เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 เธอเชื่อใจฉันไหม?

ตอนที่ 8 เธอเชื่อใจฉันไหม?

ตอนที่ 8 เธอเชื่อใจฉันไหม?


ตอนที่ 8 เธอเชื่อใจฉันไหม?

ฉินเซี่ยงหยางคิดอยากจะก่อตั้งบริษัทที่ไหนกันล่ะ เขาแค่อยากมีอิสรภาพทางการเงินแล้วใช้ชีวิตไปวันๆ รอความตายก็เท่านั้น นี่มันก็แค่ข้ออ้างที่คิดขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ อย่างมากถึงตอนนั้นก็แค่เปิดบริษัทเถื่อนขึ้นมาสักแห่ง ให้เวินหย่ามานั่งทำงานกินเงินเดือนสักสองปี พอถึงเวลาก็ประกาศล้มละลายไปซะ เรื่องก็จบแล้ว

ที่สำคัญที่สุดก็คือ เงินหนึ่งแสนหยวนนี้เท่ากับเป็นการให้เปล่า แต่มันก็ไม่น่าจะนับว่าเป็นการบริจาค น่าจะเอาไปปั่นค่าประสบการณ์ของระบบได้

เยี่ยมไปเลย!

เวินหย่ายืนอึ้งไป

เธอคิดไม่ถึงเลยว่าเพื่อนร่วมชั้นของตัวเองจะยื่นข้อเสนอแบบนี้มาให้

เธอก็เคยคิดเหมือนกันว่า หลังจากเรียนจบแล้วค่อยๆ ทำงานหาเงินมาใช้คืนให้เขาได้ไหม แต่เงินหนึ่งแสนหยวนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ระยะเวลากินเวลายาวนานขนาดนั้น เขาจะยอมตกลงงั้นหรือ?

แต่สิ่งที่เธอคิดไม่ถึงก็คือ ฉินเซี่ยงหยางกลับยื่นข้อเสนอที่ใจกว้างยิ่งกว่านั้นมาให้

แบบนี้มันต่างอะไรกับการให้เปล่าล่ะ?

เธอมีคุณสมบัติอะไร มีความสามารถอะไรถึงจะคู่ควร?

ฉินเซี่ยงหยางมองเพื่อนร่วมชั้นที่เอาแต่นิ่งเงียบ ก่อนจะพูดหว่านล้อมต่อ

"เรื่องบริษัทเธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอก อนาคตมันต้องมีแน่ๆ ฉันวางแผนเอาไว้หมดแล้ว ที่ฉันสนใจก็คือศักยภาพในตัวเธอต่างหาก ผลการเรียนของเธอดีมาก ถ้าได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยดีๆ สักแห่ง... หืม? ใช่! ถ้าได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยดีๆ สักแห่ง พอเรียนจบ มูลค่าในตัวเธอจะต้องมากกว่าหนึ่งแสนหยวนอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น ถือซะว่าฉันจองตัวคนเก่งเอาไว้ล่วงหน้าก็แล้วกัน คิดยังไงฉันก็ไม่ขาดทุนหรอก ว่าไงล่ะ?"

จู่ๆ เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่า เขายังสามารถส่งเสียให้เธอเรียนมหาวิทยาลัยได้นี่นา! อย่างมากก็แค่ให้มาทำงานชดใช้ในบริษัทของเขาเพิ่มอีกสักสองปีก็สิ้นเรื่อง!

ซี้ด มนุษย์เครื่องมือชั้นยอดแบบนี้ จะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด!

เวินหย่าอ้าปากค้างเล็กน้อย ผ่านไปเนิ่นนานก็ยังพูดอะไรไม่ออก

แสงไฟอันอบอุ่นในร้านกาแฟดูเหมือนจะไม่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกอีกต่อไป ในห้วงภวังค์ เธอรู้สึกราวกับว่าร่างทั้งร่างของฉินเซี่ยงหยางกำลังเปล่งประกาย เธอไม่เคยรู้สึกหวั่นไหวในใจรุนแรงขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต นอกจากคุณย่าแล้ว ก็ไม่เคยมีใครมองเห็นคุณค่าและเชื่อใจเธอมากขนาดนี้มาก่อน!

