- หน้าแรก
- ข้าสร้างตระกูลเซียนขึ้นจากศูนย์
- ตอนที่ 14 แตงโมแช่เย็น
ตอนที่ 14 แตงโมแช่เย็น
ตอนที่ 14 แตงโมแช่เย็น
ตอนที่ 14 แตงโมแช่เย็น
กาลเวลาล่วงเลยไป
เผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่ฤดูร้อน
อากาศร้อนอบอ้าว พระอาทิตย์ราวกับลูกไฟดวงมหึมาแขวนเด่นอยู่กลางฟ้า แผดเผาพื้นดินจนแทบไหม้เกรียม
ช่วงนี้ สวี่ชวนรับบ่าวชายฉกรรจ์วัยยี่สิบกว่าปีเข้ามาเพิ่มอีกสามคน
ทุกคนล้วนเป็นผู้อพยพ
หนึ่งในนั้นชื่อโจวหมิง เป็นคนมีความสามารถด้านการจัดการ
หัวไว พลิกแพลงเก่ง ช่วยจัดการงานจุกจิกและไกล่เกลี่ยข้อพิพาทต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
ส่วนอีกสามคนที่เหลือ ล้วนเคยฝึกยุทธ์มาบ้าง เป็นจอมยุทธ์ทั้งหมด เพียงแต่ฐานะทางบ้านไม่สู้ดีนัก แถมยังต้องวุ่นวายกับการทำมาหากิน จนป่านนี้ก็ยังทะลวงจุดชีพจรได้ไม่ถึงสามสิบหกจุด
แต่ทุกคนก็เป็นคนมีศีลธรรม ไม่เคยใช้วิทยายุทธ์ไปทำเรื่องเลวร้าย
ด้วยเหตุนี้ สวี่ชวนจึงรับพวกเขาไว้
ให้เป็นผู้คุ้มกันดูแลบ้าน ที่นา และป่าเขาของตระกูลสวี่
หากสวี่ชวนทุ่มเททรัพยากรอย่างพวกอาหารบำรุงและยาสมุนไพรบำรุงเลือดลมให้เต็มที่ ทั้งสามคนก็มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นจอมยุทธ์ขั้นสาม หรือแม้กระทั่งขั้นสองได้เลยทีเดียว
รอบๆ บ้านตระกูลสวี่ มีกระต๊อบหลังคามุงแฝกเพิ่มขึ้นมาสองสามหลัง เป็นที่พักแบบเรียบง่ายสำหรับพวกเขา
กระต๊อบพวกนี้มีไว้สำหรับพักอาศัยเท่านั้น
ส่วนเรื่องอาหารการกิน พวกเขาจะกินข้าวหม้อเดียวกันกับสวี่ชวนในลานบ้านตระกูลสวี่
"พี่ชวน แตงโมในไร่สุกหมดแล้วนะ จะให้เก็บเกี่ยวเมื่อไหร่ดี"
เฉินเอ้อร์โก่ววิ่งกระหืดกระหอบมาที่บ้านตระกูลสวี่ หน้าตาตื่นเต้นดีใจสุดๆ
ก็แน่ล่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ทำธุรกิจเป็นชิ้นเป็นอันแบบนี้นี่นา
"เมื่อเช้าข้าไปดูมาแล้ว พรุ่งนี้ก็เก็บเกี่ยวได้เลย มะรืนนี้ค่อยขนไปขายตามหมู่บ้านต่างๆ"
สวี่ชวนพูดปนหัวเราะ "ให้จ้าวต้าหลง ซุนฟู่กุ้ย แล้วก็เฉียนโหย่วไฉ สามคนนี้ตามไปด้วย พวกเขามีวิทยายุทธ์ติดตัว จัดการผู้ชายตัวโตๆ สิบกว่าคนได้สบายๆ"
"เยี่ยมเลย แบบนี้ข้าก็ไม่ต้องไปง้อขอให้พี่ชายข้ามาช่วยแล้วล่ะ"
"ขี้เกียจไปทนดูหน้าบูดๆ ของเขาที่ชอบทำเหมือนมองไม่เห็นหัวใครเต็มทนแล้ว"
