- หน้าแรก
- ระบบวันสิ้นโลกติดบั๊ก ทำข้ากลายเป็นเทพทรูในโลกเซียน
- บทที่ 34 - เหมาเรียบแทบไม่เหลือให้ใครประมูล!
บทที่ 34 - เหมาเรียบแทบไม่เหลือให้ใครประมูล!
บทที่ 34 - เหมาเรียบแทบไม่เหลือให้ใครประมูล!
บทที่ 34 - เหมาเรียบแทบไม่เหลือให้ใครประมูล!
องค์ชายใหญ่กำหมัดแน่นอยู่นาน สุดท้ายก็ไม่ได้เสนอราคาแข่งต่อ
ท้ายที่สุดแล้วมูลค่าของบงกชมายาเก้าสีก็อยู่แค่ราวๆ ร้อยกว่าล้านหินวิญญาณเท่านั้น แถมมันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเขามากนักด้วย
การที่เขาดันราคาขึ้นไปถึงพันห้าร้อยล้านก่อนหน้านี้ มันก็มีส่วนผสมของความอยากเอาชนะอยู่หน่อยๆ
แต่ถ้าจะให้ไปสู้ราคาแข่งจากห้าพันล้านขึ้นไปอีกล่ะก็ นั่นมันพฤติกรรมของไอ้หน้าโง่ชัดๆ
เมื่อหงอิงเห็นว่าไม่มีเสียงตอบรับมาจากห้องวีไอพีขององค์ชายใหญ่ นางจึงเอ่ยปากขึ้น
"ยังมีแขกท่านใดต้องการเสนอราคาเพิ่มอีกหรือไม่คะ หากไม่มีใครให้ราคาเพิ่ม สินค้าประมูลชิ้นแรกของงานในวันนี้ จะตกเป็นของแขกผู้มีเกียรติจากห้องวีไอพีระดับสูงสุดหมายเลขสามค่ะ!"
ทุกคนในลานประมูลต่างเงียบกริบ
การจ่ายเงินห้าพันล้านเพื่อซื้อไอเทมใช้แล้วทิ้ง ถ้าไม่ใช่พวกมีหินวิญญาณเหลือใช้จนเอามาเผาเล่นก็คงไม่มีใครทำแบบนี้แน่ๆ
มีหินวิญญาณเยอะขนาดนี้ เอาไปซื้อของวิเศษป้องกันตัวที่ใช้งานซ้ำได้สบายๆ เลยด้วยซ้ำ
หงอิงจึงเริ่มนับถอยหลังอย่างรวดเร็ว
"ห้าพันล้านครั้งที่หนึ่ง!"
"ห้าพันล้านครั้งที่สอง!"
"ห้าพันล้านครั้งที่สาม! ปิดการประมูลค่ะ!"
เมื่อจางหยวนเห็นว่าของตกเป็นของเขาแล้ว ชายหนุ่มก็เผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ
เมื่อมีบงกชมายาเก้าสีอยู่ในมือ เขาก็สามารถบัฟเกราะระดับแปลงวิญญาณให้ตัวเองได้แบบอันลิมิต
ต่อให้โดนฝูงยอดฝีมือขั้นแปลงวิญญาณรุมทึ้ง เขาก็ยังสามารถถอยฉากหนีออกมาได้แบบไร้รอยขีดข่วน
ไอ้องค์ชายใหญ่แห่งราชวงศ์เซียนจื่อหยวนอะไรนั่น ในสายตาเขามันก็แค่หมาข้างถนนตัวหนึ่งเท่านั้นแหละ
ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้แก่นี่เข้ามาป่วน เขาคงซื้อของชิ้นนี้มาได้ในราคาแค่ร้อยล้านไปแล้ว
ตอนนี้ชิงมู่จื่อรู้สึกว่าหัวใจและตับไตไส้พุงของตัวเองกำลังสั่นสะท้าน
"ห้าพันล้าน! นี่มันตั้งห้าพันล้านเลยนะ! ขุมกำลังระดับแปลงวิญญาณบางแห่งยังควักออกมาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่ท่านเจ้าสำนักจางกลับโยนทิ้งไปง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ"
จางหยวนพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า "เศษเงินทั้งนั้น! ในสายตาข้ามันก็แค่ตัวเลข! ถ้าไอ้หมอนั่นกล้าเสนอราคาต่อล่ะก็ ข้าจะฟาดไปสามหมื่นล้านเลย! เอาให้หัวใจวายตายไปเลย!"
