- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาเป็นมหาเศรษฐี แค่ขูดหวยก็รวยได้
- ตอนที่ 12 บัตรแลกเปลี่ยนโอกาสการลงทุนเลเวล 2
ตอนที่ 12 บัตรแลกเปลี่ยนโอกาสการลงทุนเลเวล 2
ตอนที่ 12 บัตรแลกเปลี่ยนโอกาสการลงทุนเลเวล 2
ตอนที่ 12 บัตรแลกเปลี่ยนโอกาสการลงทุนเลเวล 2
ตลอดทางที่ขึ้นลิฟต์มา เวินหย่าเอาแต่ก้มหน้างุดด้วยความประหม่า กลัวว่าจะเผลอไปชนข้าวของอะไรที่ไม่ควรชนเข้า
พอถึงชั้นหก เดินออกจากลิฟต์แล้วเลี้ยวตรงหัวมุม ก็เจอกับร้านอาหารญี่ปุ่นที่ชื่อว่า เหอยั่ว
ฉินเซี่ยงหยางพาเวินหย่าเดินไปหาพนักงานต้อนรับที่หน้าร้าน แล้วบอกว่า
"สองที่ครับ"
พนักงานสาวมองดูนักเรียนสองคนด้วยความแปลกใจ เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นเมนูอาหารให้พร้อมกับรอยยิ้ม แล้วเอ่ยถาม
"คุณลูกค้าอยากจะดูเมนูอาหารก่อนไหมคะ?"
ฉินเซี่ยงหยางชะงักไป นึกว่าที่นั่งข้างในเต็มแล้วต้องรอคิวเสียอีก เขาจึงชะโงกหน้าเข้าไปดู ก็เห็นว่ายังมีโต๊ะว่างอยู่อีกเพียบ แต่พอเหลือบมองเมนูอาหาร เขาก็เข้าใจความหวังดีของพนักงานทันที
เดาว่าเธอคงคิดว่าสถานที่แบบนี้ไม่น่าจะเหมาะกับกำลังทรัพย์ของนักเรียนวัยเรียน และกลัวว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะพาแฟนสาวมาร้านผิด ก็เลยอ้อมค้อมให้ดูราคาก่อน เธอไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกหรือดูแคลนใครเหมือนในละครน้ำเน่าหรอก กลับกัน เธอกำลังนึกถึงใจของฉินเซี่ยงหยางต่างหาก
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉินเซี่ยงหยางก็คลี่ยิ้มแล้วตอบไปว่า
"อืม ผมว่าโอเคเลยล่ะ"
พนักงานสาวกะพริบตา ไม่ได้เอ่ยห้ามอะไรอีก เธอเดินนำทั้งสองคนเข้าไปในร้าน ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไป พนักงานทุกคนก็ประสานเสียงต้อนรับกันอย่างพร้อมเพรียง
"ยินดีต้อนรับสู่เหอยั่วค่ะ!"
เวินหย่าสะดุ้งสุดตัว เธอไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนเลย จึงลนลานทำอะไรไม่ถูก เผลอเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อของฉินเซี่ยงหยางเอาไว้แน่น
ฉินเซี่ยงหยางถอนหายใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจ เขาจับมือเล็กๆ ของเธอแล้วจูงเดินเข้าไปด้านใน ในใจแอบคิดว่าร้านนี้ไม่ค่อยเป็นมืออาชีพเท่าไหร่เลยแฮะ คำกล่าวต้อนรับแบบนี้มันต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นสิถึงจะถูก
"นั่งตรงนี้โอเคไหมคะ?"
