- หน้าแรก
- ไม่ได้อยากจะโชว์เทพ แค่ตัวฉันอีกโลกมันส่งพลังมาให้เอง
- บทที่ 21 - ความเป็นไปได้ในการผสานวิชาดาบเข้ากับเทนนิส
บทที่ 21 - ความเป็นไปได้ในการผสานวิชาดาบเข้ากับเทนนิส
บทที่ 21 - ความเป็นไปได้ในการผสานวิชาดาบเข้ากับเทนนิส
บทที่ 21 - ความเป็นไปได้ในการผสานวิชาดาบเข้ากับเทนนิส
โตเกียว โรงเรียนมัธยมต้นฟุโดมิเนะ
"กริ๊งงงงงงงงงงง"
เสียงออดเลิกเรียนเพิ่งจะดังขึ้น ด้วยคติประจำใจที่ว่าการอยู่ต่ออีกแม้แต่นาทีเดียวก็ถือว่าขาดทุน อาจารย์สาวที่กำลังสอนอยู่จึงทิ้งท้ายคำพูดที่ไม่ค่อยมีสาระไว้สองสามประโยค ก่อนจะก้าวเดินฉับๆ ออกจากห้องเรียนไปทันที
และเมื่อเห็นว่าอาจารย์เดินพ้นประตูห้องไปแล้ว บรรดานักเรียนในห้องก็ปลดปล่อยสัญชาตญาณความเป็นตัวเองออกมาในทันที
บางคนก็รีบเก็บกระเป๋าเตรียมพุ่งกลับบ้านไปเล่นเกม บางคนก็นัดแนะเพื่อนฝูงเตรียมตัวไปเดินเล่นชอปปิง และก็มีอีกหลายคนที่เตรียมตัวไปทำกิจกรรมชมรมของตัวเอง
"เซย์ยะ การแข่งขันระดับเขตใกล้จะเริ่มแล้วนะ วันนี้พี่ชายสั่งมาว่านายต้องแวะไปที่ชมรมเทนนิสให้ได้เลยนะ"
ทางด้านของเซย์ยะเพิ่งจะเก็บหนังสือใส่กระเป๋าเสร็จ เนื่องจากเมื่อคืนเขาเพิ่งจะได้รับพลังที่แชร์มาจากเซย์ยะแห่งโลก SAO เขาจึงกำลังคิดทบทวนอยู่ว่าจะสามารถนำวิชาดาบมาประยุกต์ใช้กับการเล่นเทนนิสได้หรือไม่ ดังนั้นวันนี้เขาจึงตั้งใจจะโดดซ้อมชมรมสักวัน
แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าเขายังไม่ทันได้ก้าวขาออกจากห้อง จู่ๆ ก็มีเด็กสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มผู้มีผมสีน้ำตาลเกาลัดประบ่าเดินเข้ามาทักทายเขาเสียก่อน
"พอดีวันนี้ฉันมีธุระด่วนต้องรีบกลับบ้านน่ะ เธอช่วยไปลาป่วยกับกัปตันให้ฉันหน่อยจะได้ไหม"
เด็กสาวหน้าตาน่ารักที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขามีชื่อว่า ทาจิบานะ อัน เธอไม่ได้เป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นของเซย์ยะเท่านั้น แต่เธอยังเป็นน้องสาวแท้ๆ ของ ทาจิบานะ คิปเปย์ กัปตันชมรมเทนนิสอีกด้วย
ในฐานะที่เป็นโรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนมัธยมต้นฟุโดมิเนะจึงมีจำนวนนักเรียนและขนาดโรงเรียนที่ถือว่าใหญ่พอสมควรในโตเกียว
ทว่าสำหรับชมรมเทนนิสของที่นี่ จนถึงเมื่อปีที่แล้ว พวกเขากลับเป็นเพียงชมรมไร้ชื่อเสียงที่ไม่มีใครรู้จัก
