เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 สองพ่อลูกผู้อพยพ

ตอนที่ 12 สองพ่อลูกผู้อพยพ

ตอนที่ 12 สองพ่อลูกผู้อพยพ


ตอนที่ 12 สองพ่อลูกผู้อพยพ

วันรุ่งขึ้น

พระอาทิตย์สาดแสงสีทองขึ้นทางทิศตะวันออกตามปกติ

พวกกับดักก็ถูกรื้อถอนออกหมดแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้คนในบ้านเผลอไปเหยียบเข้า

ในลานบ้าน

สวี่ชวนกับสวี่หมิงเวยสองพ่อลูกกำลังซ้อม 《วิชามังกรคชสารน้อย》 ด้วยกัน

"ปัง ปัง ปัง~"

เสียงปะทะกันดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไป๋จิ้งตื่นขึ้นมา

นางสวมเสื้อคลุมเดินออกมา ปิดปากหาวหวอดๆ "ท่านพี่ สือโถว ตื่นกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย"

สวี่ชวนหัวเราะเบาๆ "ยังเช้าอยู่เลย น้องหญิงกลับไปนอนต่ออีกหน่อยก็ได้นะ"

"ข้าไม่ใช่คนขี้เกียจสักหน่อย ในเมื่อท่านพี่ตื่นแล้ว ข้าก็ต้องตื่นเหมือนกัน มีเสื้อผ้าให้ซักไหม เดี๋ยวข้าเอาไปซักให้"

"มีสิ อยู่ที่เดิมนั่นแหละ"

ไป๋จิ้งพยักหน้า เดินกลับไปแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วยกกะละมังไม้เดินไปที่สระน้ำใกล้ๆ

"ท่านพ่อ ท่านแม่จะสังเกตเห็นไหมขอรับ" สวี่หมิงเวยมองสวี่ชวนด้วยความกังวล

สวี่ชวนยิ้ม "ถึงจะจัดการล้างคราบเลือดไปบ้างแล้ว แต่มันก็ไม่ได้เนียนไปซะหมดหรอก แต่ถึงแม่เจ้าจะเห็นก็ไม่เป็นไรหรอก แม่เจ้าเป็นคนมีเหตุผล แล้วก็ยังมีพ่ออยู่ทั้งคนนี่นา"

"ขอรับ" สวี่หมิงเวยรับคำ แล้วร้องบอก "ท่านพ่อระวังตัวด้วย รับกระบวนท่ามังกรไฟสะบัดหางของข้าให้ดี!"

เขาก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า ตอนสูดลมหายใจก็ยกเข่าขวาขึ้น พอตอนผ่อนลมหายใจก็ตวัดหน้าแข้งเตะกราดออกไปราวกับแส้เพลิง

นี่แหละคือกระบวนท่า

หางตวัดพันชั่งแผดเผาสิ่งชั่วร้าย เท้าเหยียบตำแหน่งหลีหลอมปราณอัคคี

สองพ่อลูกประลองฝีมือกันอยู่ประมาณสองสามเค่อ เหงื่อท่วมตัวไปหมด แต่สีหน้ากลับไม่มีวี่แววของความเหนื่อยล้าเลยสักนิด

คนหนึ่งมี 【พละกำลังเทพแต่กำเนิด】 โดดเด่นเรื่องเส้นเอ็นและพละกำลัง

อีกคนมี 【มังกรคะนองพยัคฆ์ผยอง】 โดดเด่นเรื่องพลังเลือดลมที่พลุ่งพล่านไม่ขาดสาย

"ปุ๊~"

จู่ๆ ร่างกายของสวี่หมิงเวยก็เกิดปฏิกิริยาบางอย่าง วินาทีต่อมาเขาก็ร้องขึ้นด้วยความดีใจ "ท่านพ่อ ข้าทะลวงจุดชีพจรได้อีกจุดแล้วล่ะ!"

