เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 - กระบี่เดียว

บทที่ 48 - กระบี่เดียว

บทที่ 48 - กระบี่เดียว


บทที่ 48 - กระบี่เดียว

ภายนอกตระกูลหลี่ ท่ามกลางมหาสมุทรแห่งกระบี่รัศมีร้อยลี้ น้ำเสียงอันราบเรียบไร้อารมณ์ของหลินหมิงดังก้องกังวาน

ทว่า กลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆ

ราวกับจางเหมิ่งได้ระเหยหายไปจากโลกใบนี้เสียแล้ว

วิชาลึกลับและแปลกประหลาดเช่นนี้ ราวกับถูกสร้างมาเพื่อนักฆ่าโดยเฉพาะ สามารถซ่อนตัวในเงามืดได้อย่างแนบเนียน ไร้ซึ่งกลิ่นอายใดๆ เล็ดลอดออกมา

ศัตรูของหลินหมิงในแดนจงโจวมีไม่มากนัก สำนักโอสถก็นับเป็นหนึ่งในนั้น และส่วนที่เหลือ ก็คงหนีไม่พ้นพรรคมาร

"ในเมื่อเจ้าไม่อยากออกมา งั้นก็จงซ่อนอยู่แบบนั้นไปตลอดกาลเถอะ"

พริบตาเดียว ปราณกระบี่ในรัศมีร้อยลี้ก็เดือดพล่าน ทุกซอกทุกมุมที่เป็นเงามืด ล้วนถูกคมกระบี่นับพันพุ่งทะลวงเชือดเฉือนอย่างไม่ปรานี

"ฉัวะ"

"ม่ายยย"

"ตายซะเถอะแก"

จู่ๆ เสียงร้องโหยหวนก็ดังกึกก้อง ร่างของจางเหมิ่งพุ่งพรวดออกมาจากเงามืดใต้ฝ่าเท้าของหลินหมิง ฟาดฝ่ามือเข้าใส่หลินหมิงอย่างรุนแรงหมายจะเอาชีวิต

แต่ทว่า ร่างของเขายังไม่ทันได้ปรากฏขึ้นเต็มตัว ก็ถูกหมื่นกระบี่แทงทะลุหัวใจไปเสียก่อน

และในท้ายที่สุด เมื่อฝ่ามือสีดำทมิฬนั้นอยู่ห่างจากหลินหมิงเพียงแค่หนึ่งศอก มันก็หมดเรี่ยวแรงร่วงหล่นลงไป

พลังชีวิตของจางเหมิ่งดับสูญไปจนหมดสิ้น

"พรวด"

ห่างออกไปไกลนับหมื่นลี้ ชายหนุ่มร่างหนึ่งที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดทั้งตัว กระอักเลือดคำโตออกมาอย่างรุนแรง

ใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับอิสตรี บัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือดในชั่วพริบตา

นัยน์ตาอันเย็นชาของเขามีร่องรอยของความตื่นตะลึงพาดผ่าน

"ตายง่ายดายขนาดนี้เชียว ฝีมือของไอ้หลินหมิงนี่ มันถูกประเมินไว้ต่ำเกินไป ต่ำเกินไปจริงๆ"

...

หลินหมิงปรายตามองศพของจางเหมิ่ง ก่อนจะก้าวเท้าก้าวเดียว กลับไปยืนอยู่หน้าประตูสุสานตระกูลหลี่อีกครั้ง

เจ้าสำนักโอสถกวาดสายตามองสำรวจหลินหมิงตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาฉายแววเคลือบแคลงใจ

"ของวิเศษแบบไหนกันนะ ถึงได้ช่วยให้แกปกปิดกลิ่นอายพลังได้อย่างแนบเนียนขนาดนี้"

เขาจ้องมองหลินหมิงอยู่นาน แต่ก็ยังสัมผัสได้เพียงระดับพลังขั้นครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิเท่านั้น

แต่ในโลกนี้จะมีครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิที่ไหนที่วิปริตผิดมนุษย์มนาขนาดนี้

เจ้าสำนักโอสถก้าวเท้าไปข้างหน้า จ้องมองหลินหมิงพลางเอ่ยถามเสียงเย็น "แก ฆ่าผู้อาวุโสสำนักโอสถของข้าทำไม"

