- หน้าแรก
- ข้าสร้างตระกูลเซียนขึ้นจากศูนย์
- ตอนที่ 61 ชีวิตชายแดน
ตอนที่ 61 ชีวิตชายแดน
ตอนที่ 61 ชีวิตชายแดน
ตอนที่ 61 ชีวิตชายแดน
ชายแดนราชวงศ์ต้าเว่ย
สายลมพัดม้วนทรายสีเหลืองพัดผ่านทะเลทรายโกบีที่แห้งแล้งแตกระแหงราวกับคลื่นยักษ์
แผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาล แทบจะมองไม่เห็นสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้าเลย
ที่เชิงเขาหน้าตาประหลาดเหมือนโหนกอูฐสองลูกสีดำทะมึน มีกระโจมสีเขียวขี้ม้าตั้งเรียงรายอยู่เป็นพรืด
ที่นี่คือค่ายทหารของราชวงศ์ต้าเว่ย
ค่ายทหารนี้แบ่งออกเป็น 4 ค่ายหลัก คือ เจี่ย, อี่, ปิ่ง และติง
สวี่หมิงเสวียนประจำการอยู่ที่ค่ายติง และยังได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าหมู่ คุมทหารอยู่ห้าสิบคนด้วย
ตอนแรกก็นึกว่าจะโดนส่งมาทำศึกชายแดนธรรมดาๆ แต่พอมาถึงถึงได้รู้ว่า สาเหตุที่แท้จริงคือมีการค้นพบเหมืองแร่เหล็กทมิฬบริสุทธิ์บริเวณชายแดนระหว่างราชวงศ์ต้าเว่ยกับราชวงศ์ต้าเหลียงต่างหาก
ทั้งสองแคว้นเปิดศึกแย่งชิงเหมืองแร่แห่งนี้กันอย่างดุเดือด
ตอนนี้ทางฝั่งต้าเว่ยเป็นต่อ สามารถยึดครองพื้นที่เหมืองแร่ไว้ได้ แต่กองทัพต้าเหลียงก็ยังไม่ยอมถอยทัพง่ายๆ คอยส่งคนมาลอบโจมตีอยู่เป็นระยะ
แร่เหล็กทมิฬบริสุทธิ์นี่ถือเป็นวัตถุดิบชั้นยอดในการตีอาวุธชั้นยอดเลยนะ
แถมยังเอาไปใช้เป็นวัตถุดิบสร้างของวิเศษสำหรับผู้บ่มเพาะเซียนได้อีกด้วย
มีข่าวลือในกองทัพต้าเว่ยว่า เหมืองแร่แห่งนี้มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร เผลอๆ อาจจะมี 'แก่นเหล็กทมิฬ' ซ่อนอยู่ด้วยซ้ำ
แก่นเหล็กทมิฬนั้นหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร สามารถนำมาใช้สร้างของวิเศษระดับสร้างรากฐานได้เลยทีเดียว
สมาชิกตระกูลสวี่ที่โดนเกณฑ์มาเป็นทหาร ตอนนี้ก็ถูกจับแยกย้ายไปประจำอยู่ตามค่ายต่างๆ
กฎระเบียบในค่ายทหารนั้นเข้มงวดมาก ต่อให้เป็นวันหยุดพักผ่อนก็ห้ามออกนอกเขตค่ายของตัวเองเด็ดขาด ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สวี่หมิงเสวียนก็เลยมีโอกาสได้เจอหน้าหลี่จื้อกับเฉินต้าหนิวแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น
ทั้งสองคนประจำการอยู่ที่ค่ายอี่
ส่วนเฉินต้าหนิวก็เป็นทหารใต้บังคับบัญชาของหลี่จื้ออีกที
ถ้าไม่ได้บังเอิญเจอกันตอนไปขุดแร่ สวี่หมิงเสวียนก็คงไม่รู้เรื่องนี้หรอก
ตารางชีวิตแต่ละวันก็วนเวียนอยู่แต่กับการขุดแร่ ตื่นตั้งแต่ยามเฉิน (07.00-09.00 น.) ออกไปขุดแร่ตอนสามเค่อ (ประมาณ 07.45 น.) แล้วก็กลับค่ายตอนยามโหย่ว (17.00-19.00 น.)
