- หน้าแรก
- เกมจำลองในโลกผี
- บทที่ 13 - เปลี่ยนสายอาชีพ เมนูอาหารของเด็กหญิง
บทที่ 13 - เปลี่ยนสายอาชีพ เมนูอาหารของเด็กหญิง
บทที่ 13 - เปลี่ยนสายอาชีพ เมนูอาหารของเด็กหญิง
"เอาล่ะ กินเสร็จแล้วก็ไปนอนซะ"
หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ฉินนั่วอยากจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงใจจะขาด แต่พอไม่ได้อาบน้ำมาสองวันติด กลิ่นเหม็นสาบและอาการคันยุบยิบตามตัวก็ทำเอาเขาทนไม่ไหว
ยังไงก็ต้องอาบน้ำให้ได้
ฉินนั่วคิดในใจ เขาไม่ได้เป็นคนซกมกซะหน่อย
เพียงแต่เวลาอาบน้ำ การต้องแก้ผ้าล่อนจ้อนมันทำให้ฉินนั่วรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยเอาเสียเลย
เมื่อเดินเข้าไปในห้องน้ำ จู่ๆ ฉินนั่วก็พบว่าไม่มีน้ำไหลออกจากก๊อก แถมท่อระบายน้ำบนพื้นก็ยังอุดตันไปด้วยเส้นผมที่พันกันยุ่งเหยิง
ฉินนั่วปรายตามองหลิวเจียฉีที่ยืนอยู่ตรงประตูแล้วถามขึ้นว่า "ผมร่วงเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?"
"มะ... ไม่ใช่นะ นั่นไม่ใช่ผมของฉัน" หลิวเจียฉีปฏิเสธเสียงสั่น ใบหน้าสวยหวานซีดเผือดลงทันตาเห็น
สีหน้าของฉินนั่วขรึมลง "มีผีแอบเข้ามาอีกแล้วเหรอเนี่ย?"
ก๊อกน้ำกระตุกอย่างรุนแรงสองครั้ง คล้ายกับคนกำลังขากเสลด ก่อนจะพ่นเลือดสีดำข้นคลั่กสุดแสนจะน่าสะอิดสะเอียนออกมาเป็นกอง
แถมยังมีเศษเนื้อเน่าเหม็นที่ไม่รู้ว่ามาจากตัวอะไรปะปนมาด้วย!
เจอภาพชวนแหวะขนาดนี้ ต่อให้เป็นฉินนั่วก็แทบจะทนดูไม่ได้เหมือนกัน
หลิวเจียฉีเอ่ยขึ้น "เมื่อวานตอนฉันอาบน้ำ มันยังปกติดีอยู่เลยนะ"
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ฉินนั่วทำมือจุ๊ปากส่งสัญญาณให้หลิวเจียฉีเงียบเสียง จากนั้นก็กระชับ 《ค้อนบดกระดูก》 ในมือแน่น แล้วค่อยๆ แง้มประตูออก
เบื้องหน้าคือผีสาวชุดขาวที่มีผมยาวสยายประบ่าปิดบังใบหน้ามิดชิด ดูเผินๆ คล้ายกับผีซาดาโกะไม่มีผิด
"3697 ใช่ไหม?"
น้ำเสียงเย็นชาไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ของมนุษย์ ดังลอดออกมาจากหลังม่านผมสลวย
"ผมเอง มีอะไรเหรอ?" แม้จะสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่ฉินนั่วก็ยังคงกำ 《ค้อนบดกระดูก》 ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
ผีสาวชุดขาวยื่นกล่องใบหนึ่งส่งให้ฉินนั่ว
เมื่อเปิดดูก็พบว่าข้างในเต็มไปด้วยของใช้ในชีวิตประจำวันใหม่เอี่ยมอ่อง
"ฉันจัดการเรื่องน้ำให้เรียบร้อยแล้ว" ผีสาวชุดขาวเอ่ยขึ้น
ฉินนั่วถึงบางอ้อในทันที ที่แท้เศษผมยุ่งเหยิงในห้องน้ำก็เป็นของเธอนี่เอง แล้วผีสาวตนนี้เป็นใครกันล่ะเนี่ย?
ผู้ดูแลหอพักเหรอ?
