- หน้าแรก
- เกมจำลองในโลกผี
- บทที่ 19 - โจรปล้นซูเปอร์มาร์เก็ตกับกลไกคุ้มครองผู้เล่น
บทที่ 19 - โจรปล้นซูเปอร์มาร์เก็ตกับกลไกคุ้มครองผู้เล่น
บทที่ 19 - โจรปล้นซูเปอร์มาร์เก็ตกับกลไกคุ้มครองผู้เล่น
"ไม่มีเลยเหรอครับ?" ฉินนั่วถามพลางสังเกตสีหน้าของเถ้าแก่เนี้ย
"แกเป็นมนุษย์ จะเอาของพรรค์นี้ไปทำไมกัน?" เถ้าแก่เนี้ยยื่นกระดาษจดออเดอร์คืนให้พร้อมกับย้อนถาม
"ความจริงแล้ว ผมเป็นพนักงานของร้านอาหารน้ำพุเหลืองน่ะครับ ทางร้านส่งผมมาซื้อวัตถุดิบตัวนี้" ฉินนั่วอธิบาย
ทว่าเถ้าแก่เนี้ยกลับหัวเราะในลำคอ "งั้นก็ไม่ต่างอะไรกับโดนส่งมาตายชัดๆ"
"หมายความว่ายังไงครับ?"
"ต่อให้ข้าให้วัตถุดิบหมายเลข 8 แกไป มนุษย์อย่างแกก็ไม่มีปัญญาเอามันกลับไปได้หรอก มีแต่จะเอาชีวิตมาทิ้งเปล่าๆ" เถ้าแก่เนี้ยทิ้งตัวลงนั่งแล้วรินน้ำใส่แก้ว
"วัตถุดิบตัวนี้อันตรายมาก มนุษย์แทบจะควบคุมมันไม่ได้เลย เผลอๆ อาจจะโดนมันควบคุมกลับซะด้วยซ้ำ"
สีหน้าของฉินนั่วเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก
เชี่ยเอ๊ย!
ตกลงนี่มันเป็นวัตถุดิบทำอาหารหรือสัตว์ประหลาดกันแน่วะ? ฟังดูโคตรอันตรายเลย!
"ยิ่งไปกว่านั้น ข้าก็ไม่มีวันขายให้แกด้วย"
"ทำไมล่ะครับ?"
"ของมันล้ำค่าเกินไป พวกตัวแสบจากร้านอาหารน้ำพุเหลืองมักจะส่งพนักงานมาขอซื้อวัตถุดิบหมายเลข 1 ถึง 8 อยู่เรื่อยๆ"
"ของชิ้นนี้ใช้เงินผีซื้อไม่ได้หรอกนะ" เถ้าแก่เนี้ยพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ถ้าแกมาเพื่อซื้อเจ้านี่อย่างเดียวล่ะก็ เชิญไสหัวกลับไปได้เลย"
ฉินนั่วทำหน้าลำบากใจ "ถ้าผมกลับไปมือเปล่า ผมตายแน่ๆ ครับ"
"นอกจากเงินผีแล้ว ผมใช้อย่างอื่นแลกเปลี่ยนได้ไหมครับ?"
เถ้าแก่เนี้ยปรายตามองเรือนร่างของฉินนั่วตั้งแต่หัวจรดเท้า พร้อมรอยยิ้มแฝงความนัย "ถึงหุ่นแกจะใช้ได้ แต่เจ๊ไม่มีอารมณ์พิศวาสเรื่องพรรค์นั้นหรอกนะ"
"อีกอย่าง เนื้อคนอย่างแกก็ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรที่นี่ด้วย"
ฉินนั่วนิ่งเงียบไป
จู่ๆ เขาก็เข้าใจกระจ่างแจ้ง
ส่วนที่ยากที่สุดของภารกิจนี้ไม่ใช่การเอาชีวิตรอดมาถึงซูเปอร์มาร์เก็ตวั่งเหลี่ยง แต่ความยากขั้นสุดยอดคือพวกมันไม่มีวันยอมขายวัตถุดิบหมายเลข 8 ให้เด็ดขาดต่างหาก!
เผลอๆ พิน็อกคิโออาจจะรู้อยู่เต็มอกแล้วว่าฉินนั่วไม่มีทางเอามันกลับไปได้แน่ๆ
โครม! เพล้ง!!
