- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาเป็นมหาเศรษฐี แค่ขูดหวยก็รวยได้
- ตอนที่ 24 บ้านเก่า
ตอนที่ 24 บ้านเก่า
ตอนที่ 24 บ้านเก่า
ตอนที่ 24 บ้านเก่า
พอขึ้นรถแท็กซี่ เวินหย่าก็เหลือบมองฉินเซี่ยงหยางแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร
ผ่านไปครู่หนึ่งก็เหลือบมองอีกแวบหนึ่ง
แล้วก็เหลือบมองอีกแวบหนึ่ง
ท่าทางกล้าๆ กลัวๆ ของเธอทำเอาฉินเซี่ยงหยางหลุดหัวเราะออกมา เขาจึงเอ่ยถาม "เธอมองอะไรอยู่น่ะ?"
"เธอ... ไม่มีอะไรอยากจะถามฉันหน่อยเหรอ?" เวินหย่ากะพริบตาพลางเอ่ยถาม
ฉินเซี่ยงหยางรู้ทันทีว่าเธอกำลังหมายถึงเรื่องอะไร แต่เขากลับทำหน้างุนงงแล้วตอบไปว่า "ไม่มีนี่นา"
"อ้อ" เวินหย่าอ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่แล้วก็กลืนคำพูดนั้นลงคอไป
"เอาล่ะ ถ้าเธอคิดว่ามันจำเป็นต้องพูดก็พูดมาเถอะ แต่ถ้าคิดว่าไม่จำเป็น เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ก็ไม่ต้องบอกฉันหรอก" ฉินเซี่ยงหยางเลิกแกล้งเธอ เขายิ้มแล้วเอ่ยปาก
เวินหย่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองคนขับรถแท็กซี่ สุดท้ายเธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากพูด แต่การมีคนนอกอยู่ด้วยมันทำให้เธอรู้สึกกระดากอายนิดหน่อย
รถแท็กซี่แล่นออกจากตัวเมืองเข้าสู่เขตตำบล จากนั้นก็ขับไปตามทางที่เวินหย่าคอยบอก เลี้ยวเข้าสู่ถนนหมู่บ้านที่คดเคี้ยว และในที่สุดก็ไปจอดสนิทอยู่บนถนนสายชนบท รถยนต์ไม่สามารถขับเข้าไปลึกกว่านี้ได้แล้ว ทำได้เพียงลงเดินเท้าเข้าไปเท่านั้น
ทั้งสองคนลงจากรถ รถแท็กซี่ยังคงจอดรออยู่ที่เดิม เพราะฉินเซี่ยงหยางตกลงกับคนขับไว้แล้วว่าเดี๋ยวจะนั่งกลับเมืองซูเฉิงด้วย คนขับเองก็ยินดีที่จะได้รับงานไปกลับแบบนี้ จึงไม่ได้อิดออดอะไร
คราวนี้มาถึงถิ่นของเวินหย่าแล้ว เธอจึงเป็นฝ่ายเดินนำฉินเซี่ยงหยางเข้าไปในตรอกเล็กๆ
"เสี่ยวหย่ากลับมาแล้วเหรอ? เลิกเรียนแล้วใช่ไหมเนี่ย?" คุณป้าคนหนึ่งที่เดินสวนมาสะพายตะกร้าไม้ไผ่ที่มีหญ้าสดอยู่เต็มตะกร้า พอเห็นเวินหย่าก็เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม
"ค่ะ กลับมาแล้วค่ะ" เวินหย่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ยินดียินร้าย
"แล้วไอ้หนุ่มนี่ใครกันล่ะ? แฟนเอ็งเหรอ?" พอคุณป้าเหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่เดินตามหลังมา ก็ขมวดคิ้วมุ่นทันที "อายุแค่นี้ก็ริอ่านมีแฟนแล้ว ย่าเอ็งเพิ่งจะจากไปแท้ๆ เอ็งก็ทำตัวเหลวไหลซะแล้ว!"