"ยังหนุ่มยังแน่นนี่มันดีจริงๆ แฮะ" สวี่ชวนหยุดมือ "เจ้ารำมวยอีกสักสองสามรอบ แล้วก็พักผ่อนได้แล้วล่ะ"

"ขอรับ"

สวี่หมิงเวยยังเด็ก พลังล้นเหลือ อีกไม่กี่ปีก็คงแซงหน้าสวี่ชวนได้สบายๆ

แต่สวี่ชวนไม่ได้มีแค่ 【มังกรคะนองพยัคฆ์ผยอง】 เขาพก 【ฟ้าประทานพรแด่ผู้พากเพียร】 มาด้วย

ค่อยๆ สะสมพลังไปเรื่อยๆ

คนอื่นยิ่งฝึกไปลึกๆ ก็ยิ่งช้าลง ต้องพึ่งพวกยาบำรุงหรืออาหารเสริมเลือดลมถึงจะทะลวงจุดชีพจรได้

แต่สวี่ชวนต่อให้ไม่ต้องใช้ยาบำรุง ความเร็วในการฝึกก็ไม่ได้ลดลงเลย แถมยังจะเร็วขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ

วันเวลาล่วงเลยไปทีละวัน

ช่วงนี้มีผู้อพยพปรากฏตัวให้เห็นเยอะขึ้นเรื่อยๆ

บางคนก็มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวอำเภอชิงเจียง บางคนก็ปักหลักขอทานหาข้าวกินอยู่ในหมู่บ้านต้งซีไปเลย

บ้านของเฉินเอ้อร์โก่วเช่าที่นาเพิ่มอีกสามสิบหมู่ เอาไปรวมกับที่นายี่สิบหมู่ที่มีอยู่เดิม เพื่อปลูกผักผลไม้ตามที่สวี่ชวนแนะนำ

ส่วนต้นสาลี่ชิงอวี้บนที่ดินป่าเขาสามสิบหมู่ ก็ถูกขุดทิ้งไปจนหมด แล้วเอาต้นไม้ผลชนิดอื่นมาปลูกแทน

งานพวกนี้ใช้แรงงานเยอะ พวกเขาเลยไปจ้างผู้อพยพมาเป็นคนงานชั่วคราวสิบกว่าคน

"ท่านแม่ มีผู้อพยพอยู่หน้าบ้านเราด้วยล่ะ" เสียงของสวี่หมิงหยวนดังขึ้น

สวี่หมิงเสวียนโผล่หน้าออกมาครึ่งนึง แอบมองชายเสื้อผ้าขาดวิ่นที่ยืนอยู่หน้าประตูด้วยความกลัวนิดๆ

ชายคนนั้นจูงมือเด็กผู้ชายตัวผอมโซอายุประมาณสามสี่ขวบที่แววตาเลื่อนลอย

ไป๋จิ้งเดินออกมาดู กวาดตามองพวกเขารอบหนึ่ง แล้วหันไปสั่งสวี่หมิงหยวน "อาหยวน ไปเอาน้ำกับเสบียงแห้งมาให้พวกเขาหน่อย"

"ขอรับ ท่านแม่"

"ขอบคุณแม่พระ ขอบคุณแม่พระ!"

ชายคนนั้นคุกเข่าลงโขกหัวปลกๆ ดังปึงๆ แถมยังดึงเด็กผู้ชายข้างๆ ให้คุกเข่าโขกหัวตามไปด้วย

"ไม่ต้องๆ รีบลุกขึ้นเถอะ มีเด็กอยู่ด้วย ทำแบบนี้เดี๋ยวเด็กก็ตกใจแย่หรอก"

"ขอรับๆ"

ชายคนนั้นรีบรับคำ แล้วก็หยุดโขกหัว

ไม่นานนัก สวี่หมิงหยวนก็เดินถือน้ำกับเสบียงแห้งออกมา

พอรับของไป ชายคนนั้นก็รีบยัดเข้าปากคำโตๆ แถมยังคอยป้อนเด็กผู้ชายให้กินด้วย

จู่ๆ สวี่หมิงเสวียนก็นึกอะไรขึ้นมาได้ รีบวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน แล้วหยิบขนมชั้นดีออกมา

เป็นขนมหวานแสนอร่อยที่สวี่ชวนหาเวลาว่างทำไว้ให้เขากินเล่น

"อันนี้ให้เจ้านะ ท่านพ่อข้าเป็นคนทำเอง อร่อยมากเลยนะ"