ปัญหาหลักมาจากโค้ชและรุ่นพี่ในชมรมที่ไร้ความรับผิดชอบและชอบเลือกปฏิบัติ ถึงแม้ตัวเองจะฝีมือห่วยแตกแค่ไหน แต่ก็เอาแต่ใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงรุ่นน้องที่มีพรสวรรค์อยู่เสมอ
และนี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้ชมรมเทนนิสฟุโดมิเนะ ซึ่งมีนักเรียนที่มีพรสวรรค์ด้านเทนนิสอยู่มากมาย กลับไม่เคยประสบความสำเร็จหรือสร้างผลงานใดๆ ในการแข่งขันรายการต่างๆ เลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา
จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว สถานการณ์ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อมีนักเรียนย้ายมาใหม่คนหนึ่งที่มีชื่อว่า ทาจิบานะ คิปเปย์
เช่นเดียวกับเซย์ยะแห่งโลก SAO ที่ต้องทำภารกิจเริ่มต้นระบบให้สำเร็จเสียก่อน ถึงจะสามารถปลดล็อกฟังก์ชันที่แท้จริงของระบบและเข้าสู่ "ห้องแห่งความฝัน" ได้ ตัวเขาในโลกนี้ก็ได้รับภารกิจระบบที่มีเงื่อนไขคล้ายๆ กันมาเหมือนกัน
อุตส่าห์ทะลุมิติมาอยู่ในโลกของเทนนิสทั้งที ถ้าไม่เล่นเทนนิส มันจะไปต่างอะไรกับการข้ามไปโลกของยูกิโอแต่ไม่ยอมเล่นการ์ดล่ะ
ด้วยเหตุนี้เอง ในตอนที่เซย์ยะรู้ตัวว่าเขาได้ทะลุมิติมาอยู่ในโลกของเจ้าชายลูกสักหลาด ซึ่งเป็นโลกที่ทุกสิ่งทุกอย่างหมุนรอบการเล่นเทนนิส เขาจึงตัดสินใจหยิบไม้แร็กเกตขึ้นมาฝึกซ้อมตั้งแต่เด็กอย่างไม่ลังเล
ในช่วงแรก เซย์ยะก็ยังแอบหลงตัวเองอยู่เหมือนกันว่า ในฐานะที่เขาเป็นผู้ข้ามโลก ต่อให้ไม่ได้มีพลังเทพทรูถึงขั้นทำลายล้างจักรวาลได้ อย่างน้อยๆ เขาก็น่าจะเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ที่เหนือมนุษย์บ้างแหละ
แต่หลังจากเวลาผ่านไปหลายปี เขากลับต้องพบกับความจริงอันโหดร้ายว่า พรสวรรค์ด้านการเล่นเทนนิสของเขานั้น มันแค่สูงกว่าคนธรรมดาทั่วไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น
ด้วยความที่มีฐานะทางบ้านค่อนข้างดี เซย์ยะถึงขนาดจ้างโค้ชส่วนตัวมาสอนเทนนิสให้เลยด้วยซ้ำ แต่ฝึกฝนมาหลายปี เซย์ยะก็พบว่านอกจากสายตาที่เฉียบคมกว่าคนทั่วไปแล้ว ทักษะด้านอื่นๆ ของเขากลับไม่มีความโดดเด่นอะไรเลย
พูดตามตรง พอได้รับรู้ความจริงข้อนี้ เซย์ยะก็ถึงกับทรุดไปเหมือนกัน
เพราะในโลกของเทนนิสนั้น ถ้าคุณเล่นเทนนิสไม่เป็น คุณก็ไม่ต่างอะไรกับปลาเค็มตากแห้งไร้ค่าตัวหนึ่ง