"ท่านอาเอ้อร์โก่ว"
สวี่หมิงหยวนเดินออกจากห้อง ส่งเสียงทักทายพร้อมรอยยิ้ม
เฉินเอ้อร์โก่วเดินเข้าไปตบไหล่เขาเบาๆ แล้วพูดอย่างอารมณ์ดี "อาหยวน มะรืนนี้ไปขายแตงโมตามหมู่บ้านกับอา ตื่นเต้นไหมล่ะ"
"ท่านอาเอ้อร์โก่ว ท่านนั่นแหละที่ตื่นเต้น ก็แค่ไปขายแตงโม ไม่ได้ไปทำธุรกิจระดับชาติระดับโลกอะไรสักหน่อย"
สวี่หมิงหยวนตอบเสียงเรียบ
"เฮ้ยๆ พูดจาแบบนี้กับอาได้ไงเนี่ย เดี๋ยวเถอะ อยากโดนตีหรือไง"
เฉินเอ้อร์โก่วแกล้งเงื้อมือจะตี แต่สวี่หมิงหยวนไม่กลัวเลยสักนิด
มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าแค่แกล้งหยอกเล่น
อีกอย่าง ต่อให้โกรธจริง เฉินเอ้อร์โก่วก็คงไม่กล้าลงมือสั่งสอนเขาต่อหน้าสวี่ชวนหรอก
วันมะรืน
สวี่หมิงหยวนออกเดินทางไปกับพวกเฉินเอ้อร์โก่ว
ไป๋จิ้งมีสีหน้ากังวล แววตาเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์
ก็แน่ล่ะ สวี่หมิงหยวนเพิ่งจะเจ็ดขวบ แถมยังต้องเดินทางไกลตั้งหลายวัน
ลูกเดินทางไกล คนเป็นแม่ย่อมต้องห่วงเป็นธรรมดา
สวี่ชวนถอนหายใจเบาๆ ในใจ กุมมือไป๋จิ้งไว้แล้วปลอบ "มีเอ้อร์โก่วกับพวกต้าหลงคอยดูแลอยู่ ไม่เป็นไรหรอก"
จ้าวต้าหลงประสานมือคารวะสวี่ชวนอย่างนอบน้อม "นายท่านโปรดวางใจ พวกเราจะปกป้องคุณชายรองให้ปลอดภัย จะพากลับมาแบบไร้รอยขีดข่วนให้จงได้ขอรับ"
สวี่หมิงหยวนก็พูดเสริมขึ้นมาว่า "ท่านแม่ ข้าไปแค่ไม่กี่วัน เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว"
"ออกเดินทางกันได้แล้ว"
ในการขายแตงโมครั้งนี้ ตระกูลสวี่ได้ส่วนแบ่งสามส่วนครึ่ง ส่วนตระกูลเฉินได้หกส่วนครึ่ง
คนในหมู่บ้านต้งซีต่างก็รู้ดีว่าแตงโมบ้านสวี่ชวนปลูกได้ผลดี ดังนั้นขบวนขายแตงโมของเฉินเอ้อร์โก่วเพิ่งจะก้าวพ้นหมู่บ้านต้งซี ก็มีชาวบ้านหลายครอบครัวมาเหมาซื้อไปลองชิมคนละสองสามลูกแล้ว
แป๊บเดียวก็ขายได้เป็นร้อยลูก
"ท่านพ่อ ข้าอยากกินแตงโม"
สวี่หมิงเสวียนที่รู้สึกร้อนอบอ้าววิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา
สวี่ชวนหัวเราะเบาๆ ตอบตกลงทันที "ได้สิ เดี๋ยวพ่อเอาแตงโมไปแช่เย็นให้ก่อนนะ"
เขาไปเอาถังไม้ใบใหญ่มา ใส่น้ำลงไป แล้วหย่อนผลึกสีขาวๆ ก้อนหนึ่งลงไป จากนั้นก็เอาแตงโมลูกโตน้ำหนักเกือบสิบชั่งใส่ลงไปในถัง
แตงโมลอยตุ๊บป่องๆ อยู่ในน้ำ