สวี่หมิงเสวียนยื่นขนมให้เด็กผู้ชายตัวผอม

เด็กผู้ชายรับมาแบบงงๆ เหลือบมองชายหน้าตามอมแมม พอเห็นเขาพยักหน้าให้ ถึงได้กล้าเอาขนมเข้าปาก

พอกินเข้าไปคำแรก ดวงตาที่เคยขุ่นมัวก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

สวี่ชวนคอยสอนให้เขารู้จักแบ่งปัน ก่อนหน้านี้สวี่หมิงเสวียนก็ไม่ค่อยอินเท่าไหร่ แต่พอได้ลองทำดูจริงๆ เขากลับรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก

ไป๋จิ้งลูบหัวสวี่หมิงเสวียนด้วยความชื่นชม

ภายใต้การอบรมสั่งสอนของสวี่ชวน เด็กๆ ทุกคนล้วนเติบโตมาเป็นเด็กดี มีแต่ชาวบ้านในหมู่บ้านต้งซีที่พากันอิจฉาตาร้อน

พอเห็นชายคนนั้นกินแผ่นแป้งจนหมดไปแผ่นนึงแล้ว ไป๋จิ้งก็เอ่ยถาม "พวกเจ้าก็ลี้ภัยมาเหมือนกันเหรอ"

"ขอรับ พวกเราหนีมาจากอำเภอซีซาน ทางโน้นเกิดน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบร้อยปี คนโดนน้ำพัดหายไปเพียบ บ้านเรือนก็พังทลาย ไร่นาก็จมน้ำหมด"

"พวกเราไม่มีบ้านให้กลับแล้ว เลยต้องระหกระเหินหนีตายลงมาทางใต้"

"น่าสงสารจริงๆ แล้วพวกเจ้ามีแผนจะทำยังไงต่อไปล่ะ"

"ไม่มีเลยขอรับ" ชายคนนั้นถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ระหว่างทาง ลูกสาวคนโตข้าก็หิวตายไปแล้ว เมียข้าก็ยอมอดข้าวเอาเสบียงมาให้พวกเรากิน จนสุดท้ายนางก็หิวตายตามไปอีกคน"

เขานึกอะไรขึ้นได้ ก็รีบคุกเข่าโขกหัวอีกครั้ง พลางอ้อนวอน "ขอแม่พระโปรดเมตตา รับสองพ่อลูกพวกข้าไว้ด้วยเถอะ พวกข้ายินดีเป็นข้าทาสรับใช้ ขอแค่มีข้าวกินประทังชีวิตก็พอแล้วขอรับ"

"หรือถ้าไม่สะดวกจริงๆ อย่างน้อยก็ช่วยสงสารเด็กคนนี้หน่อยเถอะ"

"เขากินข้าวไม่เยอะหรอกขอรับ"

สวี่หมิงเสวียนกระตุกชายเสื้อไป๋จิ้งเบาๆ พลางพูดด้วยความสงสาร "ท่านแม่ พวกเขาน่าสงสารจังเลย"

สวี่หมิงหยวนยืนดูอยู่เงียบๆ ไม่ได้พูดอะไร

เรื่องจะรับหรือไม่รับ พวกเขาพูดไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าท่านพ่อไม่ออกปาก ท่านแม่ก็ตัดสินใจไม่ได้เหมือนกัน

แถมได้ยินมาว่าคราวนี้มีผู้อพยพตั้งหลายแสนคน พวกเขาจะไปช่วยได้หมดได้ยังไงล่ะ?