ก็ไม่ต่างอะไรกับชีวิตของชาวบ้านที่ต้องทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำทุกวัน
นอกจากช่วงปีแรกที่รบกันดุเดือดเลือดพล่าน หลังจากที่ทัพต้าเว่ยยึดเหมืองมาได้ การปะทะกันก็ลดน้อยลง เหลือแค่สองสามเดือนครั้ง
ผ่านการสู้รบมานับครั้งไม่ถ้วน บวกกับอาหารบำรุงที่ตระกูลสวี่แอบส่งมาให้เป็นระยะๆ ตอนนี้สวี่หมิงเสวียนก็สามารถทะลวงขึ้นสู่ระดับก่อฟ้าขั้นสูงสุดได้สำเร็จแล้ว แต่เพื่อไม่ให้ทำตัวเด่นเกินไป ในสายตาคนนอก เขาก็เป็นแค่จอมยุทธ์ขั้นสองระดับท็อป ที่ฝีมือใกล้เคียงจอมยุทธ์ขั้นหนึ่งเท่านั้นเอง
————————
วันเวลาผ่านไป
นี่ก็ล่วงเข้าสู่ปีที่สี่แล้วที่พวกสวี่หมิงเสวียนมาประจำการอยู่ที่นี่
วันที่สามเดือนสี่
"ป่านนี้ที่อำเภอชิงเจียง ดอกไม้คงจะบานสะพรั่งเต็มต้นแล้วมั้ง"
วันนี้สวี่หมิงเสวียนไม่ได้ซ้อมเพลงหมัดเหมือนทุกที เขาแหงนหน้ามองพระจันทร์เสี้ยวบนท้องฟ้าสีครามเข้ม แววตาเปี่ยมไปด้วยความคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน
ชายแดนช่างรกร้างว่างเปล่า
ความหนาวเย็นของปลายฤดูหนาวยังไม่จางหายไปไหน ธงรบของทัพต้าเว่ยปลิวสะบัดส่งเสียงดังพึ่บพั่บตามแรงลมยามค่ำคืน
"ไม่รู้ป่านนี้ท่านพ่อท่านแม่จะเป็นยังไงบ้างนะ สุขภาพยังแข็งแรงดีอยู่หรือเปล่า"
"ฝีมือพี่ใหญ่คงต้องเก่งขึ้นแน่ๆ ไม่รู้ว่าจะมีลูกคนที่สองกับพี่สะใภ้หรือยังนะ"
"พี่รองก็น่าจะแต่งงานไปแล้วสินะ วันๆ คงจะยุ่งหัวปั่นจนไม่มีเวลาฝึกยุทธ์แหงๆ ถ้าขี้เกียจฝึกยุทธ์แบบนี้ ระวังจะโดนท่านพ่อสวดยับเอานะ"
สวี่หมิงเสวียนยิ้มมุมปาก "พอกลับไปคราวนี้ คงจะได้เห็นหน้าหลานๆ ของพี่รองกับพี่สะใภ้รองแล้วสินะ"
"แล้วก็เสวี่ยจี้ด้วย ผ่านไปสี่ปี ไม่รู้จะโตเป็นสาวสวยขนาดไหนแล้วนะ"
"ส่วนอวิ๋นหนู ก็คงจะยังทำตัวหยิ่งยโสเย็นชาเหมือนเดิมล่ะมั้ง"
"ไม่รู้ว่าตอนนี้ตระกูลสวี่ของเราจะเป็นยังไงบ้างแล้วนะ"
พอคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็หัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ ส่ายหน้าไปมา "นี่ข้าคงจะคิดมากไปเองแหละ มีทั้งท่านพ่อ พี่ใหญ่ แล้วก็พี่รองคอยดูแลอยู่ทั้งคน ตระกูลสวี่ต้องเจริญรุ่งเรืองขึ้นทุกวันอยู่แล้ว"
"เผลอๆ เวลาผ่านไปสี่ปี ตอนนี้คงจะแซงหน้าตระกูลอู ขึ้นแท่นเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของอำเภอชิงเจียงไปแล้วมั้ง!"
