที่อยากจะอาละวาดคลุ้มคลั่งเอาไว้ แล้วเปิดปากเสนอราคาแข่งอีกครั้ง
ในครั้งนี้ เขาควักเอาโอสถระดับแปลงวิญญาณออกมาหลายชนิด
ไม่ว่าจะเป็น โอสถผสานวิญญาณหมื่นพฤกษา โอสถผนึกวิญญาณพิทักษ์จิต และอื่นๆ อีกมากมาย
ของพวกนี้ล้วนเป็นของหายากขั้นสุดในโลกภายนอก และมีประโยชน์ต่อยอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณอย่างมหาศาล
แต่จางหยวนกลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "หนึ่งแสนล้านหินวิญญาณระดับต่ำ พ่วงด้วยน้ำหล่อเลี้ยงพฤกษาแห่งชีวิตสิบขวด!"
ในเมื่อล่วงเกินราชวงศ์เซียนจื่อหยวนไปแล้ว เขาก็ต้องล่วงเกินให้มันสุดทางไปเลย
ขืนปล่อยให้ราชวงศ์เซียนได้ของชิ้นนี้ไป มันก็เท่ากับเปิดโอกาสให้พวกนั้นกลับมาแก้แค้นเขาได้น่ะสิ
สิ่งของที่องค์ชายใหญ่ควักออกมา มูลค่ารวมกันยังห่างไกลจากคำว่าหนึ่งแสนล้านหินวิญญาณระดับต่ำมากนัก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงน้ำหล่อเลี้ยงพฤกษาแห่งชีวิตอีกสิบขวดเลย
เขาตบโต๊ะดังปังด้วยความเดือดดาล ใบหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธแค้น
สุดท้ายผลึกกะเทาะด่านพลังเร้นลับก็ตกไปอยู่ในมือของจางหยวนอย่างไม่มีข้อกังขา
แต่ทว่าแววตาของเหล่ายอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณที่อยู่ในงาน ล้วนเริ่มส่องประกายวาววับขึ้นมา
ถ้าผลึกกะเทาะด่านพลังเร้นลับถูกองค์ชายใหญ่ประมูลไป พวกเขาคงไม่กล้าคิดอกุศลอะไรแน่ๆ
แต่จางหยวนเป็นแค่เศรษฐีใหม่มาจากไหนก็ไม่รู้ แถมข้างกายก็ไม่มีองครักษ์ระดับแปลงวิญญาณคอยคุ้มกันเลยสักคน
ถ้าพวกเขาไม่ลองดักปล้นดูสักตั้ง มันก็ดูจะผิดผีคนในยุทธภพไปหน่อยล่ะมั้ง
หลังจากโกรธจนเลือดขึ้นหน้า องค์ชายใหญ่ก็คิดตกในเรื่องนี้เช่นกัน
ดวงตาของเขาสาดประกายเย็นเยียบพลางกล่าว "ไอ้หนุ่ม พกของวิเศษติดตัวมากมายขนาดนี้ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าแกจะรอดชีวิตออกไปได้!"
"ถึงตอนที่แกตาย ข้าก็ยังสามารถไปแย่งผลึกกะเทาะด่านพลังเร้นลับมาได้อยู่ดี แบบนี้ข้าก็ประหยัดโอสถระดับแปลงวิญญาณไปได้ตั้งเยอะ!"
จางหยวนสัมผัสได้ถึงสัมผัสเทวะที่แฝงไปด้วยเจตนาร้ายหลายสาย กำลังกวาดผ่านหน้าห้องวีไอพีระดับสูงสุดของเขาไป
เขาหัวเราะเยาะเบาๆ "พวกมอนสเตอร์แจกไอเทมกับค่าประสบการณ์พวกนี้ คิดว่าตัวเองจะรังแกข้าได้ง่ายๆ งั้นเหรอ"
หลังจากหงอิงผู้เป็นพิธีกรกล่าวคำอำลาปิดท้ายอย่างเร้าใจ นางก็ประกาศว่างานประมูลในครั้งนี้ได้จบลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
ผู้คนในงานเริ่มทยอยกันเดินออกจากลานประมูลอย่างเป็นระเบียบ
ส่วนจางหยวนก็เดินตามการนำทางของหญิงรับใช้สองคน เพื่อไปทำการแลกเปลี่ยนสิ่งของและหินวิญญาณ
ผู้อาวุโสระดับแปลงวิญญาณของหอหลิงหลง เป็นคนออกมาต้อนรับจางหยวนด้วยตัวเอง
ท้ายที่สุดจางหยวนก็ส่งมอบแหวนมิติที่เต็มไปด้วยหินวิญญาณกว่าสิบวง และน้ำหล่อเลี้ยงพฤกษาแห่งชีวิตอีกสิบขวด เพื่อแลกกับของที่เขาประมูลมาได้ทั้งหมด
"ป้องกันมีบงกชมายาเก้าสี โจมตีมียันต์ระดับแปลงวิญญาณ แถมยังมีอาวุธวิเศษระดับแปลงวิญญาณอีก! ตอนนี้ข้าคือผู้ไร้เทียมทานในหมู่คนที่อยู่ต่ำกว่าขั้นหลอมความว่างเปล่าแล้ว!"