ไป๋จิ้งรู้สึกลำบากใจ ลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดว่า "งั้นพวกเจ้ารออยู่หน้าบ้านไปก่อนก็แล้วกัน ข้าเป็นแค่ผู้หญิง ตัดสินใจเรื่องนี้ไม่ได้หรอก ต้องรอสามีข้ากลับมาก่อน ให้เขาเป็นคนตัดสินใจ"

"ขอรับๆ พวกข้ายินดีรอ ต่อให้สุดท้ายจะไม่รับพวกข้าไว้ก็ไม่เป็นไรขอรับ"

ตอนเที่ยง

สวี่ชวนกับสวี่หมิงเวยกลับมาถึงบ้าน ก็เห็นสองพ่อลูกผู้อพยพอยู่หน้าประตูบ้าน สวี่ชวนเลยถามด้วยความแปลกใจ "พวกเจ้าเป็นใครเนี่ย"

ไป๋จิ้งเดินเข้ามาหา แล้วเล่าเรื่องให้สวี่ชวนฟังคร่าวๆ

สวี่ชวนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง "เรื่องนี้ เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยกันก็แล้วกัน แต่ว่า... คืนนี้พวกเจ้าพ่อลูกไปกางกระโจมนอนตรงลานว่างข้างบ้านข้าก่อนเถอะ เดี๋ยวตอนบ่ายข้าจะให้ลูกชายเอากระโจมไปให้"

"ส่วนเรื่องของกินเดี๋ยวข้าจะจัดเตรียมไว้ให้"

"ต่อให้สุดท้ายแล้วข้าจะรับพวกเจ้าไว้ไม่ได้ ข้าก็จะให้เสบียงแห้งกับน้ำติดตัวไปกินระหว่างทางด้วย"

"ขอบคุณนายท่าน ขอบคุณนายท่าน!"

ตระกูลสวี่ในตอนนี้ ขยายกิจการมาจนถึงระดับที่ต้องเริ่มรับบ่าวไพร่และผู้คุ้มกันเข้ามาดูแลบ้านแล้วจริงๆ

แต่เขาไม่ได้คิดจะรับใครสุ่มสี่สุ่มห้าหรอกนะ

วันต่อมา

หลังจากสวี่ชวนตื่นนอน เขาก็เริ่มใช้พรสวรรค์ชะตาชีวิต 【วันละหนึ่งกว้า】

【คำทำนายวันนี้: มงคล】

【เจ้ารับสองพ่อลูกตระกูลหลี่เข้ามาเป็นบ่าวไพร่ พวกเขาเคยเป็นตระกูลใหญ่ในอำเภอซีซาน ทั้งคู่มีพรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์ พ่อมีพรสวรรค์ระดับธรรมดา แต่ลูกชายมีพรสวรรค์ที่ไม่เลว มีโอกาสก้าวขึ้นสู่ระดับเบิกนภาได้】

"ตระกูลใหญ่งั้นเหรอ?"

"เด็กผู้ชายที่ผอมแห้งแรงน้อยคนนั้นมีพรสวรรค์ระดับเบิกนภาเชียวเหรอเนี่ย?"

"มิน่าล่ะถึงทายได้ว่ามงคล ถ้ารับไว้ล่ะก็ อนาคตต้องเป็นกำลังสำคัญให้ตระกูลสวี่ได้แน่ๆ"

"แต่ในเมื่อเป็นถึงตระกูลใหญ่ ทำไมถึงได้ตกอับมาเป็นผู้อพยพได้ล่ะ ปกติพวกผู้อพยพก็มีแต่ชาวบ้านธรรมดาทั้งนั้นนี่นา... นอกซะจากว่าจะโดนศัตรูตามล่า"

สวี่ชวนนอนนิ่งอยู่บนเตียง คิดทบทวนเรื่องนี้อยู่นาน

อำเภอซีซานอยู่ห่างจากที่นี่ตั้งหลายพันลี้ การที่พวกเขารอดตายมาถึงที่นี่ได้ ก็แสดงว่าต้องมีดวงแข็งอยู่พอตัว

"ในเมื่อคำทำนายบอกว่าเป็นมงคล ก็คงไม่มีปัญหาอะไรตามมาทีหลังหรอก"

"ตระกูลที่มีอิทธิพลแผ่ขยายข้ามเมืองได้ขนาดนั้น คงมีแต่พวกตระกูลใหญ่ๆ ในตัวเมืองหลวงเท่านั้นแหละมั้งที่ทำได้"

จบบทที่ ตอนที่ 12 สองพ่อลูกผู้อพยพ

คัดลอกลิงก์แล้ว