สวี่หมิงเสวียนเอามือจุ่มลงไปในน้ำ แล้วหันมามองสวี่ชวนตาโต "ท่านพ่อ น้ำเย็นเจี๊ยบเลย"
"ใช่มั้ยล่ะ เดี๋ยวรออีกสักครึ่งชั่วยาม ก็จะได้กินแตงโมแช่เย็นชื่นใจแล้วล่ะ"
"เย้ๆ"
สวี่หมิงเสวียนกระโดดโลดเต้นดีใจ แล้ววิ่งไปเล่นกับหลี่จื้อต่อ
หลี่จื้อในตอนนี้ไม่ได้ผอมแห้งแรงน้อยเหมือนแต่ก่อนแล้ว กลับมาเป็นเด็กน้อยวัยสามสี่ขวบที่ดูอวบอั๋นน่ารักน่าชัง
แก้มยุ้ยๆ คิ้วเข้ม หน้าตาก็ดูหล่อเหลาเอาการ
สวี่ชวนคิดไปคิดมา ก็เลยเอาแตงโมลูกย่อมๆ ลงไปแช่เพิ่มอีกสองลูก
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม
เขาเรียกสวี่หมิงเวยเข้ามาหา ชี้ไปที่แตงโมในถังไม้ แล้วสั่งว่า "สือโถว เอาแตงโมไปให้บ้านปู่เฉินลูกหนึ่ง แล้วก็ให้บ้านอาเอ้อร์โก่วอีกลูกนึงนะ"
"ขอรับ ท่านพ่อ"
สวี่หมิงเวยอุ้มแตงโมสองลูกเดินออกจากบ้าน แวะไปส่งที่บ้านเฉินเอ้อร์โก่วก่อน แล้วค่อยไปบ้านลุงเฉิน
"ท่านปู่เฉิน นี่แตงโมแช่เย็นที่ท่านพ่อฝากมาให้ขอรับ หน้าร้อนแบบนี้ กินแตงโมเย็นๆ จะได้คลายร้อนขอรับ"
"แช่เย็นมาด้วยเหรอ?" ลุงเฉินลูบๆ คลำๆ แตงโม แล้วทำหน้าประหลาดใจ "เย็นจริงๆ ด้วย พ่อเจ้านี่ชักจะเก่งขึ้นทุกวันเลยนะ"
สวี่หมิงเวยยิ้มเขินๆ
"ฝากขอบใจพ่อเจ้าด้วยนะ"
หลังจากสวี่หมิงเวยกลับมาถึงบ้าน สวี่ชวน ไป๋จิ้ง แล้วก็สองพ่อลูกหลี่กำลังนั่งกินแตงโมกันอยู่พอดี
เขาเดินเข้าไปหยิบแตงโมที่หั่นเป็นชิ้นวางไว้บนโต๊ะขึ้นมาหนึ่งชิ้น
แล้วนั่งลงข้างๆ สวี่ชวน กัดกินเข้าไปคำโต
ทันใดนั้น น้ำแตงโมสีแดงอ่อนๆ ก็กระเซ็นออกมา
"หวานชื่นใจจริงๆ"
สองวันต่อมา
ขบวนขายแตงโมก็เดินทางกลับมาถึง
การเดินทางครั้งนี้ราบรื่นดีมาก แตงโมขายเกลี้ยงไม่มีเหลือ
ที่บ้านเฉินเอ้อร์โก่ว
สวี่เหยียนเห็นเงินที่เฉินเอ้อร์โก่วหอบกลับมา ก็ยิ้มจนตาหยีเป็นสระอิ
นั่งนับเงินตำลึงเงินอีแปะซ้ำไปซ้ำมาตั้งหลายรอบ
นี่แค่เงินขายแตงโมนะ ยังมีผลไม้อื่นๆ ตามฤดูกาลอีกตั้งหลายอย่าง รวมๆ แล้วก็ทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำเหมือนกัน
ส่วนไม้ผลบนที่ดินป่าเขาสามสิบหมู่นั้น อย่างเร็วที่สุดก็ต้องรอปีหน้าหรือปีมะรืนถึงจะเก็บเกี่ยวได้
"น้องหญิง ข้าจะบอกอะไรให้นะ การไปขายแตงโมครั้งนี้ราบรื่นสุดๆ ไปเลย พอหมู่บ้านอื่นได้ยินว่าเป็นแตงโมที่ปลูกจากบ้านพี่ชวน แทบจะไม่มีใครต่อราคาเลยสักคน"
