เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - ภารกิจเสร็จสิ้นกับตู้ขายของสุดโกง

บทที่ 4 - ภารกิจเสร็จสิ้นกับตู้ขายของสุดโกง

บทที่ 4 - ภารกิจเสร็จสิ้นกับตู้ขายของสุดโกง


"ของพรรค์นี้เอาไปใช้กับผีได้ด้วยเหรอเนี่ย?"

ฉินนั่วไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เขาโยนมันเก็บเข้าหน้าต่างช่องเก็บของไปชั่วคราว ก่อนจะยกจานอาหารกลับไปที่โต๊ะ

"อาหารที่สั่งได้แล้วครับคุณลูกค้า ทานให้อร่อยนะครับ"

ฉินนั่วบรรจงวางจานลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวังพร้อมกับเปิดฝาครอบออก

ผีผ้าพันแผลก้มมองของในจาน มันใช้มือจ้วงหยิบเศษซากชิ้นส่วนขึ้นมายัดเข้าปาก เคี้ยวไปได้ครึ่งทาง ร่างของมันก็สั่นสะท้านขึ้นมาน้อยๆ มันเงยหน้าขึ้น แม้ดวงตาจะถูกพันธนาการไว้ด้วยผ้าพันแผลเกรอะกรัง แต่ฉินนั่วกลับสัมผัสได้ถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความเหม่อลอยและโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง...

แม้ตัวจะตายไปแล้ว แต่มันก็ยังคงเฝ้ารอให้เด็กสาวคนนั้นกลับมาหา...

ธนบัตรใบหนึ่งถูกเลื่อนมาตรงหน้าเขา

มันดูไม่เหมือนธนบัตรที่ใช้กันในโลกมนุษย์ แต่ก็ไม่ใช่กงเต๊กซะทีเดียว มันคือ 'เงินผี' สกุลเงินหลักของโลกสยองขวัญ

โบราณว่ามีเงินก็จ้างผีโม่แป้งได้ เงินผีพวกนี้มีสารพัดประโยชน์ มันคือสะพานเชื่อมสำหรับการซื้อขายและโต้ตอบกับพวกภูตผี ซึ่งมีค่ามากเป็นพิเศษสำหรับผู้เล่นอย่างพวกเขา

แน่นอนว่าคนตายเพราะทรัพย์ ผีก็ตายเพราะเงินได้เหมือนกัน บางครั้งมันก็เป็นตัวชักนำหายนะมาให้ได้ด้วย!

ฉินนั่วชะงักไปเล็กน้อย

นี่คือทิปของเขาเหรอ?

ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมกับหยิบธนบัตรใบนั้นขึ้นมา "ทานให้อร่อยนะครับคุณลูกค้า"

หลังจากถอยออกมา ฉินนั่วก็หยิบเงินผีใบนั้นขึ้นมาดูอีกรอบ ตัวเลขบนธนบัตรระบุจำนวน 100 เหรียญ

ถือว่าเป็นทิปที่ก้อนใหญ่เอาเรื่อง!

"ผีสายเปย์นี่หว่า" ฉินนั่วเดาะลิ้นอย่างถูกใจ

【 ขอแสดงความยินดี คุณทำภารกิจเสิร์ฟอาหารโต๊ะแรกสำเร็จ การประเมินจากลูกค้า: พึงพอใจ 】

【 สำหรับออเดอร์ที่สอง กรุณาไปที่โต๊ะหมายเลข 2 และทำตามคำขอของลูกค้า 】

【 เหลืออีกเพียงสองออเดอร์ ภารกิจประจำวันก็จะเสร็จสิ้น พยายามเข้าล่ะ 】

ฉินนั่วคิดในใจพลางเดินเลี่ยงไปอีกทาง

ระหว่างที่เดินผ่านโถงทางเดิน เขาก็บังเอิญสวนกับหลิวเจียฉีที่กำลังถือจานอาหารอยู่พอดี ดูจากสีหน้าซีดเผือดของเธอแล้ว คงเพิ่งจะเจอเรื่องขวัญผวามาไม่น้อย

"ฉินนั่ว นายทำออเดอร์แรกเสร็จแล้วเหรอ?" หลิวเจียฉีถามด้วยความประหลาดใจแกมอิจฉา เธอได้แต่หวังว่าตัวเองจะมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งได้สักครึ่งของเขา

"อื้ม กำลังจะไปรับโต๊ะที่สองต่อ แล้วเธอล่ะเป็นไงบ้าง?"