หากในอาณาเขตของราชวงศ์เซียนจื่อหยวน ไม่มีพวกสัตว์ประหลาดเฒ่าที่ซ่อนระดับพลังเอาไว้ เขาก็สามารถเดินกร่างขวางถนนได้อย่างสบายใจแล้ว!
ผู้อาวุโสของหอหลิงหลงยังมอบบัตรวีไอพีระดับสูงสุดให้กับจางหยวนอีกหนึ่งใบ ซึ่งสามารถใช้เป็นส่วนลดสองในสิบส่วนสำหรับซื้อสินค้าประมูลทั้งหมดในอนาคต
ลูกค้ากระเป๋าหนักที่ไม่เห็นหินวิญญาณมีค่าแบบนี้ ขอแค่รั้งตัวเอาไว้ได้คนเดียว ก็ทำให้หอหลิงหลงฟันกำไรเละเทะแล้ว
ดังนั้นสวัสดิการและผลประโยชน์ต่างๆ จึงต้องจัดเต็มให้ถึงที่สุด
ผู้อาวุโสของหอหลิงหลงยังยื่นแหวนมิติมาให้อีกวง พร้อมกับกล่าวว่า
"ยินดีต้อนรับท่านแขกผู้มีเกียรติเสมอนะขอรับ ในแหวนมิติวงนี้มียาโอสถและหญ้าวิญญาณที่หาไม่ได้ทั่วไปในท้องตลาดอยู่บ้าง ถือเป็นของสมนาคุณเล็กๆ น้อยๆ จากทางเราขอรับ!"
จางหยวนรับมาดู ก็พบว่ายาโอสถและหญ้าวิญญาณในนั้น ล้วนเป็นของหายากและมีประโยชน์มหาศาลจริงๆ
สำหรับเขาแล้ว ขอแค่มีของตัวอย่างมาให้ปลดล็อกสารบบไอเทมสักชิ้นเดียวก็พอ
ของหายากพวกนี้ก็จะกลายเป็นของที่มีให้ใช้แบบอินฟินิตี้ทันที
สิ่งนี้ทำให้จางหยวนรู้สึกพึงพอใจกับการบริการที่รู้ใจของหอหลิงหลงเป็นอย่างมาก
"คราวหน้าถ้ามีของดีอะไรอีก ก็อย่าลืมส่งข่าวมาบอกข้าด้วยล่ะ!"
ผู้อาวุโสของหอหลิงหลงยิ้มกว้างจนตาหยี "แน่นอนขอรับ แน่นอนอยู่แล้ว!"
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเสนอว่า "อีกอย่าง ด้านนอกเมืองเทียนจีตอนนี้อาจจะไม่ค่อยสงบเท่าไหร่นัก หากท่านแขกผู้มีเกียรติไม่รังเกียจ ทางหอหลิงหลงสามารถส่งคนไปช่วยคุ้มกันให้ได้นะขอรับ!"
จางหยวนตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ "ขอบคุณในความหวังดี แต่พวกสวะกระจอกงอกง่อยพวกนั้น ไม่คณามือข้าหรอก!"
พอได้ยินเช่นนั้น ผู้อาวุโสของหอหลิงหลงก็ใจสั่นสะท้านขึ้นมา
ยอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณที่คิดจะปล้นจางหยวน มีไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ
แขกท่านนี้ไปเอาความมั่นใจเบอร์นี้มาจากไหนกัน
แต่ในเมื่อจางหยวนยืนกราน เขาก็ไม่อาจฝืนส่งคนตามไปคุ้มกันได้
หลังจากจางหยวนเก็บของทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาก็พาเย่ว์ซูอิ่งและคนอื่นๆ เดินออกจากหอหลิงหลง
พริบตาเดียว สายตาอันเย็นเยียบและมุ่งร้ายหลายสิบสาย ก็พุ่งเป้ามาที่พวกเขาพร้อมกัน
ก่อนหน้านี้จางหยวนก็ไม่ได้ปิดบังตัวตนหรือเส้นทางการเดินทางอยู่แล้ว
ด้วยเครือข่ายหูตาของยอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณ ย่อมสืบรู้รูปร่างหน้าตาของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย
จางหยวนเพียงแค่ยิ้มบางๆ แล้วเดินตรงดิ่งออกไปนอกเมืองเทียนจี
เฟิ่งจิ่วหวงอุ้มอสูรกลืนดาราตัวกลมปุกปุย เดินตามหลังจางหยวนไปติดๆ
นางอยากรู้จริงๆ ว่าจางหยวนจะสลัดหลุดจากสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานตอนนี้ได้อย่างไร
ยอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณพวกนี้ ประเมินคร่าวๆ ก็น่าจะมียี่สิบถึงสามสิบคนเลยทีเดียว
ด้วยระดับพลังแค่ขั้นแก่นทองคำระดับต้นของจางหยวน ต่อให้มีของที่ประมูลมาได้พวกนั้น มันก็คงสำแดงเดชได้ไม่เท่าไหร่มั้ง
นางอดไม่ได้ที่จะลอบถอนหายใจ ก่อนจะรำพึงในใจว่า "ถ้าจวนตัวจริงๆ ข้าคงต้องยอมสละพลังต้นกำเนิด ใช้วิชาเซียนพาพวกเขาทะลวงหนีออกไป ถือซะว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ติดค้างเขาไว้ก็แล้วกัน!"