เฉินเอ้อร์โก่วนั่งจิบน้ำชาอย่างสบายอารมณ์ รอยยิ้มภาคภูมิใจประดับอยู่บนใบหน้า
"ขายดีขนาดนี้ คราวหน้าเราก็แอบขึ้นราคาอีกนิดสิ"
"ไม่ได้หรอก ข้าเคยลองเสนอไปแล้ว แต่อาหยวนค้านหัวชนฝาเลย เขาบอกว่าราคาแตงโมของเรามันก็สูงกว่าของคนอื่นอยู่แล้ว กำไรก็ไม่ได้น้อยๆ ไม่เห็นจะต้องไปทำลายชื่อเสียงของตัวเองเพราะเรื่องพรรค์นี้เลย"
"แถมเขายังมีราคาพิเศษด้วยนะ ใครซื้อทีเดียวห้าลูกขึ้นไป เขาก็จะแถมของสมนาคุณให้ด้วย"
"แถมอะไรล่ะ"
"เห็นว่าเป็นก้อนหินอะไรสักอย่างนี่แหละ พอเอาไปแช่น้ำ น้ำก็จะเย็น เอาไว้ทำแตงโมแช่เย็นได้"
"อ้อ ที่แท้แตงโมแช่เย็นที่สือโถวเอามาให้คราวก่อน ก็ทำมาจากก้อนหินนี่เองเหรอเนี่ย"
สวี่เหยียนทำหน้าประหลาดใจ นางมองเห็นช่องทางทำเงินจากก้อนหินพวกนี้ โดยเฉพาะในฤดูร้อนแบบนี้ น่าจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยล่ะ
"แล้วได้ถามหรือเปล่าว่าไปเอาก้อนหินพวกนั้นมาจากไหน"
"ถามแล้ว แต่อาหยวนก็ไม่รู้เหมือนกัน พี่ชวนเป็นคนให้มา แถมยังมีอยู่ไม่เยอะด้วย"
เฉินเอ้อร์โก่วกลอกตาไปมา สองขาก็เหยียดตรงพาดไปบนม้านั่ง
"น้องหญิง ตอนนี้เห็นฝีมือผัวคนนี้แล้วหรือยังล่ะ ยังไม่รีบมานวดไหล่บีบขาให้ข้าอีก ข้าเหนื่อยมาตั้งหลายวันแล้วนะเนี่ย"
เฉินเอ้อร์โก่วเริ่มจะวางกล้ามเป็นช้างเท้าหน้าขึ้นมาบ้างแล้ว
สวี่เหยียนปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ปล่อยให้เขาไปคิดเอาเอง
เฉินเอ้อร์โก่วถอนหายใจเฮือกใหญ่
นังผู้หญิงคนนี้!
หาเงินมาให้ตั้งเยอะแยะ ยังจะมาทำท่าทางแบบนี้ใส่อีก รับมือยากจริงๆ เลยพับผ่าสิ!
"อ้อ จริงสิ คืนนี้ไปกินข้าวบ้านพี่ชวนนะ ไปฉลองความสำเร็จจากการขายแตงโมในครั้งนี้กันหน่อย"
ตกค่ำ
สวี่เหยียนย่อมไม่ปล่อยโอกาสทองหลุดมือไป นางเอ่ยปากถามถึงที่มาของก้อนหินสีขาว
สวี่ชวนก็ตอบปัดๆ ไปว่าบังเอิญไปเจอในป่า แล้วก็บังเอิญค้นพบสรรพคุณของมันเข้า
นี่ก็ไม่ได้ถือว่าโกหกซะทีเดียว
ความจริงแล้ว หลังจากที่เขาออกไปสำรวจและค้นคว้าดู ก็ไปเจอเหมืองดินประสิวอยู่แถวๆ นี้เข้า
แต่ตอนนี้เขายังไม่มีกำลังพอจะไปขุดเหมือง ก็เลยต้องปล่อยทิ้งไว้ก่อน
ที่สำคัญที่สุดคือ ป่าผืนนั้นเป็นป่าสงวน ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ตามหลักแล้วถือเป็นทรัพย์สินของที่ว่าการอำเภอชิงเจียง