มุมปากของชิงมู่จื่อกระตุกยิกๆ ในใจได้แต่ร้องตะโกนว่าไอ้ลูกล้างลูกผลาญ!
เฟิ่งจิ่วหวงเองก็ยกมือขึ้นมากุมขมับเบาๆ
แม้แต่ในชาติก่อน นางก็ยังไม่เคยเจอใครที่มีสกิลผลาญสมบัติได้เก่งกาจขนาดนี้มาก่อนเลย
แต่พริบตาต่อมานางก็รู้สึกดีใจขึ้นมา
การได้ติดตามท่านอาจารย์แบบนี้ หมายความว่าในช่วงเวลาสั้นๆ นี้นางจะไม่ขาดแคลนทรัพยากรในการบำเพ็ญเพียรอย่างแน่นอน
กายาศักดิ์สิทธิ์โกลาหลของนางก็สามารถบำเพ็ญเพียรไปถึงจุดสูงสุดได้เร็วกว่าในอดีตชาติด้วย
ในชาติที่แล้ว นางก้าวพลาดไปเพียงก้าวเดียว จึงต้องพบกับจุดจบอันน่าอนาถร่างกายแหลกสลายจิตวิญญาณดับสูญ
"ในเมื่อข้าได้รับโอกาสให้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ในชาตินี้ข้าจะไม่มีทางเดินซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด!"
งานประมูลดำเนินต่อไป มูลค่าของสินค้าประมูลชิ้นที่สองนั้นต่ำกว่าชิ้นแรกอยู่มาก
มันคือไอเทมระดับวิญญาณก่อกำเนิด
หงอิงแนะนำว่า "ของชิ้นนี้คือ ยันต์หลบหนีข้ามมิติ หลังจากเปิดใช้งาน มันจะสุ่มเทเลพอร์ตผู้ใช้ไปยังสถานที่ที่อยู่ห่างออกไปหลายพันลี้ นับเป็นไอเทมรักษาชีวิตที่ใช้งานได้จริงสุดๆ เลยค่ะ!"
"ทั้งหมดนี้มีจำนวนยี่สิบแผ่น ราคาเริ่มต้นอยู่ที่หนึ่งแสนหินวิญญาณระดับต่ำ! การเสนอราคาแต่ละครั้งต้องไม่ต่ำกว่าห้าพันหินวิญญาณระดับต่ำค่ะ!"
กลุ่มผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณก่อกำเนิดเริ่มตะโกนเสนอราคากันทันที
"ข้าให้หนึ่งแสนหนึ่งหมื่น!"
"ข้าให้หนึ่งแสนสามหมื่น!"
"ข้าให้หนึ่งแสนห้าหมื่น!"
...
จางหยวนพูดขึ้นมาห้วนๆ "หนึ่งล้าน!"
สิ้นเสียงของเขา ทุกคนต่างก็ตกอยู่ในความเงียบงันทันที
ไอ้หมอนี่อีกแล้ว!
เปิดปากมาก็ดันราคาขึ้นไปเป็นสิบเท่าเลย!
มูลค่าของยันต์หลบหนีข้ามมิติ จริงๆ แล้วก็พอๆ กับยันต์วิหคเพลิง นั่นคือแผ่นละประมาณหนึ่งแสนหินวิญญาณระดับต่ำ
ทั้งหมดยี่สิบแผ่น รวมมูลค่าแล้วก็น่าจะอยู่ราวๆ สองล้าน
ดังนั้นหลังจากเงียบไปครู่สั้นๆ ก็มีคนเสนอราคาใหม่ขึ้นมา
"ข้าให้หนึ่งล้านสองแสน!"
จางหยวนเริ่มเทหมดหน้าตัก "ห้าล้าน!"
"ห้า... ห้าล้าน"
ทุกคนถึงกับพูดไม่ออกไปตามๆ กัน
ไอ้หมอนี่มันมีเงินเหลือใช้จนร้อนวิชาหรือไงเนี่ย!
