เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 - แกะน้อยในดงหมาป่า เผชิญหน้าบนรถบัส

บทที่ 17 - แกะน้อยในดงหมาป่า เผชิญหน้าบนรถบัส

บทที่ 17 - แกะน้อยในดงหมาป่า เผชิญหน้าบนรถบัส


ฉินนั่วหยุดชะงัก หันกลับไปมองคนขับรถด้วยท่าทีแข็งทื่อเล็กน้อย

ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือดของคนขับรถจ้องเขม็งมาที่ฉินนั่ว พร้อมกับเค้นเสียงแหบพร่าลอดผ่านริมฝีปากที่แห้งผากแตกเป็นระแหงออกมาไม่กี่คำ "แกหยอดเหรียญเกิน"

ฉินนั่วแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะตีหน้าตายตอบกลับไปว่า "ไม่เป็นไรหรอก พอดีฉันรวยน่ะ"

คนขับรถไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืด มันกดปิดประตูแล้วออกรถทันที

ผู้โดยสารบนรถมีไม่มากนัก

นอกจากชายชราและสองแม่ลูกที่ขึ้นรถมาพร้อมกับฉินนั่วแล้ว ก็ยังมีผู้โดยสารคนอื่นๆ อีกสี่คน

สองคนเป็นวิญญาณโปร่งแสงดูล่องลอย ส่วนอีกสองคนเป็นพวกผีที่มีรูปลักษณ์จับต้องได้

หนึ่งในพวกที่จับต้องได้นั้นมีรอยเย็บแผลสุดสยองพาดผ่านกลางใบหน้า แถมบนหัวยังมีตะปูเหล็กสารพัดขนาดตอกเสียบเอาไว้เต็มไปหมด

เห็นได้ชัดว่าเจ้านี่คือผีแน่นอน

ส่วนอีกคนเป็นผู้ชายใส่สูท รูปร่างกำยำทะมัดทะแมง ใบหน้าเหลี่ยมคมคาย ผมหวีเรียบแปล้ไปด้านหลัง เขากำลังนั่งเหม่อมองวิวทิวทัศน์ที่พุ่งผ่านหน้าต่างรถไปอย่างเนือยๆ

ฉินนั่วจ้องมองเขา ก่อนที่หัวใจจะกระตุกวูบ

กลิ่นอายของมนุษย์!

เขาไม่ใช่พวกครึ่งผีครึ่งคน ผู้ชายใส่สูทคนนี้คือมนุษย์แท้ๆ 100%!

ด้วย 'พลังผี' ที่มีอยู่ ฉินนั่วสามารถแยกแยะระหว่างมนุษย์กับพวกภูตผีปีศาจคร่าวๆ ได้

ผู้เล่นจากเขตอื่นงั้นเหรอ?

ทำไมเขาถึงไม่กลัวเลยล่ะ? กล้าดีชะมัดที่มานั่งรถบัสผีสิงคันนี้ตัวคนเดียวเนี่ย!

ฉินนั่วทั้งตกใจและเต็มไปด้วยความสงสัยอยู่ลึกๆ

ชายชราและสองแม่ลูกที่เพิ่งขึ้นรถมาก็สังเกตเห็นมนุษย์บนรถบัสเช่นกัน

พวกเขากวาดตามองชายชุดสูทหัวจรดเท้า ก่อนจะคล้ายกับสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง จึงมีท่าทีระแวดระวังและรีบหลบสายตาทันที

"แอ้... แอ้... ม่าม้า หนูจาเอา!"

ทารกผีในอ้อมอกผู้เป็นแม่จ้องเขม็งไปที่ชายชุดสูท ราวกับเจอของเล่นถูกใจ มันเอื้อมมือเล็กๆ ออกไป พยายามจะไขว่คว้าชายชุดสูทคนนั้น

ผู้เป็นแม่รีบจับมือทารกผีเอาไว้แน่น กดหัวลูกชายซุกเข้าหาอก แล้วหันหลังหนี ไม่เปิดโอกาสให้เด็กน้อยได้งอแงอีก

"ในโลกสยองขวัญ คงยังมีระบบการเล่นเกมอีกเยอะที่ฉันไม่รู้ หรือไม่ก็มีกฎบางอย่างที่ฉันยังไม่เคยเจอ"

ฉินนั่วครุ่นคิดในใจ

ก็นะ นี่เพิ่งจะเป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้ามาในโลกสยองขวัญ เรียกได้ว่าเป็นผู้เล่นหน้าใหม่แกะกล่องของแท้เลยล่ะ!