วันรุ่งขึ้น ก็ออกไปขุดแร่ตามปกติ
วันที่สาม ก็ยังคงออกไปขุดแร่
จนกระทั่งวันที่หก ถึงจะเป็นวันหยุดพักผ่อน
เขาก็นั่งสมาธิฝึกปราณ สัมผัสพลังแห่งฟ้าดิน
พอมีเวลาว่าง ก็จะมานั่งล้อมวงดื่มสุราคุยเล่นกับพวกทหารในกอง ซึ่งเรื่องที่คุยกันก็หนีไม่พ้นเรื่องผู้หญิงกับเรื่องอนาคต
ความฝันของทหารส่วนใหญ่ก็คือการได้กลับบ้านเกิดไปเป็นเศรษฐีที่ดิน มีเมียสักหลายๆ คน แล้วก็มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง เพื่อสืบสกุลต่อไป
"หัวหน้าสวี่ ท่านชอบผู้หญิงแบบไหนละเนี่ย ดูจากหน้าตาท่านตอนที่เพิ่งมาถึงค่ายทหาร อายุน่าจะยังน้อย คงยังไม่เคยแต่งงานใช่ไหมล่ะ"
ข้างกองไฟ
ทหารสิบกว่าคนนั่งล้อมวงคุยกันกับสวี่หมิงเสวียน
สุราในค่ายทหารเป็นของหายาก จะได้กินก็เฉพาะวันหยุดเท่านั้น ทุกคนเลยต้องผลัดกันจิบคนละอึกสองอึก
"ยังหรอก" สวี่หมิงเสวียนยิ้มตอบ
สวี่ชวนเจ้าระเบียบมาก พอกิจการตระกูลสวี่เริ่มเข้าที่เข้าทาง พวกเขาต้องทุ่มเทเวลาให้กับการฝึกยุทธ์จนแทบจะไม่มีเวลาไปเที่ยวเตร่หรือทำตัวเหลวไหลที่ไหนเลย
ขืนท่านพ่อรู้เรื่องพวกนี้เข้า มีหวังโดนตีขาหักแน่
"ฮ่าๆๆ หัวหน้าสวี่ ท่าทางแบบนี้ คงจะยังไม่เคยผ่านมือหญิงเลยล่ะสิ ตอนที่ท่านมาถึงค่ายทหารเพิ่งจะอายุ14-15เองนี่นา แถมทางบ้านท่านก็มักจะส่งของดีๆ มาให้ประจำ สุรานี่ก็รสชาติไม่เลวเลยนะ น่าจะแพงเอาเรื่องอยู่ ฐานะทางบ้านคงจะดีไม่เบา แต่กลับไม่เคยลิ้มรสอิสตรีเลยเนี่ย ถือว่าเป็นของแปลกในหมู่พวกลูกคุณหนูเลยนะเนี่ย"
"จะให้ข้าช่วยสอนเทคนิคให้ไหมล่ะ จะหาเมียทั้งที ต้องหาคนที่หน้าอกตู้มๆ เข้าไว้สิ!"
"จับแล้วมันเต็มไม้เต็มมือดีจะตายไป!"
"เฮ้ยๆ เหล่ามั่ว ข้าไม่เห็นด้วยว่ะ ผู้หญิงผิวขาวๆ ขาเรียวยาวสิถึงจะเป็นของหายาก!"
"แต่ข้าชอบแบบก้นเด้งๆ มากกว่าว่ะ!"
"ข้าชอบแบบอวบๆ มีน้ำมีนวลหน่อย!"
"ข้าชอบแบบแน่นๆ หน่อย จะได้รู้สึกเหมือนกำลังฟันฝ่าอุปสรรคไงล่ะ!"
"นี่เจ้าคิดว่ากำลังทำศึกสงครามอยู่หรือไง!"
"ข้าชอบแบบยั่วๆ บดๆ ร้อนแรงได้ใจดี! ฮ่าๆๆ!"
พอคุยกันเรื่องพรรค์นี้ทีไร แต่ละคนก็ตาสว่าง หูผึ่งกันขึ้นมาทันที ทำตัวกระตือรือร้นราวกับหมาป่าหิวโซ แย่งกันนำเสนอสายของตัวเองกันใหญ่ แถมยังพยายามจะเกลี้ยกล่อมให้คนอื่นเห็นด้วยกับตัวเองอีกต่างหาก
"หยุดๆๆ พอได้แล้ว พวกเจ้าจะมาเถียงกันทำไมเนี่ย เขาถามหัวหน้าสวี่นู่น"
เหล่ามั่วเบรกความวุ่นวายของทุกคน แล้วหันไปถามสวี่หมิงเสวียน คนอื่นๆ ก็เลยเงียบเสียงแล้วหันมามองเขาด้วยความอยากรู้เหมือนกัน
"อยากรู้ขนาดนั้นเลยเหรอ"
"อยากรู้สิ!"
"อยากรู้มากเลยเหรอ"
"อยากรู้มากกกก!"