วันนี้คนไม่ค่อยเยอะ พนักงานจึงพาพวกเขาไปนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่าง ซึ่งพอมองออกไปก็จะเห็นภาพรถราวิ่งขวักไขว่อยู่บนถนนใหญ่
"โอเคครับ"
ฉินเซี่ยงหยางพยักหน้า รับเมนูจากพนักงานมาเล่มหนึ่ง ส่วนอีกเล่มยื่นให้เวินหย่า
"เธอดูสิว่าอยากกินอะไร สั่งได้ตามสบายเลยนะ"
เวินหย่าเปิดเมนูดู พอเห็นราคาอาหารแต่ละอย่างก็ถึงกับใจสั่น จะกล้าสั่งได้ยังไงกันล่ะ
ฉินเซี่ยงหยางเดาได้อยู่แล้วว่าเวินหย่าคงไม่กล้าสั่งแน่ๆ เขาจึงจัดการร่ายชื่ออาหารออกมาอย่างรวดเร็ว
"เอาซูชิตับห่าน เบอร์เกอร์ปู ซาซิมิแซลมอนรวม แล้วก็กุ้งย่าง..."
เขาสั่งอาหารรวดเดียวห้าหกอย่าง แถมเครื่องดื่มอีกสองแก้ว ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของเวินหย่า ในที่สุดเขาก็ส่งเมนูคืนให้พนักงาน พร้อมกับกำชับว่า
"เอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกันครับ เดี๋ยวถ้าไม่อิ่มค่อยสั่งเพิ่ม"
"เมื่อกี้เราคุยกันถึงไหนแล้วนะ?"
พอพนักงานเดินจากไป ฉินเซี่ยงหยางก็เอ่ยถามขึ้น
"ดะ... เดือนละ... สองพัน..."
เวินหย่าพึมพำตอบเสียงเบา รู้สึกเกรงใจเอามากๆ เพราะเมื่อกี้ฉินเซี่ยงหยางเพิ่งจะเสนอให้เงินค่าขนมเธอเดือนละสองพันหยวน ซึ่งถือว่าเป็นเงินก้อนโตเลยทีเดียว
"ใช่ ตอนนี้ฉันจะให้เงินเธอใช้เดือนละสองพันหยวนไปก่อน แล้ววันหลังค่อยเพิ่มให้ทีหลัง อ้อ เดือนแรกฉันจะให้สี่พันหยวนนะ เธอเอาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ใส่ซะบ้าง"
ฉินเซี่ยงหยางเอ่ยปาก สำหรับช่วงเวลานี้ เงินสองพันหยวนก็ถือว่าเพียงพอแล้ว จะให้ทีเดียวเยอะๆ ก็ไม่ได้ เดี๋ยวเด็กสาวจะตกใจเอาเสียก่อน
"แล้วก็เรื่องคุณย่าของเธอด้วย ตอนนี้ค้างค่ารักษาพยาบาลอยู่เท่าไหร่ ไม่ต้องประหยัดนะ อยู่ห้องไอซียูมันใช้เงินเยอะ ถ้าเงินเหลือต่ำกว่าหนึ่งหมื่นเมื่อไหร่ต้องรีบมาบอกฉัน เข้าใจไหม?"
"เดี๋ยวพอกินข้าวเสร็จ เธอไปหาจ้างพยาบาลมาคอยดูแลคุณย่าของเธอซะนะ แล้วเธอก็กลับไปนอนพักผ่อนที่บ้านให้เต็มอิ่ม ช่วงนี้เธอคงไม่ได้นอนหลับเต็มตาสักเท่าไหร่ใช่ไหมล่ะ? ดูสิ ขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าหมดแล้วเนี่ย"
"หลังจากนี้ถ้าที่บ้านขาดเหลืออะไรก็มาบอกฉันได้เลยนะ ถ้ามีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ก็มาเบิกกับฉันได้ ไม่ต้องเกรงใจหรอก ยังไงก็ถือซะว่าหักจากเงินเดือนในอนาคตของเธอก็แล้วกัน ยังไงมันก็คือเงินของเธออยู่ดี เข้าใจไหมล่ะ?"
"..."
ฉินเซี่ยงหยางพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด จนกระทั่งพนักงานยกอาหารมาเสิร์ฟถึงได้ยอมหุบปาก
"กินสิ"
"ลองชิมปลาแซลมอนนี่ดูสิ... ใช่ๆ เอาวาซาบิป้ายนิดนึง แบบนั้นแหละ เธอลองกินดู เอ๊ะ ใส่น้อยๆ หน่อยสิ"
"ตะ... แต่มัน... ดิบไม่ใช่เหรอ?"