หรือว่าเป็นพี่สาวใจดี?
ฉินนั่วมองผีสาวชุดขาวด้วยความสับสนมึนงง
ผีสาวชุดขาวไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอเพียงแค่ปรายตามองป้ายชื่อบนหน้าอกของฉินนั่วเท่านั้น
ฉินนั่วพอจะเดาเรื่องราวคร่าวๆ ได้แล้ว
รางวัลสำหรับพนักงานดีเด่นคงเป็นสิ่งที่พิน็อกคิโอสั่งการมาสินะ
"ตอนนอนตอนกลางคืน ห้ามเปิดประตูเด็ดขาด"
ยังคงเป็นประโยคเตือนใจคำเดิม พูดจบ ผีสาวชุดขาวก็หันหลังเดินจากไป
"ฉินนั่ว เธอ... เธอทำงานอะไรเหรอ?" หลิวเจียฉีที่แอบซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำโผล่หน้าออกมาถามเสียงแผ่ว
"พนักงานส่งมอบความอบอุ่นน่ะ" ฉินนั่วยื่นกล่องกระดาษให้หลิวเจียฉี ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวกับแชมพูออกมา ลากแขนหญิงสาวให้ออกมาจากห้องน้ำ แล้วตัวเองก็เข้าไปจัดการขัดสีฉวีวรรณร่างกายจนสะอาดเอี่ยม
ก๊อกน้ำกลับมาใช้งานได้ตามปกติอย่างรวดเร็ว หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในโลกสยองขวัญมาสองวัน ในที่สุดฉินนั่วก็ได้อาบน้ำชำระล้างร่างกายอย่างสบายใจเฉิบสมความปรารถนาเสียที
"โฟมล้างหน้า มาสก์หน้า ครีมอาบน้ำ แล้วก็ผ้าเช็ดตัว! พระเจ้าช่วย!!"
ฉินนั่วอาบน้ำเสร็จแล้ว แต่หลิวเจียฉียังคงรื้อค้นข้าวของในกล่องกระดาษอย่างเมามัน ท่าทางของเธอตื่นเต้นดีใจราวกับได้ค้นพบขุมทรัพย์ยังไงยังงั้น
ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ สำหรับหญิงสาวที่รักความสะอาดเป็นชีวิตจิตใจ ของพวกนี้ถือเป็นสมบัติล้ำค่ายิ่งกว่าเสบียงอาหารประทังชีวิตเสียอีก
"เธอค่อยๆ เลือกไปละกัน ฉันขอตัวไปนอนก่อนล่ะ"
"จำไว้ล่ะ อย่าสุ่มสี่สุ่มห้าไปเปิดประตูให้ใครอีกล่ะ ฉันไม่อยากนอนหลับเพลินๆ แล้วอยู่ดีๆ ก็มีมือปริศนามาลูบคลำตอนกลางดึกหรอกนะ!"
พูดจบ ฉินนั่วก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนเตียงแล้วหลับสนิทไปในทันที
หลิวเจียฉีพยักหน้ารับอย่างเจื่อนๆ ก่อนจะหอบหิ้วอุปกรณ์อาบน้ำหลายชิ้นวิ่งแจ้นเข้าห้องน้ำไป
ค่ำคืนนั้นผ่านพ้นไปอย่างสงบสุขไร้เรื่องราวใดๆ มารบกวน
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉินนั่วและหลิวเจียฉีเดินทางมาถึงร้านอาหารตั้งแต่เนิ่นๆ
พิน็อกคิโอนั่งรออยู่บนแท่นหุ่นกระบอกเป็นเวลานานแล้ว
"สำหรับวันนี้ พนักงานหมายเลข 3699 ยังคงรับหน้าที่เป็นพนักงานเสิร์ฟเหมือนเดิม เป้าหมายคือต้องเสิร์ฟอาหารให้ได้ 7 ออเดอร์ถึงจะผ่านเกณฑ์"
"ส่วนพนักงานหมายเลข 3697 วันนี้แกได้เลื่อนขั้นเป็นผู้ช่วยพ่อครัว แกจะต้องลงมือเข้าครัวทำอาหารตามที่ลูกค้าสั่งด้วยตัวเองจำนวน 2 เมนู และต้องได้คะแนนประเมินตั้งแต่ระดับ 'ปานกลาง' ขึ้นไป ถึงจะถือว่าทำภารกิจสำเร็จ!"
