เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 - ผีตะกละกับตรรกะที่พอรับได้

บทที่ 20 - ผีตะกละกับตรรกะที่พอรับได้

บทที่ 20 - ผีตะกละกับตรรกะที่พอรับได้


เมื่อเห็นความดื้อรั้นของฉินนั่ว เฉินหยวนก็ส่ายหัวและได้แต่เอ่ยปากเล่า

"เมื่อประมาณอาทิตย์ก่อน ไอ้หัวขโมยนี่มันโผล่มา แล้วทุกครั้งมันก็เล็งขโมยแดกแต่ของแพงๆ ทั้งนั้น!"

"จนถึงตอนนี้ มูลค่าสินค้าที่ไอ้ผีนั่นสวาปามเข้าไปก็ปาเข้าไปกว่า 8,000 เหรียญผีแล้ว ถ้ายังขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานร้านนี้คงได้เตรียมตัวเจ๊งแหงๆ"

แม้ปากจะบ่นอุบ แต่บนใบหน้าของเฉินหยวนกลับไร้ซึ่งความวิตกกังวลใดๆ

เหลือเวลาอีกแค่สองวัน เขาก็จะเคลียร์ดันเจี้ยนนี้สำเร็จแล้ว

เมื่อเขาออกจากที่นี่พร้อมรับรางวัล ซูเปอร์มาร์เก็ตวั่งเหลียงจะเจ๊งหรือไม่เจ๊ง ก็ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับเขาเลยแม้แต่น้อย

"เถ้าแก่กับเถ้าแก่เนี้ยจับมันไม่ได้เหรอ?" ฉินนั่วถาม สองผัวเมียนั่นดูยังไงก็ไม่ใช่ผีกระจอกๆ แน่

"ไอ้หัวขโมยนั่นมันไม่ได้ดุร้ายอะไรหรอก แต่มันรับมือยากฉิบหาย"

"ทุกครั้งที่เถ้าแก่กับเถ้าแก่เนี้ยทำท่าจะจับมันได้ จู่ๆ พวกเขาก็จะเหมือนโดนผีเข้า ปล่อยไอ้หัวขโมยนั่นไปเฉยๆ แล้วก็เดินเหม่อลอยกลับมาที่หน้าเคาน์เตอร์ กว่าจะได้สติก็ปาเข้าไปพักใหญ่"

"ไอ้หัวขโมยนั่นน่าจะมีสกิลอะไรสักอย่างที่ปั่นป่วนประสาทผีได้ล่ะมั้ง"

"แถมดูเหมือนมันจะบาดเจ็บด้วยนะ ช่วงนี้กินจุขึ้นทุกวันเลย!"

"พอมันกินอิ่ม มันก็จะไปแอบอยู่ตามซอกมุมของซูเปอร์ฯ พอหิวเมื่อไหร่ มันก็จะโผล่มาขโมยของกินอีก" เฉินหยวนเล่าเป็นฉากๆ

ตอนแรก ไอ้หัวขโมยนั่นก็ชอบมารื้อค้นสินค้าที่เขาจัดเรียงไว้ซะเละเทะ เขาเองก็เคยคิดจะจับมันอยู่เหมือนกัน

แต่หลังๆ เขาก็ล้มเลิกความตั้งใจไป เพราะไอ้หัวขโมยนั่นก็ไม่ได้มีท่าทีจะทำร้ายเขา เขาเลยปล่อยเลยตามเลย

เมื่อได้ฟังดังนั้น

ฉินนั่วก็ค่อนข้างมั่นใจอยู่อย่างหนึ่ง

ผีที่ระบบบอกว่าสามารถ 'หลอมรวม' ได้นั้น มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นไอ้หัวขโมยตนนี้

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ ฉินนั่วก็ปิ๊งไอเดียที่ได้ประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย

แต่ข้อแม้คือ... ต้องจับตัวไอ้ผีขี้ขโมยนี่ให้ได้ซะก่อน!

"แล้วปกติมันจะออกมาขโมยของกินตอนไหนล่ะ?" ฉินนั่วถาม

"ช่วงนี้ไอ้หมอนี่กินจุเป็นบ้า ออกมาขโมยของกินอย่างน้อยวันละสามเวลา ฉันเดาว่าคืนนี้มันต้องโผล่หัวมาอีกแน่!" เฉินหยวนฟันธง

"โอเค งั้นคืนนี้ฉันจะซุ่มรอจนกว่ามันจะโผล่มา" ฉินนั่วกล่าว

เขามีเวลาแค่หนึ่งวันเต็มๆ ตราบใดที่เขากลับไปที่ร้านอาหารพร้อมกับวัตถุดิบชิ้นที่ 8 ก่อน 6 โมงเช้า ภารกิจก็จะถือว่าเสร็จสิ้น

สรุปง่ายๆ คืนนี้คือโอกาสเดียวของเขา!