"ไม่เกี่ยวกับป้าสักหน่อย" เวินหย่าตีหน้าขรึม คว้ามือฉินเซี่ยงหยางแล้วเดินนำลิ่วไปข้างหน้าทันที
"อ้าว นังเด็กนี่ ทำไมถึงได้ไร้มารยาทแบบนี้ ข้าก็แค่อุตส่าห์เป็นห่วงเอ็งนะเว้ย!" คุณป้าทำหน้าเหมือนคนทำคุณบูชาโทษ เอ่ยปากตัดพ้อด้วยความเจ็บปวดใจ
เวินหย่าไม่สนใจป้าแกอีกและไม่พูดอะไร ฉินเซี่ยงหยางจึงไม่ได้เอ่ยทักทายป้าแกเช่นกัน เขารู้สึกได้ว่าเรื่องนี้มันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังแน่ๆ
ทั้งสองคนไม่ได้บังเอิญเจอคนรู้จักอีก พวกเขาเดินจ้ำอ้าว ลัดเลาะเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา จนกระทั่งมาถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง
บ้านสองชั้นที่ดูเก่าแก่โบราณ เดาว่าคงสร้างมาหลายปีดีดักแล้ว หน้าบ้านมีลานกว้าง บริเวณลานมีบ่อน้ำหนึ่งบ่อ ริมกำแพงด้านหนึ่งมีฟืนแห้งกองพะเนินอยู่ และเหนือเพิงเก็บฟืนนั้นก็ยังมีรังนกนางแอ่นรังหนึ่งด้วย
ถึงแม้จะดูเก่าไปสักหน่อย แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
"ถึงแล้วล่ะ ที่นี่แหละบ้านฉัน" เวินหย่าหันกลับมาส่งยิ้ม ก่อนจะล้วงกุญแจออกมาจากกระเป๋าแล้วไขประตู "เข้ามาสิ"
ฉินเซี่ยงหยางเดินสำรวจไปรอบๆ พลางเอ่ยถาม "เมื่อกี้ป้าคนนั้นคือใครเหรอ?"
เมื่อเดินพ้นประตูเข้ามาก็จะเจอกับห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ ซึ่งยังคงถูกจัดเป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ ด้านบนมีรูปถ่ายของคุณย่าเวินหย่าตั้งตระหง่านอยู่
"ป้าแก... ก็นับว่าเป็นญาติคนหนึ่งของฉันนั่นแหละ" เวินหย่าจ้องมองรูปถ่ายของคุณย่า เม้มริมฝีปากแล้วพูดต่อ "ก่อนหน้านี้แกอยากให้ฉันแต่งงานกับลูกชายแกน่ะ"
ฉินเซี่ยงหยางถึงบางอ้อทันที ปกติแล้วพวกป้าๆ ยายๆ ในหมู่บ้านมักจะชอบสอดรู้สอดเห็นเป็นธรรมดา พอเห็นลูกหลานพาเพศตรงข้ามมาบ้านก็น่าจะแค่ถามไถ่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไม่ใช่ชักสีหน้าไม่พอใจใส่แบบนี้
'ที่แท้ก็โกรธที่ฉันไปแย่งว่าที่ลูกสะใภ้ของแกมานี่เอง?'
"แต่พวกเราตัดขาดกันไปแล้วล่ะ ตอนที่คุณย่าฉันป่วย ป้าแกไม่ยอมให้ยืมเงินเลยสักแดงเดียว ก็แค่เห็นว่าบ้านฉันจน คิดว่าฉันคงไม่มีปัญญาหาเงินมาคืนนั่นแหละ" เวินหย่าส่ายหน้า พอมาถึงที่นี่ อารมณ์ของเธอก็อดไม่ได้ที่จะหดหู่ลง "ก็เลยกลายเป็นแค่คนแปลกหน้าที่ไม่สลักสำคัญอะไรแล้วล่ะ"
"อืม อนาคตเธอยังมีชีวิตใหม่รออยู่ คนพวกนี้ก็เป็นแค่ฝุ่นผงที่พัดผ่านเข้ามาในชีวิตเท่านั้นแหละ" ฉินเซี่ยงหยางเอ่ยปลอบใจ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย "ตะกร้าไม้ไผ่พวกนี้คุณย่าของเธอเป็นคนสานเหรอ?"