ทันใดนั้น ก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นภายในซูเปอร์มาร์เก็ต
ฉินนั่วมองไปแต่ไกล เห็นข้าวของกองพะเนินปลิวว่อน ชั้นวางสินค้าล้มระเนระนาด เปลี่ยนพื้นที่โซนนั้นให้กลายเป็นซากปรักหักพังภายในพริบตา
ปัง!
ประตูห้องมืดถูกกระแทกเปิดออก เถ้าแก่ร้านในสภาพสะบักสะบอมเต็มไปด้วยบาดแผลพุ่งพรวดออกมา ในมือถือปังตอสับกระดูกส่องประกายวาววับ มันแผดเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราด "ไอ้หัวขโมยเวรนั่นอีกแล้ว! ข้าจะสับมันให้เละเป็นชิ้นๆ เลยคอยดู!!"
พูดจบ มันก็กระชับปังตอในมือแน่นแล้วพุ่งทะยานเข้าไปในโซนชั้นวางสินค้า
ผ่านไปไม่นาน มันก็เดินกลับมาในสภาพคลุกฝุ่นมอมแมมไปทั้งตัว
มันกำมีดแน่น กัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้น
"ไอ้โง่เอ๊ย อย่าทำร้านเละเทะไปมากกว่านี้ได้ไหม!"
"ถ้าแกแน่จริง ป่านนี้คงจับไอ้ตัวนั้นได้ไปนานแล้ว จะมัวมาวิ่งเล่นเป็นเด็กทำไมเนี่ยฮะ?" เถ้าแก่เนี้ยบิดหูสามีอย่างแรงพลางด่ากราด
เถ้าแก่ตวัดมีดสับเข้าที่แขนของภรรยา อารมณ์เสียไม่แพ้กัน "ดีแต่ด่าข้าปาวๆ ทำไมหล่อนไม่ไปจับมันเองล่ะฮะ?"
เถ้าแก่เนี้ยขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง หล่อนเดินไปสำรวจที่ชั้นวางสินค้า ก่อนจะกรีดร้องออกมาด้วยความเดือดดาล "มันขโมยของไปอีก 8 ชิ้น! รวมมูลค่าตั้ง 500 เหรียญผีเลยนะโว้ย!"
พอได้ยินแบบนี้ ฉินนั่วก็พอจะเดาเหตุการณ์ออก
มีโจรกล้าบุกเข้ามาขโมยของในซูเปอร์มาร์เก็ตเถื่อนๆ แบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย?
แถมฟังจากน้ำเสียงแล้ว ดูเหมือนจะไม่ใช่การขโมยครั้งแรกด้วย สงสัยจะเป็นพวกตีนแมวมืออาชีพ
"พอจะเล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ? เผื่อผมจะช่วยอะไรได้บ้าง" ฉินนั่วลองหยั่งเชิงถามดู
"แกน่ะเหรอ? ไสหัวไปให้พ้น อย่ามาเกะกะลูกตาข้า!" เถ้าแก่แสดงท่าทีรังเกียจฉินนั่วอย่างเห็นได้ชัด หรือจะพูดให้ถูกคือ รังเกียจพวกมนุษย์นั่นแหละ
เถ้าแก่เนี้ยเดินเข้ามาผลักสามีให้พ้นทาง หล่อนจ้องหน้าฉินนั่วเขม็ง ก่อนจะแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ "เอาอย่างนี้ไหม ถ้าแกช่วยเราจับไอ้หัวขโมยนั่นได้ ข้าจะยอมขายวัตถุดิบหมายเลข 8 ให้แก!"
"ตกลงครับ!" ฉินนั่วตอบรับแทบจะในทันที
นอกจากรับปากแล้ว เขามีทางเลือกอื่นอีกงั้นเหรอ?
"หึหึ" เถ้าแก่แค่นเสียงหยันสองครั้งแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
"เถ้าแก่ ขอหนังลาเนื้อมนุษย์สองที่" ลูกค้าผีที่เดินผ่านมาร้องสั่ง
"ไอ้เวรตะไล เอ็งหยิบเองไม่เป็นรึไงฮะ? ไม่มีมือไม่มีตีนเหรอวะ?" เถ้าแก่หันขวับไปด่าสวนทันควัน
"แม่ง ทำธุรกิจสุนัขไม่รับประทานแบบนี้ ร้านห่วยแตกเอ๊ย!" ผีตนนั้นสบถด่าแล้วเดินสะบัดก้นจากไป
เถ้าแก่เนี้ยเอามีดแทงเข้าที่หลังสามีอย่างจัง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความโกรธจัด "นี่ยังอยากจะเปิดร้านอยู่ไหมฮะ?"