ต่อให้ฝีมือคุณจะไปไม่ถึงขั้น "เทนนิสสังหาร" ระดับการแข่งขันระดับประเทศ แต่อย่างน้อยคุณก็ควรจะมีฝีมืออยู่ในระดับที่สามารถลงแข่งระดับภูมิภาคคันโต หรือระดับจังหวัดได้บ้างสิ
แต่น่าเสียดายที่นอกจากสายตาที่เฉียบคมเป็นทุนเดิม บวกกับการฝึกฝนอย่างหนักมาหลายปีจนทำให้พละกำลังและความอึดของเขาสูงกว่าเด็กวัยเดียวกันแล้ว เซย์ยะก็ไม่มีจุดเด่นอะไรอย่างอื่นอีกเลย
แน่นอนว่าความหล่อเหลาก็ถือเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของเขา ทว่าในโลกใบนี้ การมีหน้าตาหล่อเหลาเพียงอย่างเดียวมันแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย
ก็ลองดูพวกนักกีฬาตัวจริงของโรงเรียนดังๆ สิ สุ่มหยิบมาสักคนก็มีแต่ระดับพระเอกสุดหล่อกันทั้งนั้น
ในโลกใบนี้ คุณไม่ได้แค่ต้องหล่อเพียงอย่างเดียว แต่คุณยังต้องเล่นเทนนิสเก่งด้วย ถึงจะสามารถก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดได้
และในจังหวะที่เซย์ยะกำลังจะถอดใจยอมแพ้อยู่นั้น จู่ๆ สิ่งที่เรียกว่าระบบก็โผล่มา พร้อมกับมอบหมายภารกิจเริ่มต้นให้เขาหนึ่งภารกิจ
เนื้อหาของภารกิจก็คือ ภายในระยะเวลาสามปี เขาจะต้องกลายเป็นนักกีฬาตัวจริงของทีมโรงเรียนแห่งใดแห่งหนึ่งในโตเกียวให้ได้ และทีมโรงเรียนนั้นจะต้องมีระดับความสามารถโดยรวมไม่ต่ำกว่าระดับการแข่งขันระดับจังหวัด
ในโลกของเจ้าชายลูกสักหลาด มีโรงเรียนที่มีฝีมือระดับนี้อยู่มากมาย แต่เมื่อพิจารณาจากฝีมืออันแสนจะธรรมดาของเขาแล้ว การจะแทรกซึมเข้าไปเป็นตัวจริงให้ได้นั้น...
หลังจากคิดทบทวนอยู่นาน ในที่สุดเซย์ยะก็เลือกที่จะเป้าหมายไปที่โรงเรียนมัธยมต้นฟุโดมิเนะ
ชมรมเทนนิสฟุโดมิเนะในช่วงก่อนที่ทาจิบานะ คิปเปย์ จะย้ายมา มันก็เป็นแค่ชมรมขยะดีๆ นี่เอง
ไม่ต้องพูดถึงพวกโรงเรียนเซชุน เฮียวเท ยามาบุกิ หรือริคไคเลย พวกนั้นการแข่งขันแย่งชิงตำแหน่งดุเดือดเกินไป
ด้วยระดับฝีมือเทนนิสของเขากากๆ แบบนี้ ถ้าขืนไปเข้าโรงเรียนพวกนั้น คงไม่มีโอกาสได้เป็นแม้แต่ตัวประกอบเดินผ่านกล้องด้วยซ้ำ
แต่กับฟุโดมิเนะนั้นแตกต่างออกไป เพราะที่นี่มีนักกีฬาตัวจริงแค่เจ็ดคนเท่านั้น ต่อให้ฝีมือเขาจะห่วยแค่ไหน แต่ก็น่าจะพอถูไถเป็นตัวสำรองได้บ้างแหละมั้ง
ด้วยเหตุผลนี้ เซย์ยะจึงปฏิเสธความตั้งใจของครอบครัวที่อยากจะส่งเขาไปเรียนที่โรงเรียนเฮียวเท และเลือกที่จะมาเข้าเรียนที่ฟุโดมิเนะแทน