จมูกของเธอเริ่มแสบร้อน น้ำตาแห่งความตื้นตันไหลรินลงมาจากหางตาอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้

ฉินเซี่ยงหยางเห็นเพื่อนร่วมชั้นจู่ๆ ก็ร้องไห้ออกมา ก็ถึงกับทำตัวไม่ถูก รีบเอ่ยปากถาม

"อ้าว เธอร้องไห้ทำไมเนี่ย ร้องไห้ทำไม? ถ้าคิดว่าเงื่อนไขมันยังไม่ดีพอ เราคุยกันใหม่ก็ได้นะ!"

เขารีบวิ่งไปที่เคาน์เตอร์บาร์ หยิบกระดาษทิชชูมาสองสามแผ่นแล้วยื่นให้เวินหย่า

เวินหย่ารับกระดาษทิชชูมา คลี่ยิ้มบางๆ แล้วพยักหน้าอย่างแรง

"ขอบใจนะ ขอบใจจริงๆ! ฉันตกลง ฉันยินดีเซ็นสัญญาฉบับนี้!"

"โอเค ตกลงตามนี้ งั้นพวกเรากลับกันเถอะ เดี๋ยวฉันเดินไปส่ง แล้วก็เรื่องเงินน่ะ อย่างที่เธอเห็น ตอนนี้มันเป็นเช็คอยู่ ทางโรงพยาบาลน่าจะไม่รับเช็คหรอก รอให้ถึงวันเสาร์..."

เดิมทีฉินเซี่ยงหยางกะจะบอกว่าวันเสาร์ค่อยโอนเงินเข้าบัญชีให้ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าคุณย่าของเธอยังค้างค่ารักษาพยาบาลอยู่ คงกำลังร้อนใจน่าดู เขาจึงเปลี่ยนคำพูด

"เอาเป็นพรุ่งนี้ก็แล้วกัน พรุ่งนี้ฉันจะปีนกำแพงออกไปโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารให้เธอก็แล้วกัน"

"ปีนกำแพงออกไปงั้นเหรอ?"

เวินหย่าเอ่ยถามทวนด้วยความงุนงง

"ก็ปีนข้ามประตูเหล็กหลังโรงเรียนออกไปไงล่ะ"

ฉินเซี่ยงหยางตอบ

เรื่องปีนกำแพงหนีออกจากโรงเรียน เขาก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยทำเสียหน่อย แล้วออกไปทำไมงั้นหรือ?

ก็ไปร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่น่ะสิ

ช่วงเช้ามีเวลาพักเบรกคาบใหญ่ แล้วค่อยโดดเรียนอีกครึ่งคาบ อ้างว่าปวดท้องติดอยู่ในห้องน้ำก็น่าจะยังทันเวลา หวังว่าที่ธนาคารคนจะไม่เยอะจนต้องต่อคิวยาวหรอกนะ

ฉินเซี่ยงหยางก้มมองเวลาแล้วลุกขึ้นยืน ตอนนี้สองทุ่มแล้ว ต้องรีบกลับบ้านให้ไว ถ้าชักช้ากว่านี้มีหวังกลับไม่ทันแน่!

เวินหย่าเดินตามหลังฉินเซี่ยงหยาง ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น

"เธอเชื่อใจฉันไหม?"

"เชื่อสิ ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะ?"