ตรงมุมห้องมีตอกไม้ไผ่วางกองอยู่ รวมถึงตะกร้าและกระบุงไม้ไผ่ทั้งแบบที่สานเสร็จแล้วและยังสานไม่เสร็จอีกหลายใบ
"อืม ฝีมือคุณย่าฉันดีมากเลยนะ ปกติท่านก็จะสานตะกร้าไม้ไผ่พวกนี้แหละไปขาย เพื่อส่งเสียให้ฉันเรียนหนังสือ" เวินหย่าตกอยู่ในห้วงแห่งความทรงจำอันแสนงดงาม เธอกลี่ยิ้มอ่อนโยนออกมา "น่าเสียดายที่ฉันมันซุ่มซ่าม หัดสานยังไงก็ไม่ยอมเป็นสักที"
"ตอนเด็กๆ คุณย่าเคยสานกระต่ายไม้ไผ่ให้ฉันตัวหนึ่งด้วยนะ เดี๋ยวเราขึ้นไปข้างบนกัน ฉันจะเอาให้เธอดู!" จู่ๆ เวินหย่าก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เธอเอ่ยปากอย่างกระตือรือร้น แล้วพาฉินเซี่ยงหยางเดินขึ้นไปบนชั้นสอง
ชั้นสองมีห้องนอนสามห้อง เวินหย่าพาเขาเข้าไปในห้องตรงกลาง ภายในห้องมีเตียงนอนสองเตียง เตียงหนึ่งเหลือแต่แผ่นไม้กระดาน ส่วนอีกเตียงปูด้วยผ้าปูที่นอนและปลอกผ้านวมลายมาตรฐานที่เห็นกันได้ทั่วไป หัวเตียงมีสติกเกอร์การ์ตูนแปะอยู่ และบนเตียงก็มีตุ๊กตาผ้าฝรั่งวางอยู่หนึ่งตัว
ดูเหมือนว่านี่น่าจะเป็นห้องนอนของเวินหย่าสินะ?
เวินหย่าเปิดลิ้นชักออก หยิบของชิ้นหนึ่งออกมา... กระต่ายงั้นเหรอ?
บอกตามตรงเลยนะ เขามองไม่ออกเลยจริงๆ...
"อืม ฝีมือประณีตมากเลย!" ฉินเซี่ยงหยางรับ 'กระต่าย' ตัวนั้นมาพลิกดูไปมาพลางเอ่ยชม
"ตอนที่ฉันเรียนอยู่ชั้นประถม หน้าโรงเรียนมีกระต่ายตัวเป็นๆ มาขายด้วยนะ แต่แม่ไม่ยอมให้ฉันเลี้ยง พอคุณย่ารู้ก็เลยสานกระต่ายตัวนี้ให้ฉันแทน" เวินหย่าหัวเราะเบาๆ แบ่งปันเรื่องราวในอดีตให้เขาฟัง "หลังจากนั้นพอแม่ทิ้งฉันไป คุณย่าก็เลยหาแมวมาให้ฉันเลี้ยงตัวหนึ่ง"
"เป็นแมวลายสลิดน่ะ มันจับหนูเก่งมากเลยนะ ตั้งแต่มีมันมาอยู่ที่นี่ ที่บ้านก็ไม่มีหนูอีกเลย แถมมันยังชอบกินหนูเหลือแต่หางเอาไว้โชว์ผลงานให้ดูอีกต่างหาก"
"พอถึงเวลาข้าวมื้อไหน ฉันก็จะเดินไปเคาะชามที่หน้าประตู ไม่รู้ว่าหูมันทิพย์หรือเปล่านะ ไม่ว่าจะวิ่งไปเล่นไกลแค่ไหน มันก็จะได้ยินตลอด แล้วก็จะวิ่งพรวดพราดออกมาจากตรอกเลยล่ะ!"