"ใช่ ก็ต้องกินดิบๆ แบบนี้แหละ เธอลองชิมดูสิ สำหรับฉันมันก็งั้นๆ แหละ แต่เห็นพวกผู้หญิงเขาชอบกินกันนักนี่นา"
"เป็นไงบ้าง? เคยชิมซูชิไหม? ไม่ต้องไปคิดอะไรมากหรอก จริงๆ แล้วมันก็คือข้าวปั้นของญี่ปุ่นนั่นแหละ"
"อืม กินเยอะๆ นะ เบอร์เกอร์ปูนี่อร่อยมากเลยล่ะ เธอลองชิมดู..."
...
ภายใต้การต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดีของฉินเซี่ยงหยาง ในที่สุดทั้งสองคนก็จัดการอาหารมื้อใหญ่นี้จนเกลี้ยง มื้อนี้หมดเงินไปไม่ถึงห้าร้อยหยวนดี ฉินเซี่ยงหยางรูดบัตรจ่ายเงินอย่างสบายอารมณ์ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของพนักงาน และได้รับค่าประสบการณ์เพิ่มมาอีกห้าร้อยหน่วย
กินข้าวเสร็จ ทั้งคู่ก็นั่งแท็กซี่ไปที่โรงพยาบาล ฉินเซี่ยงหยางส่งเวินหย่าลงตรงนั้น พร้อมกับกำชับเสียงแข็งว่าคืนนี้เธอต้องกลับไปนอนที่บ้านให้ได้ พออีกฝ่ายรับปาก เขาถึงได้วางใจและกลับบ้าน
เมื่อถึงบ้าน ฉินเซี่ยงหยางก็เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา แล้วกดซื้อบัตรแลกเปลี่ยนโอกาสการลงทุนเลเวลสองใบนั้น
คะแนนในระบบหายวับไปกับตาทันที แต่ไม่เป็นไรหรอก ของเก่าไม่ไป ของใหม่จะมาได้ยังไง ใช้จ่ายไปหนึ่งหมื่นหยวนก็ได้มาหนึ่งคะแนนแล้ว อนาคตยังมีคะแนนให้โกยอีกเพียบ ไม่จำเป็นต้องเก็บสะสมเอาไว้หรอก เขาจึงกดใช้งานมันทันที
แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในขณะที่เขากำลังนึกสงสัยว่าระบบมันหลอกกินตังค์เขาหรือเปล่า จู่ๆ โทรศัพท์มือถือรุ่นเก่ากึกก็ดังขึ้นมา
หรือว่าโทรศัพท์สายนี้จะเป็นผลพวงมาจากบัตรแลกเปลี่ยน?
ฉินเซี่ยงหยางคิดเช่นนั้นก่อนจะกดรับสาย ปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง
"ฮัลโหล สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่านั่นใช่คุณฉินหรือเปล่าคะ?"
"ใช่ครับ ผมเอง"
"สวัสดีค่ะ ฉันคือพานเสี่ยวถิง ที่เราเคยคุยกันไว้ในอินเทอร์เน็ตน่ะค่ะ"
คุยกันงั้นเหรอ? คุยเรื่องอะไรฟะ? นัดเจอกันนอกจองั้นเหรอ?
แวบแรกฉินเซี่ยงหยางคิดว่าอีกฝ่ายคงโทรผิดเบอร์แน่ๆ แต่แล้วระบบก็แจ้งเตือนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
[ตรวจพบโอกาสในการลงทุน: ร้านชานมซีซี จำนวนเงินลงทุน 1 แสนหยวน คาดการณ์ผลตอบแทน (2-6 แสน) หยวนต่อปี!]
"อ๋อ เรื่องร้านชานมใช่ไหมครับ?"
"ใช่ค่ะ คุณฉิน คุณมีแผนจะร่วมลงทุนในโปรเจกต์ของฉันจริงๆ ใช่ไหมคะ?"