พ่อครัวเนี่ยนะ?
ฉินนั่วถึงกับยืนอึ้งแดก
หลิวเจียฉีเองก็เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ
สีหน้าของฉินนั่วเริ่มดูไม่ได้ นี่มันจงใจกลั่นแกล้งกันชัดๆ!
เมื่อวานเพิ่งจะมอบเข็มกลัดพนักงานดีเด่นให้เขาไปหยกๆ!
อัตราการตายของตำแหน่งพ่อครัวนั้นสูงปรี๊ดกว่าพนักงานเสิร์ฟหลายเท่าตัว จู่ๆ ก็มาสั่งให้เขาทำอาหารตั้งสองเมนู แถมห้ามได้รีวิวแย่อีกต่างหาก
นี่มันไม่ใช่แค่การกดดันแล้ว แต่มันคือการบีบบังคับให้ไปตายชัดๆ!
พิน็อกคิโอไม่ได้สนใจว่าฉินนั่วจะคิดยังไง มันพูดทิ้งท้ายไว้แค่ว่า "ค่าตอบแทนงามคุ้มเหนื่อยแน่นอน!"
พูดจบมันก็เดินจากไป
"ฉินนั่ว" หลิวเจียฉีมองฉินนั่วด้วยความเป็นห่วง
ฉินนั่วปั้นหน้าเรียบเฉย "ก็แค่ทำอาหาร ฉันถนัดอยู่แล้วล่ะ"
"ไม่ต้องห่วงฉันหรอก เธอเอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ"
หลังจากหลิวเจียฉีแยกตัวไป ฉินนั่วก็เดินตามป้ายบอกทางไปยังห้องเก็บของเพื่อเปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มพนักงานเสิร์ฟเป็นชุดเชฟ
ไซส์เสื้อพอดีตัวเป๊ะ แต่สภาพก็ยังคงสกปรกมอมแมมเหมือนเดิมไม่มีผิด
"แกได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบโต๊ะหมายเลข 2 รีบไปรับออเดอร์แล้วทำอาหารตามที่ลูกค้าสั่งซะ!"
ฉินนั่วไม่ได้คิดอะไรมาก เขารีบลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปทันที
ทว่าพอมาถึงโซนร้านอาหารและเหลือบไปเห็นลูกค้าที่นั่งรออยู่โต๊ะ 2 สีหน้าของฉินนั่วก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงทันตาเห็น
ที่โต๊ะหมายเลข 2 เด็กหญิงตัวน้อยในชุดเดรสลายดอกกุหลาบกำลังนั่งอมอมยิ้ม แกว่งขาเล็กๆ ที่สวมถุงเท้าแต่งขอบลูกไม้ไปมาอย่างอารมณ์ดี
เด็กคนนั้นก็คือ ยัยหนูครึ่งผี จากเมื่อวานนั่นเอง!
พอภาพจำตอนที่ยัยหนูนี่บดขยี้พ่อครัวจนแหลกละเอียดคามือเพียงเพราะเหตุผลที่ว่าอาหาร "หวานเกินไป" แล่นเข้ามาในหัว เหงื่อเย็นเยียบก็ผุดซึมเต็มหน้าผากของฉินนั่ว
อย่าบอกนะว่าดวงเขาจะซวยบัดซบขนาดนี้?
"มนุษย์ ทำไมแกถึงเอาแต่จ้องหน้าฉันล่ะ?" จู่ๆ เด็กหญิงก็เอียงคอถามพลางจ้องเขม็งมาที่ฉินนั่ว
ฉินนั่วพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกสติกลับคืนมา "ผมเป็นเชฟที่จะมาทำอาหารให้คุณหนูทานในวันนี้ครับ"
"โอ้โห แกนี่ใจกล้าไม่เบาเลยนะ มนุษย์อย่างแกกล้ามาทำอาหารให้ฉันกินเนี่ย เมื่อวานแกเห็นจุดจบของพ่อครัวคนนั้นแล้วใช่ไหมล่ะ?" เด็กหญิงเท้าคางส่งยิ้มหวานแหววให้ฉินนั่ว
ฉินนั่วถึงกับไปไม่เป็น ใจจริงเขาอยากจะตอบกลับไปกวนๆ ว่า "พี่น่ะใจกล้าสุดๆ ไปเลยล่ะน้องเอ๊ย" แต่พอเห็นรอยยิ้มใสซื่อบริสุทธิ์ของยัยหนูตรงหน้า หัวใจของเขาก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ล้มเลิกความคิดที่จะพูดเล่นไปโดยปริยาย
"นี่คือเมนูของฉัน แกทำได้รึเปล่าล่ะ?"