"ไม่ต้องไปซุ่มรอให้เมื่อยตุ้มหรอก เดี๋ยวมันก็เดินทอดน่องออกมาเองแหละ" เฉินหยวนบอก

"ช่วงแรกๆ มันก็กล้าๆ กลัวๆ อยู่หรอก แต่พอรู้ว่าไม่มีใครทำอะไรมันได้ หลังๆ มานี่มันก็ยิ่งได้ใจ"

"เดี๋ยวนี้พอหิวเมื่อไหร่ มันก็เดินฉุยฉายออกมากินหน้าตาเฉย ทำหยั่งกะซูเปอร์ฯ นี้เป็นบ้านตัวเองงั้นแหละ"

ฉินนั่วพยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจแจ่มแจ้ง เขาไม่ได้ถามอะไรต่อแล้วเดินกลับออกมาจากโซนชั้นวางสินค้า

ที่หน้าเคาน์เตอร์ เถ้าแก่กับเถ้าแก่เนี้ยคงจะเหนื่อยกับการด่าทอกันแล้ว ในที่สุดพวกเขาก็เงียบเสียงลงเสียที

เถ้าแก่เนี้ยดึงกริชที่ปักคาอกตัวเองออก แล้วหันมาถามฉินนั่วด้วยรอยยิ้ม "เป็นไงบ้าง? เจอไอ้หัวขโมยนั่นรึยัง?"

"ยังไม่เจอครับ แต่เสี่ยวเฉิน พนักงานของคุณ หลุดปากบอกข้อมูลของไอ้หัวขโมยนั่นมานิดหน่อย"

"คืนนี้ผมจะลงมือจัดการมันเอง"

"เสี่ยวเฉินงั้นเหรอ อา..."

"เขาเป็นพนักงานดีเด่นที่หาจับตัวยากจริงๆ ทั้งขยันและมีความรับผิดชอบ ทุกครั้งที่ฉันไปตรวจ เขาจัดเรียงสินค้าบนชั้นได้เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอเลยล่ะ!" เถ้าแก่เนี้ยหัวเราะร่วน ดูพอใจในตัวเสี่ยวเฉินเป็นอย่างมาก

ขยันและมีความรับผิดชอบ...

ถ้าคุณนายไปเห็นสภาพหมอนั่นนั่งซดมาม่าคัพพลางเล่นเกมอยู่ตรงชั้นวางของล่ะก็ คุณนายคงพูดไม่ออกแน่ๆ

แต่ก็ต้องยอมรับว่า ฉินนั่วแอบอิจฉาหมอนั่นอยู่เหมือนกัน

การเป็นผู้เล่นที่ได้รับความคุ้มครองจากกลไกของโลกสยองขวัญนี่มันโคตรจะชิลล์เลย!

เถ้าแก่จอมหัวร้อนจู่ๆ ก็เปลี่ยนท่าทีที่มีต่อฉินนั่ว แล้วเอ่ยขึ้นว่า "ถ้าแกจับไอ้หัวขโมยเวรนั่นได้ล่ะก็ แกอยากได้วัตถุดิบอะไร พวกเรายินดีขายให้แกหมดเลย!"

"อย่าว่าแต่ขายเลย ยกให้ฟรียังได้!"

ฉินนั่วรู้ทันแผนการเล็กๆ ของพวกมัน เขาจึงแสร้งทำสีหน้าเชื่อสนิทใจ "ผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถครับ"

ไม่นานนัก ท้องฟ้าก็เริ่มมืดครึ้มลง

ท้องถนนถูกความมืดมิดกลืนกิน ดูอ้างว้างเงียบเหงา แต่กลับแฝงไปด้วยอันตรายที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้

ประตูม้วนเหล็กถูกดึงปิดลง

ซูเปอร์มาร์เก็ตวั่งเหลียงเองก็ปิดให้บริการแล้วเช่นกัน

ไร้ซึ่งวี่แววของเถ้าแก่และเถ้าแก่เนี้ย

ถึงตอนนี้ เฉินหยวนก็เดินชิลล์ออกมาจากโซนชั้นวางของ ตรงดิ่งไปที่เคาน์เตอร์อย่างชำนาญ หยิบของกินอร่อยๆ มาหอบใหญ่ แถมยังควักเบียร์วุ้นขวดนึงออกมาจากไหนก็ไม่รู้