ตอนอยู่บนโลกมนุษย์ ฉินนั่วเคยเห็นข่าวพวกนี้อยู่บ่อยๆ

พวกผู้เล่นระดับท็อปของประเทศสามารถเข้าออกโลกสยองขวัญได้อย่างอิสระ เคลียร์ดันเจี้ยน และกอบโกยของรางวัลได้อย่างง่ายดาย

สำหรับพวกผู้เล่นระดับปรมาจารย์ที่มีประสบการณ์โชกโชน เกมสยองขวัญไม่ใช่ฝันร้าย แต่เป็นดินแดนแห่งความฝันที่พร้อมจะประเคนผลประโยชน์ให้พวกเขาทุกเมื่อ

"ไอ้เรามันพวกมือใหม่ ได้แต่นั่งลุ้นระทึกทุกวันว่าจะเอาชีวิตรอดกลับไปยังไง"

"ส่วนพวกผู้เล่นระดับท็อปคงจะค้นพบแก่นแท้ของการเล่นเกมนี้ไปนานแล้ว ถึงได้เดินไปมาระหว่างโลกสยองขวัญกับโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างชิลล์ๆ แบบนี้"

ฉินนั่วแอบถอนหายใจ ขณะที่รถบัสแล่นมาจอดเทียบป้าย

"ป้ายสุสานเลือดอาฆาตมาถึงแล้ว ผู้โดยสารโปรดลงจากรถอย่างเป็นระเบียบ สถานีต่อไปคือโรงแรมน้ำพุเหลือง ผู้โดยสารที่จะลงป้ายหน้าเตรียมตัวให้พร้อม!"

ชายชุดสูทลุกขึ้นยืน จังหวะที่เดินผ่านฉินนั่ว เขาเหลือบตามองชายหนุ่มเล็กน้อย ส่งยิ้มให้ แล้วเดินลงประตูหลังไป

"โดนจับได้ซะแล้วแฮะ"

ฉินนั่วได้แต่ยิ้มแห้ง ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอะไร

เสื้อกันฝนตัวนี้ถึงจะเป็นไอเทมผี แต่ระดับของมันก็ไม่ได้สูงส่งอะไร หากเจอพวกผีที่มีพลังกล้าแข็ง หรือมนุษย์ที่เก่งกาจ พวกเขาก็สามารถมองทะลุเสื้อกันฝนและเห็นตัวตนที่แท้จริงของฉินนั่วได้อย่างง่ายดาย

สองสามป้ายถัดมา ผู้โดยสารบนรถบัสก็เริ่มทยอยสับเปลี่ยนหน้าตากันไปเรื่อยๆ

โชคดีที่ไม่มีผีตนไหนสังเกตเห็นตัวตนที่แท้จริงของฉินนั่วตอนที่เดินผ่านเขาเลย

ทว่าจู่ๆ ฉินนั่วก็รู้สึกได้ว่ามีใครบางคนกำลังกระตุกฮู้ดเสื้อกันฝนของเขาอยู่

ฉินนั่วรีบดึงฮู้ดปิดหน้า หันขวับไปมอง ก็เห็นว่าเป็นทารกผีของสองแม่ลูกนั่นเอง มันกำลังจ้องมองเสื้อกันฝนของฉินนั่วด้วยความอยากรู้อยากเห็นสุดขีด

แถมมันยังยื่นมือออกมากะจะดึงฮู้ดเขาอีกรอบด้วย!

"เสี่ยวอิง เป็นเด็กดีสิลูก"

ผู้เป็นแม่ลูบหน้าผากทารกผีเบาๆ แต่ดูเหมือนหล่อนจะไม่มีทีท่าว่าจะห้ามปรามลูกเลยสักนิด

ฉินนั่วชัก 《ค้อนบดกระดูก》 ออกมา เลือดสีดำหยดแหมะจากหัวค้อนลงบนเบาะที่นั่ง

"ดูแลลูกตัวเองให้ดีๆ หน่อย!"