ของมูลค่าแค่สองล้านแท้ๆ ดันจะซื้อตั้งห้าล้านให้ได้!
สุดท้ายก็ไม่มีใครเสนอราคาแข่งต่อ ยันต์หลบหนีข้ามมิติทั้งยี่สิบแผ่นจึงตกเป็นของจางหยวนอีกครั้ง
อันที่จริงของพวกนี้มันไม่มีประโยชน์อะไรกับเขาแล้วล่ะ
แต่คนอื่นๆ ในสำนักกระบี่จันทรายังจำเป็นต้องใช้มันอยู่
พอกลับไปก็เอาไปแจกให้ลูกศิษย์ทุกคน คนละสองสามแผ่น
แบบนี้เวลาที่พวกเขางานเข้าเผลอไปตอแยยอดฝีมือขั้นวิญญาณก่อกำเนิดตอนอยู่ข้างนอก ก็ยังพอมีช่องทางให้หนีเอาชีวิตรอดได้
โดยเฉพาะลูกศิษย์สุดที่รักทั้งสามคน เขาต้องยัดเยียดให้คนละหลายหมื่นแผ่นถึงจะวางใจ!
"สินค้าประมูลชิ้นที่สามต่อไปนี้ เป็นโอสถระดับวิญญาณก่อกำเนิดหนึ่งขวด มีชื่อว่า โอสถรักษารูปโฉม สามารถชะลอความแก่ชราของใบหน้าได้อย่างมหาศาล เหมาะที่สุดที่จะซื้อกลับไปมอบให้กับคู่บำเพ็ญเพียรของท่านค่ะ!"
"ราคาเริ่มต้นขวดนี้อยู่ที่เจ็ดหมื่นหินวิญญาณระดับต่ำ การเสนอราคาแต่ละครั้งต้องไม่ต่ำกว่าสามพันหินวิญญาณค่ะ!"
แทบจะทันทีที่หงอิงพูดจบ จางหยวนก็ตะโกนขึ้นมาแล้ว "สองล้าน!"
เขาขี้เกียจรอให้คนอื่นค่อยๆ เสนอราคาเพิ่มทีละนิด เปิดมาก็ปาตัวเลขที่ทะลุมูลค่าที่แท้จริงของโอสถไปไกลลิบเลย
คนอื่นๆ แทบจะสบถด่าออกมาอยู่แล้ว นี่มันไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นได้ลืมตาอ้าปากเลยนี่หว่า!
สินค้าประมูลอีกสิบกว่าชิ้นต่อจากนั้น พอหงอิงประกาศราคาเริ่มต้นปุ๊บ จางหยวนก็กวาดซื้อตัดหน้าไปปั๊บทันที
ทุกคนเริ่มรู้สึกชาชินกันไปหมดแล้ว
"ไอ้หมอนี่มันจะปล่อยให้คนอื่นประมูลบ้างไหมเนี่ย! เล่นเหมาคนเดียวรวดสิบกว่าชิ้นเลย!"
"เศรษฐีใหม่มาจากไหนวะเนี่ย ทำอย่างกับเกิดมาไม่เคยเห็นของประมูลอย่างนั้นแหละ!"
"ไม่มีใครจัดการหยุดไอ้บ้าโชคลาภนี่ได้เลยเหรอ!"
ในขณะที่ทุกคนกำลังโอดครวญด้วยความคับแค้นใจ นายน้อยสำนักไร้ขอบเขตก็เริ่มใช้สมองคิดแผนการบางอย่าง
"ไอ้หมอนี่ พอมีคนอื่นเสนอราคา มันก็จะตะโกนตัวเลขที่ทำเอาคนช็อกตายออกมาทันที ถ้าข้าแกล้งปั่นราคาให้มันสักหน่อย มันจะได้เสียเงินก้อนโตไปฟรีๆ ดีไหมนะ"
เขาไม่เชื่อหรอกว่าถ้าโดนปั่นราคาสักหลายๆ รอบ หินวิญญาณของจางหยวนจะไม่ร่อยหรอลงไปเลย
ดังนั้นหลังจากที่จางหยวนเสนอราคาอีกครั้ง นายน้อยสำนักไร้ขอบเขตก็ตัดสินใจปั่นราคาขึ้นไปทันที
"ห้าสิบล้าน! ข้าให้ห้าสิบล้าน!"