ฉินนั่วเลิกสนใจคู่รักจอมซาดิสม์ที่เอาแต่ผลัดกันแทงข้างหลัง แล้วเดินตรงเข้าไปในโซนชั้นวางสินค้า
ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้มีขนาดใหญ่โตเอาเรื่องเลยทีเดียว
แค่โซนชั้นวางสินค้าก็ปาเข้าไปไม่ต่ำกว่าร้อยชั้นแล้ว ฉินนั่วเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ก็พบว่าสินค้าบางชิ้นถูกฝุ่นเกาะจนหนาเตอะ บางชิ้นก็หล่นเกลื่อนกลาดเต็มพื้น สรุปสั้นๆ คือสภาพเละเทะดูไม่จืด ราวกับไม่เคยมีใครมาจัดของเลยสักนิด
จู่ๆ ฉินนั่วก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวบางอย่าง
เขารีบจับทิศทางของเสียง ชัก 《ค้อนบดกระดูก》 ออกมา แล้วหันขวับเตรียมจะง้างฟาด
"ใจเย็นๆ ก่อนลูกพี่!"
ร่างเงาดำรีบตะโกนห้ามเสียงหลง
"มนุษย์เหรอ?" ฉินนั่วชะงักไปเล็กน้อย เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของมนุษย์จากอีกฝ่าย
"ใช่ครับ มนุษย์แท้ๆ เลย ผมเป็นผู้เล่นที่ถูกส่งมาที่นี่เหมือนกัน ทำหน้าที่เป็นพนักงานจัดเรียงสินค้า ชื่อเฉินหยวนครับ" ชายหนุ่มตอบพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ
"พนักงานจัดเรียงสินค้า..."
ฉินนั่วกวาดสายตามองชั้นวางของที่รกเป็นรังหนู และสภาพข้าวของที่ระเนระนาดไปทั่วบริเวณ "นี่คือผลงานการจัดเรียงของนายงั้นเหรอ?"
ดูจากนิสัยขี้โมโหเอะอะก็ชักมีดของเถ้าแก่แล้ว ถ้ามาเห็นสภาพร้านเละเทะแบบนี้ เฉินหยวนน่าจะโดนสับเป็นชิ้นๆ ไปตั้งนานแล้วนะ
ด้วยทัศนคติการทำงานแบบนี้ เฉินหยวนรอดชีวิตมาจนถึงตอนนี้ได้ยังไงกันวะ?
"แหะๆ ก็มันมี 'กลไกคุ้มครองระดับชาติ' อยู่ไม่ใช่เหรอครับ?"
"เถ้าแก่กับเถ้าแก่เนี้ยจะมาตรวจงานแค่อาทิตย์ละครั้ง อู้งานได้ห้าวัน แล้วค่อยมาจัดของสักสองวัน แค่นี้ก็สบายบรื๋อแล้ว" เฉินหยวนเกาหัวแกรกๆ พลางหัวเราะแห้งๆ
ฉินนั่วถึงกับอ้าปากค้าง
ที่แท้ก็เป็นฝีมือของทางรัฐบาลที่แทรกแซงและยัดเยียดกลไกคุ้มครองนี้เข้ามานี่เอง!
แต่ระบบตรวจสอบมันจะหละหลวมเกินไปหน่อยไหมเนี่ย?
มิน่าล่ะ คู่รักจอมเกรี้ยวกราดถึงได้เมินเฉยต่อสภาพข้าวของที่รกเกลื่อนพื้นตอนเดินเข้ามา แล้วไปลงเต้นแร้งเต้นกากับของที่โดนขโมยรื้อค้นแทน!
พอนึกย้อนไปถึงชีวิตการทำงานในร้านอาหารน้ำพุเหลืองตลอดหลายวันที่ผ่านมา โดนพ่อครัวคอยกลั่นแกล้งสารพัด โดนผีลวนลามตอนนอน แถมยังตกเป็นเป้าหมายของลูกค้าโรคจิตอีก ถ้าเขาไม่ฉลาดเฉลียวและดวงแข็งล่ะก็ ป่านนี้คงไปเฝ้ายมบาลตั้งนานแล้ว!