ฉินนั่วกดเสียงต่ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยจิตสังหารและความดุดัน

หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ดูเหมือนหล่อนจะตระหนักได้แล้วว่าฉินนั่วไม่ใช่พวกที่น่าเข้าไปแหยมด้วย หล่อนรีบตะครุบมือทารกผีเอาไว้แน่น แล้วทรุดตัวลงนั่งตามเดิม

ฉินนั่วแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

เกือบไปแล้ว

เกือบจะโป๊ะแตกซะแล้ว!

ฉินนั่วเหลือบมองป้ายบอกทางรถบัส อีกแค่สองป้ายก็จะถึงจุดหมายของเขาแล้ว

ในใจเขาเริ่มร้อนรนและรู้สึกกระวนกระวายมากขึ้นเรื่อยๆ

ยิ่งมีผู้โดยสารบนรถบัสมากเท่าไหร่ สถานการณ์ของเขาก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น

รถบัสแล่นมาจอดที่ป้ายถัดไป

จู่ๆ ผู้โดยสารกว่าครึ่งคันก็พากันลงจากรถไป บรรยากาศแออัดภายในรถกลับมาเงียบสงบอีกครั้งในพริบตา

ฉินนั่วถอนหายใจยาว

ป้ายหน้าเขาก็จะได้ลงแล้ว

ถือว่ารอดตัวไปได้แล้วล่ะ...

มีผู้โดยสารขึ้นมาใหม่แค่คนเดียว เป็นผีผมยาวเปียกโชกจรดพื้น ผิวพรรณซีดเซียวจนน่าสยดสยอง แถมยังมีน้ำหยดติ๋งๆ ลงมาเป็นทางตลอดเวลา

พื้นรถบัสเจิ่งนองไปด้วยน้ำในชั่วพริบตา

คนขับรถผีไม่ได้ใส่ใจอะไร มันกดปิดประตูแล้วออกรถทันที

"ผีพราย"

ฉินนั่วจ้องมองผีตนนี้ เดาเอาคร่าวๆ ว่าน่าจะเป็นผีตายโหงจากการจมน้ำ

ผีพรายไม่ได้รีบร้อนหาที่นั่ง มันกลับทำจมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นอายในอากาศ ก่อนที่รอยยิ้มเย็นยะเยือกจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าสยดสยองใต้ผมเผ้าที่เปียกชุ่ม "มีกลิ่นหนูโสโครกด้วยแฮะ!"

สีหน้าของฉินนั่วเปลี่ยนไปทันที

เขาเงยหน้าขึ้นมองขวับ แล้วก็สบเข้ากับสายตาของผีพรายที่จ้องตรงมาที่เขาพอดี

ริมฝีปากที่แตกแห้งของมันเหยียดยิ้ม แววตาเต็มไปด้วยความตละกละตกลาม ลิ้นสีแดงฉานมีน้ำลายไหลยืดเยิ้ม!

โดนจับได้แล้ว!

ร่างของฉินนั่วแข็งเกร็งไปทั้งตัว

แต่ผีพรายกลับไม่ได้แฉความจริงของฉินนั่ว มันเดินไปหาที่นั่งและทรุดตัวลงนั่ง แต่สายตาหิวโหยยังคงจับจ้องมาที่ฉินนั่วไม่วางตา ราวกับกลัวว่าเหยื่ออันโอชะจะหลุดมือไป

ห้านาทีต่อมา

รถบัสจอดเทียบป้าย ฉินนั่วผุดลุกขึ้นทันที เตรียมตัวจะลงจากรถ

จู่ๆ ผีพรายก็พุ่งมายืนขวางทางฉินนั่วเอาไว้ มันแสยะยิ้มชวนขนลุก "กลับไปนั่งที่ซะ!"

ฉินนั่วมองมันด้วยสายตาเย็นชา "ถึงป้ายที่ฉันต้องลงแล้ว"

"ข้าบอกให้กลับไปนั่งที่ไง ไอ้หนูน้อย ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไง?"