ฉินเซี่ยงหยางหันกลับไปมองด้วยความแปลกใจ

"ถ้าอย่างนั้น เธอเอาเช็คให้ฉันเถอะ พรุ่งนี้ฉันจะขอลางานครึ่งวันแล้วไปโอนเงินเอง เธอไม่ต้องปีนกำแพงโรงเรียนหรอก ขืนโดนครูจับได้มันจะไม่ดีเอาได้นะ"

เวินหย่าเงยหน้าขึ้นมา ภายใต้แสงไฟสลัวทำให้มองเห็นสีหน้าของเธอไม่ชัดเจนนัก

"เอาสิ งั้นฉันให้เช็คเธอไปทั้งสองใบเลยก็แล้วกัน บัตรธนาคารของฉันก็เอาไปด้วย เธอโอนเงินเข้าบัญชีตัวเองหนึ่งแสนหยวน ส่วนที่เหลือก็โอนเข้าบัญชีฉันนะ"

มีคนยอมวิ่งเต้นเป็นธุระให้ เขาก็จะได้เบาแรงลงไปเยอะ ฉินเซี่ยงหยางควักเช็คทั้งสองใบและบัตรธนาคารของตัวเองออกมายื่นให้เวินหย่า ก่อนจะพูดต่อ

"รหัสผ่านเขียนอยู่ด้านหลังบัตรนะ"

เวินหย่ารับของมา เหลือบมองแวบหนึ่ง ก็ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ยังมีเช็คใบละสามแสนสองหมื่นหยวนอยู่อีกใบงั้นเหรอ?!

เกิดมาทั้งชีวิต เธอไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย!

เขาเชื่อใจเธอขนาดนี้เลยงั้นเหรอ? ไม่กลัวว่าเธอจะหอบเงินหนีไปหรือยังไง?

เวินหย่ารู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก เธอพยักหน้าอย่างหนักแน่น เธอจะไม่มีวันทรยศต่อความไว้วางใจในครั้งนี้อย่างแน่นอน

"อืม เดี๋ยวฉันเรียกแท็กซี่ไปส่งเธอก็แล้วกัน ดึกป่านนี้แล้ว เธอเป็นผู้หญิงเดินทางคนเดียวมันจะไม่ปลอดภัย"

เมื่อเดินออกจากร้านกาแฟ มองดูรถราที่วิ่งขวักไขว่ไปมาบนท้องถนน ฉินเซี่ยงหยางก็รู้สึกคิดถึงแอปพลิเคชันเรียกรถขึ้นมาตงิดๆ ถ้าเป็นยุคหลังๆ เขาก็คงจะกดเรียกรถล่วงหน้าไปแล้ว ป่านนี้ก็คงได้ขึ้นไปนั่งสบายใจเฉิบบนรถแล้วล่ะ

"ตกลง งั้นไปส่งฉันที่โรงพยาบาลประชาชนแห่งที่สามอำเภออู๋ก็แล้วกัน คืนนี้ฉันต้องไปเฝ้าไข้คุณย่าน่ะ"

เวินหย่าไม่ได้ปฏิเสธด้วยความเกรงใจ และไม่ได้เอ่ยคำขอบคุณออกมาอีก

ฉินเซี่ยงหยางพยักหน้า รู้สึกพึงพอใจกับความรู้ความเข้าใจของเวินหย่าเป็นอย่างมาก เขาโบกเรียกแท็กซี่คันหนึ่ง มุ่งหน้าไปยังอำเภออู๋ และจอดส่งเธอที่โรงพยาบาลแห่งที่สาม หลังจากนั้น ในที่สุดเขาก็กลับถึงบ้านในเวลาสองทุ่มห้าสิบนาที

ตอนที่ยื่นเช็คให้ ค่าประสบการณ์ของระบบไม่ได้พุ่งพรวดขึ้นมาสี่แสนหน่วย เดาว่าการทำแบบนี้คงไม่นับรวมอยู่ในการบริโภคใช้จ่าย แต่ถ้าพรุ่งนี้เวินหย่าโอนเงินหนึ่งแสนหยวนเข้าบัญชีของเธอเอง มันจะถือว่าเป็นการใช้จ่ายหรือเปล่านะ?