"จริงๆ แล้วข้าก็ยังไม่รู้เหมือนกันนั่นแหละ ฮ่าๆๆ~"
"โห่ โด่เอ๊ย~"
เหล่ามั่วพูดขึ้นมาว่า "หัวหน้าสวี่ พวกเราก็ลูกผู้ชายด้วยกันทั้งนั้น แถมยังเคยร่วมเป็นร่วมตายในสนามรบมาด้วยกัน มีเรื่องอะไรที่คุยกันไม่ได้ล่ะ จริงไหมพวกเรา"
"ใช่แล้วล่ะ ที่เหล่ามั่วพูดมาก็ถูก" มีคนร้องสนับสนุน
สวี่หมิงเสวียนหัวเราะฝืดๆ "แต่ข้าไม่รู้จริงๆ นะ ข้าไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองตั้งแต่เด็กหรอกนะ เพิ่งจะมาลืมตาอ้าปากได้ก็ตอนที่ตระกูลสวี่เริ่มตั้งตัวได้นี่แหละ ถึงจะได้มีชีวิตที่สุขสบายขึ้น แล้วก็เริ่มมีบ่าวไพร่มีสาวใช้เข้ามาอยู่ในบ้าน"
"แต่พ่อข้าเจ้าระเบียบมาก พวกพี่ๆ ข้าก็ไม่มีใครมีสาวใช้คอยอุ่นเตียงหรือมีอนุภรรยาเลยสักคน แล้วประสาอะไรกับข้าล่ะ"
"เวลาส่วนใหญ่ก็หมดไปกับการฝึกยุทธ์นั่นแหละ"
พอเห็นสวี่หมิงเสวียนพูดด้วยท่าทางจริงจัง พวกทหารก็เลิกเซ้าซี้ เปลี่ยนมาทำหน้าเห็นอกเห็นใจแทน
"มิน่าล่ะ อายุน้อยกว่าพวกเราแท้ๆ แต่กลับได้เป็นถึงหัวหน้าหมู่"
การเกณฑ์ทหารในครั้งนี้เข้มงวดมาก ตามหัวเมืองต่างๆ ก็มีลูกหลานตระกูลเศรษฐีถูกส่งมาเป็นทหารกันเยอะแยะ
พวกตระกูลใหญ่ๆ มักจะบังคับให้ลูกหลานฝึกยุทธ์ตั้งแต่เด็ก แต่จะมีสักกี่คนเชียวที่มีทั้งความมุ่งมั่น อดทน และมีพรสวรรค์จริงๆ หลายคนอายุยี่สิบกว่าแล้ว ก็ยังเป็นแค่จอมยุทธ์ขั้นสามอยู่เลย
ชีวิตนี้ก็คงกะจะเกาะใบบุญตระกูลกินไปวันๆ นั่นแหละ
"เฮ้อ... ถ้าตอนเด็กๆ ข้าขยันฝึกยุทธ์เหมือนหัวหน้าสวี่บ้าง ป่านนี้ก็คงไม่โดนตระกูลลอยแพ ส่งมาเป็นทหารหรอก"
สงครามระหว่างต้าเว่ยกับต้าเหลียงมันโหดร้ายและอันตรายมาก
พวกที่โดนเกณฑ์มาเป็นทหารส่วนใหญ่ ก็คือพวกที่เป็นแค่เป้าบินให้ศัตรูซ้อมยิงนั่นแหละ
"เอาล่ะๆ วันนี้ก็ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นไปขุดแร่อีก แยกย้ายกันไปนอนได้แล้ว"
พวกทหารก็เริ่มทยอยกันแยกย้ายกลับไปที่กระโจมของตัวเอง
หัวหน้าหมู่มีสิทธิ์ที่จะนอนรวมกับลูกน้องในกระโจมใหญ่ หรือจะขอเบิกกระโจมเล็กสำหรับนอนคนเดียวก็ได้
สวี่หมิงเสวียนเลือกที่จะนอนในกระโจมเล็ก พอกลับมาถึง เขาก็นั่งขัดสมาธิฝึกสมาธิ กำหนดลมหายใจเข้าออก เพื่อดึงดูดพลังปราณแห่งฟ้าดินเข้าสู่ร่างกาย
จอมยุทธ์ระดับก่อฟ้าขั้นสูงสุดทุกคน ล้วนต้องผ่านขั้นตอนสำคัญนี้ไปให้ได้
แต่ทว่า พลังปราณแห่งฟ้าดินนั้นเป็นสิ่งที่จับต้องได้ยากและลึกซึ้ง หากไม่มีรากปราณที่สมบูรณ์ การจะสัมผัสและดึงดูดพลังนั้นเข้าสู่ร่างกายก็เป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ จอมยุทธ์ระดับก่อฟ้าหลายคนพยายามฝึกฝนไปตลอดชีวิต แต่ก็ไม่อาจก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ไปได้
ในขณะที่บางคน อาจใช้เวลาเพียงแค่สามถึงสี่เดือนก็สามารถสัมผัสถึงพลังปราณเบิกนภา และทะลวงเข้าสู่ระดับเบิกนภาได้อย่างง่ายดาย
วันต่อมา สวี่หมิงเสวียนก็ยังคงต้องออกไปขุดแร่เหมือนเดิม
ภูเขาโหนกอูฐคู่แทบจะถูกขุดเจาะจนพรุนไปหมดแล้ว
"เคร้ง~"
จอบขุดแร่ของสวี่หมิงเสวียนกระแทกเข้ากับวัตถุบางอย่างจนเกิดเสียงดังกังวาน แรงกระแทกนั้นทำเอาง่ามมือของเขาชาหนึบไปหมด
"นี่มันคืออะไรกัน"
"แร่เหล็กทมิฬบริสุทธิ์งั้นเรอะ?!"