ฉินนั่วรับเมนูมาดูคร่าวๆ มันคือชานมคาราเมล ซึ่งก็เป็นแค่เมนูของว่างยามบ่ายธรรมดาๆ ทั่วไป
ทว่าฉินนั่วพยายามเค้นสมองคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่า ทำไมเมื่อวานพ่อครัวถึงได้ตายน้ำตื้นกับเมนูง่ายๆ พรรค์นี้
ไม่สิ มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ
ฉินนั่วเงยหน้าขึ้น จ้องมองไปที่เด็กหญิง แล้วเปิดใช้งานสกิล 《เนตรวิเคราะห์》 ทันที
【 เนตรวิเคราะห์: ตอนที่ฉันยังเด็ก คุณแม่เคยทำชานมคาราเมลให้ฉันกิน พี่สาวจอมซนของฉันแอบเอาเศษเส้นผมที่ตัดขาดมาโรยใส่ลงไปในชานม หลังจากที่ฉันดื่มมันเข้าไป ท้องของฉันก็ปวดร้าวราวกับมีเข็มนับไม่ถ้วนทิ่มแทงอยู่ข้างใน ฉันปวดท้องทรมานอยู่ทั้งคืน 】
【 แต่หลังจากนั้น ฉันกลับค้นพบว่าตัวเองหลงใหลในความเจ็บปวดนี้ รสนิยมวิปริตนี้ทำให้ฉันมักจะแอบตัดผมตัวเองเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วโรยใส่ลงไปในชานมทุกครั้งที่ดื่ม ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้ฉันนอนกระสับกระส่ายทุรนทุรายอยู่บนเตียง แต่มันก็ช่วยเติมเต็มความต้องการอันน่าตื่นเต้นบางอย่างในจิตใจของฉันได้ 】
【 หลังจากที่คุณแม่หายตัวไป สิ่งเดียวที่ทำให้ฉันนึกถึงเธอได้ ก็คือชานมคาราเมลแก้วนี้ 】
พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ดื่มชานมผสมเศษเส้นผมเนี่ยนะ!
ถึงฉินนั่วจะไม่ได้เรียนมาสูงนัก แต่เขาก็พอจะรู้ว่าการกลืนเศษเส้นผมลงคอไปมันจะให้ความรู้สึกยังไง
เห็นหน้าตาจิ้มลิ้มไร้เดียงสาแบบนี้ ไม่น่าเชื่อเลยว่ายัยหนูนี่จะมีรสนิยมวิปริตผิดมนุษย์มนาขนาดนี้!
เดาได้เลยว่าต่อให้พ่อครัวคนเมื่อวานตายกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว มันก็คงไม่มีทางตรัสรู้ได้เลยว่า ชานมธรรมดาๆ แก้วนี้ ไม่ได้ต้องการความอร่อย แต่ต้องการให้แดกแล้วทรมานต่างหาก!