ในช่วงปีหนึ่ง เซย์ยะเองก็ต้องทนรับสภาพการถูกกดขี่ข่มเหงจากพวกรุ่นพี่ในชมรมไม่ต่างอะไรกับคามิโอะและชินจิ เขาต้องทนเป็นเด็กเก็บบอลอยู่เป็นปี จนกระทั่งการมาถึงของทาจิบานะ คิปเปย์
หากวัดกันที่พรสวรรค์และศักยภาพแล้ว เซย์ยะอาจจะเทียบไม่ได้กับพวกอัจฉริยะอย่างคามิโอะหรือชินจิ แต่เขาก็มีประสบการณ์การเล่นเทนนิสมาหลายปีคอยทดแทน
ดังนั้นหลังจากที่ทาจิบานะ คิปเปย์ ไล่โค้ชคนเก่าออกไป และก้าวขึ้นมาแบกรับภาระของชมรมเทนนิสฟุโดมิเนะไว้บนบ่า เซย์ยะจึงสามารถคว้าตำแหน่งนักกีฬาตัวจริงมาครองได้อย่างราบรื่น
"การแข่งขันระดับเขตใกล้จะเริ่มแล้วนะ ยังจะมีธุระอะไรที่สำคัญไปกว่าการฝึกซ้อมของชมรมเทนนิสอีก"
"นี่คงไม่ได้แอบหนีไปเดตกับผู้หญิงที่ไหนอีกใช่ไหม"
อันเอามือทั้งสองข้างยันโต๊ะเรียน ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เซย์ยะจนแทบจะชิดกัน ดวงตากลมโตสีดำขลับจ้องมองเซย์ยะอย่างจับผิด
"ตารางซ้อมที่กัปตันจัดให้ทุกวันนี้ กว่าจะกลับถึงบ้านฉันก็แทบจะคลานขึ้นเตียงอยู่แล้ว จะเอาเวลาที่ไหนไปเดตล่ะ"
"วันนี้มีเกมใหม่ออกวางขายพอดี ฉันก็เลยกะว่าจะ..."
เซย์ยะยังพูดไม่ทันจบ ท่อนแขนของเขาก็ถูกอันคว้าหมับเข้าให้ แล้วเด็กสาวก็ออกแรงลากเขาพุ่งตรงดิ่งไปยังสนามเทนนิสทันที
"ให้ตายสิ ตอนแรกฉันก็นึกว่ามีธุระสำคัญอะไรซะอีก ที่แท้ก็แค่หนีกลับบ้านไปเล่นเกมเนี่ยนะ"
"นี่นายกะจะปล่อยตัวให้ตกต่ำลงไปถึงไหนกัน พี่ชายฉันก็เคยเตือนนายแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าถ้านายยังไม่ยอมขยันซ้อมอีกล่ะก็ สักวันชินจิกับคามิโอะต้องเก่งแซงหน้านายแน่ๆ"
เมื่อได้ยินว่าธุระสำคัญของเซย์ยะคือการหนีกลับบ้านไปเล่นเกม อันก็โมโหปรี๊ดขึ้นมาทันที เธอไม่สนสายตาของเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ในห้องเลยสักนิด ออกแรงลากเซย์ยะเดินลิ่วๆ ออกไปหน้าตาเฉย
"ก็พรสวรรค์ของชินจิกับคามิโอะมันดีกว่าฉันตั้งเยอะนี่นา อีกอย่างฉันไม่ได้ปล่อยตัวให้ตกต่ำสักหน่อย ฉันแค่กำลังคิดหาวิธีเอาสกิลในเกมมาประยุกต์ใช้กับการเล่นเทนนิสต่างหากล่ะ"
"อัน เธอเลิกดึงฉันได้แล้วน่า ฉันเดินเองได้ ขืนไอ้เจ้าคามิโอะมาเห็นเข้า หมอนั่นต้องบ่นฉันหูชาอีกแหงๆ"
เซย์ยะอยากจะเอาวิชาดาบมาผสมผสานกับการเล่นเทนนิสจริงๆ และโลก SAO มันก็เป็นโลกแห่งเกมจริงๆ นี่นา เขาไม่ได้พูดอะไรผิดเลยสักนิด
ทว่าอันกลับมองว่าคำพูดจริงจังของเขานั้นเป็นแค่ข้ออ้างเหลวไหลไร้สาระเท่านั้น