"ใช่ครับ"
"ถ้าอย่างนั้น คุณพอจะสะดวกมาเจอกันเพื่อคุยรายละเอียดหน่อยไหมคะ?"
"อืม... เอาเป็นวันเสาร์ได้ไหมครับ?"
"ได้ค่ะ คุณสะดวกนัดเจอที่ไหนดีคะ? ฉันได้หมดเลย เอาที่คุณสะดวกดีกว่าค่ะ"
"งั้น เอาเป็นร้านกาแฟฉางชิงบนถนนผิงอันในอำเภออู๋ ตอนสิบโมงเช้า ดีไหมครับ?"
"ตกลงค่ะ งั้นเดี๋ยวฉันไปรอคุณที่นั่นนะคะ!"
"ครับ!"
"สวัสดีค่ะ!"
"สวัสดีครับ"
หลังจากวางสาย ฉินเซี่ยงหยางก็อดไม่ได้ที่จะจมอยู่ในความคิด เขาคิดไม่ถึงเลยว่าระบบจะหาช่องทางการลงทุนมาให้เขาด้วยวิธีนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าระบบมันสวมรอยเป็นเขาไปคุยอะไรกับผู้หญิงคนนั้นไว้ในเน็ตบ้าง ดูเหมือนว่าทางนั้นจะเชื่อใจเขาเอามากๆ เลยนะ ไม่กลัวว่าเขาจะเป็นพวกสิบแปดมงกุฎหรือยังไง
เนื่องจากในอำเภออู๋ตอนนี้ยังไม่มีร้านสตาร์บัคส์ ฉินเซี่ยงหยางจำได้แค่ว่าแถวนั้นมีร้านกาแฟที่ชื่อฉางชิงตั้งอยู่ เขาจึงทำได้เพียงนัดเจอที่นั่น
วันนี้วันพฤหัสบดี มะรืนนี้ก็คงจะได้รู้กันเสียที
...
อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่เวินหย่าจัดการธุระของคุณย่าเรียบร้อยแล้ว เธอก็กลับบ้าน เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงทันที ช่วงนี้เธอเหนื่อยล้ามามากพอแล้ว กลางคืนต้องคอยเฝ้าไข้คุณย่า กลางวันก็ต้องไปเรียน วันนี้ในที่สุดเธอก็จะได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มเสียที
ทางโรงพยาบาลมีพยาบาลคอยช่วยดูแลแล้ว คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก แถมยังมีนางพยาบาลคอยเดินตรวจเวรอีก เดี๋ยวพรุ่งนี้เลิกเรียนค่อยแวะไปเยี่ยมใหม่ก็แล้วกัน มะรืนนี้ก็เป็นวันเสาร์ ไม่ต้องไปโรงเรียน ต่อให้ต้องอดหลับอดนอนก็ไม่เป็นไร
จากนั้น ริมฝีปากของเวินหย่าก็ค่อยๆ ยกยิ้มขึ้น อาหารมื้อเย็นวันนี้มันช่างอร่อยเหลือเกิน เบอร์เกอร์ปูก็อร่อย ซาซิมิก็อร่อย ไอ้ข้าวปั้นญี่ปุ่นนั่นก็อร่อยเหมือนกัน ดูเหมือนว่าทุกอย่างกำลังจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นแล้วสิ ถ้าสวรรค์เมตตา ดลบันดาลให้คุณย่าหายป่วยได้ก็คงจะดีไม่น้อยเลย!
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้ ล้วนเป็นเพราะฉินเซี่ยงหยาง เพื่อนร่วมชั้นที่เธอไม่เคยแม้แต่จะใส่ใจมาก่อน แล้วทำไมเขาถึงดีกับเธอขนาดนี้กันล่ะ?
ท่ามกลางความสงสัยที่เจือปนไปด้วยความตื้นตันใจ เสียงกรนเบาๆ ก็ดังขึ้นมาจากบนเตียงนอน
[จบตอน]