ตายฟรีสุดๆ
"พี่ชาย ฉันน่ารักไหมคะ?" จู่ๆ เด็กหญิงก็ฉีกยิ้มกว้าง
สีหน้าของฉินนั่วเปลี่ยนไปเล็กน้อย "กรุณารอสักครู่นะครับ"
เขาเดินออกจากโซนร้านอาหารแล้วมุ่งหน้าตรงดิ่งไปที่ห้องครัวด้านหลังทันที
เหล่าพ่อครัวผีกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหาร ไม่มีใครสนใจฉินนั่วเลยแม้แต่น้อย แต่ละคนต่างก็ก้มหน้าก้มตาปรุงอาหารเมนูของตัวเอง วัตถุดิบหน้าตาสยดสยองกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งถูกลำเลียงขึ้นไปวางบนเขียงอย่างต่อเนื่อง
เครื่องดื่มยามบ่ายอย่างชานมนั้นหาวัตถุดิบในครัวได้ไม่ยากเลย
การชงชานมไม่ได้ต้องใช้ทักษะพิเศษอะไรมากมาย แค่ผสมส่วนผสมต่างๆ เข้าด้วยกัน แล้วนำไปอุ่นร้อนหรือแช่เย็นก็เป็นอันเสร็จสิ้น
เมื่อเห็นว่าชานมใกล้จะเสร็จแล้ว ฉินนั่วก็หยิบกรรไกรมาตัดปอยผมหน้าม้าของตัวเองออกมากระจุกหนึ่ง ซอยมันจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วจัดการเทพรวดผสมลงไปในชานม
พ่อครัวผีตนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ บังเอิญหันมาเห็นการกระทำอันสุดแสนจะพิลึกพิลั่นผิดมนุษย์มนาของเขาพอดี มันเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง "นี่แก... เอาจริงดิ มนุษย์?"
ฉินนั่วเมินเฉยต่อคำถามของมัน เขาตักชานมใส่แก้ว จัดวางลงบนถาด แล้วยกออกไปเสิร์ฟทันที
ภายในร้านอาหาร ลูกค้าผีหลายตนต่างพากันชะเง้อคอมองมาที่โต๊ะของเด็กหญิงอย่างใจจดใจจ่อ
แหงล่ะ ภาพเหตุการณ์สยองขวัญสั่นประสาทเมื่อวานนี้ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของพวกมันอย่างแจ่มชัด!
หลิวเจียฉีเองก็เฝ้าจับตาดูอยู่ห่างๆ เธอได้แต่สวดมนต์ภาวนาในใจขอให้ฉินนั่วแคล้วคลาดปลอดภัย
ไม่นานนัก ชานมก็ถูกนำมาเสิร์ฟที่โต๊ะ พอพวกมันเห็นว่าคนที่ยกมาเสิร์ฟเป็นมนุษย์ ลูกค้าผีหลายตนก็แสยะยิ้มด้วยความตื่นเต้นดีใจ
ต่างจากเมื่อวาน สิ่งที่พวกมันโปรดปรานมากที่สุดก็คือการได้เห็นเลือดสดๆ ของมนุษย์สาดกระเซ็นไปทั่วร้าน
กลิ่นคาวเลือดที่สดใหม่จะช่วยกระตุ้นความอยากอาหารของพวกมันได้เป็นอย่างดี
"เชิญทานให้อร่อยครับคุณลูกค้า" ฉินนั่วผายมือเชื้อเชิญอย่างสุภาพ
เด็กหญิงนั่งยองๆ บนเก้าอี้ ชะโงกหน้ามองแก้วชานมสลับซ้ายขวาไปมาท่าทางราวกับลูกแมวน้อยขี้สงสัย ก่อนจะเอ่ยปากวิจารณ์ออกมา
"หน้าตาอาหารของแกดูห่วยแตกกว่าของไอ้พ่อครัวเมื่อวานซะอีกนะ!"
ฉินนั่วยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยเอาไว้ได้ "หน้าตาไม่ได้เป็นตัวตัดสินทุกอย่างหรอกครับ ลองชิมดูก่อนแล้วจะรู้เอง"
เด็กหญิงเอียงคอ มองฉินนั่วด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย "มั่นใจจังเลยนะ"
จากนั้น เสียงป๊อปก็ดังขึ้นเบาๆ
อมยิ้มถูกดึงออกจากริมฝีปากสีเชอร์รี่ เด็กหญิงยกแก้วกระเบื้องเคลือบขึ้นมาแล้วจิบชานมเข้าไปอึกหนึ่ง
เพียงชั่วพริบตาเดียว บรรยากาศภายในร้านอาหารก็เงียบกริบลงถนัดตา
ราวกับว่าลูกค้าผีทุกตนกำลังกลั้นหายใจรอคอยคำตัดสินจากปากของเด็กหญิง
มีทั้งความตื่นเต้นระทึกใจ และความกระวนกระวายใจ...