คำว่า "ไอ้หนูน้อย" ดึงดูดความสนใจของผู้โดยสารคนอื่นๆ บนรถบัสทันที

พวกมันต่างพากันเงยหน้าขึ้น และเบนสายตามาจับจ้องที่ฉินนั่วเป็นตาเดียว

สีหน้าของฉินนั่วเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ไอ้ผีพรายนี่กะจะไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ สินะ

ภายใต้เสื้อกันฝน นิ้วทั้งห้าของเขากำด้าม 《ค้อนบดกระดูก》 เอาไว้แน่น

เขาไม่ได้กลัวไอ้ผีพรายนี่หรอก

แต่ถ้าเขาลงมือเปิดศึกกับผีพรายบนรถบัส ความลับเรื่องตัวตนของเขาต้องแตกดังโพละแน่ๆ

คนขับรถผีเองก็หันมามองฉินนั่วกับผีพราย ก่อนที่มันจะกดปิดประตูหลังที่เพิ่งเปิดออกเมื่อครู่

ผู้โดยสารบางคนเริ่มมีท่าทีกระสับกระส่าย

พวกมันเริ่มจะเดาอะไรบางอย่างออกแล้ว

มีหนูโสโครกแอบลอบขึ้นมาบนรถบัส!

"งานเข้าแล้วไง กลายเป็นแกะน้อยในดงหมาป่าซะงั้น"

เมื่อบรรยากาศภายในรถบัสเริ่มตึงเครียดถึงขีดสุด สีหน้าของฉินนั่วก็ยิ่งมืดทะมึนลงเรื่อยๆ

ผีพรายจ้องมองฉินนั่วด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย "ไอ้หนู ข้าจะพูดอีกแค่ครั้งเดียวนะ กลับไปนั่งที่ซะ!"

ฉินนั่วไม่ขยับเขยื้อน การกลับไปนั่งที่เดิมไม่เพียงแต่จะทำให้เขาพลาดป้ายที่ต้องลง แต่มันยังหมายความว่าเขาไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าต้องเผชิญหน้ากับอะไรต่อไป!

ในวินาทีเป็นวินาทีตายนั้นเอง จู่ๆ ผีพรายก็รู้สึกถึงแรงตบเบาๆ ที่ไหล่ มันหันขวับไปมอง ก็ปะทะเข้ากับร่างเงาดำทะมึนที่ยืนอยู่ด้านหลัง

"เจ้านี่เป็นของข้า" ร่างเงาดำกล่าวด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์

"ของแกงั้นเรอะ? แกมีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์..."

ผีพรายแค่นหัวเราะเยาะ แต่ยังไม่ทันจะพูดจบประโยค ร่างเงาดำก็ยกมือขึ้นอย่างรวดเร็ว กางนิ้วทั้งห้าออกแล้วตะปบเข้าที่ใบหน้าของผีพรายเต็มแรง

เล็บอันแหลมคมจิกรุกลึกเข้าไปในเนื้อ เลือดสีดำสาดกระเซ็นไปทั่ว

ก่อนที่ผีพรายจะมีโอกาสตอบโต้ น้ำทั้งหมดบนร่างของมันก็ระเหยแห้งเหือดไปอย่างรวดเร็ว พวยพุ่งเป็นไอร้อนคละคลุ้งไปทั่ว

ตามมาด้วยเปลวเพลิงอันน่าสะพรึงกลัวที่ลุกโชนเผาผลาญร่างของมัน ผิวเนื้อซีดเซียวไหม้เกรียมและมอดไหม้ไปอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนเจ็บปวดเจียนตาย ผีพรายก็ถูกเผาจนกลายเป็นตอตะโกในชั่วพริบตา

ร่างเงาดำขยี้หัวผีพรายจนแหลกละเอียด ศพไร้หัวร่วงหล่นลงกระแทกพื้น แตกกระจายเป็นเศษซากก้อนถ่านไหม้เกรียม

ร่างเงาดำหันไปมองคนขับรถผีแล้วเอ่ยเสียงเย็นเยียบ "เปิดประตู"

คนขับรถผีมีสีหน้าหวาดหวั่นเล็กน้อย มันรีบกดเปิดประตูหลังรถบัสทันที

โดยไม่เปิดโอกาสให้ฉินนั่วได้ปริปากพูดอะไร ร่างเงาดำก็กระชากแขนฉินนั่วลากลงจากรถบัสไปในทันที

จบบทที่ บทที่ 17 - แกะน้อยในดงหมาป่า เผชิญหน้าบนรถบัส

คัดลอกลิงก์แล้ว