หลินหมิงยิ้มบางๆ "เขาจะฆ่าข้า เขาก็เลยต้องตาย ข้าไม่ได้อยากจะฆ่าเขาสักหน่อย"

"นี่คือข้ออ้างของแกงั้นรึ" เจ้าสำนักโอสถถามกลับ

"ไม่ใช่ข้ออ้าง แต่มันคือความจริง เขาอยากจะฆ่าข้า แล้วข้าจะปล่อยให้เขามีชีวิตรอดไปได้ยังไงล่ะ" หลินหมิงตอบหน้าตาเฉย

"ดี"

เจ้าสำนักโอสถระเบิดเสียงหัวเราะลั่นอย่างสะใจ "วิชาเปลี่ยนสรรพสิ่งเป็นกระบี่เมื่อครู่นี้ คงจะเป็นไพ่ตายก้นหีบของแกแล้วสินะ"

"ข้าล่ะอยากจะขอลองดูสักตั้งจริงๆ"

แม้เขาจะหัวเราะ แต่รังสีอำมหิตกลับแผ่ซ่านออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง

เหนือท้องฟ้าประกายอสนีบาตฟาดเปรี้ยง เมฆดำหนาทึบแยกตัวออก เตาหลอมโอสถขนาดยักษ์ราวกับภูเขาลูกใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า

แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายไปทั่วทุกสารทิศ

"ตูม ตูม ตูม"

ภายในตระกูลหลี่ มหาจักรพรรดินับแสนคนที่มาร่วมงาน ไม่อาจทนรับแรงกดดันนี้ได้แม้แต่ลมหายใจเดียว ร่างของพวกเขาถูกกดทับจนต้องหมอบกราบลงกับพื้นทั้งหมด

ส่วนบรรดาผู้ติดตามของมหาจักรพรรดิเหล่านั้น ยิ่งมีสภาพเลวร้าย ราวกับโดนโจมตีด้วยพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว

เก้าในสิบของคนเหล่านั้น ร่างกายแหลกเหลวระเบิดเป็นเศษซาก เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ

ในหมู่คนเหล่านี้ หลายคนมีพรสวรรค์ที่จะก้าวขึ้นสู่ระดับมหาจักรพรรดิได้ในอนาคต แต่ในเวลานี้ พวกเขากลับต้องจบชีวิตลงไม่ต่างจากมดปลวก

ลูกศิษย์ตระกูลหลี่ต่างพากันไปหลบอยู่ใต้ปราการแสงปกป้อง ซึ่งก็คือค่ายกลพิทักษ์ตระกูลหลี่นั่นเอง

แม้ตอนนี้จะพอต้านทานแรงกดดันเอาไว้ได้ แต่เมื่อเตาหลอมโอสถขนาดยักษ์บนท้องฟ้าค่อยๆ กดทับลงมา

ปราการแสงก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ

หลินหมิงขมวดคิ้วแน่น บรรดาผู้ติดตามของสิบหมื่นมหาจักรพรรดิจะตายหรือเป็นก็ไม่เกี่ยวกับเขา

แต่ลูกศิษย์ตระกูลหลี่เหล่านี้ คือสายเลือดของหลี่จวินหลิน

หลี่หวยเหรินทำผิดต่อหลี่จวินหลินจริง แต่คนอื่นๆ ในตระกูลหลี่ล้วนไม่มีความผิด

จากความเข้าใจที่เขามีต่อหลี่จวินหลิน หากเขายังมีชีวิตอยู่ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต เขาก็ต้องปกป้องคนเหล่านี้เอาไว้ให้ได้อย่างแน่นอน

"นี่สินะ คือวิธีการทำงานของสำนักโอสถ"

หลินหมิงสัมผัสได้ถึงความโกรธที่แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นเลย

"ก็แค่พวกมดปลวกตายไปไม่กี่ตัว มีอะไรน่าแปลกใจนักหนา"

"โลกใบนี้ ท้ายที่สุดแล้วคนที่แข็งแกร่งก็คือผู้กำหนดกฎเกณฑ์มาแต่ไหนแต่ไร"

"ถ้าข้าชนะข้าก็จะฆ่าแกทิ้งอย่างไม่ลังเล แต่ถ้าแกชนะ แกก็มีสิทธิ์จะฆ่าข้าได้เหมือนกัน"