นายน้อยสำนักไร้ขอบเขตตะโกนเสียงดังลั่น
ทุกคนเบิกตากว้างหันไปมองทางห้องวีไอพีของเขาเป็นตาเดียว
"นี่ไอ้หน้าโง่ที่ไหนอีกเนี่ย ของวิเศษระดับวิญญาณก่อกำเนิดชิ้นเดียว มันให้ตั้งห้าสิบล้านเลยเหรอ"
แน่นอนว่าจางหยวนจำเสียงของนายน้อยสำนักไร้ขอบเขตได้ สิ่งนี้ทำให้มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
ที่จริงของวิเศษระดับวิญญาณก่อกำเนิดชิ้นนี้ เขาจะได้หรือไม่ได้ก็ไม่ซีเรียสเท่าไหร่
กะจะเอามาสะสมไว้ในคลังของสำนักกระบี่จันทราเท่านั้นเอง
ในเมื่อนายน้อยสำนักไร้ขอบเขตกระโดดออกมาหาเรื่อง เขาเองก็พร้อมจะขุดหลุมฝังมันกลับเหมือนกัน
"หนึ่งร้อยล้าน!"
จางหยวนเสนอราคาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
ใบหน้าของนายน้อยสำนักไร้ขอบเขตปรากฏรอยยิ้มชั่วร้ายที่ทำตามแผนได้สำเร็จ
"ไอ้หมอนี่เป็นอย่างที่คิดจริงๆ พอมีคนเสนอราคา มันก็จะบ้าระห่ำอัปราคาขึ้นไปโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น"
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเสนอราคาสองร้อยล้านออกมาอีกครั้ง
นี่ปาเข้าไปหนึ่งในห้าของเงินทุนที่เขามีอยู่ในมือแล้วนะ
จางหยวนตอบกลับอย่างไม่ลังเล "แปดร้อยล้าน!"
นายน้อยสำนักไร้ขอบเขตกัดฟันกรอด อัปราคาเพิ่มไปจนถึงพันล้าน
เพราะเขาเชื่อมั่นว่าจางหยวนจะต้องเสนอราคาที่สูงกว่านี้ขึ้นไปอีกแน่ๆ
ใครจะไปคิดว่าจางหยวนกลับหยุดลงเสียดื้อๆ ซ้ำยังตบมือแปะๆ แล้วพูดว่า
"จ่ายตั้งพันล้านเพื่อซื้อของวิเศษระดับวิญญาณก่อกำเนิดกากๆ ชิ้นนึง นายน้อยสำนักไร้ขอบเขตช่างร่ำรวยสมคำร่ำลือจริงๆ!"
นายน้อยสำนักไร้ขอบเขตถึงกับหน้าถอดสีทันที
เขาเค้นเสียงหนักสบถถาม "นี่แกจะไม่เพิ่มราคาแล้วงั้นเหรอ"
จางหยวนตอบอย่างหน้าตาเฉย "ข้าหมดหินวิญญาณแล้วล่ะ! เจ้าเอาชนะข้าได้แล้ว ข้ายอมรับว่าข้าสู้เจ้าไม่ได้จริงๆ!"
แม้ปากของจางหยวนจะพูดคำว่านับถือ แต่พอทะลุเข้าหูนายน้อยสำนักไร้ขอบเขต มันกลับมีแต่ถ้อยคำเยาะเย้ยถากถางแบบเต็มพิกัด
เขาแทบจะกระอักเลือดออกมาอยู่แล้ว
การที่จางหยวนไม่ยอมเสนอราคาต่อ นั่นหมายความว่าเขาต้องจ่ายเงินถึงพันล้านเพื่อซื้อของวิเศษระดับวิญญาณก่อกำเนิดชิ้นเดียวเนี่ยนะ!
หินวิญญาณพวกนี้ เดิมทีตั้งใจจะเอามาซื้อไอเทมระดับแปลงวิญญาณให้พ่อของเขาต่างหาก!
ขืนเขาหอบของวิเศษระดับวิญญาณก่อกำเนิดกลับไป พ่อต้องตีขาเขาหักแน่ๆ!
[จบแล้ว]