"ฉัน... ฉันยังโอเคอยู่ ถึงจะประหม่าจนทำพลาดไปบ้าง แต่โชคดีที่ลูกค้าอารมณ์ดีเลยไม่ได้เอาเรื่องอะไร" หลิวเจียฉีตอบด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ที่ยังคงหวาดผวาไม่หาย "แต่วังหยางสิ..."

วังหยางไม่ได้สนิทอะไรกับเขา แถมตอนอยู่ในห้องเรียน หมอนั่นยังชอบหาเรื่องกลั่นแกล้งคนไม่ค่อยพูดอย่างเขาอยู่บ่อยๆ พอได้ยินแบบนี้ ฉินนั่วเลยรู้สึกเฉยๆ จิตใจสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"ว่าแต่ ถังหมิงไปไหนซะล่ะ?"

"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เมื่อกี้บังเอิญเจอหลิวหลิงหลิง เธอเห็นบอกว่าเขาได้งานเป็นพนักงานทำความสะอาด รับผิดชอบโซนฝั่งตะวันตกน่ะ" เธอกลืนน้ำลายเฮือก "แถมฉันยังได้ยินมาว่า... ตำแหน่งพนักงานทำความสะอาดอันตรายกว่าพนักงานเสิร์ฟตั้งเยอะ!"

ฉินนั่วพยักหน้ารับรู้ "เข้าใจล่ะ เธอไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อเถอะ"

หลิวเจียฉีประคองจานอาหารแล้วรีบจ้ำอ้าวเข้าไปในโซนร้านอาหาร ใบหน้าสะสวยของเธอยังคงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและกังวลใจ

ฉินนั่วก็แค่ถามไปงั้นแหละ แทนที่จะเอาเวลาไปห่วงถังหมิง เอาเวลามาปั่นเควสต์ตัวเองให้เสร็จก่อนดีกว่า

ลูกค้าโต๊ะที่สองดูเหมือนจะเป็นคู่รักกัน

พวกเขานั่งหันหน้าเข้าหากันด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก ดวงตาขุ่นมัวเบิกโพลงราวกับปลาตาย ผิวพรรณซีดเผือดจนน่าขนลุก ยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งเห็นรอยนูนขยุกขยิกอยู่ใต้ผิวหนังราวกับมีหนอนแมลงวันไชอยู่ข้างใน บรรยากาศรอบโต๊ะนี้ชวนให้รู้สึกสยองเกล้าสุดๆ

ฉินนั่วจดออเดอร์แล้วรีบเดินเข้าครัว

พ่อครัวถูกเปลี่ยนกะไปแล้ว ตัวใหม่ที่มารับช่วงต่อไม่ได้ดูมีความอาฆาตมาดร้ายเท่าตัวแรก มันลงมือทำอาหารอย่างรวดเร็วและส่งจานให้เขานำไปเสิร์ฟ

การประเมินที่ได้กลับมาคือระดับ 'ปานกลาง'

ฉินนั่วไม่ได้ใส่ใจนัก ตราบใดที่มันไม่ใช่คำวิจารณ์แง่ลบก็ถือว่าผ่าน

สาเหตุที่คนส่วนใหญ่มักได้รีวิวแย่ๆ ก็เพราะเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับผี พวกเขาจะตื่นตระหนกจนลนลานและทำพลาดบ่อยครั้ง โดนรีวิวแย่น่ะเรื่องเล็ก แต่ถ้าถึงขั้นเสียชีวิตขึ้นมา นั่นแหละคือหายนะของจริง

ฉินนั่วเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งเกินเบอร์ของเขามันเป็นเรื่องผิดปกติหรือเปล่า บางทีมันอาจจะเป็นพรสวรรค์ติดตัวมาตั้งแต่เกิดก็ได้

เขาสูญเสียความทรงจำในวัยเด็กไปจนหมดสิ้น รู้เพียงแค่ว่าตัวเองมีพ่อแม่และพี่สาวที่กำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเท่านั้น

ด้วยสปิริตการบริการที่นับวันยิ่งชิลล์ขึ้นเรื่อยๆ การเสิร์ฟอาหารโต๊ะที่สามก็เสร็จสิ้นลงอย่างรวดเร็ว

จากนั้นฉินนั่วก็เดินไปที่โถงทางเดินเพื่อรอฟังผลสรุป

ระหว่างที่เดินผ่านดงผีหน้าตาสยดสยองหลายตน สายตาหลายคู่ต่างก็จับจ้องมาที่ฉินนั่ว ผีหลายตนเบิกตาสีเลือดด้วยความตะกละตะกลาม ทว่าพอพวกมันเห็นชุดยูนิฟอร์มพนักงานที่เขาสวมอยู่ ก็จำต้องกลืนน้ำลายและรั้งสายตาหิวโหยราวกับมองอาหารอันโอชะกลับไป

อารมณ์คงเหมือนเห็นปูอลาสก้าตัวโตๆ แต่ดันติดป้ายว่า 'ขายแล้ว' ยังไงยังงั้น

ไม่นานนัก เสียงกระดิ่งก็ดังกังวานไปทั่วทั้งร้าน

เหล่าภูตผีเริ่มทยอยลุกออกจากโต๊ะและจากไปทีละตน เพียงชั่วพริบตา ร้านอาหารก็กลับคืนสู่ความเงียบสงัดชวนขนลุกอีกครั้ง

หลิวเจียฉีและวังหยางเดินกลับมาที่โถงร้านอาหารเช่นกัน

หลิวเจียฉีดูเหมือนเพิ่งรอดตายราวกับได้เกิดใหม่ น้ำตาแห่งความปีติแทบจะไหลรินออกมา ในขณะที่วังหยางกลับมีสีหน้ามืดทะมึน แววตาแฝงไว้ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

มือขวาของเขาหายไปแล้ว!

ทว่ารอยตัดที่ปลายแขนขวากลับเรียบเนียน ไม่มีผ้าพันแผล และไม่มีเลือดไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว รอยตัดนั้นดูคล้ายกับชิ้นส่วนของหุ่นกระบอกที่ถูกถอดออกไปเสียมากกว่า

"มันเอามือฉันไป!" วังหยางเค้นเสียงคำรามในลำคอด้วยความเคียดแค้นและอัดอั้นตันใจ

"มองโลกในแง่ดีหน่อยสิ อย่างน้อยมันก็ถอดมือออกให้แบบไม่เจ็บปวดล่ะนะ ขืนมาโดนถอดในสถานที่แบบนี้ นายคงช็อกตายเพราะความเจ็บไปแล้ว" ฉินนั่วเหลือบมองอีกฝ่าย

เมื่อเห็นฉินนั่วยังคงไร้รอยขีดข่วน แถมยังมีหน้ามายืนมองโลกในแง่ดีได้อีก ใบหน้าของวังหยางก็บิดเบี้ยวด้วยความริษยา "ทำไมแกถึงไม่เป็นอะไรเลยฮะ!?"

"ก็คนมันเก่งอะนะ"

วังหยางหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธ รู้สึกเหมือนโดนเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเข้าอย่างจัง

หุ่นกระบอกพิน็อกคิโอสภาพผุพังตัวหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา เสียงข้อต่อไม้ดังเอี๊ยดอ๊าดทุกจังหวะการก้าวเดิน

"ฉันคือผู้ดูแลประตูฝั่งตะวันออกของร้านอาหารน้ำพุเหลือง วันนี้พวกแกทั้งสามคนทำผลงานได้ค่อนข้างดี อย่างน้อยก็รอดชีวิตกันมาได้ล่ะนะ"

"รหัส 3697 ทำผลงานได้ดีที่สุด ได้รับการประเมิน 'พึงพอใจ' สองครั้ง และ 'ปานกลาง' หนึ่งครั้ง ได้รับการโหวตให้เป็นพนักงานดีเด่นประจำวันนี้ นี่คือรางวัลของแก"

3697 คือรหัสพนักงานของฉินนั่วนั่นเอง

ปึกเงินผีปรากฏขึ้นในมือของฉินนั่ว นับรวมกันแล้วได้ถึง 300 เหรียญผี!

หลิวเจียฉีกับวังหยางเองก็ได้รับเงินผีเช่นกัน ได้ไป 100 เหรียญและ 20 เหรียญตามลำดับ

ในเกมนี้ ผู้เล่นจะยังคงรู้สึกหิวโหยและเหนื่อยล้าได้เหมือนปกติ เงินผีพวกนี้สามารถใช้แลกเสบียงอาหารได้ แม้ว่ามันจะไม่ได้เป็นเพียงวิธีเดียวในการหาของกินก็ตาม

"วันนี้พวกแกทำงานหนักมาก ทำตามกฎแล้วกลับไปพักผ่อนที่หอพักซะ"

"พรุ่งนี้คือวันใหม่ พยายามเข้าล่ะ!"

พูดจบ พิน็อกคิโอก็เดินส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดจากไป

"ฉันหิวจังเลย พวกเราไปหาอะไรกินกันก่อนเถอะ" หลิวเจียฉีพูดพลางกุมท้อง แววตาของเธออ้อนวอนอย่างน่าสงสาร

"ตรงหัวมุมตึก ฉันจำได้ว่ามีตู้ขายของอัตโนมัติอยู่ ไปดูกันเถอะ" ฉินนั่วเองก็ชักจะหิวแล้วเหมือนกัน เขาเพิ่งจะวิ่งเสิร์ฟอาหารไปแค่สามรอบแท้ๆ แต่กลับรู้สึกสูบพลังงานเหมือนไปรับจ้างแบกข้าวสารมาทั้งวัน

บริเวณทางเดิน ตู้ขายของอัตโนมัตินั้นมีลักษณะเป็นใบหน้าผีสุดแสนจะพิลึกพิลั่น ตรงกลางมีช่องให้มองเห็นสินค้าและป้ายราคา

"เนื้อวัวอบแห้ง บิสกิตอัดแท่ง โคล่า... มีของพวกนี้ขายจริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย?" น้ำลายของหลิวเจียฉีแทบจะสอออกมา ในที่สุดเธอก็ได้เห็นของกินที่หน้าตาปกติในโลกสยองขวัญใบนี้ซะที

ฉินนั่วซื้อเนื้อวัวอบแห้งมาหนึ่งที่ ราคา 50 เหรียญผี

หลิวเจียฉีเลือกซื้อปลาต้มผักกาดดอง ราคา 80 เหรียญผี

มีเพียงวังหยางที่กำเงินใบยี่สิบยับๆ ในมือ และสามารถซื้อได้แค่บิสกิตอัดแท่งเท่านั้น

ทว่าทันทีที่สินค้าหล่นตุ้บลงมาในช่องรับของ ทั้งสามคนก็ถึงกับอ้าปากค้าง

เนื้อวัวอบแห้ง... มันคือเศษเนื้อเน่าๆ ขึ้นราขนาดเท่าฝ่ามือ

ปลาต้มผักกาดดอง... น้ำซุปเป็นสีเขียวดำคล้ำ เนื้อปลาดูไม่ออกว่าเป็นปลาอะไร แถมยังมีเขี้ยวแหลมเฟี้ยวโผล่ออกมาอีกต่างหาก

มีเพียงบิสกิตอัดแท่งของวังหยางที่หน้าตาดูเป็นผู้เป็นคนที่สุด แต่มันก็หดเล็กลงจนเหลือขนาดแค่ครึ่งฝ่ามือ

"ทำไมมันทอนมาแค่ 20 ล่ะเนี่ย?"

สีหน้าของฉินนั่วเริ่มดูไม่ได้ เขาหยอดแบงก์ร้อยเหรียญผีเข้าไป แต่มันกลับคายเงินทอนออกมาแค่ 20 เหรียญ เครื่องมันอมเงินเขาไป 30 เหรียญหน้าตาเฉย!

หลิวเจียฉีเองก็โดนตู้หน้าเลือดนี่อมเงินไป 20 เหรียญเหมือนกัน

ไม่เพียงแต่สินค้าจะไม่ตรงปก แต่มันยังกล้ามาต้มตุ๋นขูดรีดเงินกันดื้อๆ แบบนี้เลยเนี่ยนะ?

วังหยางที่เสียมือไปข้างนึงก็อารมณ์เสียจัดอยู่แล้ว พอมาเจอบิสกิตขนาดกะจิริดที่ไม่พอแม้แต่จะยาไส้แบบนี้ เขาก็ยิ่งนอตหลุด ชายหนุ่มพุ่งปรี่เข้าไปเตะต่อยตู้ขายของอัตโนมัติอย่างบ้าคลั่ง "ไอ้ตู้เวร!! แกกล้าหลอกตังค์ฉันงั้นเหรอ? เชื่อไหมว่าฉันจะพังแกให้เละเลยคอยดู?!"

วินาทีต่อมา ตู้ขายของอัตโนมัติก็มีชีวิตขึ้นมากะทันหัน! ใบหน้าผีบนตู้บิดเบี้ยวอย่างดุร้าย มันเบิกตาสีเลือดแดงก่ำสุดสยองขวัญ จ้องเขม็งมาที่ฉินนั่วและพวกอย่างอาฆาตมาดร้าย

"ไอ้หนูชั้นต่ำพวกนี้ กล้าดียังไงมาแหกปากใส่ข้าฮะ?!"

จบบทที่ บทที่ 4 - ภารกิจเสร็จสิ้นกับตู้ขายของสุดโกง

คัดลอกลิงก์แล้ว