...
พอเวินหย่าเริ่มเปิดฉากเล่า ฉินเซี่ยงหยางก็เริ่มสนุกไปด้วย เขาเล่าเรื่องสุนัขตัวใหญ่สีเหลืองที่บ้านเกิดให้เธอฟังบ้างว่า ทุกครั้งที่มันเห็นแมวจรจัดเดินผ่านหน้าบ้าน มันจะต้องวิ่งไล่ตามออกไปเล่นด้วยทุกที
ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเฮฮาอยู่พักใหญ่ ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะขยับเข้าใกล้กันมากขึ้นอีกนิด จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มช่วยกันเก็บข้าวของ
ฉินเซี่ยงหยางรับหน้าที่รวบรวมผ้าปูที่นอนและเครื่องนอนลายมาตรฐาน แล้วเอาห่อผ้าสีแดงผืนใหญ่มามัดรวมกันไว้ ส่วนเวินหย่าก็คอยเก็บชุดชั้นในของตัวเอง รวมถึงของที่ระลึกที่อยากจะเอาติดตัวไปด้วย
ของที่ต้องขนไปมีไม่เยอะ ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันค่อยไปหาซื้อเอาดาบหน้าก็ได้ ดังนั้นแค่รถแท็กซี่คันเดียวก็ขนของหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องจ้างรถบรรทุกมาขนแต่อย่างใด
จากนั้นเวินหย่าก็พาฉินเซี่ยงหยางเดินชมรอบๆ บ้านเก่าของเธอ ห้องนอนที่อยู่ทางทิศตะวันตกเป็นห้องของคุณย่า พอเข้าไปด้านใน ฉินเซี่ยงหยางก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าเตียงของคุณย่าเป็นเตียงไม้แกะสลักลวดลายโบราณ ดูเผินๆ คล้ายกับของเก่าที่จัดแสดงตามสวนโบราณไม่มีผิด ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแบบนี้จะนับว่าเป็นของเก่าวัตถุโบราณได้ไหม
ห้องนี้ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานมากแล้ว เนื่องจากช่วงหลังๆ คุณย่าของเวินหย่าเดินเหินไม่ค่อยสะดวก จึงย้ายลงไปอยู่ชั้นล่าง ดังนั้นห้องนี้จึงมีฝุ่นเกาะหนาเตอะ
ฉินเซี่ยงหยางยังบังเอิญไปเจอสมุดเรียงความสมัยเด็กของเวินหย่าเข้าอีกด้วย ขณะที่เขากำลังอ่านอย่างสนุกสนานอยู่นั้น เธอก็หน้าแดงแปร๊ดแล้วรีบแย่งสมุดคืนไปทันที ทั้งคู่หยอกล้อกันอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็เก็บข้าวของเสร็จและเตรียมตัวจะเดินทางกลับ
ก่อนไป เวินหย่าไม่ลืมที่จะหยิบรูปถ่ายของคุณย่าติดตัวไปด้วยเพื่อเป็นของดูต่างหน้า
แต่พอทั้งสองคนเดินมาถึงหน้าประตูบ้าน ก็พบว่ามีคนสองคนเข้ามายืนอยู่ในลานหน้าบ้านเสียแล้ว
คนหนึ่งคือคุณป้าที่พวกเขาเพิ่งจะเดินสวนกันเมื่อครู่นี้ ส่วนอีกคนเป็นนักเรียนชายในชุดนักเรียน เดาว่าน่าจะเป็นลูกชายของคุณป้าคนนั้น
[จบตอน]