แค่เผลอเรอหรือบริการลูกค้าบกพร่องนิดหน่อย
เสิร์ฟอาหารช้า หรือทำตัวงุ่มง่ามเก้ๆ กังๆ
หรือแม้แต่หลุดปากพูดอะไรผิดหูจนทำให้ลูกค้าผีหมดอารมณ์กินข้าว แค่นี้ก็อาจถึงฆาตได้เลยนะ!
ถ้าเอามาเทียบกับสถานการณ์ของฉินนั่วแล้ว งานของเฉินหยวนนี่มันดอกไม้ในเรือนกระจกชัดๆ!
ความแตกต่างราวฟ้ากับเหวนี้ทำเอาฉินนั่วรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก
"ฉันโดนบังคับส่งตัวมาที่นี่น่ะ" ฉินนั่วพูดด้วยสีหน้ามืดมน
"ผมเห็นใจคุณจริงๆ ครับ" เฉินหยวนมองฉินนั่วด้วยสายตาสงสารจับใจ
แม้เขาจะเพิ่งเข้าร่วมเกมสยองขวัญนี้เป็นครั้งที่สอง แต่เขาก็รู้ดีว่าพวกที่ถูกบังคับส่งตัวเข้ามาจะไม่มีกลไกคุ้มครองระดับชาติคอยช่วยเหลือ
อันตรายระดับสิบกะโหลก!
อัตราการตายพุ่งปรี๊ด!
มีแต่พวกที่ทำบุญมาดีตั้งแต่ชาติปางก่อนเท่านั้นแหละที่จะรอดชีวิตกลับไปได้!
เฉินหยวนเหลือบมองเถ้าแก่ที่กำลังยืนด่าทอกับภรรยาอยู่ข้างนอก แล้วลดเสียงกระซิบ "ผมได้ยินที่คุณคุยกับเถ้าแก่เนี้ยแล้วล่ะ ผมว่าคุณรีบกลับไปทางเดิมจะดีกว่านะ"
"คุณไม่มีทางจับไอ้ผีขโมยนั่นได้หรอก"
"แล้วก็อย่าคิดว่าเถ้าแก่เนี้ยจะคุยด้วยง่ายๆ นะ ต่อให้คุณจับไอ้ผีนั่นได้ เธอก็ไม่มีวันให้วัตถุดิบหมายเลข 8 กับคุณหรอก เชื่อผมสิ!"
สีหน้าของฉินนั่วเริ่มเคร่งเครียดขึ้นมา "ทำไมล่ะ?"
"นี่คุณโง่จริงๆ หรือแกล้งโง่เนี่ย?" เฉินหยวนหรี่ตามองฉินนั่วอย่างจับผิด
"คุณเป็นมนุษย์นะ คิดจะไปทำข้อตกลงกับผีเนี่ยนะ? เอาตรงๆ เลยนะ พวกหัวหน้าของคุณที่ร้านอาหารน้ำพุเหลืองเคยหักหลังเถ้าแก่เนี้ยของเรามาก่อน เกลียดพวกคุณเข้าไส้เลยแหละ"
"ต่อให้ยอมขาย ก็ไม่มีวันขายให้คุณเด็ดขาด!"
สีหน้าของฉินนั่วยิ่งดูตึงเครียดหนักกว่าเดิม
พิน็อกคิโอไม่เคยปริปากบอกเรื่องพวกนี้ให้เขารู้เลยสักคำ แต่กลับจงใจส่งเขามาที่ซูเปอร์มาร์เก็ตวั่งเหลี่ยง นี่มันจงใจหลอกมาเชือดชัดๆ
ฉินนั่วหลับตาลง คล้ายกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง
ครู่ต่อมา เขาก็ลืมตาขึ้นแล้วพูดว่า "เล่าเรื่องไอ้หัวขโมยในร้านนายมาให้หมด"
"นี่คุณไม่ได้ฟังที่ผมพูดเลยใช่ไหมเนี่ย?" เฉินหยวนถึงกับอึ้งกิมกี่
ฉินนั่วตอบเสียงเรียบ "ยังไงซะ ฉันก็กลับไปมือเปล่าไม่ได้อยู่ดี"
"ฉันมีวิธีของฉันก็แล้วกัน"