เฉินหยวนถอนหายใจอย่างมีความสุข "ในที่สุดก็ได้กินของดีๆ ซะที ซดแต่มาม่ามาทั้งวัน เอียนจะแย่"

"ทำไมตอนกลางวันนายถึงไม่กล้าออกมาล่ะ?" ฉินนั่วถาม

"ก็มันเป็นเวลาทำงานของฉันนี่นา ถ้าฉันไม่อยู่ในเขตพื้นที่ทำงาน หรือแอบละทิ้งหน้าที่โดยพลการ กลไกคุ้มครองก็จะพังทลายน่ะสิ"

"ถ้าไม่มีกลไกคุ้มครอง มีหวังฉันคงโดนเถ้าแก่กับเถ้าแก่เนี้ยฉีกร่างเป็นชิ้นๆ แน่!" เฉินหยวนอธิบาย

แม้ว่ากลไกคุ้มครองจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องผู้เล่น แต่มันก็มีกฎเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเช่นกัน!

หากฝ่าฝืนกฎเมื่อไหร่ กลไกคุ้มครองก็จะแตกสลายและไร้ผลในทันที!

ดังนั้น ไม่ว่าหลังชั้นวางของมันจะอุดอู้แค่ไหน หรือเขาจะหิวไส้กิ่วแค่ไหน เฉินหยวนก็ต้องทนหมกตัวอยู่แต่ในนั้น

ฉินนั่วเพิ่งจะตระหนักได้ว่า ความเข้าใจของเขาที่มีต่อโลกสยองขวัญนั้นยังมีช่องโหว่อยู่อีกมาก

เฉินหยวนคนนี้ ถึงจะดูซื่อๆ บื้อๆ แต่กลับเข้าใจเรื่องกลไกคุ้มครองอย่างทะลุปรุโปร่ง!

บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาสามารถมีชีวิตรอดได้อย่างสุขสบายมาจนถึงป่านนี้ก็ได้

โครม!!

จู่ๆ ชั้นวางของในความมืดก็พังครืนลงมา สินค้าปลิวว่อนกระจัดกระจายไปทั่ว ส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

เฉินหยวนกระดกเบียร์วุ้นอึกใหญ่แล้วพูดว่า "นั่นไง ไอ้ผีตะกละโผล่มาแล้ว!"

"นายจะไม่ไปช่วยฉันจับมันหน่อยเหรอ?" ฉินนั่วมองเฉินหยวนที่ยังคงนั่งซดเบียร์หน้าตาเฉย

เฉินหยวนคายกระดูกเป็ดออกจากปากแล้วตอบว่า "นายจับมันไม่ได้หรอก เผลอแป๊บเดียวมันก็เผ่นแน่บแล้ว ต่อให้นายจับมันได้ ไอ้ผีนั่นก็เข้าสิงนาย ปั่นหัวนายเล่น แล้วก็ชิ่งหนีไปอยู่ดี"

"เถ้าแก่กับเถ้าแก่เนี้ยโดนมันเล่นงานมากี่รอบแล้ว ทำไมฉันจะไม่รู้ฤทธิ์มันล่ะ?"

"ตราบใดที่มันไม่มาก้าวก่ายฉัน ฉันก็จะไม่แกว่งเท้าหาเสี้ยนไปยุ่งกับไอ้ตัวปัญหาหรอก!"

เฉินหยวนแกะไส้กรอกย่างเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ พลางพูดไปพลาง

ฉินนั่วไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเดินมุ่งหน้าไปยังโซนชั้นวางสินค้า

ตรงบริเวณชั้นโชว์สินค้า ผีตะกละได้ยินเสียงฝีเท้าก็อันตรธานหายตัวไปในพริบตา

ฉินนั่วมองดูซองขนมที่ถูกฉีกทิ้งเกลื่อนกลาดเต็มพื้น ให้ตายสิ ช่างเลือกกินซะด้วยนะ เล็งสวาปามแต่ของแพงๆ ทั้งนั้น!

"พี่ชาย ฉันมีของอร่อยๆ มาฝาก ออกมาคุยกันหน่อยสิ เรามาเป็นเพื่อนกันดีไหม?" ฉินนั่วร้องเรียก

พอได้ยินแบบนั้น เฉินหยวนที่อยู่ข้างนอกก็ถึงกับมองบน "ถ้าวิธีนั้นหลอกล่อไอ้ผีนั่นให้ออกมาได้ล่ะก็ ฉันยอมหกสูงกินขี้โชว์เลยเอ้า!"