เขาเฝ้ารอคอยที่จะได้เห็นระบบเลเวลสองอย่างใจจดใจจ่อ จากนั้นก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านครู่หนึ่ง ก่อนจะไปอาบน้ำเข้านอน ถึงยังไงการบ้านก็ทำไม่เสร็จอยู่แล้ว เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยไปขอลอก เอ๊ย ขอศึกษาจากเพื่อนที่โรงเรียนก็แล้วกัน

ค่ำคืนผ่านพ้นไปอย่างไร้เรื่องราว เช้าวันรุ่งขึ้น ตอนที่ฉินเซี่ยงหยางยื่นแพนเค้กใส่ไข่ให้ลู่เจิ้งฉี อีกฝ่ายก็ทำหน้าตาลามกจกเปรตแล้วเอ่ยถาม

"แกรู้ไหมว่าเมื่อคืนใครไปที่ป่าละเมาะนั่น?"

ฉินเซี่ยงหยางชะงักไปครู่หนึ่ง เพิ่งจะนึกเรื่องจดหมายรักขึ้นมาได้ เขาจึงหยิบหนังสือออกจากกระเป๋าพลางเอ่ยถาม

"ใครล่ะ?"

"เฉียนหลาน ห้องสิบไง!"

ลู่เจิ้งฉีทำหน้าระริกระรี้เหมือนคนกำลังรอเสพข่าวซุบซิบวงใน ทำเอาฉินเซี่ยงหยางถึงกับงุนงงไปพักใหญ่

เฉียนหลาน? ใครฟะ?

"เวรเอ๊ย นี่แกไม่รู้จักงั้นเหรอ?"

เมื่อเห็นสีหน้างุนงงของเขา ลู่เจิ้งฉีก็ทำหน้าแปลกประหลาดใจ

ยังไม่ทันที่ฉินเซี่ยงหยางจะได้ขบคิดต่อว่าเฉียนหลานคนนี้คือใครกันแน่ เพื่อนร่วมโต๊ะก็ชิงแฉเรื่องซุบซิบออกมาเสียก่อน

"เฉียนหลานกำลังคบหาดูใจอยู่กับหวังเหว่ยเพื่อนร่วมห้องของหล่อนอยู่น่ะสิ!"

ฉินเซี่ยงหยางยกมือเกาหัว แล้วเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ

"บางทีเขาอาจจะไปรอแฟนหนุ่มของเขาก็ได้นี่นา?"

"แฟนหนุ่มของหล่อนก็เป็นนักเรียนไปกลับเหมือนกัน ป่านนั้นก็คงกลับบ้านไปตั้งนานแล้ว อีกอย่าง ตอนที่หล่อนเห็นฉัน ก็คงจะจำได้นั่นแหละ หน้าตานี่ซีดเผือด วิ่งหนีหางจุกตูดเร็วยิ่งกว่ากระต่ายเสียอีก!"

ลู่เจิ้งฉีกินแพนเค้กใส่ไข่พลางวิเคราะห์ราวกับเป็นยอดนักสืบโฮล์มส์

"แถมชื่อลงท้ายในจดหมายเมื่อวานก็เขียนว่า 'จาก หลาน ที่รักของเธอ' ถ้าไม่ใช่หล่อนแล้วจะเป็นใครไปได้ล่ะ?"

พูดแบบนี้มันก็มีความเป็นไปได้สูงเลยทีเดียว แม่สาวคนนี้ร้ายไม่เบา อนาคตไกลเชียวนะ ริอ่านจะเหยียบเรือสองแคมตั้งแต่ไก่โห่เลยรึไง?

แต่การมีแฟนสาวแบบนี้มันช่าง...

ขอไว้อาลัยให้แฟนหนุ่มของหล่อนล่วงหน้าสามวินาทีก็แล้วกัน

จู่ๆ ฉินเซี่ยงหยางก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถาม

"เมื่อวานพวกแกไปกันกี่คนล่ะเนี่ย?"

ลู่เจิ้งฉีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเป็นธรรมชาติ

"ก็ไปกันทั้งหอพักนั่นแหละ อ้อ แล้วก็มีไอ้เฉียงกับคุณชายลู่ด้วยนะ"

ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่ารู้กันถ้วนหน้าแล้วล่ะสิ?

ขอไว้อาลัยให้แฟนหนุ่มของหล่อนหกวินาทีเลยก็แล้วกัน

[จบตอน]

จบบทที่ ตอนที่ 8 เธอเชื่อใจฉันไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว