- หน้าแรก
- เกมจำลองในโลกผี
- บทที่ 4 - ภารกิจเสร็จสิ้นกับตู้ขายของสุดโกง
บทที่ 4 - ภารกิจเสร็จสิ้นกับตู้ขายของสุดโกง
บทที่ 4 - ภารกิจเสร็จสิ้นกับตู้ขายของสุดโกง
"ของพรรค์นี้เอาไปใช้กับผีได้ด้วยเหรอเนี่ย?"
ฉินนั่วไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เขาโยนมันเก็บเข้าหน้าต่างช่องเก็บของไปชั่วคราว ก่อนจะยกจานอาหารกลับไปที่โต๊ะ
"อาหารที่สั่งได้แล้วครับคุณลูกค้า ทานให้อร่อยนะครับ"
ฉินนั่วบรรจงวางจานลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวังพร้อมกับเปิดฝาครอบออก
ผีผ้าพันแผลก้มมองของในจาน มันใช้มือจ้วงหยิบเศษซากชิ้นส่วนขึ้นมายัดเข้าปาก เคี้ยวไปได้ครึ่งทาง ร่างของมันก็สั่นสะท้านขึ้นมาน้อยๆ มันเงยหน้าขึ้น แม้ดวงตาจะถูกพันธนาการไว้ด้วยผ้าพันแผลเกรอะกรัง แต่ฉินนั่วกลับสัมผัสได้ถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความเหม่อลอยและโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง...
แม้ตัวจะตายไปแล้ว แต่มันก็ยังคงเฝ้ารอให้เด็กสาวคนนั้นกลับมาหา...
ธนบัตรใบหนึ่งถูกเลื่อนมาตรงหน้าเขา
มันดูไม่เหมือนธนบัตรที่ใช้กันในโลกมนุษย์ แต่ก็ไม่ใช่กงเต๊กซะทีเดียว มันคือ 'เงินผี' สกุลเงินหลักของโลกสยองขวัญ
โบราณว่ามีเงินก็จ้างผีโม่แป้งได้ เงินผีพวกนี้มีสารพัดประโยชน์ มันคือสะพานเชื่อมสำหรับการซื้อขายและโต้ตอบกับพวกภูตผี ซึ่งมีค่ามากเป็นพิเศษสำหรับผู้เล่นอย่างพวกเขา
แน่นอนว่าคนตายเพราะทรัพย์ ผีก็ตายเพราะเงินได้เหมือนกัน บางครั้งมันก็เป็นตัวชักนำหายนะมาให้ได้ด้วย!
ฉินนั่วชะงักไปเล็กน้อย
นี่คือทิปของเขาเหรอ?
ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมกับหยิบธนบัตรใบนั้นขึ้นมา "ทานให้อร่อยนะครับคุณลูกค้า"
หลังจากถอยออกมา ฉินนั่วก็หยิบเงินผีใบนั้นขึ้นมาดูอีกรอบ ตัวเลขบนธนบัตรระบุจำนวน 100 เหรียญ
ถือว่าเป็นทิปที่ก้อนใหญ่เอาเรื่อง!
"ผีสายเปย์นี่หว่า" ฉินนั่วเดาะลิ้นอย่างถูกใจ
【 ขอแสดงความยินดี คุณทำภารกิจเสิร์ฟอาหารโต๊ะแรกสำเร็จ การประเมินจากลูกค้า: พึงพอใจ 】
【 สำหรับออเดอร์ที่สอง กรุณาไปที่โต๊ะหมายเลข 2 และทำตามคำขอของลูกค้า 】
【 เหลืออีกเพียงสองออเดอร์ ภารกิจประจำวันก็จะเสร็จสิ้น พยายามเข้าล่ะ 】
ฉินนั่วคิดในใจพลางเดินเลี่ยงไปอีกทาง
ระหว่างที่เดินผ่านโถงทางเดิน เขาก็บังเอิญสวนกับหลิวเจียฉีที่กำลังถือจานอาหารอยู่พอดี ดูจากสีหน้าซีดเผือดของเธอแล้ว คงเพิ่งจะเจอเรื่องขวัญผวามาไม่น้อย
"ฉินนั่ว นายทำออเดอร์แรกเสร็จแล้วเหรอ?" หลิวเจียฉีถามด้วยความประหลาดใจแกมอิจฉา เธอได้แต่หวังว่าตัวเองจะมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งได้สักครึ่งของเขา
"อื้ม กำลังจะไปรับโต๊ะที่สองต่อ แล้วเธอล่ะเป็นไงบ้าง?"
"ฉัน... ฉันยังโอเคอยู่ ถึงจะประหม่าจนทำพลาดไปบ้าง แต่โชคดีที่ลูกค้าอารมณ์ดีเลยไม่ได้เอาเรื่องอะไร" หลิวเจียฉีตอบด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ที่ยังคงหวาดผวาไม่หาย "แต่วังหยางสิ..."
วังหยางไม่ได้สนิทอะไรกับเขา แถมตอนอยู่ในห้องเรียน หมอนั่นยังชอบหาเรื่องกลั่นแกล้งคนไม่ค่อยพูดอย่างเขาอยู่บ่อยๆ พอได้ยินแบบนี้ ฉินนั่วเลยรู้สึกเฉยๆ จิตใจสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ว่าแต่ ถังหมิงไปไหนซะล่ะ?"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เมื่อกี้บังเอิญเจอหลิวหลิงหลิง เธอเห็นบอกว่าเขาได้งานเป็นพนักงานทำความสะอาด รับผิดชอบโซนฝั่งตะวันตกน่ะ" เธอกลืนน้ำลายเฮือก "แถมฉันยังได้ยินมาว่า... ตำแหน่งพนักงานทำความสะอาดอันตรายกว่าพนักงานเสิร์ฟตั้งเยอะ!"
ฉินนั่วพยักหน้ารับรู้ "เข้าใจล่ะ เธอไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อเถอะ"
หลิวเจียฉีประคองจานอาหารแล้วรีบจ้ำอ้าวเข้าไปในโซนร้านอาหาร ใบหน้าสะสวยของเธอยังคงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและกังวลใจ
ฉินนั่วก็แค่ถามไปงั้นแหละ แทนที่จะเอาเวลาไปห่วงถังหมิง เอาเวลามาปั่นเควสต์ตัวเองให้เสร็จก่อนดีกว่า
ลูกค้าโต๊ะที่สองดูเหมือนจะเป็นคู่รักกัน
พวกเขานั่งหันหน้าเข้าหากันด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก ดวงตาขุ่นมัวเบิกโพลงราวกับปลาตาย ผิวพรรณซีดเผือดจนน่าขนลุก ยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งเห็นรอยนูนขยุกขยิกอยู่ใต้ผิวหนังราวกับมีหนอนแมลงวันไชอยู่ข้างใน บรรยากาศรอบโต๊ะนี้ชวนให้รู้สึกสยองเกล้าสุดๆ
ฉินนั่วจดออเดอร์แล้วรีบเดินเข้าครัว
พ่อครัวถูกเปลี่ยนกะไปแล้ว ตัวใหม่ที่มารับช่วงต่อไม่ได้ดูมีความอาฆาตมาดร้ายเท่าตัวแรก มันลงมือทำอาหารอย่างรวดเร็วและส่งจานให้เขานำไปเสิร์ฟ
การประเมินที่ได้กลับมาคือระดับ 'ปานกลาง'
ฉินนั่วไม่ได้ใส่ใจนัก ตราบใดที่มันไม่ใช่คำวิจารณ์แง่ลบก็ถือว่าผ่าน
สาเหตุที่คนส่วนใหญ่มักได้รีวิวแย่ๆ ก็เพราะเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับผี พวกเขาจะตื่นตระหนกจนลนลานและทำพลาดบ่อยครั้ง โดนรีวิวแย่น่ะเรื่องเล็ก แต่ถ้าถึงขั้นเสียชีวิตขึ้นมา นั่นแหละคือหายนะของจริง
ฉินนั่วเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งเกินเบอร์ของเขามันเป็นเรื่องผิดปกติหรือเปล่า บางทีมันอาจจะเป็นพรสวรรค์ติดตัวมาตั้งแต่เกิดก็ได้
เขาสูญเสียความทรงจำในวัยเด็กไปจนหมดสิ้น รู้เพียงแค่ว่าตัวเองมีพ่อแม่และพี่สาวที่กำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเท่านั้น
ด้วยสปิริตการบริการที่นับวันยิ่งชิลล์ขึ้นเรื่อยๆ การเสิร์ฟอาหารโต๊ะที่สามก็เสร็จสิ้นลงอย่างรวดเร็ว
จากนั้นฉินนั่วก็เดินไปที่โถงทางเดินเพื่อรอฟังผลสรุป
ระหว่างที่เดินผ่านดงผีหน้าตาสยดสยองหลายตน สายตาหลายคู่ต่างก็จับจ้องมาที่ฉินนั่ว ผีหลายตนเบิกตาสีเลือดด้วยความตะกละตะกลาม ทว่าพอพวกมันเห็นชุดยูนิฟอร์มพนักงานที่เขาสวมอยู่ ก็จำต้องกลืนน้ำลายและรั้งสายตาหิวโหยราวกับมองอาหารอันโอชะกลับไป
อารมณ์คงเหมือนเห็นปูอลาสก้าตัวโตๆ แต่ดันติดป้ายว่า 'ขายแล้ว' ยังไงยังงั้น
ไม่นานนัก เสียงกระดิ่งก็ดังกังวานไปทั่วทั้งร้าน
เหล่าภูตผีเริ่มทยอยลุกออกจากโต๊ะและจากไปทีละตน เพียงชั่วพริบตา ร้านอาหารก็กลับคืนสู่ความเงียบสงัดชวนขนลุกอีกครั้ง
หลิวเจียฉีและวังหยางเดินกลับมาที่โถงร้านอาหารเช่นกัน
หลิวเจียฉีดูเหมือนเพิ่งรอดตายราวกับได้เกิดใหม่ น้ำตาแห่งความปีติแทบจะไหลรินออกมา ในขณะที่วังหยางกลับมีสีหน้ามืดทะมึน แววตาแฝงไว้ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
มือขวาของเขาหายไปแล้ว!
ทว่ารอยตัดที่ปลายแขนขวากลับเรียบเนียน ไม่มีผ้าพันแผล และไม่มีเลือดไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว รอยตัดนั้นดูคล้ายกับชิ้นส่วนของหุ่นกระบอกที่ถูกถอดออกไปเสียมากกว่า
"มันเอามือฉันไป!" วังหยางเค้นเสียงคำรามในลำคอด้วยความเคียดแค้นและอัดอั้นตันใจ
"มองโลกในแง่ดีหน่อยสิ อย่างน้อยมันก็ถอดมือออกให้แบบไม่เจ็บปวดล่ะนะ ขืนมาโดนถอดในสถานที่แบบนี้ นายคงช็อกตายเพราะความเจ็บไปแล้ว" ฉินนั่วเหลือบมองอีกฝ่าย
เมื่อเห็นฉินนั่วยังคงไร้รอยขีดข่วน แถมยังมีหน้ามายืนมองโลกในแง่ดีได้อีก ใบหน้าของวังหยางก็บิดเบี้ยวด้วยความริษยา "ทำไมแกถึงไม่เป็นอะไรเลยฮะ!?"
"ก็คนมันเก่งอะนะ"
วังหยางหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธ รู้สึกเหมือนโดนเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเข้าอย่างจัง
หุ่นกระบอกพิน็อกคิโอสภาพผุพังตัวหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา เสียงข้อต่อไม้ดังเอี๊ยดอ๊าดทุกจังหวะการก้าวเดิน
"ฉันคือผู้ดูแลประตูฝั่งตะวันออกของร้านอาหารน้ำพุเหลือง วันนี้พวกแกทั้งสามคนทำผลงานได้ค่อนข้างดี อย่างน้อยก็รอดชีวิตกันมาได้ล่ะนะ"
"รหัส 3697 ทำผลงานได้ดีที่สุด ได้รับการประเมิน 'พึงพอใจ' สองครั้ง และ 'ปานกลาง' หนึ่งครั้ง ได้รับการโหวตให้เป็นพนักงานดีเด่นประจำวันนี้ นี่คือรางวัลของแก"
3697 คือรหัสพนักงานของฉินนั่วนั่นเอง
ปึกเงินผีปรากฏขึ้นในมือของฉินนั่ว นับรวมกันแล้วได้ถึง 300 เหรียญผี!
หลิวเจียฉีกับวังหยางเองก็ได้รับเงินผีเช่นกัน ได้ไป 100 เหรียญและ 20 เหรียญตามลำดับ
ในเกมนี้ ผู้เล่นจะยังคงรู้สึกหิวโหยและเหนื่อยล้าได้เหมือนปกติ เงินผีพวกนี้สามารถใช้แลกเสบียงอาหารได้ แม้ว่ามันจะไม่ได้เป็นเพียงวิธีเดียวในการหาของกินก็ตาม
"วันนี้พวกแกทำงานหนักมาก ทำตามกฎแล้วกลับไปพักผ่อนที่หอพักซะ"
"พรุ่งนี้คือวันใหม่ พยายามเข้าล่ะ!"
พูดจบ พิน็อกคิโอก็เดินส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดจากไป
"ฉันหิวจังเลย พวกเราไปหาอะไรกินกันก่อนเถอะ" หลิวเจียฉีพูดพลางกุมท้อง แววตาของเธออ้อนวอนอย่างน่าสงสาร
"ตรงหัวมุมตึก ฉันจำได้ว่ามีตู้ขายของอัตโนมัติอยู่ ไปดูกันเถอะ" ฉินนั่วเองก็ชักจะหิวแล้วเหมือนกัน เขาเพิ่งจะวิ่งเสิร์ฟอาหารไปแค่สามรอบแท้ๆ แต่กลับรู้สึกสูบพลังงานเหมือนไปรับจ้างแบกข้าวสารมาทั้งวัน
บริเวณทางเดิน ตู้ขายของอัตโนมัตินั้นมีลักษณะเป็นใบหน้าผีสุดแสนจะพิลึกพิลั่น ตรงกลางมีช่องให้มองเห็นสินค้าและป้ายราคา
"เนื้อวัวอบแห้ง บิสกิตอัดแท่ง โคล่า... มีของพวกนี้ขายจริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย?" น้ำลายของหลิวเจียฉีแทบจะสอออกมา ในที่สุดเธอก็ได้เห็นของกินที่หน้าตาปกติในโลกสยองขวัญใบนี้ซะที
ฉินนั่วซื้อเนื้อวัวอบแห้งมาหนึ่งที่ ราคา 50 เหรียญผี
หลิวเจียฉีเลือกซื้อปลาต้มผักกาดดอง ราคา 80 เหรียญผี
มีเพียงวังหยางที่กำเงินใบยี่สิบยับๆ ในมือ และสามารถซื้อได้แค่บิสกิตอัดแท่งเท่านั้น
ทว่าทันทีที่สินค้าหล่นตุ้บลงมาในช่องรับของ ทั้งสามคนก็ถึงกับอ้าปากค้าง
เนื้อวัวอบแห้ง... มันคือเศษเนื้อเน่าๆ ขึ้นราขนาดเท่าฝ่ามือ
ปลาต้มผักกาดดอง... น้ำซุปเป็นสีเขียวดำคล้ำ เนื้อปลาดูไม่ออกว่าเป็นปลาอะไร แถมยังมีเขี้ยวแหลมเฟี้ยวโผล่ออกมาอีกต่างหาก
มีเพียงบิสกิตอัดแท่งของวังหยางที่หน้าตาดูเป็นผู้เป็นคนที่สุด แต่มันก็หดเล็กลงจนเหลือขนาดแค่ครึ่งฝ่ามือ
"ทำไมมันทอนมาแค่ 20 ล่ะเนี่ย?"
สีหน้าของฉินนั่วเริ่มดูไม่ได้ เขาหยอดแบงก์ร้อยเหรียญผีเข้าไป แต่มันกลับคายเงินทอนออกมาแค่ 20 เหรียญ เครื่องมันอมเงินเขาไป 30 เหรียญหน้าตาเฉย!
หลิวเจียฉีเองก็โดนตู้หน้าเลือดนี่อมเงินไป 20 เหรียญเหมือนกัน
ไม่เพียงแต่สินค้าจะไม่ตรงปก แต่มันยังกล้ามาต้มตุ๋นขูดรีดเงินกันดื้อๆ แบบนี้เลยเนี่ยนะ?
วังหยางที่เสียมือไปข้างนึงก็อารมณ์เสียจัดอยู่แล้ว พอมาเจอบิสกิตขนาดกะจิริดที่ไม่พอแม้แต่จะยาไส้แบบนี้ เขาก็ยิ่งนอตหลุด ชายหนุ่มพุ่งปรี่เข้าไปเตะต่อยตู้ขายของอัตโนมัติอย่างบ้าคลั่ง "ไอ้ตู้เวร!! แกกล้าหลอกตังค์ฉันงั้นเหรอ? เชื่อไหมว่าฉันจะพังแกให้เละเลยคอยดู?!"
วินาทีต่อมา ตู้ขายของอัตโนมัติก็มีชีวิตขึ้นมากะทันหัน! ใบหน้าผีบนตู้บิดเบี้ยวอย่างดุร้าย มันเบิกตาสีเลือดแดงก่ำสุดสยองขวัญ จ้องเขม็งมาที่ฉินนั่วและพวกอย่างอาฆาตมาดร้าย
"ไอ้หนูชั้นต่ำพวกนี้ กล้าดียังไงมาแหกปากใส่ข้าฮะ?!"