เจ้าสำนักโอสถเอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบ เขายืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารมาเนิ่นนาน ในสายตาของเขา คนที่อยู่ต่ำกว่าระดับราชันศักดิ์สิทธิ์ ล้วนเป็นแค่มดปลวก

การที่คนเหล่านี้ได้ตายด้วยเศษเสี้ยวพลังการต่อสู้ของเขา พวกมันก็ควรจะรู้สึกภูมิใจด้วยซ้ำ

เจ้าสำนักโอสถตวาดก้อง

"เปิดค่ายกล"

โดยมีตระกูลหลี่เป็นศูนย์กลาง รัศมีหมื่นลี้พลันลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงที่แผดเผาอย่างบ้าคลั่งในชั่วพริบตา

หลินหมิงยืนอยู่ใจกลางเปลวเพลิงนั้น

เหนือหัวของเขามีเตาหลอมโอสถขนาดยักษ์ ใต้ฝ่าเท้ามีเปลวเพลิงลุกโชน

เจ้าสำนักโอสถตั้งใจจะนำหลินหมิงมาหลอมเป็นโอสถทั้งเป็น

หลินหมิงใช้ปราณกระบี่สร้างเกราะคุ้มกันเปลวเพลิงเอาไว้ จากนั้นก็ชักกระบี่ขึ้นสนิมที่อยู่ด้านหลังออกมา

ไม่มีคำพูดไร้สาระใดๆ หลุดออกจากปาก

หลินหมิงตวัดกระบี่ฟันลงมาจากเบื้องบน

ปราณกระบี่สายยาวเหยียดพุ่งทะลวงฉีกกระชากท้องฟ้าตกลงมาอย่างรุนแรง

"ฉัวะ"

คมกระบี่ปะทะเข้ากับเตาหลอมโอสถขนาดยักษ์เป็นสิ่งแรก

เตาหลอมนี้คือเตาหลอมคู่กายของเจ้าสำนักโอสถ

ในฐานะขุมกำลังระดับท็อปของแดนจงโจว และในฐานะผู้กุมอำนาจสูงสุดของสำนักโอสถ

เตาหลอมโอสถในมือของเขา ถือเป็นอาวุธกึ่งนักบุญ อย่าว่าแต่อานุภาพทำลายล้างเลย แค่ความแข็งแกร่งทนทาน ก็จัดอยู่ในระดับแนวหน้าของโลกใบนี้แล้ว

ทว่า เมื่อปราณกระบี่อันสว่างไสวและเจิดจ้านั้นฟันผ่านเตาหลอมโอสถไป

อาวุธกึ่งนักบุญชิ้นนี้ กลับไม่ต่างอะไรกับก้อนเต้าหู้นิ่มๆ

พริบตาเดียว มันก็ถูกผ่าออกเป็นสองซีก ไม่สามารถหยุดยั้งคมกระบี่ได้แม้แต่น้อย

"เป็นไปไม่ได้"

เมื่อเจ้าสำนักโอสถเห็นภาพนั้น สีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง

ทว่า ในวินาทีต่อมา

ปราณกระบี่สายนั้นก็พุ่งทะลวงผ่าร่างของเขาไป

ขาดครึ่งท่อนอย่างไร้รอยต่อ

เจ้าสำนักโอสถ หนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งแดนจงโจว ผู้ซึ่งมีทั้งพลังฝีมือและวิชาปรุงยาอันเป็นเลิศเหนือใครในยุค

บัดนี้ ได้กลายเป็นวิญญาณใต้คมกระบี่ไปเสียแล้ว

ปราณกระบี่อันเจิดจ้านั้น หลังจากทะลวงผ่านร่างของเจ้าสำนักโอสถไป ก็เตรียมจะพุ่งกระแทกผืนแผ่นดินเบื้องล่าง

แต่หลินหมิงกลับเปลี่ยนใจและรั้งกระบี่กลับมา

มิฉะนั้น แดนจงโจวทั้งแดน คงถูกผ่าออกเป็นสองซีกไปแล้วจริงๆ

ซูฉิงที่นั่งสบายนิ่งดูดายมาตลอด เมื่อเห็นกระบี่นี้ สีหน้าของเขาก็ถึงกับเปลี่ยนไปในทันที

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 48 - กระบี่เดียว

คัดลอกลิงก์แล้ว