พวกที่แอบซุ่มดูอยู่ พอเห็นจางหยวนกำลังจะออกจากเมือง ก็แสยะยิ้มเย็นแล้วสะกดรอยตามไปทันที
แม้แต่นายน้อยสำนักไร้ขอบเขตก็ยังตามไปดูด้วย
เขาอยากจะเห็นกับตาตัวเอง ว่าจางหยวนจะถูกสับเป็นหมื่นชิ้นยังไง
ระหว่างที่จางหยวนเดินไป เขาก็แอบยัดแหวนมิติใส่มือชิงมู่จื่อกับเฟิ่งจิ่วหวงไปคนละวง
"เดี๋ยวพวกเจ้าคอยระวังตัวกันด้วยล่ะ ไปหลบอยู่หลังภรรยาข้านะ! ของพวกนี้ถือเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้พวกเจ้า!"
ชิงมู่จื่อและเฟิ่งจิ่วหวงส่งสัมผัสเทวะเข้าไปสำรวจในแหวนมิติด้วยความสงสัย แล้วดวงตาของพวกเขาก็เบิกกว้างแทบถลนออกมา
เพราะในแหวนมิติวงนั้น อัดแน่นไปด้วยบงกชมายาเก้าสีหลายหมื่นดอก!
แค่ดอกเดียวก็สามารถต้านทานการโจมตีของยอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณระดับห้าได้ถึงเก้าครั้งแล้ว
แต่ในนี้ดันมีอยู่เป็นหมื่นๆ ดอก!
ต่อให้ยอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณโจมตีจนหมดแรงตายคาที่ ก็คงทำอันตรายพวกเขาไม่ได้หรอกมั้ง
หัวใจของเฟิ่งจิ่วหวงเต้นระรัวราวกับคลื่นยักษ์ถาโถม
เห็นชัดๆ ว่าจางหยวนเพิ่งจะประมูลบงกชมายาเก้าสีมาได้แค่ดอกเดียว แล้วไหงจู่ๆ มันถึงงอกมาเป็นหมื่นดอกได้ล่ะ
ถ้าเขามีเยอะขนาดนี้ตั้งแต่แรก จะเสียเงินซื้อมาอีกทำไม
ดวงตาของเฟิ่งจิ่วหวงส่องประกาย นางเริ่มเดาอะไรบางอย่างได้ลางๆ แล้ว
"หรือว่าเขาจะมีความสามารถในการก๊อปปี้ไอเทม! แต่การก๊อปปี้ของชิ้นเดียวให้กลายเป็นหมื่นๆ ชิ้น นี่มันไม่ออกจะโอเวอร์ไปหน่อยเหรอ!"
ข้อสันนิษฐานนี้ แม้แต่นางเองยังรู้สึกว่ามันเหลือเชื่อเกินไป
แต่นอกจากสกิลก๊อปปี้ไอเทมแล้ว มันก็ดูจะไม่มีคำอธิบายอื่นที่เป็นไปได้เลย
"แค่ระดับแก่นทองคำแท้ๆ สามารถก๊อปปี้ไอเทมระดับแปลงวิญญาณออกมาเป็นเบือขนาดนี้ได้ยังไงกัน"
ด้วยประสบการณ์ระดับจักรพรรดิเซียนของนาง นางก็ยังไม่เคยเจอเรื่องพิสดารพรรค์นี้มาก่อนเลยในชีวิต
"หรือว่าเขาจะเป็นยอดฝีมือกลับชาติมาเกิดเหมือนกัน"
ในชั่วพริบตา เฟิ่งจิ่วหวงก็คิดทฤษฎีสารพัดรูปแบบขึ้นมาในหัว
ส่วนทางด้านชิงมู่จื่อ ในใจมีแต่คำว่าเชี่ยเอ๊ยบวกกับโคตรเทพดังก้องไปมา
"ท่านเจ้าสำนักนี่แม่งโคตรเอาเรื่อง! มิน่าล่ะถึงได้ดูชิลขนาดนี้! การที่ข้าตัดสินใจสวามิภักดิ์ต่อสำนักกระบี่จันทรา ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตข้าเลยโว้ย!"
[จบแล้ว]