เมื่อเห็นว่าไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ฉินนั่วก็ยิ้มกริ่ม เขาหยิบ 《เนื้อไท่ซุ่ย》 ออกมาจากแถบเครื่องมือ แล้ววางแหมะลงบนพื้น

ฉินนั่วมองไม่เห็นหรือสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมยั่วน้ำลายใดๆ จากเนื้อไท่ซุ่ยเลย แต่ในเมื่อระบบมันการันตีมาแบบนี้ เขาก็อยากจะลองของดูสักตั้ง

เขาหารู้ไม่ว่า ทันทีที่เนื้อไท่ซุ่ยสัมผัสกับอากาศ กลิ่นหอมหวนที่มองไม่เห็นทว่ายากจะต้านทาน กลิ่นที่จะทำให้เหล่าภูตผีต้องคลุ้มคลั่ง ก็ได้แผ่ซ่านครอบคลุมไปทั่วบริเวณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ท่ามกลางความมืดมิด ดวงตาของผีตะกละเบิกโพลง ร่างกายของมันถูกดึงดูดเข้าไปหาเนื้อชิ้นนั้นอย่างไม่อาจควบคุมได้

เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ฉินนั่วก็หันขวับไปมอง และพบกับเงาดำทะมึนที่ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นจากมุมมืด

นี่คือผีไร้รูปทรงที่ล่องหนได้

จุดเด่นเพียงอย่างเดียวของมันคือ ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยดวงตาสีเลือดแดงก่ำ ดูสยดสยองพิลึก!

ฉินนั่วโบกมือทักทายอย่างเป็นมิตร "ไง"

มันปรายตามองฉินนั่วแวบหนึ่ง และวินาทีต่อมา เนื้อไท่ซุ่ยชิ้นนั้นก็ไปอยู่ในมือของมันแล้ว

มันสวาปามเข้าไปคำโตโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย จากนั้น ดวงตาสีเลือดอันน่าสยดสยองทั้งเก้าดวงก็หรี่ลงเล็กน้อย เผยให้เห็นสีหน้าฟินสุดขีด

"แกกินของๆ ฉันไปแล้ว ทีนี้เราก็เป็นเพื่อนกันได้แล้วใช่ไหม?" ฉินนั่วถาม

"ไอ้โง่!" ผิดคาด ผีตะกละสบถด่าด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันสุดขีด แล้วหันหลังเตรียมจะจากไป

"เฮ้อ ฉันก็แค่อยากจะมีเพื่อนสักคนก็แค่นั้นเอง น่าเสียดายจัง ฉันยังมีเนื้อไท่ซุ่ยเหลืออยู่อีกตั้งเยอะ ไม่รู้จะเอาไปแบ่งใครกินดี!" ฉินนั่วแสร้งถอนหายใจ ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จทำตัวเหมือนคนเหงาขาดความอบอุ่น

ผีตะกละชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมาถาม "แกยังมีเหลืออีกเรอะ?"

"ฉันมีติดตัวอยู่อีกเพียบเลยล่ะ สนใจอยากมาเป็นเพื่อนกับคนรวยๆ อย่างฉันไหมล่ะ? รับรองว่าเลี้ยงดูปูเสื่อให้อิ่มหนำสำราญเลยนะเอ้อ!" ฉินนั่วพูดจาหว่านล้อมอย่างใจดี

แต่ผีตะกละไม่หลงกล มันแค่นเสียงหัวเราะเยาะ

"พวกมนุษย์อย่างแกน่ะมันเจ้าเล่ห์เพทุบายที่สุด อย่ามาเห็นข้าเป็นไอ้โง่หน่อยเลย เพื่อนงั้นเรอะ? แกอยากจะจับข้าล่ะสิไม่ว่า?"

"ในเมื่อแกมีของอร่อยอยู่กับตัว ข้าก็แค่แย่งมาก็สิ้นเรื่องไม่ใช่รึไง? จะมัวเปลืองน้ำลายคุยกับแกไปทำไมให้เมื่อยตุ้ม?"

รอยยิ้มบนใบหน้าของฉินนั่วแข็งค้างไปในทันที

"ดูเหมือนว่า... มันก็มีเหตุผลของมันอยู่นะเนี่ย"

จบบทที่ บทที่ 20 - ผีตะกละกับตรรกะที่พอรับได้

คัดลอกลิงก์แล้ว